“ข้าวหอมไทย” ชนะเลิศข้าวดีเด่นของโลกในปีนี้จากงาน World Rice Conference วันนี้ที่จัดขึ้นที่เชียงใหม่
ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่าจากการจัดประกวดข้าวดีเด่นของโลกประจำปี 2016 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในงาน The World Rice Conference ซึ่งปีนี้จัดขึ้นที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ผลปรากฎว่าข้าวหอมไทยได้รางวัลชนะเลิศ ส่วนข้าวหอมจากกัมพูชาเป็นอันดับที่ 2 ตามด้วยข้าว Japonica (ข้าวเมล็ดสั้น) จากสหรัฐอเมริกาเป็นอันดับ 3
สำหรับการประกวดครั้งนี้มีข้าวจากหลากหลายประเทศส่งเข้าประกวดมากถึงกว่า 50 ตัวอย่าง โดยการให้คะแนนจะพิจารณาจากความสวยและความสะอาดจากตัวอย่างข้าวที่ส่งเข้าประกวดที่ยังไม่ได้หุง 40 คะแนน และอีก 60 คะแนนจะพิจารณาจากข้าวที่หุงแล้วว่ามีรสชาติดีระดับใดแล้วรวมเป็นคะแนนเฉลี่ย
MOST POPULAR
คุณสุระ จันทร์ศิริ เป็นเกษตรกรที่ทำการผลิตไม้ดอกไม้ประดับมาเป็นเวลานาน โดยก่อนหน้านั้นเขาได้ผลิตไม้ประดับชนิดอื่นๆ ก่อน ต่อมาเมื่อเห็นว่าตลาดมีความต้องการต้นแก้วพวงดวงใจและต้นแก้วลิลลี่ เขาจึงได้มาปรับเปลี่ยนทำไม้ที่มีดอกหอม 2 ชนิดนี้ สร้างเป็นรายได้ที่ดีไม่น้อยทีเดียว โดยการผลิตมีทั้งการผลิตให้เป็นไม้ประดับในกระถางและไม้ขุดล้อมที่มีต้นใหญ่ๆ ให้กับลูกค้าได้ต่อเนื่องได้ตลอดทั้งปี เปลี่ยนจากสวนไม้ผล เข้าสู่วงการไม้ประดับ คุณสุระ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนนั้นเริ่มทำอาชีพทางการเกษตรด้านไม้ผลและการปลูกไผ่ ต่อมาไผ่ที่ทำการปลูกเกิดออกดอกและตายยกสวน ทำให้ได้ปรับเปลี่ยนมาปลูกมะนาวและทุเรียน ซึ่งช่วงที่ปลูกทุเรียนสมัยนั้นยังไม่มีลูกค้าเข้ามาซื้อมากนักเหมือนปัจจุบัน จึงได้ปรับเปลี่ยนมาปลูกไม้ดอกไม้ประดับ เพื่อให้ตรงตามที่ตลาดต้องการ เพราะมีลูกค้าเข้ามารับซื้อถึงสวน จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ยึดอาชีพนี้มาจนถึงปัจจุบัน “พอมีกลุ่มหมู่บ้านไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติ บ้านดงบังเกิดขึ้น กลุ่มนี้ก็เป็นกลุ่มที่ใหญ่ขึ้น ก็มีการทำไม้ดอกไม้ประดับหลากหลายชนิด ช่วงแรกผมทำต้นโมกจำหน่ายก่อน หลังๆ มา ตลาดเริ่มมีการป
บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หรือ SPC ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำของไทย ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในงาน “นักวิเคราะห์ นักลงทุน พบกลุ่มสหพัฒน์ ครั้งที่ 15” ภายใต้แนวคิด จากฐานรากที่ลูกค้าเชื่อมั่น สู่การเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วย AI “From Trusted Foundation to Al-Driven Growth” การขับเคลื่อนองค์กรด้วยเทคโนโลยี AI ควบคู่การดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG โดยมุ่งยกระดับศักยภาพบุคลากร เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและผลตอบแทนที่มั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน นายธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานจัดงานสหกรุ๊ป