นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ในปีนี้ ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากความผันผวนของสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น ทั้งภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วง และอุทกภัยรุนแรงในหลายพื้นที่ ตามข้อมูลจากหน่วยงานด้านสภาพอากาศคาดการณ์ว่า ไทยเสี่ยงเผชิญปรากฏการณ์ “ซูเปอร์เอลนีโญ” ซึ่งมีแนวโน้มทวีความรุนแรงสูงสุดในช่วงปลายปี 2569 ถึงต้นปี 2570 ทำให้เกิดคลื่นความร้อนทำให้น้ำระเหยเร็ว อาจสร้างความเสียหายต่อพื้นที่เพาะปลูกได้

ในงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี สยามคูโบต้าจึงนำเสนอแนวคิดการทำเกษตรอย่างยั่งยืน ผ่านนวัตกรรมชุดปั้มน้ำที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าและค่าน้ำมัน ตอบโจทย์พื้นที่ที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ปัจจุบันทางบริษัทมีเทคโนโลยีการจัดการน้ำให้เลือกหลายรุ่น สยามคูโบต้า เชื่อว่า ด้วยนวัตกรรมการจัดการน้ำของเราจะช่วยให้เกษตรกรไทยรับมือปัญหาซุปเปอร์เอลนิโญได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“ ปัจจุบัน สยามคูโบต้า ได้จำหน่าย ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ผ่านบริษัทลูกคือ เกษตรอินโน บริษัทมีทีมงานช่วยคำนวณและเลือกรุ่นที่เหมาะสมกับความลึกของบ่อ ระยะส่งน้ำ และพื้นที่หน้างานเพื่อลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการทรัพยากรน้ำและพลังงานให้มีความยั่งยืนและเกิดประโยชน์สูงสุด เกษตรกรผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมนวัตกรรมการจัดน้ำของคูโบต้าได้ที่งานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี เปิดเข้าชมตั้งแต่วันนี้ – 14 มีนาคม 2570 ”นางวราภรณ์กล่าว

3 โซนไฮไลต์ที่ “คูโบต้า พาวิลเลียน”
บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดตัว “คูโบต้า พาวิลเลียน” (KUBOTA Pavilion) ใจกลางมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี ชูแนวคิด “Seeding Future Makers ปลุกคนพันธุ์ใหม่ ปลูกอนาคตเกษตรให้ยั่งยืน” พบกับ 3 โซนไฮไลต์ที่สุดแห่งประสบการณ์งานสวนเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูก ได้แก่
● Seed of Innovation: พบกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรแห่งอนาคต “VERSATILE PLATFORM ROBOT: TYPE S” หุ่นยนต์ขนส่งอเนกประสงค์จากญี่ปุ่น ที่ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด “อาหารและการเกษตร” ตอบโจทย์การทำงานจริง ตั้งแต่ขั้นตอนการปลูก การดูแลแปลง และการจัดการทรัพยากร การันตีด้วยรางวัล Best of Innovation ในหมวดผลิตภัณฑ์ Industrial Equipment and Machinery จากโครงการ CES Innovation Awards® 2025

“ จุดเด่นของนวัตกรรมตัวนี้ มีศักยภาพในการทำงานพื้นที่ต่างระดับ หรือพื้นที่ร่องขนาดเล็ก ซึ่งเครื่องจักรกลขนาดใหญ่เข้าไม่ถึง สามารถวางตะกร้าสำหรับเก็บผลผลิตบนสิ่งประดิษฐ์นี้ได้ต่อไปอาจปรับขนาดนวัตกรรมให้ใหญ่ขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกรในอนาคต ”นางวราภรณ์กล่าว
● Seed of Productivity: สัมผัสการเชื่อมโยงองค์ความรู้และเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำเกษตร ลดแรงงาน เวลา ต้นทุน ได้แก่ 1.รถปลูกผักคูโบต้า รุ่น KP202 ช่วยปักต้นกล้าได้สม่ำเสมอด้วยระบบไฮดรอลิก เหมาะสำหรับการปลูกพืชมูลค่าสูงที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรตลอดปี 2. KUBOTA NAVI RIDER รุ่น NR23 แทรกเตอร์ขนาด 23 แรงม้า ยกล้อสูงถึง 65 เซนติเมตร ช่วยลดการสัมผัสหรือชนต้นพืช สามารถปรับความกว้างของล้อให้เหมาะกับระยะปลูกของพืช และระบบเลี้ยว 4 รูปแบบ สามารถติดอุปกรณ์ต่อพ่วง คือ B-MR-3RS2 เครื่องพรวนดิน ใส่ปุ๋ย กลบโคน
“ โซน Seed of Productivity คูโบต้าได้จัดแสดงเทคโนโลยีทันสมัยที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการปลูกพืชมูลค่าสูงได้อย่างแม่นยำ ลดการใช้แรงงาน ประหยัดเวลาและลดต้นทุนการผลิต ประกอบด้วย รถปลูกผักคูโบต้า รุ่น KP202 ทำงานด้วยระบบไฮดรอลิก ปักชำต้นกล้าลงดินทีละต้น เป็นแถวคู่ได้สม่ำเสมอ และแม่นยำ รถแทรกเตอร์ KUBOTA NAVI RIDER รุ่น NR23 ขนาด 23 แรงม้า ยกล้อสูง สามารถติดอุปกรณ์ต่อพ่วง คือ เครื่องพรวนดิน ใส่ปุ๋ย กลบโคน สำหรับปลูกพืชมูลค่าสูงในกลุ่มพืชผัก สมุนไพรและดอกไม้ เช่น ดาวเรืองและคัตเตอร์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดทั้งปี ”นางวราภรณ์กล่าว
● Seed of Sustainability: นำเสนอการใช้ทรัพยากรในการทำเกษตรอย่างยั่งยืนผ่านปั๊มน้ำโซลาร์เซลล์ ตราช้าง ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อช่วยลดต้นทุนด้านพลังงาน พร้อมเพิ่มทางเลือกในการบริหารจัดการน้ำจากแหล่งน้ำต่าง ๆ ทั้งน้ำบาดาล และน้ำผิวดิน รองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ อาทิ งานเกษตรกรรม การปศุสัตว์และประมง

ร่วมเปิดประสบการณ์เกษตรแห่งอนาคต ณ “คูโบต้า พาวิลเลียน” ภายในมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี พิเศษ! ร่วมกิจกรรม Creative Workshops ณ คูโบต้า พาวิลเลียน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย อาทิ การจัดสวนจิ๋ว เพ้นต์กระจก ทำถุงหอม จัดช่อผักดีไซน์ และสร้างสรรค์กรอบรูปจากมอส พร้อมกิจกรรมร่วมสนุกลุ้นรับของที่ระลึกตลอดการจัดงาน เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น. ตั้งแต่วันนี้ถึง 14 มีนาคม 2570 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://kubotapavilion.siamkubota.co.th/th
มหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จังหวัดอุดรธานี บนพื้นที่กว่า 1,030 ไร่ ภายใต้แนวคิด “ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต: สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน” (Diversity of Life: Connecting People, Water and Plants for Sustainable Living) ซึ่งได้รับการรับรองจากสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) ชูไฮไลต์ สวนนานาชาติ 32 สวน จาก 17 ประเทศ และ 2 องค์กรนานาชาติ สวนองค์กรจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนชั้นนำของไทย 16 สวน รวมถึง “คูโบต้า พาวิลเลียน” จาก บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด สวนจัดแสดงพรรณไม้กว่า 50 สวน และไม้ดอกไม้ประดับหมุนเวียนกว่า 1 ล้านต้น พร้อมนิทรรศการและกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย


