แปรรูปสินค้าเกษตร
Eden Agritech เป็นบริษัทที่มุ่งเน้นการพัฒนาโซลูชันเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาผักและผลไม้สด โดยใช้สารที่ได้รับการรับรองจาก FDA ซึ่งปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง เป้าหมายหลักของบริษัทคือการลดการสูญเสียอาหารในระดับโลก และช่วยให้ผู้บริโภคได้รับประทานผักและผลไม้ที่สดใหม่ยาวนานยิ่งขึ้น วงการเกษตรไทยต้องจับตามอง กับนวัตกรรมใหม่จากฝีมือคนไทย อย่าง “Naturen” ผลิตภัณฑ์เพื่อการยืดอายุผักผลไม้ โดยทีมสตาร์ทอัพชื่อ Eden Agritech เป็นนวัตกรรมที่มีสารเคลือบจากธรรมชาติที่ปลอดภัยและสามารถบริโภคได้ ผลิตจากวัตถุดิบเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น เปลือกผลไม้ และ Plant-based Cellulose หรือเซลลูโลสจากพืช ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษในการช่วยยืดอายุผักผลไม้ได้นานขึ้นถึง 5 เท่า โดยไม่กระทบต่อคุณภาพหรือคุณค่าทางโภชนาการ Naturen คือผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาสำคัญในวงการเกษตร โดยเฉพาะเรื่อง การยืดอายุและรักษาคุณภาพของผักผลไม้ หลักการทำงานของ Naturen มี 3 จุดเด่นสำคัญ ปัจจุบันมีการทดสอบใช้งานจริงในกลุ่มผู้ประกอบการ ทั้งรายเล็กและรายใหญ่ทั่วประเทศ ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีมาก เก็บผลไม้ให้สดได้นาน ด้วย 2 วิธีง่ายๆ กับ Ed
ผศ.ดร.รันดา อดุลเดชจรัส อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนาโครงการวิจัย Bio Responsive Block โดยนำเปลือกหอยเหลือทิ้งจากชุมชนประมงชายฝั่งมาแปรรูปเป็นอิฐบล็อกช่องลมสำหรับงานตกแต่งสถาปัตยกรรม ด้วยกระบวนการผลิตที่ชุมชนสามารถดำเนินการเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องจักรอุตสาหกรรม จุดเริ่มต้นของโครงการมาจากวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกของ ผศ.ดร.รันดา ซึ่งศึกษาศักยภาพของเปลือกหอยเชอรี่และหอยแมลงภู่ในฐานะวัสดุก่อสร้าง โดยนำมาพัฒนาเป็นอาคารศูนย์เรียนรู้ที่มีโครงสร้างไม้ไผ่ ผลงานดังกล่าวได้รับการคัดเลือกให้จัดแสดงในงาน COP26 ที่เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร ต่อมาเมื่อได้รับทุนวิจัยจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ งานวิจัยในระยะแรกมุ่งเน้นการนำเปลือกหอยไปเผาที่อุณหภูมิสูงกว่า 1,000 องศาเซลเซียส เพื่อให้เกิดออกซิเดชันและแปรสภาพเป็นปูนขาวบริสุทธิ์ จากนั้นนำมาทดแทนส่วนหนึ่งของปูนซีเมนต์ OPC (Ordinary Portland Cement) ในสัดส่วนตั้งแต่ 10-30% และทดสอบค่าความแข็งแรงรับแรงกดตามมาตรฐานอุตสาหกรรม ผลการวิจัยพบว่าหากสัดส่วนปูนขาวจากเปลือกหอยสูงเกินไปความแข็งแรงของวัสดุจะลดลงจนไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน บดใ