แฟร์& เฟส กล่าวว่า “การจัดกิจกรรม “นักวิเคราะห์ นักลงทุน พบกลุ่มสหพัฒน์ ครั้งที่ 15” ซึ่งจัดขึ้นภายในงาน “สหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30” เป็นหนึ่งในความร่วมมือของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มสหพัฒน์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทจดทะเบียนในเครือสหพัฒน์ทั้งหมดได้พบกับนักวิเคราะห์ นักลงทุน และสื่อมวลชน เพื่อร่วมรับ
ทุกวันนี้ การทำเกษตรไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องผลผลิต แต่ยังต้องรับมือกับต้นทุนที่สูงขึ้น สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และตลาดที่หมุนเร็วกว่าเดิม คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ “มีเทคโนโลยีใหม่อะไรบ้าง” แต่คือ “เทคโนโลยีแบบไหนที่ช่วยให้เกษตรกรใช้ได้จริง” เพราะเทคโนโลยีที่ดี อาจไม่จำเป็นต้องซับซ้อนที่สุด แต่ต้องเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และทำให้ชุมชนสามารถเติบโตได้ด้วยตัวเอง นี่คือแนวคิดที่ถ่ายทอดผ่าน Together for Thais The Series ซีรีส์ที่พาไปสำรวจเรื่องราวการพัฒนาชุมชนไทย ผ่านการผสาน “เทคโนโลยี + นวัตกรรม + องค์ความรู้” เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ตลอดทั้ง 8 ตอน จะได้เห็นตัวอย่างนวัตกรรมที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า ถูกนำมาใช้แก้ปัญหาในชุมชนแล้ว ไม่ว่าจะเป็น สิ่งที่น่าสนใจคือ นวัตกรรมเหล่านี้ไม่ได้ถูกนำเข้าไปเพียงเพื่อทดลองใช้ แต่เกิดจากการทำความเข้าใจปัญหาของแต่ละพื้นที่ แล้วเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตของคนในชุมชน เพราะการพัฒนาที่ยั่งยืน ไม่ได้เริ่มจากเครื่องมือที่ทันสมัยที่สุด แต่เริ่มจากการเข้าใจผู้คน อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจในซีรีส์ คือการ
ในอดีตการเลี้ยงกุ้งกุลาดำเป็นอาชีพที่รุ่งเรืองมากเพราะให้ผลตอบแทนที่สูง เมื่อประมาณ 20-30 ปีก่อน พื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช มองไปทางไหนก็เห็นสว่างไสวไปด้วยแสงไฟจากบ่อกุ้ง ต่อมา สภาพสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม มีปัญหาโรคกุ้งทำให้ผลผลิตลดลง แถมประสบปัญหาราคากุ้งตกต่ำในบางช่วงจึงหยุดเลี้ยงกุ้งในที่สุด ส่งผลให้นากุ้งนับแสนไร่กลายเป็นนากุ้งร้าง “พี่โชค” หรือ คุณณัฏฐชัย นาคเกษม เป็นหนึ่งเกษตรกรที่เคยล้มเหลวจากอาชีพทำนากุ้งแถมเป็นหนี้เป็นสิน 6-7 ล้าน จนกระทั่งปี 2560 พี่โชคหันมาเพาะเลี้ยงปูทะเล ในชื่อ “คุณโชคฟาร์ม” โดยศึกษาเรียนรู้ด้วยตัวเอง และจากการทำงานวิจัยร่วมกันระหว่างฟาร์มและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) จนสามารถพัฒนาให้เป็นฟาร์มเลี้ยงปูทะเลครบวงจรที่ได้รับมาตรฐานการเพาะเลี้ยงสัตว์นํ้าที่ดีสำหรับการผลิตสัตว์นํ้า (GAP) ของกรมประมง ภายในเนื้อที่ 27 ไร่ ของคุณโชคฟาร์ม ประกอบด้วยบ่อเลี้ยง บ่อชำ การเลี้ยงปูทะเลในบ่อพลาสติกและการเลี้ยงปูไข่แบบคอนโด เป็นฟาร์มต้นแบบการเลี้ยงปูทะเลในพื้นที่บ่อกุ้
