ในยุคที่ผู้คนหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น ทำให้ตลาดอาหารเพื่อสุขภาพเติบโตอย่างก้าวกระโดด ผู้คนเริ่มมองหาอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ปลอดภัย และมาจากธรรมชาติ กลายเป็นจุดเชื่อมโยงที่ทำให้ ซุปเปอร์ฟู้ด (Superfood) กลายเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง
ซุปเปอร์ฟู้ดคืออาหารที่มีสารอาหารจำเป็นต่อร่างกายสูงมาก เช่น วิตามิน แร่ธาตุ สารต้านอนุมูลอิสระ และไฟเบอร์ เมื่อเทียบกับปริมาณอาหารทั่วไป ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ต้องการสุขภาพดีแบบไม่ต้องยุ่งยาก เพราะให้สารอาหารที่จำเป็นอย่างครบถ้วน

“ผำ” จัดเป็นหนึ่งในซุปเปอร์ฟู้ดที่กำลังมาแรง และกำลังจะมีอนาคตสดใส จาก “ผำ” ที่เปรียบเสมือนสาวน้อยบ้านๆ ได้ถูกนำมาจับแต่งตัวใหม่ ให้มีความทันสมัยสอดคล้องกับเทรนด์ในปัจจุบันมากขึ้น “ผำ” จึงกลายเป็นพืชที่ถูกจับตามอง ตลาดในประเทศตื่นตัวรู้จักกันเป็นวงกว้างมากขึ้น ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ “ผำ” จะไม่ใช่สาวน้อยพื้นบ้านอีกต่อไป แต่กำลังไปเฉิดฉายในตลาดต่างประเทศ
ทีนี้มาดูกันว่าจะมีประเทศอะไรบ้างที่เปิดรับ “ผำ” และเกษตรกรรวมถึงผู้ประกอบการที่สนใจส่งออก ต้องเตรียมตัว และเตรียมเอกสารอย่างไรบ้าง
เงื่อนไขการนำเข้าผำและผลิตภัณฑ์รายประเทศ
| ลำดับ | ประเทศ | ผำสด | ผลิตภัณฑ์ผำแปรรูป/มีผำเป็นส่วนประกอบ | ||
| นำเข้า | เงื่อนไข | นำเข้า | เงื่อนไข | ||
| 1 | ญี่ปุ่น | √ | – แนบ PC – ไม่มีแมลงศัตรูพืชกักกัน – ไม่มีสารเคมี/ปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐาน | คาดว่านำเข้าได้ อยู่ระหว่างตรวจสอบกับ MHLW | ● หากเป็น Novel food : ต้องยื่นข้อมูล (pre-market safety dossier) ต่อ MHLW เพื่อประเมินความเสี่ยง ● หากไม่เข้าข่าย Novel food : ส่งออกได้ มีเงื่อนไขหลัก ดังนี้ – HACCP/ – รายการสารปรุงแต่งอาหารและส่วนผสมอยู่ในรายการที่อนุญาต และมีปริมาณเป็นไปตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยอาหาร – ระเบียบฉลากและข้อมูลการบรรจุ – ใบ PC ผำสด อาจต้องใช้ – การแจ้งนำเข้าอาหาร (Notification) + ข้อมูล – กรณีส่งออกครั้งแรก : ให้ข้อมูลโดยละเอียด Ingredient List, Process Flow Chart, Food Additive Certificate, Lab Test Results, Label (ภาษาอังกฤษ/ญี่ปุ่น) |
| หมายเหตุ : MHLW ย่อมาจาก Ministry of Health, Labour and Welfare เป็นชื่อเต็มของ กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของประเทศญี่ปุ่น – เป็นหน่วยงานกำกับดูแลด้านอาหารและยาในญี่ปุ่น ซึ่งรวมถึงการกำหนดและบังคับใช้มาตรฐานความปลอดภัยของอุปกรณ์การแพทย์และยา | |||||
