ท่ามกลางทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง “มันฝรั่งพันธุ์โรงงาน” กำลังกลายเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่เชื่อมโยงภาคการผลิตกับภาคอุตสาหกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือที่มีศักยภาพด้านภูมิอากาศและทรัพยากรการผลิต การขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนจึงมีบทบาทสำคัญในการยกระดับทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อสร้างความมั่นคงทางวัตถุดิบ ลดการนำเข้า และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

การจัดงานถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) ณ อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา จึงสะท้อนภาพของการบูรณาการอย่างเป็นระบบระหว่างกรมส่งเสริมการเกษตรและภาคเอกชน ในการผลักดันการผลิตมันฝรั่งพันธุ์โรงงานอย่างยั่งยืน ผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยีสมัยใหม่ และระบบตลาดที่ชัดเจน มุ่งสู่เป้าหมายสำคัญในการยกระดับรายได้เกษตรกร สร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพ และวางรากฐานเกษตรไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาวเพื่อส่งเสริมการผลิตมันฝรั่งพันธุ์โรงงานอย่างยั่งยืน และขยายพื้นที่เพาะปลูกในอำเภอเชียงคำ สอดรับ กับความต้องการของอุตสาหกรรมมันฝรั่งแปรรูปที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ลดการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ และส่งเสริมการสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกรในพื้นที่

นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า การจัดงานในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือภายใต้ บันทึกความเข้าใจโครงการส่งเสริมเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การผลิตมันฝรั่งอย่างยั่งยืน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ระหว่างหน่วยงานในสังกัดกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ จำนวน 8 หน่วยงาน ร่วมกับบริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด

ทั้งนี้ในส่วนของกรมส่งเสริมการเกษตรได้ขับเคลื่อนแผนและกำหนดเป้าหมายในการส่งเสริม การผลิตมันฝรั่งพันธุ์โรงงาน มีแผนเพิ่มพื้นที่ปลูกในช่วงระยะเวลา 3 ปี ระหว่างปี 2569–2571 ให้มีพื้นที่ รวมทั้งสิ้น 14,319 ไร่ แบ่งเป็นการเพิ่มพื้นที่ของเกษตรกรรายเดิมที่อยู่ภายใต้ระบบเกษตรพันธสัญญา จำนวน 11,324 ไร่ และการเพิ่มพื้นที่ของเกษตรกรรายใหม่ที่ปรับเปลี่ยนจากการปลูกพืชชนิดอื่นมาปลูกมันฝรั่ง จำนวน 2,995 ไร่

โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ “ผลิตให้มีคุณภาพ ผลิตให้ตรงตลาด และผลิตให้ยั่งยืน” เพื่อยกระดับการผลิตมันฝรั่งของเกษตรกรไทยให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับความต้องการ ของภาคอุตสาหกรรม และสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศได้ในระยะยาว ผ่านการยกระดับมาตรฐานการผลิตทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ

นอกจากนี้ยังกำหนดแนวทาง ขับเคลื่อน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1. พัฒนาองค์ความรู้และมาตรฐานการผลิต 2. เสริมความมั่นคงด้านตลาด ด้วยระบบ Contract Farming 3. ยกระดับคุณภาพผลผลิตให้ได้ตามมาตรฐานอุตสาหกรรม 4. ส่งเสริมการ ผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายในงานมีการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีการผลิตอย่างครบวงจร ตั้งแต่การเลือกใช้หัวพันธุ์ที่เหมาะสมกับการเพาะปลูกในประเทศไทย การเตรียมดินและบริหารจัดการธาตุอาหาร การจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน ตลอดจนการจัดการ หลังการเก็บเกี่ยว เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพตรงตามมาตรฐานอุตสาหกรรมแปรรูป พร้อมทั้งให้ข้อมูลแนว ทางการเชื่อมโยงตลาดผ่านระบบเกษตรพันธสัญญา (Contract Farming) ที่ช่วยสร้างความมั่นคงด้านราคา และรายได้แก่เกษตรกร

นายเด่นพงศ์ อาชามงคล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า เป๊ปซี่โค ในฐานะผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน รวมถึงการสร้างห่วงโซ่อุปทานมันฝรั่งที่มีคุณภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ เนื่องจากมันฝรั่งถือเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวที่จำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ บริษัทฯ จึงมีความยินดีที่ได้ร่วมสนับสนุนการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านคุณภาพวัตถุดิบและข้อกำหนดของโรงงานแปรรูป พร้อมส่งเสริมระบบรับซื้อผลผลิตตามสัญญา (Contract Farming) ที่เป็นธรรม โปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มั่นคงตั้งแต่แปลงปลูกจนถึงโรงงาน

ทั้งนี้ การขยายพื้นที่ปลูกมันฝรั่งพันธุ์โรงงานในอำเภอเชียงคำ จะช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกรในพื้นที่ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดพะเยาในระยะยาว พร้อมผลักดันเกษตรกรสู่การเป็น Smart Farmer เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถผลิตผลผลิตคุณภาพสูง มีตลาดรองรับ และมีรายได้ที่มั่นคงอย่างยั่งยืน ในฐานะภาคเอกชนคู่ความร่วมมือ ได้ร่วมสนับสนุนการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านคุณภาพวัตถุดิบและข้อกำหนด ของโรงงานแปรรูป พร้อมส่งเสริมระบบรับซื้อผลผลิตตามสัญญาที่เป็นธรรม โปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มั่นคงตั้งแต่แปลงปลูกถึงโรงงาน

ทั้งนี้ การขยายพื้นที่ปลูกมันฝรั่งพันธุ์โรงงานในอำเภอเชียงคำ จะช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ เกษตรกรในพื้นที่ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและเสริมความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากของจังหวัด พะเยาในระยะยาว ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในครั้งนี้ จะเป็นต้นแบบของการพัฒนาเกษตรกรรมไทย ที่เชื่อมโยงตลาดอย่างเป็นระบบโปร่งใส และเป็นธรรม พร้อมผลักดันเกษตรกรก้าวสู่การเป็น Smart Farmer ที่ผลิตอย่างมีคุณภาพ มีตลาดรองรับและมีรายได้มั่งคงอย่างยั่งยืน.
