เกษตรรอบด้าน
วิธีลดความเสี่ยงด้วยการปรับเปลี่ยนจากไม้ผลเชิงเดี่ยวมาเป็นแบบผสมผสาน ถือเป็นแนวทางประกอบอาชีพของเกษตรกรยุคใหม่ที่นับวันจะประสบความสำเร็จกันมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างเช่น “ไร่คุณชาย” ที่ไทรโยค เมืองกาญจน์ ที่ประสบความสำเร็จจากการปลูกไม้ผลหลายชนิดแบบผสมผสานด้วยวิธีทางธรรมชาติ ควบคู่กับหลักวิชาการ ผนวกกับภูมิปัญญาดั้งเดิม จึงช่วยลดโรค/แมลง ลดต้นทุน สร้างคุณภาพผลไม้เกรดพรีเมียมเน้นส่งขายตลาดนอก พร้อมเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวดึงชาวต่างชาติเข้ามาอุดหนุนสินค้ากันอย่างคึกคัก คุณสมชาย แซ่ตัน เจ้าของ “ไร่คุณชาย” ที่ตั้งอยู่เลขที่ 296 หมู่ที่ 4 ตำบลท่าเสา อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เล่าว่า เดิมครอบครัวยึดอาชีพทำสวนอยู่แล้ว ส่วนตัวเขากลับออกไปตระเวนหางานตามรีสอร์ตและโรงแรมในละแวกบ้าน เมื่อมีเวลาว่างจะมาช่วยดูแลสวนมะม่วงของคุณพ่อ กระทั่งเกิดความคิดทดลองทำมะม่วงนอกฤดูด้วยการศึกษาหาความรู้จากแผ่นพับที่ได้รับแจก จนประสบความสำเร็จได้ผลดีมาก แล้วยังต่อยอดด้วยการผลิตมะม่วงนอกฤดูส่งขายให้กับญี่ปุ่นสร้างรายได้อย่างงดงาม แต่ภายหลังต้องหยุดชะงัก เพราะจากผลของมาตรการเข้มงวดเรื่องคุณภาพผลไม้ส่งออก คุณสมชาย แซ่ตัน เจ
หลายคนอาจมองว่าการสร้างสถิติโลกเพียงครั้งเดียวเป็นเรื่องของโชค แต่สำหรับ เจเรไมอาห์ แฮร์ริส (Jeremiah Harris) ชาวอเมริกัน ผู้หลงใหลพืชกินแมลงมาตั้งแต่วัยเด็ก กลับพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าความสำเร็จเกิดจากความพยายามอย่างแท้จริง หลังสามารถทำลายสถิติโลก ปลูกกาบหอยแครงกินแมลงที่มีกับดักใหญ่ที่สุดในโลกได้ถึง 3 ครั้ง และล่าสุดสร้างสถิติใหม่ด้วยขนาดกับดักกว้างถึง 6.6 เซนติเมตร ซึ่งได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา กาบหอยแครงกินแมลง หรือ Venus Flytrap (Dionaea muscipula) เป็นพืชกินแมลงที่มีชื่อเสียงที่สุดชนิดหนึ่งของโลก ด้วยลักษณะเด่นของใบที่เปลี่ยนรูปเป็นกับดักคล้ายปากมีซี่ฟัน เมื่อแมลงสัมผัสขนรับความรู้สึกด้านใน กับดักจะปิดลงภายในเวลาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนค่อยๆ ย่อยเหยื่อเพื่อรับธาตุอาหาร ทำให้พืชชนิดนี้กลายเป็นขวัญใจของนักปลูกไม้แปลกและผู้ที่สนใจธรรมชาติทั่วโลก โดยทั่วไปกับดักของกาบหอยแครงจะมีขนาดประมาณ 2-3 เซนติเมตรเท่านั้น แต่ต้นที่แฮร์ริสปลูกสามารถสร้างกับดักได้ขนาด 6.6 เซนติเมตร หรือใหญ่กว่าปกติถึง 2 เท่า วัดจากส่วนสันกลางด้านหลังของกับดัก ซึ่งเป็นจุดที่กว้างที่ส
ในวันที่ผู้คนทั่วโลกเริ่มกลับมาตั้งคำถามกับอาหารที่กินมากขึ้นว่า “มาจากไหน” “ปลอดภัยหรือไม่” และ “ใครคือคนอยู่เบื้องหลัง” น้ำผึ้งไทยกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องเล็กที่สะท้อนความจริงของโลกใบใหญ่ได้อย่างน่าสนใจ เพราะสิ่งที่อยู่ในขวดสีทองนั้น อาจไม่ได้เป็นเพียงความหวาน แต่คือเรื่องราวของผืนป่า ฤดูกาล พันธุ์ไม้ ความหลากหลายทางชีวภาพ ไปจนถึงวิถีชีวิตของผู้คนที่พยายามอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุล หลายปีที่ผ่านมา คนไทยจำนวนไม่น้อยยังจดจำ “น้ำผึ้ง” ว่าเป็นของเหลวหวานๆ ที่มีรสชาติคล้ายกันทั้งหมด แต่สำหรับ คุณเบนซ์-วีรวิชญ์ อินทร์ประยงค์ เจ้าของบำรุงสุขฟาร์มและนักสะสมน้ำผึ้งไทย ใช้เวลากว่า 10 ปี เพื่อพิสูจน์ว่าน้ำผึ้งแต่ละหยดมีตัวตนเฉพาะเหมือนไวน์ชั้นดี และรสชาติที่แตกต่างกันนั้น กำลังบอกเล่าทั้งสุขภาพของป่า การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ และคุณค่าที่ซ่อนอยู่ในทรัพยากรท้องถิ่นไทย “น้ำผึ้งไทย” ซับซ้อนกว่าที่คิด! จากข้อสงสัยสู่การแกะรอยรสชาติ คุณเบนซ์เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นของการเดินทางในโลกน้ำผึ้ง โดยยอมรับว่าในช่วงแรกแทบไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย จนได้เข้าไปทำงานร่วมกับกลุ่มคนที่สนใจความยั่งยืนด้า