| 2 | เกาหลีใต้ | √ | – แนบ PC – ไม่มีแมลงศัตรูพืชกักกัน – ไม่มีสารเคมี/ปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐาน | อยู่ระหว่างตรวจสอบกับ MFDS | ● หากยังไม่เคยมีการนำเข้ามาก่อน : ต้องยื่น pre-market safety dossier ต่อ MFDS ● หากไม่เข้าข่าย Novel food : ส่งออกได้ มีเงื่อนไขหลักดังนี้ – ผู้ผลิต : ยื่นขึ้นทะเบียนล่วงหน้า (7 วันทำการ) กับ MFDS ผ่านทางออนไลน์ ทะเบียนมีอายุ 2 ปี และต้องต่ออายุภายใน 7 วันก่อนหมดอายุ – ผู้นำเข้า : แจ้งนำเข้าอาหาร (Notification) + ข้อมูล – ระเบียบบฉลากอาหาร – รายการสารปรุงแต่งอาหารและส่วนผสมอยู่ในรายการที่อนุญาต และมีปริมาณเป็นไปตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยอาหาร |
| หมายเหตุ : MFDS ย่อมาจาก Ministry of Food and Drug Safety ซึ่งก็คือ กระทรวงความปลอดภัยอาหารและยาของประเทศเกาหลีใต้ – เป็นหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่หลักในการกำกับดูแลและรับผิดชอบด้านความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของประชาชน | |||||
| 3 | สิงคโปร์ | √ | – ขอ Import Permit จาก NParks – แนบ PC – ไม่มีแมลงศัตรูพืชกักกัน – ไม่มีสารเคมี/ปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐาน | √ | – รายการสารปรุงแต่งอาหารและส่วนผสมอยู่ในรายการที่อนุญาต และมีปริมาณเป็นไปตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยอาหาร – ระเบียบฉลากอาหาร – เอกสารที่อาจมีการร้องขอ : HACCP, GMP, Health Certificate |
| 4 | ออสเตรเลีย | x | จะต้องยื่นขอเปิดตลาดและประเมินความเสี่ยงด้าน biosecurity | √ | – ดำเนินการตามเงื่อนไขที่กำหนด – ตรวจสอบข้อกำหนดการนำเข้าในฐานข้อมูล BICON ของออสเตรเลีย ตามขอบข่ายของสินค้า เช่น Dried form หรือ Powdered form – ผู้ประกอบการควรประสานกับผู้นำเข้าออสเตรเลีย เพื่อตรวจสอบข้อมูลในรายละเอียดร่วมด้วย |
| 5 | บราซิล | x | ต้องยื่นขอเปิดตลาด และผ่านกระบวนการวิเคราะห์ความเสี่ยงศัตรูพืช (Pest Risk Analysis-PRA) ก่อน | หากไม่มีประวัติการบริโภคในบราซิลมาก่อน มีแนวโน้มสูงที่จะเข้าข่าย Novel Food ต้องยื่นข้อมูลขออนุญาตนำเข้ากับ National Health Surveillance Agency (ANVISA) | |
| 6 | USA | x | ต้องยื่นขอเปิดตลาดก่อนและวิเคราะห์ความเสี่ยง (PRA) | √ | ● แบบสุก (Cooked)/สกัด (Extracted)/บด (Ground) /ดอง (Pickled)/พูเร่ (Pureed)/สเตอริไลซ์ (sterilized)/เก็บรักษาในของเหลว (Preserved in Liquid) – ไม่ต้องขอใบอนุญาตนำเข้า โดยสามารถขอ “Letter of No Permit Requird” จาก APHIS |
| √ | ● แบบแช่แข็ง (Frozen Wolffia) – ต้องขอใบอนุญาตนำเข้าจาก APHIS – ต้องผ่านกระบวนการ Quick Frozen และควบคุมอุณหภูมิไม่เกิน -6.66°C (20°F) ตลอดการขนส่ง | ||||
| √ | ● แบบแห้ง (Dried Wolffia) – ไม่ต้องขอใบอนุญาตนำเข้า โดยสามารถขอ “Letter of No Permit Requird” จาก APHIS เพื่ออำนวยความสะดวกในพิธีการนำเข้าได้ | ||||
| หมายเหตุ : APHIS ย่อมาจาก Animal and Plant Health Inspection Service คือ หน่วยงานบริการตรวจสอบสุขภาพสัตว์และพืชของกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (USDA)มีหน้าที่หลักในการปกป้องและส่งเสริมสุขภาพของภาคการเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติของสหรัฐฯ โดยมุ่งเน้นการป้องกันไม่ให้ศัตรูพืชและโรคจากต่างประเทศเข้าสู่ประเทศ แลบริหารจัดการสิ่งมีชีวิตที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรม (Genetically Engineered Organisms) รวมถึงการควบคุมดูแลสวัสดิภาพสัตว์ และการจัดการความเสียหายที่เกิดจากสัตว์ป่า | |||||
