Featured พืชทำเงิน

เจาะเทคนิค ‘ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์’ ยังไงให้ได้ผลผลิตกว่า 2.4 ตันต่อไร่ ฝักใหญ่ เมล็ดเต็ม ขายได้ราคาดี

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญต่อประเทศไทยอย่างยิ่ง โดยเฉพาะภาคปศุสัตว์ เนื่องจากเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตอาหารสัตว์ ทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูก นอกจากนี้ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ยังเป็นพืชที่ปลูกง่าย ใช้น้ำน้อย หากเกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจและบริหารจัดการแปลงอย่างเหมาะสม ก็สามารถสร้างผลตอบแทนในระดับที่น่าพอใจ จนถึงขั้นทำรายได้หลักแสนต่อรอบการผลิตได้ไม่ยาก

จังหวัดอุตรดิตถ์นับเป็นพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่สำคัญของประเทศ โดยมีการกระจายพื้นที่เพาะปลูกในหลายอำเภอ อาทิ อำเภอน้ำปาด ทองแสนขัน บ้านโคก และเมืองอุตรดิตถ์ ซึ่งล้วนเป็นแหล่งผลิตที่มีศักยภาพสูง

วันนี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับ คุณเอนก คมจวงพรม เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จบนเส้นทางอาชีพที่สืบทอดจากครอบครัว เดิมทีมีพื้นที่เพาะปลูกเพียง 10 ไร่ แต่ด้วยความมุ่งมั่นและความขยันหมั่นเพียร ปัจจุบันได้ขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นเป็น 40 ไร่ และดูแลการผลิตด้วยตนเองในทุกขั้นตอน

สำหรับเหตุผลที่เลือกปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์นั้น คุณเอนกมองว่า ข้าวโพดเป็นพืชที่ดูแลง่าย ใช้ต้นทุนน้อยกว่าพืชชนิดอื่น อีกทั้งยังไม่ซับซ้อนเหมือนการปลูกพืชทั่วไป ซึ่งทั้งหมดล้วนขึ้นอยู่กับความใส่ใจในกระบวนการปลูก ที่จะทำให้ผลผลิตมีคุณภาพและสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่า


ในอดีต ครอบครัวของคุณเอนกได้มีการทำเกษตร ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยอาศัยวิถีธรรมชาติเป็นหลัก แต่ช่วงนั้นยังขาดแนวทางการจัดการที่ดี ทั้งในด้านการควบคุมวัชพืชและการบำรุงที่ช่วยให้ต้นสมบูรณ์แข็งแรง และมีน้ำหนัก ทำให้ผลผลิตที่ได้ลดลงไปกว่าครึ่ง

ต่อมา เมื่อคุณเอนกเข้ามาดูแลสานต่อ จึงมุ่งหมั่นศึกษาวิธีการจากเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ และนำมาปรับใช้ในไร่ของตนเอง จนสามารถพัฒนากระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ส่งผลให้ได้ผลผลิตสูงถึง 2.4 ตันต่อไร่ในปัจจุบัน

Screenshot

เตรียมแปลงดี ตั้งแต่แรก ช่วยให้ได้ผลผลิตมีคุณภาพ

ในแต่ละปี คุณเอนกจะมีการวางแผนปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทั้งหมด 2 รอบด้วยกัน ในช่วงแรกจะเริ่มปลูกช่วงฤดูฝน ในเดือนมิถุนายน และเก็บเกี่ยวได้ประมาณเดือนกันยายน ส่วนรอบที่สองจะเริ่มปลูกในเดือนตุลาคม และเก็บเกี่ยวราวเดือนมกราคม จากประสบการณ์ที่ผ่านมา พบว่าการปลูกในฤดูแล้งให้ผลผลิตสูงกว่าฤดูฝน เนื่องจากสามารถควบคุมน้ำ ปุ๋ย และการจัดการอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ฤดูฝนสภาพอากาศและความชื้นอยู่เหนือการควบคุม

ขั้นตอนสำคัญก่อนการปลูกคือ การเตรียมแปลง เริ่มจากการใช้ผาน 6 ไถแปร เพื่อย่อยก้อนดินขนาดใหญ่ให้แตกละเอียด ทำให้ดินโปร่งและร่วนซุย เอื้อต่อการเจริญเติบโตของราก จากนั้นจึงใช้ผาน 7 ไถซ้ำเพื่อปรับดินให้ละเอียดมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้รากข้าวโพดแตกแขนงได้เต็มที่ ส่งผลให้ต้นแข็งแรง ไม่ล้มง่าย และพร้อมต่อการเจริญเติบโต

เมื่อเสร็จสิ้นการเตรียมดิน คุณเอนก จะใส่ปุ๋ยซอยล์เมต สูตร 16-8-8 รองพื้นในอัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของราก และช่วยให้ต้นข้าวโพดตั้งตัวได้รวดเร็ว จากนั้นจึงทำการหยอดเมล็ดพันธุ์ โดยกำหนดระยะการปลูกระหว่างแถว 70 เซนติเมตร และระหว่างต้น 20 เซนติเมตร เพื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวก ส่งผลให้ต้นข้าวโพดทุกต้นเจริญเติบโตได้อย่างแข็งแรงและสมบูรณ์

