กรมส่งเสริมการเกษตรร่วมมือกับคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก “ถั่วลิสงพันธุ์เกษตรศาสตร์ สวก. 1” เชิงการค้า เนื่องจากเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย ให้ผลผลิตสูงต่อไร่ สามารถยกระดับอาชีพและรายได้ของเกษตรกรให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตอบโจทย์นโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

จุดเริ่มต้น ผลงานวิจัย “จากหิ้งสู่ห้าง”
สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) สนับสนุนงบวิจัยให้ อาจารย์เจตษฎา อุตรพันธ์ ภาควิชาพืชไร่นา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้พัฒนาสายพันธุ์ “ถั่วลิสงพันธุ์เกษตรศาสตร์ สวก.1” โดยใช้แม่พันธุ์ขอนแก่น 5 และพ่อพันธุ์ IC 10 ผลวิจัยพบว่า “ถั่วลิสงพันธุ์เกษตรศาสตร์ สวก.1” ให้ผลผลิตสูง ปรับตัวได้ดีในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้ง ให้ผลผลิตต่อไร่ราวๆ 300-500 กิโลกรัมต่อไร่
จุดเด่นของ “ถั่วลิสงพันธุ์เกษตรศาสตร์ สวก. 1”
“ถั่วลิสงเกษตรศาสตร์ สวก. 1” เป็นพืชทางเลือกหนึ่งที่มีอนาคตทางการตลาด เพราะมีลักษณะประจำพันธุ์ที่ดีคือ ทรงต้นแบบพุ่มตั้ง ไม่ยืดเลื้อย เปลือกฝักมีลาย เมล็ดใหญ่ เก็บเกี่ยวง่าย ให้ผลผลิตสูง และต้านทานต่อโรคยอดไหม้ได้ดีกว่าพันธุ์เดิมที่เกษตรกรใช้ปลูกอยู่ในปัจจุบัน

ถั่วลิสงเกษตรศาสตร์ สวก. 1 เป็นพืชทางเลือกที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์สนับสนุนให้เกษตรกรปลูกทดแทนการทำนาปรัง เมื่อปลูกในพื้นที่ที่เหมาะสม โดยปลูกในช่วงฤดูแล้งเขตนาน้ำฝนที่มีสภาพดินร่วนหรือร่วนปนทราย ซึ่งเหมาะแก่การเจริญเติบโตและการเก็บเกี่ยวผลผลิต ถั่วพันธุ์นี้สามารถสร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกร ไม่ต่ำกว่าไร่ละ 9,000 บาทต่อฤดูกาลผลิต
ปัจจุบัน ถั่วลิสงเกษตรศาสตร์ สวก. 1 สามารถเพิ่มผลผลิตและคุณภาพได้จริง จึงได้รับความนิยมปลูกอย่างแพร่หลายในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือกว่า 12 จังหวัด ได้แก่ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ ร้อยเอ็ด ยโสธร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม อุดรธานี ขอนแก่น ศรีสะเกษ และบุรีรัมย์ ฯลฯ เมื่อปลูกในฤดูฝนสามารถให้ผลผลิตไม่ต่ำกว่า 300 กิโลกรัมต่อไร่ และปลูกในฤดูแล้งจะได้ผลผลิตประมาณ 350 กิโลกรัมต่อไร่


