ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
สมาพันธ์ปศุสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย ผนึกพันธมิตร 4 สมาคมด้านปศุสัตว์ แจงเหตุผลต้องนำเข้าข้าวโพดสหรัฐฯ ช่วยลดต้นทุนภาคปศุสัตว์ ลด PM 2.5 ย้ำไม่กระทบเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดในประเทศ ส่วนประเด็น GMO มีมาตรฐานใช้ทั่วโลกกว่า 30 ปี ไม่กระทบสุขภาพ สมาพันธ์ปศุสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย พร้อมพันธมิตร 4 สมาคมในภาคอุตสาหกรรมปศุสัตว์และประมง ร่วมแถลงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐอเมริกา ภายใต้กรอบองค์การการค้าโลก (WTO) เพื่อสร้างความเข้าใจต่อสาธารณะ นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย และเลขาธิการสมาพันธ์ปศุสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย กล่าวว่า การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐอเมริกามีความจำเป็นด้วยเหตุผล 2 ประการ 1. เพื่อบรรเทาผลกระทบภาษีของสหรัฐฯ แม้ปัจจุบันศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยให้ยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลก แต่ยังเป็นภัยคุกคามอยู่เนื่องจากสหรัฐฯ ใช้อำนาจตามมาตรา 122 แห่งกฎหมายการค้าปี 1974 ประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกในอัตรา 10% และเก็บสูงสุดได้ถึง 15% ไทยจึงมีความจำเป็นต้องเจรจาเปิดตลาดกับสหรัฐอเมริกาอย่างต่อเนื่อง 2. ภาคปศุสัตว์
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงผลการศึกษาเรื่อง “ต้นทุนส่วนเพิ่มการลดก๊าซเรือนกระจก สินค้าพืชเศรษฐกิจ (ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์)” โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1-12 (สศท. 1-12) บูรณาการศึกษาเพื่อเปรียบเทียบต้นทุน ผลตอบแทน และปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ระหว่างเกษตรกรที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แบบทั่วไป กับเกษตรกรที่ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน รวมถึงวิเคราะห์ต้นทุนส่วนเพิ่ม (Marginal Abatement Cost: MAC) ในการลดก๊าซเรือนกระจกจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ปุ๋ย โดยทำการสำรวจข้อมูลจากเกษตรกรในแหล่งเพาะปลูกสำคัญ 8 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ตาก สระบุรี น่าน เพชรบูรณ์ เลย พิษณุโลก และนครสวรรค์ รวมทั้งสิ้น 366 ราย ในช่วงปีเพาะปลูก 2567/68 จากการศึกษาเปรียบเทียบ ด้านต้นทุนและผลตอบแทน พบว่า เกษตรกรทั่วไปมีต้นทุนเฉลี่ย 5,554.97 บาทต่อไร่ ได้ผลผลิต 752.37 กิโลกรัมต่อไร่ และมีกำไรสุทธิ 1,065.89 บาทต่อไร่ ในขณะที่เกษตรกรที่ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน มีต้นทุนเฉลี่ยต่ำกว่าอยู่ที่ 5,279.97 บาทต่อไร่ แต่กลับได้ผลผลิตสูงถึง&n
เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ที่โรงงานนครหลวง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายวรสิทธิ์ สิทธิชัยวิชัย ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการธุรกิจพืชครบวงจร (เมียนมา) และ ดร.สดุดี สุพรรณไพ รองกรรมการผู้จัดการ สำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาล และกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิวส์ จำกัด (CPP) ได้ร่วมกันแถลงข่าวความก้าวหน้าการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่การผลิต ในพื้นที่ประเทศ ไทย เมียนมา สปป.