ผู้เขียน : ชนุดม สุรัตน์
ในยุคที่เกษตรกรจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญความท้าทาย ทั้งราคาพืชเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น “การปรับตัว” จึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นทางรอด หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจคือ ลุงอ๊อด-เอนก วรนันท์ปัญญา เจ้าของสวนบุญธรรม จังหวัดพัทลุง ผู้พลิกสวนยางพาราธรรมดา 14 ไร่ ให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้เกษตรผสมผสานที่สร้างรายได้ยั่งยืน และยังเป็นแรงบันดาลใจให้เกษตรกรรุ่นใหม่

จากสวนยางพารา สู่การทำเกษตรผสมผสาน
ลุงอ๊อด เล่าให้ฟังว่า เดิมทีเป็นพนักงานเงินเดือน ก่อนที่จะผันตัวมาเป็นเกษตรกร ทำสวนบุญธรรมที่ปลูกผลไม้ต่างๆ เพื่อนำมาแปรรูปเป็นสุราและไวน์ สวนบุญธรรมเคยเป็นสวนยางพาราขนาด 14 ไร่ เช่นเดียวกับสวนอีกมากมายในภาคใต้ ยางพาราเคยเป็นความหวังใหญ่ แต่เมื่อราคายางตกต่ำลงต่อเนื่อง การพึ่งพาพืชเชิงเดี่ยวกลับกลายเป็นความเสี่ยง ลุงอ๊อดมองเห็นว่าหากยังยึดติดอยู่กับการทำยางพาราอย่างเดียว ชีวิตจะไม่มั่นคง จึงตัดสินใจปรับสวนยางให้เป็นเกษตรผสมผสาน

“ช่วงนั้นราคายางไม่ดี รวมถึงการมีโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำใสเกิดขึ้น เกษตรกรในพื้นที่จึงหันมามองหาพืชอย่างอื่นทำรายได้ ตัวผมเองได้โค่นต้นยางพาราทิ้ง เพื่อมาทำการปลูกพืชแบบผสมผสาน” ลุงอ๊อด กล่าว
จากพื้นที่ที่เคยมีแต่ต้นยาง ลุงอ๊อดค่อยๆ เติมความหลากหลายลงไป เริ่มจากปลูกไม้ผล เช่น มะม่วง มะละกอ มัลเบอร์รี และระกำ รวมถึงผักสวนครัวที่สามารถเก็บกินได้ในครัวเรือนและเหลือขายในตลาด

เคล็ดลับการปลูกไม้ผล
ยึดหลักการใช้ประโยชน์สูงสุด
ลุงอ๊อด เล่าว่า การจะทำให้ได้ผลผลิตที่ดี ต้องเริ่มต้นจากการออกแบบสวนใหม่เสียก่อน โดยลุงอ๊อดจะแบ่งพื้นที่ปลูกพืชหลายชั้น เช่น ชั้นบนมีไม้ยืนต้นให้ร่มเงา ชั้นกลางปลูกผลไม้ เช่น มะม่วง มะละกอ ระกำ ชั้นล่างปลูกผักสวนครัวที่เก็บกินได้ตลอดปี นอกจากนี้ ลุงอ๊อดยังบอกอีกด้วยว่า การทำเกษตรจะเน้นปลอดสารเคมี ใช้ปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพ เพื่อลดต้นทุนและทำให้ดินมีคุณภาพที่ดี

สำหรับการใส่ปุ๋ยบำรุงไม้ในสวน ลุงพรจะใส่ 2 อาทิตย์ต่อ 1 ครั้ง และหลังจากที่ปลูกพอเก็บผลผลิตมาก็จะมีการนำมาแปรรูปทันทีที่เก็บผลผลิต เช่น มัลเบอร์รีที่ไม่สามารถเก็บสดได้นาน ลุงอ๊อดนำมาแปรรูปเป็นน้ำผลไม้และไวน์ ผลไม้เปรี้ยวจัดอย่างระกำถูกพัฒนาเป็น “เหล้าระกำ” ที่กลายเป็นของฝากประจำสวน
“อย่ามองสวนเป็นเพียงพื้นที่ผลิตพืช แต่มองว่าเป็นโรงงานเล็กๆ ที่สามารถสร้างผลิตภัณฑ์และเรื่องราวได้” ลุงอ๊อด กล่าว
ผลผลิตที่มีความหลากหลาย ผลไม้ของทางสวนจึงมีความสดใหม่ เช่น มะละกอ กล้วย ผลไม้ตามฤดูกาล ขายที่ตลาดท้องถิ่น นอกจากจะมีการปลูกผลไม้ที่สดใหม่แล้ว ยังมีการนำผลผลิตที่ได้มาใช้ในการแปรรูป อาทิ น้ำมัลเบอร์รี ไวน์มัลเบอร์รี แยมมัลเบอร์รี เหล้าระกำ

