กำยาน (Frankincense) นับเป็นสุดยอดสมุนไพรป้องกัน รักษาอาการอักเสบ และฆ่าเชื้อ กำยานมีกลิ่นหวานหอมสะอาด อบอุ่น ช่วยคลายเครียด บรรเทาอาการหอบหืด ช่วยให้หายใจสะดวก ลดอาการไซนัส บรรเทาอาการภูมิแพ้ เจ็บคอ ไข้หวัด และหลอดลมอักเสบแล้ว ยังมีสรรพคุณช่วยฟอกอากาศ กำจัดกลิ่น ไล่มดปลวกและแมลง

กำยานเป็นไม้มงคลที่ทรงคุณค่าของชาวตะวันออกกลาง เพราะอยู่ในทุกช่วงของชีวิตตั้งแต่วันเกิดจนถึงวันตาย โดยจุดกำยานเป็นเครื่องหอม รมฆ่าเชื้อ และเป็นยารักษาโรค ในศาสนาคริสต์ นิยมจุดกำยานเป็นเครื่องหอมบูชาแทนการอธิษฐานแด่ พระคริสต์ ในวงการแพทย์ใช้กำยานเป็นส่วนผสมยาแก้อักเสบและมะเร็งในตำรับยาไทย และจีน ในต่างประเทศใช้กำยานแท้ เป็นส่วนผสมแต่งกลิ่นเหล้าและไวน์ชั้นดี ทำให้มีรสชาติกลมกล่อม และมีกลิ่นหอมแล้ว ยังมีสรรพคุณทางยาช่วยบำรุงร่างกาย และบำรุงตับ ลดพิษของแอลกอฮอลล์ที่ไปทำลายเซลล์ตับ

ต้นกำยานแท้เกิดขึ้นเฉพาะในบางประเทศแถบตะวันออกกลาง เช่น โอมาน เยเมน ที่มีอยู่ค่อนข้างน้อยมาก ผลผลิตของยางกำยานแท้ หรือบางคนเรียกว่า กำยานโอมานนั้น มีไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาดโลก เพราะยังไม่มีการปลูกเป็นธุรกิจกันเลย ทำให้เกิดการขาดแคลนกำยานแท้ในตลาด
ทุกวันนี้ หลายคนหันมาใช้ “กำยานสุมาตรา” แทน ซึ่งความจริงแล้ว ใช้แทนกันไม่ได้ เพราะเป็นยางไม้คนละชนิด คนละตระกูลกับยางกำยานแท้ และไม่มีสารสำคัญเหมือนกัน หากต้องการใช้กำยานเข้าสูตรยา ไม่ว่าจะเป็นตำรับสมุนไพรจีนหรือตำรับยาไทยต้องใช้กำยานโอมานซึ่งเป็นกำยานแท้เท่านั้น จึงจะได้ประสิทธิภาพทางยาตามที่ต้องการ
ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล อดีตผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านเห็ด องค์การสหประชาชาติ และผู้ก่อตั้ง สถาบันอานนท์ไบโอเทค เป็นผู้บุกเบิกนำเข้าต้นกำยานแท้จากประเทศโอมาน เข้ามาปลูกในไทยเมื่อปี 2541 พบว่า ต้นกำยานปลูกในไทยได้ทุกภูมิภาค และให้ยางที่เป็นยาดีกว่า ปลูกที่ประเทศโอมานมากกว่า 5 เท่า เนื่องจากต้นกำยานที่ปลูกในไทยสามารถผลัดใบปีละ5-6 ครั้ง มากกว่าประเทศต้นกำเนิด ที่มีการผลัดใบเพียงปีละครั้งเท่านั้น ขณะเดียวกันได้ทดลองปลูกกำยานร่วมกับเห็ดที่เป็นไมโคไรซาพบว่า มีเห็ดหลายชนิดอาศัยอยู่ตามรากของกำยานแท้ได้และสามารถให้ผลผลิตเห็ดไปด้วย
กำยานและต้นมดยอบ นับเป็นสุดยอดยาแก้อักเสบ ยิ่งต้นไหนมีกาฝาก จะยิ่งหลั่งยางออกมาได้มากและมีสรรพคุณทางยาสูง เพราะมีสารสำคัญเรียกว่า สารบอสวาลิค (Boswellic acid) ค่อนข้างสูง ด้วยเหตุนี้ กาฝากจากต้นกำยาน จึงขายได้ราคาสูงและเป็นที่ต้องการของตลาดสมุนไพร ไม่แพ้ยางกำยานชั้นดีเกรดเอ

ดร.อานนท์ทุ่มเทระยะเวลากว่า 20 ปี ในการปลูกดูแลจนกระทั่งเกิด ต้นกาฝากกำยานที่ปลูกในประเทศไทย โดยรากของกาฝากเจาะเข้าบริเวณกิ่งของกำยาน ทำให้กิ่งกำยานสร้างสาร สร้างยางออกมาต่อสู้กับกาฝาก สุดท้ายก็ได้ทั้งยางกำยาน และต้นกาฝากกำยานที่มีราคาสูง และเป็นที่ต้องการของตลาด
ดร.อานนท์ ได้ขยายพันธุ์กำยานแท้และขยายพื้นที่ปลูกให้ได้มากที่สุด เพื่อทำการผลิตยางกำยานสดป้อนโรงงานผลิตยา นอกจากนี้ได้นำยางกำยานแท้มาแปรรูปเป็นครีมทานวดบรรเทาปวดเมื่อย ชื่อ บอสกานอยด์ และใช้ยางกำยานในส่วนผสมในตำรับ “เห็ดเป็นยา ” โดยผสมในน้ำหมักเอ็นไซม์เห็ดถั่งเช่าสีทอง เพื่อเสริมสรรพคุณทางยา และใช้ยางกำยานสดเป็นส่วนผสมในการผลิตเอ็นไซม์อีกด้วย

ดร.อานนท์กล่าวว่า หากใครมีอาการไอ เจ็บคอ หรือครั่นเนื้อครั่นตัว หากนำใบ ยอดไปไปเคี้ยว อมและกลืนลงไป (หากใช้กิ่งหรือเปลือกกำยานให้อมและคายทิ้งเสีย) รสขมจากสารบอสวาลิคจะช่วยฆ่าเชื้อโรคและไวรัส ในช่องปากและทางเดินหายใจได้ ทำให้สุขภาพร่างกายกลับมาแข็งแรงได้ไว
