Featured ฟาร์มล้ำ เกษตรยั่งยืน แปรรูปสินค้าเกษตร

“ผำไทย” บุกตลาดโลก! 11 ประเทศพร้อมรับ เกษตรกรต้องมีเอกสารอะไรบ้าง

ในยุคที่ผู้คนหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น ทำให้ตลาดอาหารเพื่อสุขภาพเติบโตอย่างก้าวกระโดด ผู้คนเริ่มมองหาอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ปลอดภัย และมาจากธรรมชาติ กลายเป็นจุดเชื่อมโยงที่ทำให้ ซุปเปอร์ฟู้ด (Superfood) กลายเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง

ซุปเปอร์ฟู้ดคืออาหารที่มีสารอาหารจำเป็นต่อร่างกายสูงมาก เช่น วิตามิน แร่ธาตุ สารต้านอนุมูลอิสระ และไฟเบอร์ เมื่อเทียบกับปริมาณอาหารทั่วไป ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ต้องการสุขภาพดีแบบไม่ต้องยุ่งยาก เพราะให้สารอาหารที่จำเป็นอย่างครบถ้วน

“ผำ” จัดเป็นหนึ่งในซุปเปอร์ฟู้ดที่กำลังมาแรง และกำลังจะมีอนาคตสดใส จาก “ผำ” ที่เปรียบเสมือนสาวน้อยบ้านๆ ได้ถูกนำมาจับแต่งตัวใหม่ ให้มีความทันสมัยสอดคล้องกับเทรนด์ในปัจจุบันมากขึ้น “ผำ” จึงกลายเป็นพืชที่ถูกจับตามอง ตลาดในประเทศตื่นตัวรู้จักกันเป็นวงกว้างมากขึ้น ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ “ผำ” จะไม่ใช่สาวน้อยพื้นบ้านอีกต่อไป แต่กำลังไปเฉิดฉายในตลาดต่างประเทศ

ทีนี้มาดูกันว่าจะมีประเทศอะไรบ้างที่เปิดรับ ผำ และเกษตรกรรวมถึงผู้ประกอบการที่สนใจส่งออก ต้องเตรียมตัว และเตรียมเอกสารอย่างไรบ้าง


เงื่อนไขการนำเข้าผำและผลิตภัณฑ์รายประเทศ

  ลำดับ  ประเทศผำสดผลิตภัณฑ์ผำแปรรูป/มีผำเป็นส่วนประกอบ
นำเข้าเงื่อนไขนำเข้าเงื่อนไข
1ญี่ปุ่น– แนบ PC
– ไม่มีแมลงศัตรูพืชกักกัน
– ไม่มีสารเคมี/ปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐาน
คาดว่านำเข้าได้ อยู่ระหว่างตรวจสอบกับ MHLW● หากเป็น Novel food : ต้องยื่นข้อมูล (pre-market safety dossier) ต่อ MHLW เพื่อประเมินความเสี่ยง