“การที่ลุงนำผลไม้มาทำการแปรรูปแล้ว ยังสามารถนำผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมาต่อยอดเชิงท่องเที่ยว เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมสวน สามารถชิมและซื้อกลับไปได้ทันที ที่ผลผลิตมีคุณภาพสูงเพราะว่าสวนของลุงนั้นปลอดสาร จึงถูกยอมรับทั้งจากคนในชุมชนและนักท่องเที่ยวต่างถิ่น” ลุงอ๊อด กล่าว
การทำตลาดแบบออนไลน์-ออฟไลน์
ช่วยให้เข้าถึงลูกค้าได้หลากหลาย
ลุงอ๊อด เล่าให้ฟังว่า ใช้กลยุทธ์ผสมผสานระหว่างตลาดชุมชนกับตลาดออนไลน์ ซึ่งในชุมชนจะเป็นการขายในรูปแบบออฟไลน์ มีการจัดอีเวนต์พููดเล่าบรรยายให้ความรู้ต่างๆ มีการขายสินค้าเพื่อเพิ่มฐานลูกค้าประจำ และยังมีการออกบูธนอกสถานที่ ส่วนในเรื่องของการใช้โซเชียลมีเดียคือการขายในรูปแบบออนไลน์ เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสวน โปรโมตสินค้า เพื่อให้คนรุ่นใหม่หรือคนที่มีความสนใจเข้าถึงสินค้าได้ง่าย

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม เพื่อให้เหมาะกับการเป็นของฝาก ซึ่งข้อดีของการนำผลไม้ต่างๆ มาแปรรูปก็คือ ราคาผลผลิตเมื่อผ่านการแปรรูปจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นหลายเท่า เช่น มัลเบอร์รีที่ขายสดอาจกิโลละไม่กี่สิบบาท แต่เมื่อทำเป็นไวน์ 1 ขวด กลับมีราคาหลายร้อยบาท เเล้วแต่ขนาดขวดที่บรรจุ ไซซ์ใหญ่จะมีราคา 495 บาท ไซซ์กลาง 275 บาท
“ผลไม้ถ้านำไปขายเป็นลูก ราคาจะได้น้อย แต่ถ้าเรานำไปแปรรูปเพิ่มมูลค่าให้กับสิ่งนั้น ราคามันก็จะสูงขึ้น ยิ่งเดี๋ยวนี้ตลาดออนไลน์ทำให้ขายได้ง่ายครับ เพราะลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าได้เป็นวงกว้าง” ลุงอ๊อด กล่าว

เกษตรทำแล้วมีความสุข
เป็นอาชีพที่ได้อยู่กับครอบครัว
สิ่งที่ได้ไม่ใช่แค่เพียงรายได้ แต่คือคุณภาพชีวิต เพราะสิ่งที่ลุงอ๊อดทำอยู่ทำให้ครอบครัวมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจมากขึ้น ทำให้ชุมชนมีแหล่งการเรียนรู้ เกษตรกรรายอื่นสามารถเข้ามาศึกษาแนวทางการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ได้ สถานที่ที่เป็นมากกว่าสวน ที่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ทำให้เศรษฐกิจท้องถิ่นขับเคลื่อนไปด้วย สวนบุญธรรมยังสะท้อนว่า เกษตรกรไม่จำเป็นต้องรอความช่วยเหลือจากภายนอกเสมอไป หากกล้าคิดใหม่ ทำใหม่ และใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ลุงอ๊อดยังฝากข้อคิดสั้นๆ ไว้ว่า
“แค่ลงมือทำ อย่ามัวลังเลกับสิ่งที่อยู่ข้างหน้า แค่ลองกล้า ลองเสี่ยง แล้วประสบการณ์จะสอนคุณเอง”

สำหรับผู้ที่สนใจเรื่องการแปรรูปผลไม้หรือเกษตรผสมผสาน สามารถติดต่อได้ที่ คุณลุงอ๊อด-เอนก วรนันท์ปัญญา ที่สวนบุญธรรม หมู่ที่ 2 ตำบลลานข่อย อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง หมายเลขโทรศัพท์ 062-962-6142
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก 10 กันยายน 2025