คุณศิริวิมล กิตะพาณิชย์ หรือ คุณเปิ้ล เจ้าของไร่รื่นรมย์ และผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มฟังก์ชั่นจากจิงจูฉ่าย ในพื้นที่ตำบลงิ้ว อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ที่นำความชื่นชอบและใจที่รักต่อการทำอาชีพเกษตร นำมาต่อยอดพื้นที่ปลูกเกษตรอินทรีย์ผสมผสานกับการท่องเที่ยว รวมถึงการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากพืชผักออร์แกนิก ให้ตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติและรักสุขภาพมากที่สุดในพื้นที่เกือบ 3 ไร่ ในเวลากว่า 6 ปีที่ผ่านมา คุณเปิ้ล เล่าว่า จุดเริ่มต้นของการปลูกจิงจูฉ่าย เกิดขึ้นจากมีลูกค้าติดต่อเข้ามาหาคุณเปิ้ลว่า มีความต้องการที่อยากจะได้จิงจูฉ่ายแบบสด ไร้สารเคมี ออร์แกนิกแท้ และปลอดภัย 100% เนื่องจากลูกค้าป่วยเป็นมะเร็ง จึงเป็นสิ่งที่จุดประกายความคิดในการที่จะปลูกจิงจูฉ่ายแบบจริงจัง จึงติดต่อไปยัง ผศ.ดร.ทานตะวัน พิรักษ์ หัวหน้าโครงการวิจัยอาจารย์ประจำสาขา ภาควิชาพัฒนาผลิตภัณฑ์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และคณะทีมนักวิจัย ในการพัฒนาผักจิงจูฉ่ายต่อยอดทางธุรกิจในเชิงพาณิชย์ “เริ่มขึ้นเมื่อ 6 ปีที่แล้วค่ะ และก็ทำงานวิจัยกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นคือมีลูกค้าติดต่อมา เขาอยาก
ขอแสดงความชื่นชม นักศึกษาวิทยาลัยการอาชีพจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ที่มาร่วมแบ่งปันแนวคิดในการสร้างมูลค่าเพิ่มดอกไม้ท้องถิ่นในรูปแบบ “ ข้าวเกรียบดอกไม้ ” (Flower Crispy Rice) ที่ทำได้ง่าย แถมมีคุณค่าทางโภชนาการ ดีต่อสุขภาพสุดๆ นักศึกษาวิทยาลัยการอาชีพจอมทองแผนกวิชาการบัญชี ประกอบด้วย น.ส.อรพิมพ์ สมัญญาบัณฑิต น.ส.สิรินนภา โปธิมอย น.ส.นัยนา แซ่วะ น.ส.พัชริดา แซ่ยะ น.ส.นรินญา ถาแก้ง และ น.ส.วริศรา ใจทะนัน รวมทั้งอาจารย์ที่ปรึกษา คือ คุณปุณยนุช กาบหล้า คุณชนัญชิดา เจนแพทย์ และคุณระพีพรรณ อินทะธน ได้ร่วมกันคิดค้นวิธีทำข้าวเกรียบดอกไม้ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการนำดอกไม้ท้องถิ่นที่บริโภคได้นำมาสร้างมูลค่าและเพิ่มศักยภาพผลิตภัณฑ์ข้าวเกรียบให้มีเอกลักษณ์และความโดดเด่นในตลาดขนมขบเคี้ยว โดยนำเสนอข้าวเกรียบผสมดอกไม้ที่มีความสวยงามและแปลกใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ ขณะเดียวกันเพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรมอาหารท้องถิ่น โดยบูรณการการใช้ดอกไม้ที่มีความสำคัญทางวัฒนธรรมในผลิตภัณฑ์ข้าวเกรียบ ซึ่งเป็นการเผยแพร่องค์ควา
นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า มันจาวมะพร้าวเป็นพืชที่อุดมไปด้วย แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม วิตามินซี และมีกรดโฟลิกสูงมาก เป็นพืชที่ไม่มีกลูเตน มีปริมาณแป้งต้านทานการย่อยสูง และมีค่าดัชนีน้ำตาลที่ต่ำ ปัจจุบันมีการผลิตมันจาวมะพร้าวเชิงการค้ามากขึ้น โดยผลผลิตจะเริ่มเก็บเกี่ยวประมาณเดือนตุลาคมถึงเมษายนของทุกปี ซึ่งความต้องการของตลาดในการซื้อขายผลผลิตของมันจาวมะพร้าวนั้นส่วนใหญ่ผู้บริโภคจะต้องการเป็นหัวที่มีลักษณะกลม ขนาดไม่ใหญ่มาก เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่นำไปต้ม หรือนึ่งรับประทาน หรือนำมาปรุงเป็นขนมหวาน ส่วนหัวที่มีขนาดใหญ่ไม่เป็นที่ต้องการมักจะเก็บไว้ใช้ทำพันธุ์ในปีต่อไป ซึ่งในบางครั้งมันจาวมะพร้าวหัวใหญ่เหลือมากเกินกว่าความต้องการใช้ของเกษตรกรจะถูกขายเหมาไปในราคาที่ถูกมาก นางสาวจารุรัตน์ พุ่มประเสริฐ นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ กองวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลเกษตร (กวป.) กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ได้เห็นถึงศักยภาพของมันจาวมะพร้าวจึงได้ศึกษาวิจัยโดยนำมันจาวมะพร้าวหัวใหญ่ที่ตลาดไม่ต้องการโดยนำมาพัฒนาเป็นแป้งฟลาวที่ไม่มีกลูเตน มีปริ
“เปิงด้าจก์” เป็นภาษามอญ แปลว่า ข้าวน้ำ ที่หมายถึงข้าวแช่นั่นเอง ชาวมอญมีประเพณีในการทำข้าวแช่เพื่อถวายพระสงฆ์และเลี้ยงชาวบ้านในชุมชนในเทศกาลสงกรานต์ ถือเป็นงานที่สำคัญยิ่งของชาวมอญ จึงมักเรียกข้าวแช่ว่า “เปิงซังกราน” ที่หมายถึง ข้าวสงกรานต์ ตำนาน “ข้าวสงกรานต์” (ข้าวแช่) องค์ บรรจุน คอลัมนิสต์ผู้เขียนบทความเกี่ยวกับมอญเล่าว่า ข้าวสงกรานต์ หรือเปิงด้าจก์ นี้แปลตรงตัวว่า ข้าวน้ำ เป็นอาหารที่สืบเนื่องมาจากพิธีกรรม ใช้เวลาในการจัดเตรียมค่อนข้างมาก มีขั้นตอนในการทำอย่างพิถีพิถัน เมื่อปรุงเสร็จเรียบร้อยแล้วจะต้องนำไปถวายบูชาต่อเทพยดา จากนั้นจะนำไปถวายพระสงฆ์ แบ่งไปส่งผู้หลักผู้ใหญ่ที่นับถือ ที่เหลือจึงจะนำมาตั้งวงแบ่งกินกันเองภายในครัวเรือน เรื่องข้าวแช่นั้น สืบเนื่องมาจากตำนานสงกรานต์ของมอญ ดังที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้จารึกไว้ที่ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (จารึกไว้ในแผ่นศิลารวม 7 แผ่น ติดไว้ที่คอสองในศาลาล้อมพระมณฑปทิศเหนือ ปัจจุบัน (2550-กองบก.ออนไลน์) บางแผ่นหายไปแล้ว) ตำนานมีว่า เศรษฐีผู้หนึ่งไม่มีบุตรธิดา เป็นที่อับอายแก่ชาวบ้านและวิตกทุกข์ร้อนใจด้วยยังขาดผู้สืบทอดม