● หากไม่เข้าข่าย Novel food : ส่งออกได้ มีเงื่อนไขหลัก ดังนี้ – HACCP/
– รายการสารปรุงแต่งอาหารและส่วนผสมอยู่ในรายการที่อนุญาต และมีปริมาณเป็นไปตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยอาหาร
– ระเบียบฉลากและข้อมูลการบรรจุ – ใบ PC ผำสด อาจต้องใช้
– การแจ้งนำเข้าอาหาร (Notification) + ข้อมูล
– กรณีส่งออกครั้งแรก : ให้ข้อมูลโดยละเอียด Ingredient List, Process Flow Chart, Food Additive Certificate, Lab Test Results, Label (ภาษาอังกฤษ/ญี่ปุ่น)  
หมายเหตุ : MHLW ย่อมาจาก Ministry of Health, Labour and Welfare เป็นชื่อเต็มของ กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของประเทศญี่ปุ่น
– เป็นหน่วยงานกำกับดูแลด้านอาหารและยาในญี่ปุ่น ซึ่งรวมถึงการกำหนดและบังคับใช้มาตรฐานความปลอดภัยของอุปกรณ์การแพทย์และยา
2เกาหลีใต้– แนบ PC – ไม่มีแมลงศัตรูพืชกักกัน
– ไม่มีสารเคมี/ปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐาน
อยู่ระหว่างตรวจสอบกับ MFDS● หากยังไม่เคยมีการนำเข้ามาก่อน : ต้องยื่น pre-market safety dossier ต่อ MFDS
หากไม่เข้าข่าย Novel food : ส่งออกได้ มีเงื่อนไขหลักดังนี้
– ผู้ผลิต : ยื่นขึ้นทะเบียนล่วงหน้า (7 วันทำการ) กับ MFDS ผ่านทางออนไลน์ ทะเบียนมีอายุ 2 ปี และต้องต่ออายุภายใน 7 วันก่อนหมดอายุ
– ผู้นำเข้า : แจ้งนำเข้าอาหาร (Notification) + ข้อมูล
– ระเบียบบฉลากอาหาร
– รายการสารปรุงแต่งอาหารและส่วนผสมอยู่ในรายการที่อนุญาต และมีปริมาณเป็นไปตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยอาหาร
หมายเหตุ : MFDS ย่อมาจาก Ministry of Food and Drug Safety ซึ่งก็คือ กระทรวงความปลอดภัยอาหารและยาของประเทศเกาหลีใต้
– เป็นหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่หลักในการกำกับดูแลและรับผิดชอบด้านความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของประชาชน
3สิงคโปร์– ขอ Import Permit จาก NParks
– แนบ PC
– ไม่มีแมลงศัตรูพืชกักกัน
– ไม่มีสารเคมี/ปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐาน
– รายการสารปรุงแต่งอาหารและส่วนผสมอยู่ในรายการที่อนุญาต และมีปริมาณเป็นไปตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยอาหาร
– ระเบียบฉลากอาหาร – เอกสารที่อาจมีการร้องขอ : HACCP, GMP, Health Certificate
4ออสเตรเลียxจะต้องยื่นขอเปิดตลาดและประเมินความเสี่ยงด้าน biosecurity– ดำเนินการตามเงื่อนไขที่กำหนด
– ตรวจสอบข้อกำหนดการนำเข้าในฐานข้อมูล BICON ของออสเตรเลีย ตามขอบข่ายของสินค้า เช่น Dried form หรือ Powdered form
– ผู้ประกอบการควรประสานกับผู้นำเข้าออสเตรเลีย เพื่อตรวจสอบข้อมูลในรายละเอียดร่วมด้วย
5บราซิลxต้องยื่นขอเปิดตลาด และผ่านกระบวนการวิเคราะห์ความเสี่ยงศัตรูพืช (Pest Risk Analysis-PRA) ก่อน   หากไม่มีประวัติการบริโภคในบราซิลมาก่อน มีแนวโน้มสูงที่จะเข้าข่าย Novel Food ต้องยื่นข้อมูลขออนุญาตนำเข้ากับ National Health Surveillance Agency (ANVISA)
6USAxต้องยื่นขอเปิดตลาดก่อนและวิเคราะห์ความเสี่ยง (PRA)แบบสุก (Cooked)/สกัด (Extracted)/บด (Ground) /ดอง (Pickled)/พูเร่ (Pureed)/สเตอริไลซ์ (sterilized)/เก็บรักษาในของเหลว (Preserved in Liquid)  
– ไม่ต้องขอใบอนุญาตนำเข้า โดยสามารถขอ “Letter of No Permit Requird” จาก APHIS    
    ● แบบแช่แข็ง (Frozen Wolffia)
– ต้องขอใบอนุญาตนำเข้าจาก APHIS – ต้องผ่านกระบวนการ Quick Frozen และควบคุมอุณหภูมิไม่เกิน -6.66°C (20°F) ตลอดการขนส่ง
