ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของภาคเกษตรไทย ในยุคที่ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายชุมชนเริ่มหันกลับมาทบทวนวิธีคิดและแนวทางการดำรงชีวิตของตนเอง เพื่อสร้างความมั่นคงทั้งด้านเศรษฐกิจและอาหารให้กับครัวเรือน หนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนพลังของการรวมตัวของคนในพื้นที่ได้อย่างชัดเจน คือชุมชนบ้านนาเรียง ตำบลสามัคคี อำเภอร่องคำ จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ลุกขึ้นมาปรับเปลี่ยนพื้นที่สาธารณะของหมู่บ้านให้กลายเป็นแปลงผักปลอดสารของชุมชน ภายใต้แนวคิด “ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญ” ซึ่งไม่เพียงช่วยลดรายจ่ายในครัวเรือน แต่ยังสร้างรายได้เสริม และก่อให้เกิดความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว

การขับเคลื่อนแนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นจากความร่วมมือของคนในชุมชน โดยมี คุณบุษบา ยุบลชู ประธานกลุ่มปลูกผักปลอดสาร เป็นหนึ่งในแกนนำสำคัญที่ชวนสมาชิกในหมู่บ้านมาร่วมกันพัฒนาพื้นที่สาธารณะให้เกิดประโยชน์สูงสุด แนวคิดหลักของโครงการคือการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนอย่างรู้คุณค่า เปิดโอกาสให้ครัวเรือนที่ไม่มีพื้นที่ทำกิน รวมถึงผู้ที่สนใจการปลูกผักปลอดภัย ได้เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมการผลิตอาหารของหมู่บ้าน ปัจจุบันมีสมาชิกเข้าร่วมประมาณ 20 ครัวเรือน จากทั้งหมด 105 ครัวเรือนในหมู่บ้าน
คุณบุษบา เล่าว่า จุดเริ่มต้นของโครงการมาจากปัญหาที่เกษตรกรจำนวนมากกำลังเผชิญ นั่นคือราคาปุ๋ยเคมี สารกำจัดศัตรูพืช และปัจจัยการผลิตต่างๆ ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนการทำเกษตรเพิ่มขึ้นจนกระทบต่อรายได้ของครัวเรือน ชุมชนบ้านนาเรียงจึงเลือกใช้แนวทางการจัดการตนเอง ด้วยการรวมกลุ่มกันปลูกผักปลอดสารบนพื้นที่สาธารณะ โดยเน้นการผลิตอาหารที่ปลอดภัยสำหรับคนในชุมชนเป็นหลัก ก่อนจะต่อยอดสู่การสร้างรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตส่วนเกิน

การดำเนินงานของกลุ่มเกิดขึ้นภายใต้กระบวนการประชาคมของชุมชน มีการกำหนดกติกาและระบบบริหารจัดการอย่างชัดเจน สมาชิกทุกคนต้องปฏิบัติตามแนวทางการผลิตแบบปลอดสารเคมี มีการติดตั้งมิเตอร์น้ำในแต่ละแปลงเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการใช้น้ำ รวมทั้งมีคณะกรรมการดูแลการดำเนินงานของกลุ่มอย่างเป็นระบบ
“พอเราร่วมมือกันก็ได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้จากหลายหน่วยงาน ทั้ง สสส. สถาบันปิดทองหลังพระฯ หน่วยงานท้องถิ่น สถานีพัฒนาที่ดิน เกษตรอำเภอ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ซึ่งเข้ามาช่วยเสริมความรู้ด้านการจัดการน้ำ การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ผ่านระบบโซลาร์เซลล์ ตลอดจนการดูแลสุขภาพของคนในชุมชน”

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการรวมพลังของชุมชนบ้านนาเรียงนั้นสะท้อนให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม ครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารได้ประมาณร้อยละ 20–30 เนื่องจากมีผักปลอดสารไว้บริโภคในครัวเรือนอย่างเพียงพอ ขณะเดียวกันผลผลิตส่วนเกินยังสามารถนำไปจำหน่ายในตลาดชุมชน สร้างรายได้หมุนเวียนภายในหมู่บ้าน เกิดเศรษฐกิจขนาดเล็กที่เติบโตจากฐานของชุมชนเอง
อีกหนึ่งกลุ่มที่ได้รับประโยชน์อย่างเห็นได้ชัดคือผู้สูงอายุในหมู่บ้าน คุณบุษบา เล่าว่า จากเดิมมีรายได้หลักจากเบี้ยยังชีพเพียงเดือนละ 600–800 บาท เมื่อเข้ามาร่วมปลูกผักในโครงการสามารถนำผลผลิตไปจำหน่ายได้เฉลี่ยวันละ 70–100 บาท หรือประมาณเดือนละ 2,100–3,000 บาท รายได้ที่เพิ่มขึ้นนี้สูงกว่าเบี้ยยังชีพถึงประมาณ 3.5–5 เท่า ช่วยให้ผู้สูงอายุมีรายได้เสริมและมีบทบาทสำคัญในกิจกรรมของชุมชนมากขึ้น พร้อมทั้งสร้างความภาคภูมิใจในศักยภาพของตนเอง

นอกจากมิติทางเศรษฐกิจแล้ว โครงการยังให้ความสำคัญกับสุขภาพของคนในชุมชนผ่านกิจกรรม “สวนผักเพื่อสุขภาพ” ซึ่งมีการติดตามข้อมูลด้านสุขภาพของผู้สูงอายุ เช่น การวัดความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือด เพื่อนำมาเปรียบเทียบก่อนและหลังเข้าร่วมกิจกรรม การส่งเสริมให้บริโภคผักปลอดสารอย่างสม่ำเสมอจึงไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงจากสารเคมีตกค้างในอาหาร แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพในระยะยาว
ปัจจุบันแปลงผักปลอดสารของบ้านนาเรียงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ผลิตอาหารของคนในหมู่ที่ 12 เท่านั้น แต่ยังกลายเป็นแหล่งอาหารสำคัญของชุมชนใกล้เคียงที่สามารถเข้ามาซื้อผักสดปลอดภัยได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นพื้นที่เรียนรู้ให้กับผู้ที่สนใจแนวทางการพัฒนาชุมชนด้วยพลังของคนในพื้นที่

เรื่องราวของบ้านนาเรียงจึงสะท้อนให้เห็นว่า การพัฒนาที่แท้จริงอาจไม่ได้เริ่มจากโครงการขนาดใหญ่เสมอไป แต่เริ่มจากการรวมตัวของคนในชุมชนที่มองเห็นคุณค่าของทรัพยากรที่มีอยู่ และพร้อมจะลงมือทำด้วยตนเอง แนวคิด “ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญ” จึงไม่ใช่เพียงคำขวัญของโครงการ หากแต่เป็นแนวทางชีวิตที่ชี้ให้เห็นว่า เมื่อชุมชนสามารถผลิตอาหารได้เอง ลดการพึ่งพาปัจจัยภายนอก และสร้างรายได้จากสิ่งที่ตนเองทำได้ดีที่สุด เพราะหัวใจสำคัญของการพัฒนานั้นคือ “การพึ่งพาตนเอง” และ “การร่วมมือกันของคนในชุมชน” ซึ่งเป็นรากฐานของความเข้มแข็งที่แท้จริงของสังคมไทย
สำหรับท่านใดที่สนใจในเรื่องของการปลูกผัก และต้องการเข้าเยี่ยมชมหรือซื้อสินค้า สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ คุณบุษบา ยุบลชู ประธานกลุ่มปลูกผักปลอดสาร หมายเลขโทรศัพท์ 065-021-8798
