News

กปร. ชู “ตัวชี้วัดวิชาการ” ตอกย้ำผลสำเร็จโครงการพระราชดำริ พลิกดินเสื่อมโทรมสู่ป่าสมบูรณ์ ยกระดับชีวิตชุมชนยั่งยืน

สำนักงาน กปร. เดินหน้ายกระดับการประเมินผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ชู “ตัวชี้วัดเชิงวิชาการ” สะท้อนความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ยกพื้นที่ “ห้วยทราย” จังหวัดเพชรบุรี เป็นโมเดลความสำเร็จ พลิกฟื้นผืนป่าที่เคยเสื่อมโทรมจนเกือบเป็นทะเลทราย ให้กลับมาอุดมสมบูรณ์และสร้างรายได้ให้ชุมชนได้อย่างยั่งยืน

สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “โครงการจัดทำตัวชี้วัดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี เพื่อยกระดับระบบการติดตามและประเมินผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้เป็นไปตามหลักวิชาการ สะท้อนผลสัมฤทธิ์การพัฒนาได้อย่างชัดเจน และเป็นต้นแบบการพัฒนาพื้นที่ทั่วประเทศ

การสัมมนาครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นประธานเปิดงาน โดยมี นางศศิพร ปาณิกบุตร รองเลขาธิการสำนักงาน กปร. พร้อมผู้เชี่ยวชาญ คณะอนุกรรมการ คณะทำงาน และผู้แทนจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้ง 6 แห่ง รวมถึงศูนย์สาขาอีก 3 แห่ง เข้าร่วมกว่า 100 คน

นางศศิพร เปิดเผยว่า การสัมมนาครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญคือ การทำให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ ทุกแห่งทั่วประเทศ จัดเก็บข้อมูลตัวชี้วัดภายใต้มาตรฐานเดียวกัน ซึ่งจะครอบคลุมตัวชี้วัดสำคัญ ประกอบด้วยตัวชี้วัดด้านทรัพยากรธรรมชาติ ได้แก่ คุณภาพดิน ปริมาณและคุณภาพน้ำ การฟื้นตัวของระบบนิเวศป่าไม้ และความหลากหลายทางชีวภาพ และตัวชี้วัดด้านคุณภาพชีวิต ได้แก่ ผลผลิตทางการเกษตร และรายได้ของเกษตรกรในพื้นที่ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาวิเคราะห์ความสำเร็จในระยะยาว เพื่อใช้ต่อยอดงานวิจัยและเป็นแนวทางการพัฒนาพื้นที่อื่นๆ ต่อไป


หนึ่งในผลลัพธ์เชิงประจักษ์ที่สะท้อนความสำเร็จได้อย่างชัดเจนคือ การฟื้นฟูผืนป่าในพื้นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ ที่ในอดีตเคยเสื่อมโทรม จนเสี่ยงต่อการกลายเป็นทะเลทราย แต่ด้วยการน้อมนำแนวพระราชดำริมาประยุกต์ใช้ เช่น การปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก และการพัฒนาระบบป่าเปียก (ภูเขาป่า) ทำให้ปัจจุบันพื้นที่กลับมาเป็นพื้นที่สีเขียว อุดมสมบูรณ์ด้วยความหลากหลายของพันธุ์พืชและสัตว์ป่า

นางสาวสุนิษา พยัคฆรักษ์ นักวิชาการป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เผยว่า การติดตามข้อมูลผ่าน “แปลงศึกษาถาวร” ทำให้สามารถวัดผลได้จากจำนวนชนิดพันธุ์ไม้ที่เพิ่มขึ้น สัตว์ป่าที่กลับคืนถิ่น รวมทั้งความสามารถในการกักเก็บคาร์บอนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งล้วนเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สะท้อนประสิทธิภาพของแนวพระราชดำริในการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ

“คนอยู่ได้ ป่าอยู่รอด” เมื่อป่าได้รับการฟื้นฟู ระบบนิเวศโดยรวมก็ดีขึ้นตามไปด้วย ดินมีความชุ่มชื้น กักเก็บอินทรียวัตถุได้มากขึ้น และช่วยเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำ ที่สำคัญ ชุมชนโดยรอบยังสามารถพึ่งพิงป่าได้อย่างยั่งยืน ทั้งการเก็บของป่า เห็ด และไม้ไผ่ สร้างรายได้ควบคู่ไปกับการดูแลรักษาธรรมชาติได้อย่างเกื้อกูลกัน

สำนักงาน กปร. ได้เริ่มจัดทำระบบตัวชี้วัดนี้มาตั้งแต่ปี 2546 การสัมมนาครั้งนี้จึงนับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานข้อมูลวิชาการ เพื่อใช้เป็นเครื่องยืนยันแก่สาธารณชนว่า “การพัฒนาตามแนวพระราชดำริ สามารถสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ธรรมชาติ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างแท้จริง”

Related Posts