การให้น้ำจะใช้ระบบน้ำพุ่ง ซึ่งช่วยลดภาระแรงงานและสามารถดูแลได้สะดวก แม้เพียงคนเดียวก็จัดการได้ โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง จะให้น้ำสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง โดยอ้างอิงจากระดับความชื้นของดินเป็นหลัก

ทั้งนี้ ช่วงที่ข้าวโพดเริ่มติดฝักถือเป็นระยะสำคัญที่สุด ไม่ควรขาดน้ำอย่างเด็ดขาด เนื่องจากจะทำให้น้ำหนักฝักลดลง การให้น้ำแต่ละครั้งจึงใช้เวลาประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงต่อล็อต เพื่อให้ต้นข้าวโพดได้รับความชุ่มชื้นเพียงพอ

เคล็ดลับ ‘ใส่ปุ๋ย ใส่ใจ’ ช่วยพืชโตไว ฝักใหญ่ เมล็ดเต็ม

เคล็ดลับสำคัญของการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้ได้ผลผลิตสูง อยู่ที่ “การใส่ปุ๋ย” เกษตรกรจำเป็นต้องสังเกตอาการของต้นข้าวโพดว่าขาดธาตุอาหารใด และใส่ปุ๋ยให้ตรงสูตร ตรงเวลา และสอดคล้องกับความต้องการของพืชในแต่ละช่วงการเจริญเติบโต ไม่ใช่เพียงใส่ไปตามความเคยชินเท่านั้น

โดยคุณเอนกจะบำรุงข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ในช่วงอายุ 20-30 วัน ซึ่งเป็นช่วงข้าวโพดทำรุ่น จะใช้ปุ๋ยซอยล์เมต สูตร 20-8-20 อัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อบำรุงต้นและส่งเสริมการสร้างฝักทุกส่วน พร้อมเตรียมความสมบูรณ์ของต้นสำหรับการออกดอกและติดฝักต่อไป โดยทั่วไป ข้าวโพดจะใช้เวลาประมาณ 110 วันจึงสามารถเก็บเกี่ยวได้ และการเก็บเกี่ยวในช่วงเวลาที่เหมาะสมจะช่วยให้ผลผลิตมีคุณภาพและได้ราคาดี

คุณเอนก เล่าว่า “พี่ชอบแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนเกษตรกร ว่าปีนี้ใครได้ผลผลิตเท่าไหร่ ใช้ปุ๋ยอะไรให้ได้ผลผลิตดี ประจวบกับช่วงนั้นมีทีมส่งเสริมซอยล์เมต เข้ามาจัดบูธในหมู่บ้าน จึงได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรม ทางทีมส่งเสริมของซอยล์เมตก็ได้แนะนำให้ลองใช้ปุ๋ยซอยล์เมตดู เทียบกับปุ๋ยที่เราเคยใช้ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ด้วยความที่พี่เห็นเพื่อนใช้แล้วผลผลิตดี เราเองก็อยากลองนำมาใช้ดูบ้าง”

ก่อนหน้านั้นที่ยังไม่ได้ใช้ปุ๋ยซอยล์เมต ผลผลิตที่ได้เฉลี่ยอยู่ที่ 1 ตันต่อไร่ ต้นข้าวโพดไม่ค่อยเขียว และน้ำหนักฝักไม่ดีนัก แต่เมื่อหันมาใช้ปุ๋ยซอยล์เมตต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ปี พบว่าผลผลิตเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ต้นข้าวโพดมีความเขียวสดจนถึงช่วงเก็บเกี่ยว ใบสมบูรณ์ น้ำหนักฝักดีขึ้นอย่างชัดเจน อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนได้ เนื่องจากบางครั้งใช้เพียง 2 ครั้งต่อรอบการปลูกก็เพียงพอ ทำให้คุ้มค่าและได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ความสำเร็จของคุณเอนกทำให้เขากลายเป็นเกษตรกรตัวอย่างที่ไม่หยุดเรียนรู้ และไม่ยึดติดกับวิธีการเดิมๆ มีการพัฒนาวิธีการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ของตนเอง พร้อมทั้งดูแลผลผลิตอย่างสม่ำเสมอ แม้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะถูกมองว่าเป็นพืชที่ไม่ต้องการการดูแลมากนัก แต่คุณเอนกพิสูจน์ให้เห็นว่า หากให้น้ำอย่างเหมาะสมและบำรุงธาตุอาหารตรงจุด ผลผลิตก็สามารถเต็มไร่และสร้างรายได้ที่คุ้มค่าได้จริง

สนใจ ปุ๋ยซอยล์เมต (Soil Mate) ทักมาได้เลย!
Facebook : ปุ๋ยซอยล์เมต Soil Mate – ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยเคมี
Line : https://lin.ee/LGiZ8Bi หรือ @Soilmate
โทร : 097-320-5970
เว็บไซต์ : www.soilmate.co.th… อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.khaosod.co.th/technologychaoban/featured/article_317383

#ปุ๋ยซอยล์เมต#SoilMate#เป๊ะทุกถุง#แรงทุกเม็ด#ปุ๋ยที่มืออาชีพการันตี #ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ #ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

Related Posts