เมื่อถึงเทศกาลสงกรานต์ ภาพที่เราคุ้นตาคงหนีไม่พ้นเสียงหัวเราะสดใส เสื้อลายดอกสีสด และการสาดน้ำคลายร้อน แต่มีอีกหนึ่งไอเทมที่มักจะถูกหยิบมาใช้ในช่วงนี้ และกลายเป็นสัญลักษณ์ลับๆ ที่หลายคนอาจมองข้ามไป นั่นก็คือ… “ดินสอพอง” ดินสอพอง คือดินแร่ธรรมชาติที่มีชื่อเรียกว่า “ดินมาร์ล” เป็นดินสีขาว เนื้อละเอียดแน่น พบได้ในบางพื้นที่ของประเทศไทย เช่น หมู่บ้านหินสองก้อน จังหวัดลพบุรี ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตดินสอพองที่ดีที่สุดในประเทศ แม้จะไม่เหมาะสำหรับการปลูกพืช แต่ชาวบ้านนำดินชนิดนี้มาเผาและผ่านกรรมวิธีแบบภูมิปัญญาท้องถิ่น จนกลายเป็นดินสอพองที่มีคุณสมบัติเด่น ทั้งด้านการดูดซับความมันเยิ้มบนใบหน้า บรรเทาอาการร้อนผิว และใช้ได้แม้แต่ในอุตสาหกรรมแป้ง เครื่องสำอาง และยาสมุนไพร จากตำราโบราณ…สู่การใช้จริง ดินสอพอง ไม่ได้มีดีแค่ใช้เล่นสงกรานต์ แต่ยังเป็นสมุนไพรที่อยู่คู่กับคนไทยมายาวนาน โดยจัดอยู่ในกลุ่ม “สมุนไพรแร่ธาตุ” หรือที่เรียกว่า “เครื่องยาธาตุวัตถุ” น้อยคนจะรู้ว่า “ดินสอพอง” ถูกบันทึกไว้ใน ตำราพระโอสถพระนารายณ์ ซึ่งเป็นตำรายาโบราณตั้งแต่สมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยมีสูตรยา
หลังจากที่เราได้ทำความรู้จักกับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรรมชาววัง และวิธีการปลูกมะระขี้นกให้ได้คุณภาพในตอนแรกไปแล้ว อีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญที่ คุณนก-หนึ่งฤทัย อาจยางคำ ให้ความสำคัญไม่แพ้กันคือ “การแปรรูป” ซึ่งเป็นหัวใจของการแก้ปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ และเป็นเทคนิคสำคัญที่ช่วยให้สมาชิกกลุ่ม ‘เลิกหนี้ เลิกจน’ ได้อย่างยั่งยืน วันนี้คุณนกจะมาเผยเทคนิคการเปลี่ยนมะระขี้นกสด ให้กลายเป็นสมุนไพรอบแห้งคุณภาพพรีเมียมที่มีตลาดรองรับแน่นอน ด้วยขั้นตอนที่พิถีพิถันดังนี้ สำหรับการแปรรูปมะระขี้นกให้ได้คุณภาพเกรดส่งออก คุณนกเล่าว่า เราให้ความสำคัญตั้งแต่ความแก่ของผล เราจะเลือกเก็บเฉพาะลูกที่แก่จัด เนื้อขาว เมล็ดต้องเป็นสีน้ำตาลแข็งจนหยิกไม่เข้า จะไม่เก็บมะระอ่อนที่เมล็ดยังเป็นน้ำนมเด็ดขาด เพราะสเปกที่ลูกค้ากำหนดมานั้นเป็นช่วงที่สารสำคัญทางยาดีที่สุด หากเอาลูกอ่อนไปปนจะทำให้ค่าสารสำคัญตกลงทันที เราจึงมีการประชุมอัปเดตมาตรฐานกับสมาชิกทุกเดือน เพื่อให้ทุกคนคัดของได้ตรงตามเกณฑ์เดียวกัน ในส่วนของกระบวนการจัดการ จะมีกฎเหล็กว่าสมาชิกต้องมาส่งของได้ตั้งแต่เช้าถึงเที่ยงเท่านั้น และรับซื้อทุกวัน ยกเว้นวันอาทิตย์ เหตุผ
