Featured เกษตรอัจฉริยะ

รวมแอป ‘สแกนบอกโรคพืช’ ใช้งานได้จริง เลือกให้เหมาะกับพืชแต่ละชนิด

ในยุคที่ภาคการเกษตรต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งสภาพอากาศที่แปรปรวน ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และปัญหาโรคพืชที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีดิจิทัลจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะ แอปพลิเคชันสแกนใบพืชเพื่อวิเคราะห์โรคและการขาดธาตุอาหาร ซึ่งช่วยให้เกษตรกรสามารถรู้ปัญหาได้ทันที ลดการคาดเดา และแก้ไขได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น

ปัจจุบันมีแอปพลิเคชันด้านการเกษตรหลายตัวที่เปิดให้ใช้งานในประเทศไทย และได้รับการยอมรับจากเกษตรกรในภาคปฏิบัติจริง บทความนี้ได้รวบรวมแอปที่มีความน่าเชื่อถือ ใช้งานง่าย และเหมาะกับพืชแต่ละประเภท เพื่อเป็นแนวทางให้เกษตรกรเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม

Plantix

1. Plantix

เหมาะกับ : ข้าว พืชไร่ ผัก พืชสวน และไม้ผล
การใช้งาน : รองรับภาษาไทย

เป็นแอปที่ถูกพัฒนาโดยบริษัทสัญชาติเยอรมัน ที่แพร่หลายไปกว่า 155 ประเทศ ทำหน้าที่เสมือนเป็นห้องแล็บเคลื่อนที่ เพื่อใช้วินิจฉัยโรคที่เกิดกับพืช ความเสียหายจากศัตรูพืช การขาดสารอาหาร และแนะนำมาตรการดูแลรักษา ผู้ใช้งานเพียงถ่ายรูปความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับพืชที่ปลูกทุกซอกทุกมุม จากนั้นระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence – AI) ในแอปจะทำหน้าที่นำรูปภาพเหล่านั้นไปประมวลผลจากฐานข้อมูล เพื่อคาดการณ์ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร พร้อมแนะนำวิธีแก้ไข ดังนั้น หากมีการใช้แอปนี้มากๆ ฐานข้อมูลจะยิ่งกว้างและลึก จะทำให้การวิเคราะห์ได้ถูกต้องและแม่นยำสูงขึ้น นอกจากนี้ ยังมีชุมชนออนไลน์ที่คอยช่วยเหลือในการตอบคำถามให้กับผู้ใช้งานที่ประสบปัญหาอีกด้วย


แอปนี้สามารถใช้งานได้ฟรี โดยผู้พัฒนามีปณิธานว่า จะให้คงสถานะแบบนี้ไว้ ถือว่าเป็นคุณูประโยชน์ต่อเกษตรกรและผู้ใช้งานทั่วไป

2. Farm one

แอปพลิเคชัน FarmOne มุ่งเน้นส่งมอบคุณค่าให้เกษตรกร ผู้ใช้งานสามารถเพิ่มรายได้ผ่าน การทำเกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ การระบาดของโรคและแมลง พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกและคุณภาพผลผลิต นอกจากนี้ FarmOne ยังสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการใช้ปุ๋ยและสารเคมี และลดการปล่อยคาร์บอนจากภาคเกษตรอย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับประเทศ

แอปพลิเคชัน FarmOne ถูกพัฒนาเพื่อเป็นเครื่องมือวางแผนและติดตามการเพาะปลูกสำหรับเกษตรกรไทย โดยออกแบบจากความต้องการและปัญหาจริงในภาคการเกษตร ฟีเจอร์สำคัญของแอปประกอบด้วย

1. จัดการแปลงปลูกอย่างมีประสิทธิภาพ ​

▪️ สร้างแปลง – แสดงพิกัด และวัดขนาดที่ดินอย่างแม่นยำ​

▪️ แนะนำ – กิจกรรมตามช่วงเวลาที่เหมาะสม ตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว ​

▪️ เก็บประวัติการปลูก – เพื่อตรวจสอบต้นทุน และพัฒนาคุณภาพผลผลิต​

2. พยากรณ์อากาศแม่นยำ ละเอียดทุกแปลง ​

▪️ พยากรณ์อากาศรายชั่วโมง และดูล่วงหน้าได้ถึง 14 วัน​

▪️ ละเอียดลงลึกถึงตำแหน่งแปลงปลูก ​

▪️ ค้นหาและติดตามสภาพอากาศในพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างสะดวก​

3. ตรวจโรค/แมลง ด้วยเทคโนโลยี AI​

▪️ สะดวก ง่าย รู้ชนิดโรค/แมลงได้แค่กดถ่ายรูป​

▪️ บอกอาการ วิธีดูแลป้องกัน และแนะนำยาที่ควรใช้​

▪️ รองรับโรค/แมลงในข้าว และข้าวโพด แม่นยำสูงถึง 80%​

  • วิธีใช้ : เกษตรกรสามารถถ่ายรูปใบพืชหรือส่วนที่มีปัญหาผ่านแอปพลิเคชัน
  • เทคโนโลยี : ระบบ AI (Computer Vision) จะวิเคราะห์ภาพเพื่อระบุชนิดของโรคหรือแมลงศัตรูพืชได้แม่นยำ
  • การแนะนำ : ระบบจะให้คำแนะนำขั้นตอนการดูแลรักษาที่ถูกต้องและวิธีป้องกัน
  • เหมาะกับ : ข้าวโพด , ข้าว , ทุเรียน

ฟีเจอร์เหล่านี้ช่วยให้เกษตรกรสามารถวางแผนการปลูก วิเคราะห์ความเสี่ยง และบริหารจัดการแปลงเพาะปลูกได้แบบ เรียลไทม์ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการตัดสินใจในทุกขั้นตอนของการเกษตร