LATEST NEWS
ครบรอบ 39 ปี เทคโนโลยีชาวบ้าน จัดใหญ่! ชวนเปิดมุมมองใหม่ “Carbon Credit โอกาสใหม่ของเกษตรกรรายย่อย” เมื่อ “คาร์บอน” ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่กำลังเข้ามามีบทบาทกับการค้า ธุรกิจ และภาคการเกษตรมากขึ้น คำถามสำคัญคือ เกษตรกรและชุมชนจะเปลี่ยนเรื่องคาร์บอนให้กลายเป็นโอกาสได้อย่างไร? ช่วงเวลา 13.30–14.30 น. พบกับเวที Talks ที่จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่ Carbon Footprint, Net Zero ไปจนถึง Carbon Credit ผ่านมุมมองของทั้งนักวิจัยและคนที่ลงมือทำจริงในชุมชน ดร.อัมพร โพธิ์ใย นักวิจัยอาวุโส และหัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการตลาดคาร์บอน (DIT) จะมาชวนมองว่า “ข้อมูล” ที่มีอยู่แล้วสามารถนำมาต่อยอดได้อย่างไร พร้อมชวนทำความเข้าใจว่า เทคโนโลยี การจัดการข้อมูล และแนวทางลดคาร์บอนในภาคเกษตร สู่ Net Zero ขณะที่ คุณธนพิสิฐ ใจกว้าง ประธานวิสาหกิจชุมชนบ้านท่าลี่ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น จะนำประสบการณ์จากพื้นที่จริงมาเล่าให้ฟังว่า จากการดูแลต้นไม้ในชุมชน สู่การพัฒนา “ธนาคารต้นไม้” เป็น “ธนาคารคาร์บอน” และการเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการ T-VER สามารถสร้างข้อมูลและต่อยอดสู่โอกาสด้านคาร์บอนเครดิต ดำเนิ
GISTDA เปิดข้อมูลจากดาวเทียม Radarsat-2 ของวันที่ 26 กันยายน 2569 พบพื้นที่น้ำท่วมขังประมาณ 822,464 ไร่ ในพื้นที่ภาคกลางบางส่วน ได้แก่ จังหวัดพิจิตร, นครสวรรค์, สุพรรณบุรี, สุโขทัย, พระนครศรีอยุธยา, พิษณุโลก,กำแพงเพชร, ชัยนาท, ลพบุรี, สระบุรี, อ่างทอง,เพชรบูรณ์, อุทัยธานี และสิงห์บุรี ทั้งนี้ GISTDA ได้ส่งต่อข้อมูลดังกล่าวให้หน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ เพื่อนำไปใช้สนับสนุนการบริหารจัดการสถานการณ์ตามภารกิจ ทั้งด้านการวางแผน การติดตาม และการประเมินสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขังเพิ่มเติมได้ที่ disaster.gistda.or.th พร้อมติดตาม การเคลื่อนตัวของมวลน้ำ จุดแจ้งเตือนอันตราย และสถานการณ์ในพื้นที่ของท่านตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านแอปพลิเคชัน “เช็คน้ำ” ได้ทั้งระบบ iOS และ Android IOS : https://apps.apple.com/…/%E0%B9%80%E0%B8…/id6443870348Android : https://play.google.com/store/search?q=%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B9%87%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3+
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติสองสลึง ตำบลสองสลึง อำเภอแกลง จังหวัดระยองอีกหนึ่งฟาร์มตัวอย่างเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ ในด้านการทำเกษตรอินทรีย์ตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงโดยไม่พึ่งพาสารเคมีทุกประเภท จนสามารถปลดหนี้ทั้งหมดได้ มีรายได้ตลอดทั้งปี โดยรูปแบบกิจกรรมทางการเกษตรที่ศูนย์แห่งนี้ มีความโดดเด่นเรื่องวิธีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ มีกระบวนการผลิต ดังนี้ วัสดุอุปกรณ์ ประกอบด้วย 1. มูลสัตว์แห้งละเอียด 1 ส่วน 2. แกลบดำ 1 ส่วน 3. อินทรียวัตถุอื่นๆ ที่หาได้ง่าย เช่น แกลบ ชานอ้อย ขี้เลื่อย เปลือกถั่วลิสง เปลือกถั่วเขียว และขุยมะพร้าว เป็นต้น อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างรวมกัน 3 ส่วน 4. รำละเอียด 1 ส่วน 5. น้ำสกัดชีวภาพ 1 ส่วน+น้ำตาล 1 ส่วน+น้ำ 100 ส่วน คนจนละลายเข้ากันดี 6 กระสอบป่านเก่าๆ สำหรับคลุมปุ๋ยที่ผสมแล้ว 7.จอบ 8.พลั่ว 9. ฝักบัวรดน้ำ ขั้นตอนการทำ มีดังนี้ 1. เตรียมพื้นที่ผสมปุ๋ยบนพื้นซีเมนต์ หรือถ้าเป็นพื้นดินให้ปูผ้ายางเพื่อป้องกันปุ๋ยซึมลงดิน 2. นำเอาวัสดุต่างๆ มากองซ้อนกันเป็นชั้นๆ แล้วคลุกเคล้าจนเข้ากันดี 3. เอาส่วนผสมของน้ำสกัดชีวภาพน้ำตาลและอ้อยใส่บัวราดบนกองวัสดุปุ๋ยหมัก คลุกให้เข้าก
วิธีลดความเสี่ยงด้วยการปรับเปลี่ยนจากไม้ผลเชิงเดี่ยวมาเป็นแบบผสมผสาน ถือเป็นแนวทางประกอบอาชีพของเกษตรกรยุคใหม่ที่นับวันจะประสบความสำเร็จกันมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างเช่น “ไร่คุณชาย” ที่ไทรโยค เมืองกาญจน์ ที่ประสบความสำเร็จจากการปลูกไม้ผลหลายชนิดแบบผสมผสานด้วยวิธีทางธรรมชาติ ควบคู่กับหลักวิชาการ ผนวกกับภูมิปัญญาดั้งเดิม จึงช่วยลดโรค/แมลง ลดต้นทุน สร้างคุณภาพผลไม้เกรดพรีเมียมเน้นส่งขายตลาดนอก พร้อมเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวดึงชาวต่างชาติเข้ามาอุดหนุนสินค้ากันอย่างคึกคัก คุณสมชาย แซ่ตัน เจ้าของ “ไร่คุณชาย” ที่ตั้งอยู่เลขที่ 296 หมู่ที่ 4 ตำบลท่าเสา อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เล่าว่า เดิมครอบครัวยึดอาชีพทำสวนอยู่แล้ว ส่วนตัวเขากลับออกไปตระเวนหางานตามรีสอร์ตและโรงแรมในละแวกบ้าน เมื่อมีเวลาว่างจะมาช่วยดูแลสวนมะม่วงของคุณพ่อ กระทั่งเกิดความคิดทดลองทำมะม่วงนอกฤดูด้วยการศึกษาหาความรู้จากแผ่นพับที่ได้รับแจก จนประสบความสำเร็จได้ผลดีมาก แล้วยังต่อยอดด้วยการผลิตมะม่วงนอกฤดูส่งขายให้กับญี่ปุ่นสร้างรายได้อย่างงดงาม แต่ภายหลังต้องหยุดชะงัก เพราะจากผลของมาตรการเข้มงวดเรื่องคุณภาพผลไม้ส่งออก คุณสมชาย แซ่ตัน เจ
สูตรลับจากฟาร์ม
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติสองสลึง ตำบลสองสลึง อำเภอแกลง จังหวัดระยองอีกหนึ่งฟาร์มตัวอย่างเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ ในด้านการทำเกษตรอินทรีย์ตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงโดยไม่พึ่งพาสารเคมีทุกประเภท จนสามารถปลดหนี้ทั้งหมดได้ มีรายได้ตลอดทั้งปี โดยรูปแบบกิจกรรมทางการเกษตรที่ศูนย์แห่งนี้ มีความโดดเด่นเรื่องวิธีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ มีกระบวนการผลิต ดังนี้ วัสดุอุปกรณ์ ประกอบด้วย 1. มูลสัตว์แห้งละเอียด 1 ส่วน 2. แกลบดำ 1 ส่วน 3. อินทรียวัตถุอื่นๆ ที่หาได้ง่าย เช่น แกลบ ชานอ้อย ขี้เลื่อย เปลือกถั่วลิสง เปลือกถั่วเขียว และขุยมะพร้าว เป็นต้น อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างรวมกัน 3 ส่วน 4. รำละเอียด 1 ส่วน 5. น้ำสกัดชีวภาพ 1 ส่วน+น้ำตาล 1 ส่วน+น้ำ 100 ส่วน คนจนละลายเข้ากันดี 6 กระสอบป่านเก่าๆ สำหรับคลุมปุ๋ยที่ผสมแล้ว 7.จอบ 8.พลั่ว 9. ฝักบัวรดน้ำ ขั้นตอนการทำ มีดังนี้ 1. เตรียมพื้นที่ผสมปุ๋ยบนพื้นซีเมนต์ หรือถ้าเป็นพื้นดินให้ปูผ้ายางเพื่อป้องกันปุ๋ยซึมลงดิน 2. นำเอาวัสดุต่างๆ มากองซ้อนกันเป็นชั้นๆ แล้วคลุกเคล้าจนเข้ากันดี 3. เอาส่วนผสมของน้ำสกัดชีวภาพน้ำตาลและอ้อยใส่บัวราดบนกองวัสดุปุ๋ยหมัก คลุกให้เข้าก
ชันโรง เป็นผึ้งจิ๋วขนาดเล็กไม่มีเหล็กใน ชอบตอมเกสรดอกไม้ ระยะหาอาหารประมาณ 300 เมตร มีพฤติกรรมเก็บน้ำหวานจากดอกไม้และละอองเกสรของพืชที่ใช้เป็นอาหารแตกต่างจากผึ้ง โดยจะเก็บเกสรดอกไม้ ร้อยละ 80 เก็บน้ำหวาน ร้อยละ 20 ในขณะที่ผึ้งเก็บเกสรดอกไม้ ร้อยละ 50 และน้ำหวานร้อยละ 50 จุดเด่นของน้ำผึ้งชันโรง น้ำผึ้งชันโรง โดดเด่นเรื่องกลิ่นหอม รสอร่อยเปรี้ยวอมหวาน เป็นน้ำผึ้งที่มีคุณภาพสูงจากการผสมผสานจากดอกไม้นานาพันธุ์รวมไปถึงน้ำหวานจากพืชสมุนไพร รังผึ้งชันโรง 1 รังสามารถผลิตน้ำผึ้งได้ประมาณ 500-750 มิลลิลิตร จำหน่ายน้ำผึ้งชันโรงในราคาลิตรละ 1,000-1,600 บาท ชันโรงสามารถผลิตน้ำผึ้งได้ 2-3 ครั้งต่อปี ผลการศึกษาวิจัยพบว่า น้ำผึ้งชันโรงและรังของชันโรงมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ สร้างภูมิคุ้มกันยับยั้งเชื้อราหรือจุลินทรีย์ต่างๆ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคผิวหนัง หรือแผลอักเสบ ดังนั้น น้ำผึ้งชันโรงและรังของชันโรงจึงถูกใช้เป็นส่วนผสมในอาหารเสริม ยาและเวชสำอาง สบู่ ยาสีฟัน ยาสระผม รักษาเหงือกอับเสบ และแก้อักเสบผิวหนัง ฯลฯ การเลี้ยงชันโรง อาชีพทำเงินของชาวสตูล จังหวัดสตูลมีการเลี้ยงชันโรงอย่างแพร่หลาย มี
