จาก 3 อำเภอ สู่ยอดขาย 2,500 ล้าน!
ครั้งหนึ่ง “ข้าวตราไก่แจ้” ขายอยู่เพียง 3 อำเภอในจังหวัดชลบุรี แต่วันนี้เติบโตสู่แบรนด์ข้าวที่วางจำหน่ายทั่วประเทศ และส่งออกไปกว่า 40 ประเทศทั่วโลก
อะไรคือแนวคิดที่ทำให้ธุรกิจขายข้าวท้องถิ่น เติบโตสู่ยอดขายกว่า 2,500 ล้านบาท?
ฟังเรื่องราวการปรับตัว การเปลี่ยนผ่านจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก และวิสัยทัศน์ที่อยากให้ “ข้าวไทย” เป็นที่จดจำของคนทั่วโลก
#ข้าวตราไก่แจ้ #ธุรกิจครอบครัว #ทายาทธุรกิจ #ข้าวไทย #ทางรอดข้าวไทย #เทคโนโลยีชาวบ้าน #technologychaoban
MOST POPULAR
คุณสุระ จันทร์ศิริ เป็นเกษตรกรที่ทำการผลิตไม้ดอกไม้ประดับมาเป็นเวลานาน โดยก่อนหน้านั้นเขาได้ผลิตไม้ประดับชนิดอื่นๆ ก่อน ต่อมาเมื่อเห็นว่าตลาดมีความต้องการต้นแก้วพวงดวงใจและต้นแก้วลิลลี่ เขาจึงได้มาปรับเปลี่ยนทำไม้ที่มีดอกหอม 2 ชนิดนี้ สร้างเป็นรายได้ที่ดีไม่น้อยทีเดียว โดยการผลิตมีทั้งการผลิตให้เป็นไม้ประดับในกระถางและไม้ขุดล้อมที่มีต้นใหญ่ๆ ให้กับลูกค้าได้ต่อเนื่องได้ตลอดทั้งปี เปลี่ยนจากสวนไม้ผล เข้าสู่วงการไม้ประดับ คุณสุระ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนนั้นเริ่มทำอาชีพทางการเกษตรด้านไม้ผลและการปลูกไผ่ ต่อมาไผ่ที่ทำการปลูกเกิดออกดอกและตายยกสวน ทำให้ได้ปรับเปลี่ยนมาปลูกมะนาวและทุเรียน ซึ่งช่วงที่ปลูกทุเรียนสมัยนั้นยังไม่มีลูกค้าเข้ามาซื้อมากนักเหมือนปัจจุบัน จึงได้ปรับเปลี่ยนมาปลูกไม้ดอกไม้ประดับ เพื่อให้ตรงตามที่ตลาดต้องการ เพราะมีลูกค้าเข้ามารับซื้อถึงสวน จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ยึดอาชีพนี้มาจนถึงปัจจุบัน “พอมีกลุ่มหมู่บ้านไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติ บ้านดงบังเกิดขึ้น กลุ่มนี้ก็เป็นกลุ่มที่ใหญ่ขึ้น ก็มีการทำไม้ดอกไม้ประดับหลากหลายชนิด ช่วงแรกผมทำต้นโมกจำหน่ายก่อน หลังๆ มา ตลาดเริ่มมีการป
ทุกวันนี้ การทำเกษตรไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องผลผลิต แต่ยังต้องรับมือกับต้นทุนที่สูงขึ้น สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และตลาดที่หมุนเร็วกว่าเดิม คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ “มีเทคโนโลยีใหม่อะไรบ้าง” แต่คือ “เทคโนโลยีแบบไหนที่ช่วยให้เกษตรกรใช้ได้จริง” เพราะเทคโนโลยีที่ดี อาจไม่จำเป็นต้องซับซ้อนที่สุด แต่ต้องเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และทำให้ชุมชนสามารถเติบโตได้ด้วยตัวเอง นี่คือแนวคิดที่ถ่ายทอดผ่าน Together for Thais The Series ซีรีส์ที่พาไปสำรวจเรื่องราวการพัฒนาชุมชนไทย ผ่านการผสาน “เทคโนโลยี + นวัตกรรม + องค์ความรู้” เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ตลอดทั้ง 8 ตอน จะได้เห็นตัวอย่างนวัตกรรมที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า ถูกนำมาใช้แก้ปัญหาในชุมชนแล้ว ไม่ว่าจะเป็น สิ่งที่น่าสนใจคือ นวัตกรรมเหล่านี้ไม่ได้ถูกนำเข้าไปเพียงเพื่อทดลองใช้ แต่เกิดจากการทำความเข้าใจปัญหาของแต่ละพื้นที่ แล้วเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตของคนในชุมชน เพราะการพัฒนาที่ยั่งยืน ไม่ได้เริ่มจากเครื่องมือที่ทันสมัยที่สุด แต่เริ่มจากการเข้าใจผู้คน อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจในซีรีส์ คือการ