กรมทรัพย์สินทางปัญญาประกาศขึ้นทะเบียน “น้ำช่อดอกมะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว” เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) รายการใหม่ของจังหวัดสมุทรสาคร ชูจุดเด่นอัตลักษณ์จากแหล่งผลิตเฉพาะตัว มุ่งคุ้มครองชื่อสินค้าและรักษาคุณภาพตามแหล่งภูมิศาสตร์ พร้อมยกระดับมูลค่าสินค้าเกษตร GI ไทย สู่ตลาดเครื่องดื่มสุขภาพที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า น้ำช่อดอกมะพร้าวบ้านแพ้ว หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า น้ำตาลสดบ้านแพ้ว คือน้ำหวานบริสุทธิ์ที่เก็บจากช่อดอก หรือจั่นของมะพร้าวน้ำหอมพันธุ์ต้นเตี้ย โดยช่อดอกที่เหมาะสมต้องอยู่ในระยะที่ดอกยังไม่บาน หรือเป็นดอกที่ยังไม่มีการผสมเกสรหรือยังมีเปลือกแข็ง เกษตรกรจะใช้มีดปาดปลายจั่นทีละน้อย เพื่อให้น้ำช่อดอกมะพร้าวค่อยๆ หยดลงสู่กระบอกที่รองรับไว้ โดยใช้ระยะเวลาเก็บน้ำช่อดอกมะพร้าวแต่ละครั้งประมาณ 10-12 ชั่วโมง ซึ่งเป็นกรรมวิธีดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ น้ำช่อดอกมะพร้าวที่เก็บได้สามารถดื่มได้ทันที โดยมีรสชาติหวานละมุน เป็นเอกลักษณ์และมีกลิ่นหอมคล้ายใบเตย โดยเป็นเครื่องดื่มที่มีค่าน้ำตาลต่ำ อุดมไปด้วยแร่ธาตุ มีสารต้านอนุมูลอ
แพลนต์เบส (Plant based) คือ รูปแบบการกินอาหารที่เน้นพืชเป็นหลัก แทนการกินโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ซึ่งแพลนต์เบสไม่เพียงรวมถึงการกินอาหารจำพวกผักและผลไม้เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงธัญพืชต่างๆ การกินแพลนต์เบส ไม่ใช่การหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์เหมือนการกินอาหารมังสวิรัติ นม แต่คือการกินอาหารที่เน้นสัดส่วนของผัก ผลไม้ และธัญพืชชนิดต่างๆ เป็นหลัก โดยปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากหลากหลาย เช่น แพลนต์เบส โปรตีน หรือแพลนต์เบส มีต ซึ่งมีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ นม ไข่ หรือ น้ำผึ้ง และคงไว้ทางคุณค่าทางโภชนาการที่ร่างกายต้องการ หัวปลีกล้วย เป็นอีกหนึ่งผลผลิตทางการเกษตรที่น่าสนใจ มีแนวทางการพัฒนามาเป็นผลิตภัณฑ์สแน็กแผ่นจากปลีกล้วย ได้นำแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารในกลุ่มอาหารฟังก์ชั่นที่เรียกว่า ฟอร์ทิฟิเคชั่น (Food fortification) ซึ่งเป็นการเสริมวัตถุดิบอื่นที่มีสารอาหารที่ต้องการบางอย่างลงในผลิตภัณฑ์ เช่น เมล็ดทานตะวัน เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ นิวทริชั่นแนลยีสต์ นำส่วนผสมดังกล่าวมาเข้าสู่ขั้นตอนการผสม และขึ้นรูปโดยใช้ความร้อน เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีคุณลักษณะทางประสาทสัมผัสที่ต้องการ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้มีการทดสอบการยอมรั