“ถั่วเขียว” เป็นพืชอายุสั้น จึงใช้น้ำน้อยกว่าพืชไร่อื่นหลายชนิด และงอกได้เร็ว สามารถใช้ในระบบปลูกพืช เช่น ทดแทนข้าวนาปรัง ปลูกก่อนข้าวโพดในพื้นที่ประสบภัยแล้ง ใช้ปลูกก่อนหรือหลังการทำนาหรือทำไร่ เพื่อตัดวงจรการระบาดของศัตรูพืช ช่วยบำรุงรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดิน ตรึงไนโตรเจนได้ดี สามารถใช้เป็นปุ๋ยพืชสดให้ปริมาณไนโตรเจนสูง และนอกจากประโยชน์ที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ถั่วเขียวยังสามารถนำมาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มได้อีกหลากหลายผลิตภัณฑ์ ทั้งอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ อย่างเช่น เกษตรกรไอเดียบรรเจิดท่านนี้ ที่คิดค้นต่อยอดรายได้เสริมหลังการทำนา ด้วยการปลูกถั่วเขียวเพื่อแปรรูปเป็นเครื่องดื่ม “น้ำนมถั่วเขียว” เพื่อสุขภาพ สร้างมูลค่าเพิ่มจากหลักสิบเป็นหลักพัน คุณนุสร รุ่งพรหม อยู่ที่ 52 หมู่ที่ 9 ตำบลควนรู อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์สงขลาหัวก้าวหน้า อดีตผู้ช่วยพยาบาล หันมาเอาดีด้านงานเกษตร ริเริ่มพัฒนาและต่อยอดอาชีพที่รัก เริ่มจากศูนย์สู่ความสำเร็จ สุขกาย สบายใจ สร้างรากฐานครอบครัวมั่นคง คุณนุสร เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะมาเป็นเกษตรกรอย่างเต็มตัว ตนเคยทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาลมาก่อน แล
NEWS
ครบรอบ 39 ปี เทคโนโลยีชาวบ้าน จัดใหญ่! ชวนเปิดมุมมองใหม่ “Carbon Credit โอกาสใหม่ของเกษตรกรรายย่อย” เมื่อ “คาร์บอน” ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่กำลังเข้ามามีบทบาทกับการค้า ธุรกิจ และภาคการเกษตรมากขึ้น คำถามสำคัญคือ เกษตรกรและชุมชนจะเปลี่ยนเรื่องคาร์บอนให้กลายเป็นโอกาสได้อย่างไร? ช่วงเวลา 13.30–14.30 น. พบกับเวที Talks ที่จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่ Carbon Footprint, Net Zero ไปจนถึง Carbon Credit ผ่านมุมมองของทั้งนักวิจัยและคนที่ลงมือทำจริงในชุมชน ดร.อัมพร โพธิ์ใย นักวิจัยอาวุโส และหัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการตลาดคาร์บอน (DIT) จะมาชวนมองว่า “ข้อมูล” ที่มีอยู่แล้วสามารถนำมาต่อยอดได้อย่างไร พร้อมชวนทำความเข้าใจว่า เทคโนโลยี การจัดการข้อมูล และแนวทางลดคาร์บอนในภาคเกษตร สู่ Net Zero ขณะที่ คุณธนพิสิฐ ใจกว้าง ประธานวิสาหกิจชุมชนบ้านท่าลี่ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น จะนำประสบการณ์จากพื้นที่จริงมาเล่าให้ฟังว่า จากการดูแลต้นไม้ในชุมชน สู่การพัฒนา “ธนาคารต้นไม้” เป็น “ธนาคารคาร์บอน” และการเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการ T-VER สามารถสร้างข้อมูลและต่อยอดสู่โอกาสด้านคาร์บอนเครดิต ดำเนิ
GISTDA เปิดข้อมูลจากดาวเทียม Radarsat-2 ของวันที่ 26 กันยายน 2569 พบพื้นที่น้ำท่วมขังประมาณ 822,464 ไร่ ในพื้นที่ภาคกลางบางส่วน ได้แก่ จังหวัดพิจิตร, นครสวรรค์, สุพรรณบุรี, สุโขทัย, พระนครศรีอยุธยา, พิษณุโลก,กำแพงเพชร, ชัยนาท, ลพบุรี, สระบุรี, อ่างทอง,เพชรบูรณ์, อุทัยธานี และสิงห์บุรี ทั้งนี้ GISTDA ได้ส่งต่อข้อมูลดังกล่าวให้หน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ เพื่อนำไปใช้สนับสนุนการบริหารจัดการสถานการณ์ตามภารกิจ ทั้งด้านการวางแผน การติดตาม และการประเมินสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขังเพิ่มเติมได้ที่ disaster.gistda.or.th พร้อมติดตาม การเคลื่อนตัวของมวลน้ำ จุดแจ้งเตือนอันตราย และสถานการณ์ในพื้นที่ของท่านตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านแอปพลิเคชัน “เช็คน้ำ” ได้ทั้งระบบ iOS และ Android IOS : https://apps.apple.com/…/%E0%B9%80%E0%B8…/id6443870348Android : https://play.google.com/store/search?q=%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B9%87%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3+