กล้วยน้ำว้าปากช่อง 50 ได้เปิดตัวเป็นครั้งแรกในปี 2551 ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานเด่นของอาจารย์กัลยาณี สุวิทวัส และคณะ สถานีวิจัยปากช่อง อันเป็นสถานีที่วิจัยงานทางด้านไม้ผลเขตร้อนของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล้วยน้ำว้าปากช่อง 50 เกิดจากการคัดเลือกสายพันธุ์กล้วยน้ำว้าไส้เหลืองที่เก็บรวบรวมพันธุ์ไว้ที่สถานีวิจัยปากช่อง กว่า 10 สายพันธุ์ โดยพบว่าสายพันธุ์ที่คัดเลือกได้นี้มีคุณสมบัติที่เหมาะในการปลูกเพื่อการค้าลักษณะเด่น คือ – เครือใหญ่ น้ำหนักเครือมากกว่า 30 กิโลกรัม (ไม่รวมก้านเครือ) – จำนวนหวีมากกว่า 10 หวี – จำนวนผลต่อหวีประมาณ 18 ผล – ผลกล้วยใหญ่อ้วนดี น้ำหนักผลโดยเฉลี่ยประมาณ 140 กรัม ต่อผล – ไส้กลางไม่แข็ง ออกสีเหลือง เนื้อแน่น – เมื่อสุกมีความหวานประมาณ 26 องศาบริกซ์ ทั้งนี้ สิ่งที่เป็นเป้าหมายสำคัญของการวิจัยพัฒนาสายพันธุ์เพื่อให้เกษตรกรในประเทศไทยได้ปลูกกล้วยน้ำว้า ที่ปลูกแล้วให้เครือใหญ่ คุ้มกับการลงทุน และภาคอุตสาหกรรมของกล้วยน้ำว้าจะได้มีการเติบโต หนุนใช้เทคโนโลยีใหม่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการปลูก จากการทุ่มเทและคลุกคลีกับการปลูกกล้วยน้ำว้ามาอย่างยาวนานกว่า 10 ปี จึงทำให้อาจารย์กัลยาณีค
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านการวิจัยและพัฒนา “การยกระดับพืชสมุนไพรและของเหลือใช้ทางการเกษตร ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสุขภาพและสุขภาวะวัยที่ดีอย่างยั่งยืน” โดยมีเป้าหมายผลักดันการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ทรัพยากรชีวภาพของไทย พัฒนาสารสำคัญ (Bioactive Ingredients) ต่อยอดสู่อาหารเสริม เวชสำอาง และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ พร้อมส่งเสริมเศรษฐกิจชีวภาพและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามแนวคิด Zero Waste ตลอดระยะเวลาความร่วมมือ 5 ปี นายประเสริฐ สุรัตนเมธากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของไลอ้อนในการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์สุขภาพของผู้บริโภคในอนาคต โดยประเทศไทยมีศักยภาพด้านความหลากหลายทางชีวภาพและวัตถุดิบทางการเกษตรที่สามารถต่อยอดเป็นสารสำคัญมูลค่าสูงได้ หากสามารถเชื่อมโยงงานวิจัยตั้งแต่ต้นน้ำสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างครบวงจร ถือเป็นการต่อยอดความร่วมมือระหว่างไลอ้อนและ วว. ที่ดำเนินมาอย่า