ลาว โดยมุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ว่าผลิตภัณฑ์ทุกขั้นตอน “ไม่ปลูกในพื้นที่รุกป่า และไม่มีการเผาแปลง” ในปีที่ผ่านมา CPP Myanmar ได้ประสบความสำเร็จครั้งสำคัญในการขับเคลื่อนระบบตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เต็มรูปแบบ โดยได้รับมอบใบรับรองมาตรฐานระดับโลก ณ กรุงย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา ซึ่งถือเป็นต้นแบบความสำเร็จที่เกิดจากความร่วมมืออย่างเข้มแข็งระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม โดยสรุปสาระสำคัญของการดำเนินงานมีดังนี้ 1. การรับรองมาตรฐานสากล CPP Myanmar ได้รับใบรับรองระบบตรวจสอบย้อนกลับ Def
ซินเจนทา ซีดส์ ประเทศไทย หนึ่งในผู้ผลิตและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รายใหญ่ของประเทศไทย จัดงาน “NK HERO DAY รุ่นใหญ่ สู่ รุ่นใหม่” เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีเมล็ดพันธุ์และการจัดการแปลงปลูกสู่เกษตรกร พร้อมเปิดตัวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมพันธุ์ใหม่ NK 6954 (เอ็นเค หกเก้าห้าสิบสี่) อย่างเป็นทางการ โดยมุ่งให้เกษตรกรได้เห็นของจริงจากแปลงสาธิต เพื่อสร้างความมั่นใจในการเลือกใช้พันธุ์ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านผลผลิตและความต้องการของตลาดอาหารสัตว์ในปัจจุบัน รวมไปถึงการนำไปปลูกใช้ได้จริงในเชิงพาณิชย์ งานดังกล่าวจัดขึ้น ณ สถานีวิจัยและพัฒนา ซินเจนทา อ. ตากฟ้า จ. นครสวรรค์ โดยมีเกษตรกรจากพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก รวมถึงดีลเลอร์และเกษตรกรผู้นำชุมชนเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก ภายในงานเปิดให้เกษตรกรได้เยี่ยมชมแปลงสาธิตและเรียนรู้คุณสมบัติของพันธุ์ NK 6954 อย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ลักษณะฝัก ความแข็งแรงของต้น ความสามารถในการปรับตัวต่อสภาพพื้นที่ราบและพื้นที่ราบลุ่ม ตลอดจนแนวทางการจัดการแปลงที่เหมาะสมตั้งแต่การเลือกพันธุ์ การวางระยะปลูก ไปจนถึงการใช้สารอารักขาพืชอย่างเหมาะสมกับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กา
ในปี 2025 คืออีกหนึ่งปีที่สะท้อนพลวัตของภาคเกษตรไทยได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะ “ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์” พืชเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงตั้งแต่ระดับไร่ไปจนถึงอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ขนาดใหญ่ รศ.ดร.ชูศักดิ์ จอมพุก อาจารย์ภาควิชาพืชไร่นา คณะเกษตร กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน อธิบายภาพรวมของสถานการณ์ว่า ปีนี้ประเทศไทยให้ผลผลิตถึง 5.3 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2024 ที่ได้เพียง 5 ล้านตัน สาเหตุสำคัญมาจากฝนที่ตกต้องตามฤดูกาล และมีพื้นที่ปลูกที่เพิ่มจาก 6.2 ล้านไร่เป็น 6.8 ล้านไร่ ส่งผลให้ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ขยับจาก 780 กิโลกรัมในปี 2024 เป็น 790 กิโลกรัมต่อไร่ในปี 2025 รศ.ดร.ชูศักดิ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในไทยมักเริ่มช่วงต้นฤดูฝนตั้งแต่ปลายเมษายน ส่วนในฤดูแล้งจะเริ่มปลูกช่วงเดือนธันวาคม ซึ่งข้าวโพดเป็นพืชที่ปลูกได้ทั้งปี และหากเกษตรกรวางแผนปลูกแบบกระจาย จะช่วยให้การจัดการผลผลิตมีประสิทธิภาพ โดยไม่จำเป็นต้องเก็บสต๊อกจำนวนมากในโกดัง การปลูกข้าวโพดให้ได้คุณภาพปัจจัยสำคัญที่สุดของการผลิตคือ “น้ำ” เพราะพื้นที่ปลูกส่วนใหญ่เป็นที่ไร่ ไม่มีระบบชลประทานรองรับ จึงต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นหล