ฟาร์มจอห์น ไซคอฟสกี (John Czajkowski Farm) ในเมืองแฮดลีย์ รัฐแมสซาชูเซตส์ เพาะปลูกพืชผลใต้แผงโซลาร์เซลล์มานานหลายปี โดยใช้ระบบการผลิตแบบเกษตรเชิงซ้อนร่วมกับพลังงานแสงอาทิตย์ (Agrivoltaics) ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์จำนวน 832 แผง เว้นระยะห่างแผงละ 26 ฟุต บนพื้นที่เกษตรกรรม 0.89 เฮกตาร์ ออกแบบมาเพื่อให้สามารถทำการเพาะปลูกพืชผลควบคู่ไปกับการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ได้อย่างต่อเนื่อง พืชผลที่ปลูกใต้แผงโซลาร์เซลล์ ได้แก่ ข้าวโพดหวาน บร็อกโคลี ผักกาดหอม และผักชี พร้อมทั้งมีแผนปลูกหน่อไม้ฝรั่งเพิ่มเติมในอนาคต โจ ไซคอฟสกี (Joe Czajkowski) เกษตรกรผู้ดำเนินกิจการ ระบุว่า ผลผลิตข้าวโพดหวานใต้แผงโซลาร์เซลล์มีปริมาณราว 80 เปอร์เซ็นต์ ของแปลงเปิดโล่ง ขณะที่คุณภาพของผลผลิตยังคงอยู่ในระดับเทียบเคียงกัน “มันเวิร์กสำหรับเรามากจริงๆ คุณแทบไม่ต้องเหนื่อยเลยในการโน้มน้าวให้คนอื่นเห็นว่านี่คือเรื่องที่ดี” ไซคอฟสกีกล่าว ระบบโซลาร์เซลล์ดังกล่าวยังช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าให้กับฟาร์ม และนำไปใช้ชาร์จรถตู้ไฟฟ้าสำหรับขนส่งผลผลิตไปยังมหาวิทยาลัยแมสซาชูเซตส์ อีกทั้งโครงการนี้ยังสร้างรายได้จากภาษีทรัพย์สินให้กับทางเมืองอีกด้วย ฟาร์
ฟาร์มล้ำ
คณะวิศวกรรมศาสตร์ กำแพงแสนได้เปิดตัวนวัตกรรม “บ้านหนีน้ำท่วม” หรือ บ้านประหยัดพลังงาน Eco-houses ใช้พลังงานตัวเอง (โซล่าเซลล์) เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้กับประชาชนและที่สำคัญช่วยแก้ปัญหาอุทกภัยได้อย่างน่าทึ่ง ใน “งานเกษตรกำแพงแสน ประจำปี 2568” ณ บริเวณถังน้ำ (ตะปู) พิกัด: https://maps.app.goo.gl/fu7J8f7iKBQHTeBB6 ผศ.ดร.วัชมา โพธิ์ทอง หัวหน้าศูนย์ทดสอบประตู หน้าต่าง และระบบผนังกระจกสำหรับงานอาคาร (TDWCB)คณะวิศวกรรมศาสตร์ กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน กล่าวว่า ทางศูนย์ฯ ได้ร่วมกับเอกชนพัฒนาระบบบ้านแบบ Eco-houses ที่สามารถพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าจากโซลาเซลล์แบบระบบออฟกริด โดยลักษณะบ้านมีขนาดพื้นที่ 3.50 x 6.00 เมตร ที่สามารถปรับระดับและมีความปลอดภัยจากน้ำท่วมและเคลื่อนย้ายได้สะดวกโดยมีระบบ ประตู หน้าต่าง ผนัง รองรับแรงลม พายุ ฝน ตามมาตรฐาน มอก. เพื่อเป็นบ้านนวัตกรรมรองรับภัยธรรมชาติได้ในอนาคต บ้านแบบ Eco-houses นี้สามารถเป็นแนวทางในการสร้างบ้านสำหรับพื้นที่เสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วม หรือท่วมเป็นประจำ และพื้นที่ไกลต่อการใช้ไฟฟ้าหลวง โดยสามารถอยู่อาศัยได้ดีสาม
จากพืชสารพัดประโยชน์ที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตคนญี่ปุ่นมานาน วันนี้ “ไผ่” กำลังกลายเป็นโจทย์ใหญ่ด้านสิ่งแวดล้อม เมื่อป่าไผ่จำนวนมากถูกปล่อยทิ้ง ขาดการดูแล และขยายพื้นที่อย่างรวดเร็ว ญี่ปุ่นจึงเลือกแก้ปัญหาด้วยการสร้าง “ตลาดใหม่” ให้กับไผ่ ตั้งแต่วัสดุปูถนนลดความร้อน อาหารสัตว์ ไปจนถึงปุ๋ย หวังเปลี่ยนทรัพยากรที่ถูกมองข้ามให้กลับมาสร้างมูลค่าอีกครั้ง ไผ่เป็นพืชที่เติบโตเร็ว แข็งแรง และนำไปแปรรูปได้หลากหลาย จึงถูกนำมาใช้ในประเทศญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน ทั้งทำเครื่องใช้ในครัวเรือน วัสดุก่อสร้าง งานภูมิทัศน์ รวมถึงอาหารอย่างหน่อไม้ แต่เมื่อรูปแบบการใช้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไป การใช้ไผ่ที่ปลูกในประเทศกลับลดลง จากการเข้ามาของวัสดุสมัยใหม่ เช่น พลาสติก การเปลี่ยนแปลงรูปแบบบ้านเรือน รวมถึงการนำเข้าหน่อไม้ราคาถูกจากต่างประเทศ ผลที่ตามมาคือ ป่าไผ่จำนวนไม่น้อยถูกปล่อยให้ขาดการดูแล ในขณะที่การใช้ประโยชน์ลดลง พื้นที่ป่าไผ่กลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากสำนักงานป่าไม้ญี่ปุ่น ระบุว่า พื้นที่ป่าไผ่ของญี่ปุ่นเพิ่มจากประมาณ 147,000 เฮกตาร์ ในปี 1986 เป็น 175,000 เฮกตาร์ ในปี 2022 หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 28,000 เฮกตา