3. ไลน์บอทโรคข้าว

ไลน์บอทโรคข้าว เป็นบริการวินิจฉัยโรคข้าวจากภาพถ่ายผ่านโปรแกรมไลน์ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของนวัตกรรมเกษตรยุคใหม่ ซึ่งพัฒนาด้วยเทคโนโลยีการประมวลภาพ (Image Processing) ร่วมกับระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับเกษตรกร หรือผู้ใช้งานทั่วไป ให้สามารถจำแนกโรคข้าวได้สะดวก รวดเร็ว แม่นยำขึ้น

ดังนั้นผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม เพียงเข้ามาอยู่ในกลุ่มไลน์ที่มีไลน์บอทโรคข้าวอยู่หรือเพิ่มไลน์บอทโรคข้าวเป็นเพื่อน หลังจากนั้นเพียงส่งรูปถ่ายที่มีอาการของโรคข้าวผ่านโปรแกรมไลน์ ระบบจะทำการดึงรูปที่ส่งมาประมวลผลภาพ เพื่อวินิจฉัยโรคโดยเทคนิคเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) แล้วส่งผลตอบกลับ สามารถวินิจฉัยโรคข้าว 10 โรค ได้แก่ โรคไหม้ โรคไหม้คอรวง โรคขอบใบแห้ง โรคใบแถบแดง โรคเมล็ดด่าง โรคใบจุดสีน้ำตาล โรคใบขีดน้ำตาล โรคดอกกระถิน โรคกาบใบเน่า โรคใบวงสีน้ำตาล

กระบวนการทำงาน

เป็นบริการวินิจฉัยโรคข้าวผ่านไลน์บอท (LINE Bot) โดยหลังจากที่เกษตรกรผู้ใช้งานเข้ามาอยู่ในกลุ่มที่มีบอทโรคข้าวให้บริการอยู่แล้ว สามารถถ่ายรูปและอัปโหลดรูปเข้ามาในกลุ่ม ระบบจะ ส่งรูปภาพมาที่เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายเพื่อวิเคราะห์ โรคข้าว และระบบจะส่งคำวินิจฉัยตอบกลับมาผ่านไลน์บอท พร้อมคำแนะนำในการแก้ไข

เกษตรกรสามารถถ่ายรูปแล้วอัปโหลดรูปเข้าไปกลุ่มไลน์บอท ระบบจะส่งรูปภาพ มาที่เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย เพื่อทําการวิเคราะห์โรคข้าว และระบบจะส่งคําวินิจฉัยตอบกลับมา พร้อมคําแนะนําในการแก้ไข โดยโมเดลปัญญาประดิษฐ์ จะมีโรคข้าวที่สำคัญ 10 ชนิด ในการประมวลผลภาพและการวินิจฉัยโรค  ซึ่งปัจจุบันสามารถวินิจฉัยได้ 10 โรค ได้แก่โรคไหม้โรคขอบใบแห้ง โรคใบขีดสีน้ำตาล โรคใบขีดโปร่งแสง โรคใบจุดสีน้ำตาล โรคดอกกระถิน โรคไหม้คอรวง โรคเมล็ดด่าง โรคใบวงสีน้ำตาล และโรคใบหงิก

4. Agrio

แอปพลิเคชันที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ช่วยระบุและรักษาโรคและศัตรูพืช โดยใช้วิธีการถ่ายภาพพืชและวินิจฉัยทันที อีกทั้งยังให้ข้อเสนอแนะการรักษา ให้บริการโปรโตคอล การจัดการศัตรูพืชแบบบูรณาการโดยละเอียด (IPM) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพผลลัพธ์และลดต้นทุนการรักษา สามารถตรวจสอบโรคพืชใช้ดาวเทียมเพื่อระบุปัญหาและติดตามและความคืบหน้าการเติบโตง่ายขึ้น โดยกำหนดเขตข้อมูลแผนที่ของเรา ระบบจะแจ้งเตือนและใช้มาตรการป้องกันหากเกิดการระบาดของโรคพืช ศัตรูพืชในพื้นที่ หรือจะส่งการแจ้งเตือนเมื่อมีข้อมูลดาวเทียมใหม่และแจ้งเตือนเมื่อจำเป็นแอปพลิเคชันมีการรองรับภาษาไทย แต่ยังไม่สามารถใช้ได้ทุกเมนู และหากต้องการข้อมูลเชิงลึก มีค่าใช้จ่ายเป็นรายเดือนเพิ่มเติม เช่น แจ้งเตือนการระบาดของโรคพืช ศัตรูพืชในพื้นที่ การติดตามความคืบหน้าของการเจริญเติบโตของพืช การบริการจัดเก็บข้อมูลและประวัติการจัดการไร่ของเรา สามารถดูบันทึกของ

ดาวน์โหลดได้ฟรี พิมพ์คำค้นหาด้วยคำว่า “Agrio” ที่ Google Play Store สำหรับระบบแอนดรอยด์ และ Apple App store สำหรับ iOS

แอปพลิเคชันสแกนบอกโรคพืช ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือด้านเทคโนโลยี แต่เป็น “ผู้ช่วย” ที่ช่วยให้เกษตรกรตัดสินใจได้จากข้อมูลจริง ลดความเสี่ยงจากการใช้สารเคมีเกินจำเป็น ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม การใช้แอปควรควบคู่กับความรู้พื้นฐานด้านการเกษตร การสังเกตแปลงปลูก และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้การจัดการโรคพืชเกิดประโยชน์สูงสุด และสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของแต่ละพื้นที่

ขอบคุณข้อมูลจาก : ku.ac.th

Related Posts