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการนำคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และภาคีเครือข่าย เข้าร่วมปฏิบัติการตั้งแปลงเก็บเกี่ยวผลผลิต (Crop Cutting) ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 4 แปลง เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2568 ณ จังหวัดเพชรบูรณ์ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีเนื้อที่เพาะปลูกข้าวโพดมากที่สุดในประเทศ โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอและทบทวนแนวทางการทำ Crop Cutting ให้สอดคล้องกับปัจจัยและสถานการณ์การผลิตจริงในพื้นที่ที่หลากหลายแตกต่างกัน ทั้งแปลงที่ปลูกในพื้นที่เหมาะสมและไม่เหมาะสม เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตรงตามความเป็นจริงที่สุด โดยย้ำว่าการทำงานของ สศก. จะต้องตั้งอยู่บนหลักวิชาการที่ตรวจสอบได้ และเจ้าหน้าที่ต้องมีจรรยาบรรณในการเก็บข้อมูลและยึดความจริงเป็นหลักเสมอ การลงพื้นที่ดังกล่าว เป็นการสำรวจแปลงในพื้นที่ตำบลนาซำ ตำบลศิลา และตำบลตาดกลอย ของอำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีเกษตรกรผู้ให้ความอนุเคราะห์พื้นที่แปลงสำรวจและอนุญาตให้จัดเก็บผลผลิต จำนวน 4 ราย ซึ่งการปฏิบัติการได้รับความร่วมมือจากผู้แทนหน่วยงานสำคัญต่างๆ อาทิ สมาคมการค้าพืชไร
ย่างกุ้ง, เมียนมา | 16 ตุลาคม 2568 – สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง ร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) สมาคมผู้ประกอบการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมียนมา (MCIA) และ Control Union จากเนเธอร์แลนด์ จัดพิธีรับรองความสำเร็จครบรอบ 1 ปีของ “ระบบตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในเมียนมา” (Myanmar Corn Traceability System) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนและผลักดันการค้าเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน ก่อนที่ประเทศไทยจะเริ่มใช้ มาตรการข้าวโพดปลอดการเผา อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มกราคม 2569 พิธีดังกล่าวจัดขึ้น ณ สถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงย่างกุ้ง โดยมีหน่วยงานสำคัญจากทั้งสองประเทศเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ทั้งจากกระทรวงพาณิชย์ สำนักงาน GISTDA ของไทย สมาคม MCIA ของเมียนมา และภาคเอกชนผู้ประกอบการหลักในห่วงโซ่อุปทาน ได้แก่ CPP Fertilizer, Bangkok Produce Merchandising (BKP) และ Myanmar C.P. Livestock ซึ่งทั้ง 4 รายนี้ได้รับมอบ Traceability Recommendation Letter จาก Control Union เพื่อรับรองผลการดำเนินงานในระบบตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่คุณค่าอย่างเป็นทางการ นายมงคล วิศิษฏ์สตัมภ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ ก
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญต่อประเทศไทยอย่างยิ่ง โดยเฉพาะภาคปศุสัตว์ เนื่องจากเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตอาหารสัตว์ ทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูก นอกจากนี้ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ยังเป็นพืชที่ปลูกง่าย ใช้น้ำน้อย หากเกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจและบริหารจัดการแปลงอย่างเหมาะสม ก็สามารถสร้างผลตอบแทนในระดับที่น่าพอใจ จนถึงขั้นทำรายได้หลักแสนต่อรอบการผลิตได้ไม่ยาก