ท่ามกลางวิกฤตฝุ่น PM2.5 ที่ปกคลุมหลายพื้นที่ของประเทศไทย และกระแสการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังส่งผลกระทบไปทั่วโลก การจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรกลายเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญที่ทั้งภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรมต้องเร่งหาทางออก ในขณะที่เศษซากพืชทางการเกษตรจำนวนมากยังคงถูกเผาทิ้งหรือปล่อยให้กลายเป็นของเสียไร้มูลค่า สตาร์ทอัพไทยรุ่นใหม่อย่าง “Vela Enterprise” กลับมองเห็นโอกาสซ่อนอยู่ในสิ่งที่หลายคนมองข้าม ด้วยแนวคิด “Waste to Value” ที่มุ่งเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและภาคธุรกิจไปพร้อมกัน ล่าสุด เทคโนโลยีชาวบ้าน ได้มีโอกาสพูดคุยกับทีมคนรุ่นใหม่จาก บริษัท เวฬา เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด นำโดย คุณฉันท์ธิดา วรรณภิระ Executive General Manager พร้อมด้วย คุณจุลพักตร์ ทนนวงค์ และ คุณบัณฑิฌา ธิโนชัย ในตำแหน่ง Brand & Growth Manager ผู้ร่วมขับเคลื่อนธุรกิจนี้ไปด้วยกัน จากเศษวัสดุที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นเพียง “ขยะ” วันนี้กำลังถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นนวัตกรรมที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และอาจเป็นอีกหนึ่งคำตอบสำคัญของการพัฒนาอุ
TRENDY
Latest post from Technology Chaoban
อื่นๆ
ซีเอ็นเอช ประเทศไทย และฟาร์มโชคชัย จัดงาน New Holland Day 2026 นำเสนอการสาธิตการทำงานจริงของเครื่องจักรเพื่อเสนอวิธีการแก้ปัญหาเชิงเกษตรแม่นยำขั้นสูงที่ครอบคลุมตั้งแต่การเพาะปลูกในแปลงไปจนถึงการผลิตอาหารสัตว์ ตอกย้ำแนวทางการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำให้กับภาคการเกษตรไทย งาน New Holland Day 2026 รวบรวมเกษตรกร ผู้ประกอบการภาคการเกษตร และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมจากทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เพื่อร่วมสัมผัสการสาธิตระบบการทำเกษตรแบบครบวงจรที่เชื่อมโยงทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การเตรียมดิน การเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว การจัดการเศษวัสดุหลังการเก็บเกี่ยว ไปจนถึงการผลิตอาหารสัตว์ ด้วยการออกแบบโซลูชันให้ตอบโจทย์ภาคการผลิตข้าวโพดและปศุสัตว์ในภูมิภาค งานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำและเครื่องจักรกลการเกษตรในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การจัดการและผลิตอาหารหยาบสำหรับปศุสัตว์ ตลอดจนช่วยเพิ่มศักยภาพในการสร้างผลกำไรให้แก่เกษตรกรไทย “เกษตรกรไทยต้องการแนวทางและขั้นตอนที่ตอบโจทย์กับการใช้งานจริงในแปลงเกษตร และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ตลอดทั้งกระบวนการผลิต” มาร
บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทานเจ้าของแบรนด์ขนมปัง “เลอแปง” จับมือ “นมตรามะลิ” เปิดตัวเมนูคู่หูใหม่ล่าสุดรับกระแสสุขภาพ ชูขนมปังโฮลวีทเนื้อนุ่ม อร่อย และไม่มีคอเลสเตอรอล จับคู่กับนมข้นหวานปราศจากแล็กโทส สูตรโปรตีน ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหามื้อเช้าและของว่างที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพ พกพาสะดวก ทานง่ายทุกที่ทุกเวลา อร่อยครบ จบทุกมื้อสุขภาพ วางจำหน่ายที่ 7-Eleven ทุกสาขาตั้งแต่วันนี้ จับคู่จุดแข็ง สองแบรนด์ที่คนไทยเชื่อมั่น โดยความร่วมมือครั้งนี้คือการผสานจุดแข็งของสองแบรนด์ที่คนไทยรู้จักดี อย่าง “เลอแปง” และ “นมตรามะลิ” หนึ่งคือขนมปังโฮลวีทของเลอแปงที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการผลิตจากแป้งข้าวสาลีเต็มเมล็ดไม่ผ่านการขัดสี จึงคงคุณค่าสารอาหารทั้งวิตามินบี วิตามินอี แคลเซียม ธาตุเหล็ก สารต้านอนุมูลอิสระไว้อย่างครบถ้วน รวมถึงใยอาหารที่ช่วยเสริมระบบขับถ่ายและการควบคุมน้ำหนัก ส่วนอีกด้านคือนมข้นหวานปราศจากแล็กโทส สูตรโปรตีน ของนมตรามะลิ ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อให้ทั้งผู้ที่แพ้แล็กโทสและกลุ่มคนรักสุขภาพเพลิดเพลินกับรสชาติเข้มข้นได้อย่างเต็มคำ โดยงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ยัง
บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน เดินหน้าเสริมพอร์ตธุรกิจด้วยการรุกตลาดอาหารจีนและติ่มซำแบบครบทุกเซกเมนต์ ผ่านแบรนด์ในตำนานอย่าง “มังกรหยก” กับแนวคิด “กตัญญู” พร้อมชูกลยุทธ์ “อร่อยต้นตำรับ รสชาติที่คุ้นเคย…ได้ทุกวัน” เพื่อขยายฐานผู้บริโภคให้ครอบคลุมทุกเจเนอเรชัน และครบทุกเซกเมนต์ พร้อมถอดรหัส DNA ของแบรนด์จากรากวัฒนธรรมอาหารจีนสู่แนวคิด “รสชาติที่คุ้นเคย” ส่งต่อคุณค่าแห่งความกตัญญูผ่านมื้ออาหารคุณภาพ ความอร่อย ความปลอดภัย ความคุ้มค่า และคุณค่าทางโภชนาการ เข้าถึงได้ง่ายสะดวกพร้อมรับประทานในทุกมื้อ ทุกวัน และทุกเวลา ด้วยออกแบบบรรจุภัณฑ์อันเป็นเอกลักษณ์ ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ และคุณค่า ประเดิม 5 เมนูไฮไลต์ยอดฮิตลงตลาดทั่วไทยแล้ววันนี้ ผ่านช่องทางโลตัส, โลตัส ช้อปออนไลน์, LINE Official Account: @fudidiworld เจาะอินไซต์ผู้บริโภคยุคใหม่ และกลยุทธ์การสร้างความต่าง ปัจจุบันโลกอาหารก้าวข้ามพรมแดนตามการเดินทางของผู้คน ทำให้ตลาดอาหารจีนในไทยเติบโตต่อเนื่อง ผู้บริโภคยุคใหม่เปิดรับอาหารต่างชาติมากขึ้น ทั้งติ่มซำท
บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM ผู้นำการผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำและสัตว์เศรษฐกิจชั้นนำของไทย นำโดย คุณพีระศักดิ์ บุญมีโชติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (แถวหน้าที่ 6 จากขวา) และ คุณปิยนุช มริตตนะพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน (แถวหน้าที่ 5 จากขวา) เปิดบ้านต้อนรับ คุณบุญชู จูระมงคล กรรมการ สมาคมนักลงทุนประเทศไทย (แถวหน้าที่ 4 จากขวา) พร้อมคณะนักลงทุน ในกิจกรรม Company Visit ร่วมเจาะลึกผลการดำเนินงาน กลยุทธ์ และทิศทางการขยายตลาด พร้อมเยี่ยมชมโรงงานและกระบวนการผลิต ณ โรงงานไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ มหาชัย ในปี 2569 TFM เดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีธุรกิจอาหารกุ้งและอาหารปลาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริหารต้นทุนวัตถุดิบ เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร ล่าสุด บริษัทได้รับ Halal Certification ซึ่งช่วยเปิดโอกาสเข้าถึงลูกค้าและตลาดใหม่ในต่างประเทศ พร้อมมุ่งสู่เป้าหมายยอดขาย 10,000 ล้านบาทภายในปี 2573 โดยรักษาความแข็งแกร่งในประเทศไทย เร่งเพิ่มส่วนแบ่งในอินโดนีเซีย และต่อยอดโอกาสในประเทศศักยภาพ โดยเฉพาะเอกวาดอร์ หนึ่งในตลาดเพาะเล
บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน เดินหน้ารุกตลาดอาหารจีนและติ่มซำครบทุกเซกเมนต์ เปิดตัวแบรนด์ในตำนาน “มังกรหยก” กับแนวคิด“กตัญญู” พร้อมชูกลยุทธ์ “อร่อยต้นตำรับ รสชาติที่คุ้นเคย..ได้ทุกวัน” ส่งต่อคุณค่าแห่งความกตัญญูผ่านมื้ออาหารคุณภาพ ที่อร่อยปลอดภัย คุ้มค่า และให้คุณค่าทางโภชนาการ เข้าถึงได้ง่ายสะดวกพร้อมรับประทานในทุกมื้อทุกวันและทุกเวลา ด้วยออกแบบบรรจุภัณฑ์อันเป็นเอกลักษณ์ ประเดิม 5 เมนูไฮไลต์รับเทศกาลสารทจีน อาทิ ซาลาเปาไส้หมูสับ ซาลาเปาไส้หมูแดง ซาลาเปาไส้ครีม ขนมจีบกุ้ง และขนมจีบหมู พร้อมวางจำหน่ายทั่วไทยเดือนสิงหาคมนี้ ผ่านช่องทางโลตัส, โลตัส ช้อปออนไลน์, LINE Official Account: @fudidiworld “#มังกรหยก” อร่อยต้นตำรับ “รสชาติที่คุ้นเคย…ได้ทุกวัน” ได้ถูกออกแบบมาเพื่อต่อยอดและถ่ายทอดเสน่ห์ต้นตำรับวัฒนธรรม #อาหารจีน #รสชาติคุ้นเคย ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคสินค้าคุณภาพ ในราคาประหยัด และเข้าถึงง่าย อีกทั้งกลยุทธ์การพัฒนาสินค้าใหม่ต่อเนื่อง สะท้อน “ความคุ้มค่าที่มาพร้อมกับภาพลักษณ์ที่ดี” แบรนด์มังกรหยกตอบโจทย์นี้ได้ครบถ้
ปุ๋ย ซี.พี.หมอดิน (CPP) เดินหน้าสานต่อโครงการ “ยุวเกษตรสู่ความยั่งยืน” ปีที่ 8 มุ่งสร้างพื้นฐานความรู้ด้านการเกษตรให้แก่เยาวชน ผ่านการเรียนรู้เรื่อง “ดิน ธาตุอาหารพืช และการใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสม” เพื่อให้เด็กและเยาวชนเข้าใจพื้นฐานของการปลูกพืชอย่างถูกต้อง และสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน พร้อมวางรากฐานสู่การทำเกษตรที่ปลอดภัยและยั่งยืนในอนาคต กิจกรรมจัดขึ้น ณ โรงงานนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้นจาก 4 โรงเรียนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเข้าร่วม ได้แก่ โรงเรียนวัดสามเรือน (จนฺทสโรอนุสสรณ์), โรงเรียนวัดสำมะกัน (เปี่ยมวิทยาราษฎร์บำรุง), โรงเรียนวัดทอง (สามัคคยานุสรณ์) และโรงเรียนวัดละมุด (ร.ส.พ.ราษฎร์บำรุง) ภายใต้แนวคิด “เรียนรู้จากการลงมือทำ” (Action Learning) หลักสูตรได้รับการออกแบบโดยทีมนักวิชาการด้านดินและปุ๋ย โดยนำองค์ความรู้ทางวิชาการมาถ่ายทอดผ่านกิจกรรมที่เข้าใจง่ายและเหมาะสมกับช่วงวัย ให้นักเรียนได้เรียนรู้ ทดลอง สังเกต และค้นหาคำตอบด้วยตนเอง ผ่าน 4 ฐานการเรียนรู้ ได้แก่ “นักสืบดินตัวจิ๋ว” เรียนรู้คุณสมบัติและความแตกต่างของด
เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติปีนี้ เจียไต๋ฟาร์ม โดยกลุ่มบริษัทเจียไต๋ ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย ชวนลูก ๆ ส่งต่อความรักและความห่วงใยให้คุณแม่ผ่านของขวัญที่ใส่ใจในสุขภาพ พร้อมชวนทุกคนในครอบครัวมาใช้เวลาดี ๆ ร่วมกันตลอดเดือนสิงหาคมนี้ สำหรับผู้ที่กำลังมองหาของขวัญแทนใจ เจียไต๋ฟาร์มมีกระเช้าผลไม้คุณภาพให้เลือก 3 ชุด ได้แก่ “ฟาร์มรัก” แทนความรัก ราคา 499 บาท ประกอบด้วยฟักทองมินิบอล 2 ผล ฟักทองบัตเตอร์นัท 1 ผล และมะเขือเทศเจียไต๋ 1 กล่อง “ฟาร์มใส่ใจ” แทนความห่วงใย ราคา 799 บาท ประกอบด้วยเมล่อนมรกต 1 ผล ฟักทองมินิบอล 2 ผล และฟักทองบัตเตอร์นัท 2 ผล และ “ฟาร์มสุขภาพดี” แทนคำอวยพรให้คนสำคัญมีสุขภาพแข็งแรง ราคา 1,599 บาท ประกอบด้วยเมล่อนมรกต 3 ผล ฟักทองมินิบอล 2 ผล ฟักทองบัตเตอร์นัท 1 ผล และมะเขือเทศเจียไต๋ 1 กล่อง กระเช้าทั้ง 3 ชุด นอกจากเหมาะสำหรับมอบให้คุณพ่อคุณแม่แล้ว ยังสามารถส่งต่อความใส่ใจให้ผู้ใหญ่ที่เคารพ เยี่ยมผู้ป่วย หรือมอบเป็นของขวัญในโอกาสพิเศษต่าง ๆ สำหรับผู้ที่สนใจ เจียไต๋ฟาร์มเปิดรับพรีออเดอร์แล้ววันนี้ พร้อมคัดสรรผลไม้สดใหม่และจัดเตรียมกระเช้าก่อนส่งมอบถึงมือผู้รับ นอกจากข
บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน สานต่อโครงการ “CPRAM Junior Chef” ต่อเนื่องปีที่ 18 เปิดพื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียนให้เยาวชนได้ลงมือทำอาหารด้วยตนเอง ผ่านเวิร์กช็อปที่ผสานความรู้ด้านโภชนาการ ความปลอดภัยของอาหาร และสุนทรียภาพในการบริโภค เข้ากับความสนุกสนานที่เหมาะสมตามช่วงวัย พร้อมปลูกฝังพื้นฐานแนวคิดการบริโภคอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืนตั้งแต่วัยเด็ก พร้อมสร้างความตระหนักเรื่องการลดขยะอาหาร (Food Waste) ให้เยาวชนรู้คุณค่าของอาหารทุกจาน กินอย่างพอดี ไม่เหลือทิ้ง อันเป็นรากฐานสำคัญของทั้งสุขภาวะที่ดีของเด็กไทยและโลกที่ยั่งยืนไปพร้อมกัน กิจกรรมในครั้งนี้มาในรูปแบบเวิร์กช็อปการทำอาหารที่เปิดโอกาสให้น้องๆ ได้สนุกกับการทำแซนวิชและข้าวปั้นญี่ปุ่น เรียนรู้หลักโภชนาการควบคู่กับการฝึกปฏิบัติด้านสุขอนามัยในการประกอบอาหาร โดยมีผู้ปกครอง พนักงานซีพีแรม ร่วมเป็นกำลังใจและเข้าร่วมกิจกรรมอย่างอบอุ่น ทั้งนี้ สาขาที่ดำเนินการไปแล้ว ได้แก่ บริษัท ซีพีแรม จำกัด (ลำพูน) ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ซีพีแรมเชื่อมั่นว่า ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องด้านโภชนาการตั้งแต่วัยเยาว์ คือจุดเริ่มต้นข