    ● แบบแห้ง (Dried Wolffia)
– ไม่ต้องขอใบอนุญาตนำเข้า โดยสามารถขอ “Letter of No Permit Requird” จาก APHIS เพื่ออำนวยความสะดวกในพิธีการนำเข้าได้
หมายเหตุ : APHIS ย่อมาจาก Animal and Plant Health Inspection Service คือ หน่วยงานบริการตรวจสอบสุขภาพสัตว์และพืชของกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (USDA)มีหน้าที่หลักในการปกป้องและส่งเสริมสุขภาพของภาคการเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติของสหรัฐฯ โดยมุ่งเน้นการป้องกันไม่ให้ศัตรูพืชและโรคจากต่างประเทศเข้าสู่ประเทศ แลบริหารจัดการสิ่งมีชีวิตที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรม (Genetically Engineered Organisms) รวมถึงการควบคุมดูแลสวัสดิภาพสัตว์ และการจัดการความเสียหายที่เกิดจากสัตว์ป่า
7แคนาดาต้องตรวจสอบกับ CFIAหากไม่เข้าข่าย Novel Food – ขอ Import Permit จาก CFIA
– แนบ PC
ต้องตรวจสอบกับ CFIAหากไม่เข้าข่าย Novel Food – อยู่ภายใต้ Safe Food Canadians Regulations (SFCR)
– ผู้นำเข้าต้องมี SFCR licence
– ต้องปฏิบัติตาม traceability, labeling, preventive controls plan (PCP) หากเข้าข่าย Novel Food
– จัดทำ Safety dossier เพื่อยื่น novel food approval
หมายเหตุ : CFIA ย่อมาจาก Canadian Food Inspection Agency คือ สำนักงานตรวจสอบอาหารของแคนาดา  
– มีบทบาทสำคัญในการปกป้องสุขภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภค รวมถึงรักษาระบบการเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติของแคนาดาให้ปลอดภัยจากโรคและศัตรูพืช
8EUX จัดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ ตามคำนิยามของ Novel Food Regulations 2015/2283 ต้องผ่านกระบวนการ Pre-market authorization ของ EU – ต้องยื่น Application หรือ technical dossier เสนอคณะกรรมยุโรปพิจารณา โดยหน่วยงานด้านความปลอดภัยอาหารของสหภาพยุโรป (EFSA) จะเป็นผู้ประเมินความเสี่ยงความปลอดภัยอาหารของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ก่อนที่คณะกรรมาธิการยุโรปจะประกาศอนุญาตและขึ้นทะเบียนใน Union List of Novel Food ต่อไป
9จีนอยู่ระหว่างตรวจสอบกับหน่วยงานจีน– ควรทราบพิกัดศุลกากรทีชัดเจน – อาหารทั่วไป : ขึ้ทะเบียนผู้ผลิตอาหารในต่างประเทศ ตามระเบียบ 248 – ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรืออาหารฟังก์ชัน ต้องขึ้นทะเบียนกับ National Health Commission (NHC) และขึ้นทะเบียนผู้ผลิตอาหารในต่างประเทศ ตามระเบียบ 248
10UAEต้องตรวจสอบกับหน่วยงาน UAEต้องตรวจสอบกับหน่วยงาน UAEอาจเข้าข่าย Novel Ingredients ซึ่งจะต้องมีการยื่นข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อพิจารณา เช่น แหล่งที่มาและกรรมวิธีผลิต ข้อมูลพิษวิทยา ความปลอดภัย ข้อมูลการบริโภคในมนุษย์และเอกสาร Novel Food Approval (หากมีในประเทศอื่น) เป็นต้น  
11ซาอุดีอาระเบียต้องตรวจสอบกับหน่วยงาน SFDAต้องตรวจสอบกับหน่วยงาน SFDAอาจเข้าข่าย Novel Ingredients ซึ่งจะต้องยื่นข้อมูลให้ SFDA พิจารณา อย่างไรก็ดี หากมีประวัติการใช้ หรือยื่นข้อมูลในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ (GCC) แล้วจะทำให้การพิจารณารวดเร็วขึ้น

ข้อมูลเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 โดยกองนโยบายมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร สำนักมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)

Related Posts