| 7 | แคนาดา | ต้องตรวจสอบกับ CFIA | หากไม่เข้าข่าย Novel Food – ขอ Import Permit จาก CFIA – แนบ PC | ต้องตรวจสอบกับ CFIA | หากไม่เข้าข่าย Novel Food – อยู่ภายใต้ Safe Food Canadians Regulations (SFCR) – ผู้นำเข้าต้องมี SFCR licence – ต้องปฏิบัติตาม traceability, labeling, preventive controls plan (PCP) หากเข้าข่าย Novel Food – จัดทำ Safety dossier เพื่อยื่น novel food approval |
| หมายเหตุ : CFIA ย่อมาจาก Canadian Food Inspection Agency คือ สำนักงานตรวจสอบอาหารของแคนาดา – มีบทบาทสำคัญในการปกป้องสุขภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภค รวมถึงรักษาระบบการเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติของแคนาดาให้ปลอดภัยจากโรคและศัตรูพืช | |||||
| 8 | EU | X จัดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ ตามคำนิยามของ Novel Food Regulations 2015/2283 ต้องผ่านกระบวนการ Pre-market authorization ของ EU – ต้องยื่น Application หรือ technical dossier เสนอคณะกรรมยุโรปพิจารณา โดยหน่วยงานด้านความปลอดภัยอาหารของสหภาพยุโรป (EFSA) จะเป็นผู้ประเมินความเสี่ยงความปลอดภัยอาหารของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ก่อนที่คณะกรรมาธิการยุโรปจะประกาศอนุญาตและขึ้นทะเบียนใน Union List of Novel Food ต่อไป | |||
| 9 | จีน | อยู่ระหว่างตรวจสอบกับหน่วยงานจีน | √ | – ควรทราบพิกัดศุลกากรทีชัดเจน – อาหารทั่วไป : ขึ้ทะเบียนผู้ผลิตอาหารในต่างประเทศ ตามระเบียบ 248 – ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรืออาหารฟังก์ชัน ต้องขึ้นทะเบียนกับ National Health Commission (NHC) และขึ้นทะเบียนผู้ผลิตอาหารในต่างประเทศ ตามระเบียบ 248 | |
| 10 | UAE | ต้องตรวจสอบกับหน่วยงาน UAE | ต้องตรวจสอบกับหน่วยงาน UAE | อาจเข้าข่าย Novel Ingredients ซึ่งจะต้องมีการยื่นข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อพิจารณา เช่น แหล่งที่มาและกรรมวิธีผลิต ข้อมูลพิษวิทยา ความปลอดภัย ข้อมูลการบริโภคในมนุษย์และเอกสาร Novel Food Approval (หากมีในประเทศอื่น) เป็นต้น | |
| 11 | ซาอุดีอาระเบีย | ต้องตรวจสอบกับหน่วยงาน SFDA | ต้องตรวจสอบกับหน่วยงาน SFDA | อาจเข้าข่าย Novel Ingredients ซึ่งจะต้องยื่นข้อมูลให้ SFDA พิจารณา อย่างไรก็ดี หากมีประวัติการใช้ หรือยื่นข้อมูลในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ (GCC) แล้วจะทำให้การพิจารณารวดเร็วขึ้น | |
ข้อมูลเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 โดยกองนโยบายมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร สำนักมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)