จังหวัดอุตรดิตถ์นับเป็นพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่สำคัญของประเทศ โดยมีการกระจายพื้นที่เพาะปลูกในหลายอำเภอ อาทิ อำเภอน้ำปาด ทองแสนขัน บ้านโคก และเมืองอุตรดิตถ์ ซึ่งล้วนเป็นแหล่งผลิตที่มีศักยภาพสูง วันนี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับ คุณเอนก คมจวงพรม เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จบนเส้นทางอาชีพที่สืบทอดจากครอบครัว เดิมทีมีพื้นที่เพาะปลูกเพียง 10 ไร่ แต่ด้วยความมุ่งมั่นและความขยันหมั่นเพียร ปัจจุบันได้ขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นเป็น 40 ไร่ และดูแลการผลิตด้วยตนเองในทุกขั้นตอน สำหรับเหตุผลที่เลือกปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์นั้น คุ
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นพืชอายุสั้นใช้น้ำน้อย ที่ผ่านมาเกษตรกรจะเก็บเกี่ยวข้าวโพดฝักแก่ที่มีอายุการปลูก 120 วันไปขายให้กับโรงงานแปรรูปเป็นอาหารสัตว์ แต่ปัจจุบันนี้เกษตรกรได้ปรับเปลี่ยนมาตัดต้นข้าวโพดต้นสดที่มีอายุการปลูก 70 วันไปสับและหมัก เมื่อนำไปให้แพะและแกะกินจะได้รับโปรตีน วิตามินและแร่ธาตุ ทำให้แพะแกะ โตไวและแข็งแรง แล้วยังช่วยลดต้นทุนการผลิตและได้รับผลตอบแทนคุ้มทุน วันนี้จึงนำเรื่อง “เกษตรกรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ตัดต้นสดมาสับและหมักให้แพะ-แกะ กินแล้วโตไว” มาบอกเล่าสู่กันครับ ในภาวะที่ต้นทุนค่าอาหารสัตว์มีราคาสูง ขอแนะนำทางเลือกให้เกษตรกรปลูกพืชอายุสั้นที่ใช้น้ำน้อย เช่น ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อตัดต้นสดอายุ 70 กว่าวันหลังปลูกแล้วนำมาสับและหมัก เมื่อให้แพะและแกะกินจะช่วยให้ตัวโตไวและแข็งแรง แล้วทำให้ต้นทุนการผลิตลดลงด้วย ที่ผ่านมา กรมส่งเสริมการเกษตรได้ส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แบบแปลงใหญ่เพื่อเป็นศูนย์กลางการรองรับองค์ความรู้เพื่อนำไปสู่พัฒนาการผลิต ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อตัดต้นสดไปสับและหมักซึ่งมีทั้งโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุ เมื่อใ
27 สิงหาคม 2568 – บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) หรือ BKP ผู้จัดหาวัตถุดิบอาหารสัตว์ให้กับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ ประกาศจุดยืนชัดเจนว่า BKP มีนโยบายรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายในประเทศเป็นลำดับแรก สอดคล้องกับแนวคิดการดำเนินธุรกิจของเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่เชื่อมั่นว่า “เกษตรกรคือคู่ชีวิต” พร้อมตอกย้ำว่า เกษตรกรคือรากฐานสำคัญของความมั่นคงทางอาหาร ที่จะทำให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นครัวโลกได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ความต้องการใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ในประเทศมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ไทยยังจำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้าในบางส่วนเพื่อเติมเต็มปริมาณที่ขาดหาย โดยเฉพาะในสถานการณ์ล่าสุดที่สหรัฐฯ ประกาศมาตรการภาษีการค้าเรียกเก็บกับประเทศไทยในอัตรา 19% ซึ่งทำให้ไทยจำเป็นต้องเปิดให้มีการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐฯ ภายใต้กรอบการค้าดังกล่าว นายฐิติ ลุจินตานนท์ ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า BKP ยึดมั่นในนโยบายการจัดหาวัตถุดิบอาหารสัตว์อย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการรับซ
