เทคนิคเกษตร
ในปัจจุบันนี้ เป็นช่วงที่มีการเก็บเกี่ยวข้าวกันในหลายจังหวัด เพราะต้นข้าวส่วนใหญ่จะสุกและแก่พร้อมเก็บเกี่ยวในช่วงปลายปี ขณะเดียวกันเราคงจะเห็นรถเกี่ยวข้าวขนาดใหญ่วิ่งทำงานอยู่ในพื้นที่นา บางรายอาจจะเป็นการเกี่ยวข้าวของตนเอง แต่บางรายอาจจะเป็นการจ้างรถเกี่ยวข้าวเข้าไปเกี่ยวในแปลงนาของตนเอง เป็นการสะดวก รวดเร็ว ประหยัดแรงงานคนงาน เกี่ยวข้าวเสร็จแล้วก็ส่งขายให้เจ้าของโรงสีได้ทันที เกษตรกรบางรายคงอยากจะมีเครื่องเกี่ยวข้าวไว้เป็นของตนเองบ้าง แต่คงสู้ราคาไม่ไหว เพราะแต่ละเครื่องแต่ละคันจะต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท อีกทั้งยังต้องมีรถบรรทุก 10 ล้อ สำหรับขนส่งเคลื่อนย้ายจากบ้านไปยังแปลงนา อีกทั้งไม่มีความรู้ในเรื่องการดูแลบำรุงรักษาด้วย ยิ่งเป็นการลงทุนที่สูญเสียเปล่า ดังนั้น มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยคณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร จึงได้คิดค้นดัดแปลงเครื่องเกี่ยวนวดข้าวขนาดเล็กต้นแบบ สะดวกต่อการใช้งาน เพื่อเป็นการลดต้นทุนอย่างยั่งยืน กลุ่มเกษตรกรสามารถหาซื้อไว้ใช้บริการแก่สมาชิกได้ทุกราย หรือรัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนแก่กลุ่มเกษตรกรก็จะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาอีกทางหนึ่ง รศ. เสมอขวัญ ตันติกุล อ
ปลาร้า เป็นการถนอมปลาไว้เป็นอาหารนอกฤดูกาล โดยมีข้อมูลเชิงสถิติจาก www.isangate.com ระบุว่า ประเทศไทยเรามีกำลังการผลิตปลาร้าทั่วประเทศ 20,000-40,000 ตัน ต่อปี มีครัวเรือนอีสานผลิตปลาร้าเฉลี่ย 27.09 กิโลกรัม ต่อปี มีอัตราการบริโภคปลาร้าเฉลี่ยประมาณ 15-40 กรัม ต่อคน ต่อวัน และมีปริมาณการซื้อขายปลาร้าทั่วประเทศคิดเป็นมูลค่าประมาณ 9 ล้านบาท ต่อวัน ปลาร้า หรือ ปลาแดก ปลาน้อย เป็นอาหารท้องถิ่นที่สำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะภาคอีสานของไทยและลาว รวมถึงบางส่วนของเวียดนาม โดยแต่ละท้องถิ่นจะมีการทำปลาร้าเป็นเอกลักษณ์ของตน ปัจจุบัน ปลาร้าได้พัฒนาขึ้นไปสู่ระดับสากลมากขึ้น มีปลาร้าพาสเจอไรซ์เพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อน แต่ส่วนใหญ่ปลาร้าก็ยังคงนิยมทำแบบเดิม โดยตักขายตามน้ำหนักจำหน่ายในตลาดสดทั่วไป ความหมายของ คำว่า แดก มาจาก คำว่า แหลก มีที่มาจากการนำปลาเล็กปลาน้อยมาทำเป็นปลาร้า หรือหากจะใช้ปลาตัวใหญ่ก็จะใช้วิธีสับให้แหลกก่อน เพื่อให้การหมักเกลือเข้าถึงตัวปลา แต่ชาวอีสานหลายพื้นที่ออกเสียงอักษร ร, ล กับอักษร ด กลับกัน ทำให้ปลาแหลกกลายเป็นปลาแดก ดังนั้น คำว่า แดก ในภาษาอีสานไม่ใช่คำที่ไม่สุภาพ นอกจา
กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรทอผ้าไหมบ้านหัวฝาย สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยมี คุณบุญสิน ราษฎร์ รับหน้าที่เป็นประธานกลุ่ม ในคราวแรกได้รับเส้นไหมพระราชทานเพื่อนำมาทอส่งให้กับทางศูนย์ศิลปาชีพ ต่อมาในปี 2548 ได้จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนในชื่อกลุ่มสตรีสหกรณ์ทอผ้าไหมบ้านหัวฝาย ได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมจากหน่วยงานราชการหลายแห่ง จวบจนปัจจุบันกลุ่มนี้ถือว่าผลิตผ้าไหมได้ดีเยี่ยม มีรางวัลผลิตภัณฑ์ระดับ 5 ดาว เป็นเครื่องการันตีคุณภาพ จนทำให้สินค้าผ้าไหมทุกชนิดได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศ เอกลักษณ์และจุดเด่นของผ้าไหมที่ผลิตจากกลุ่มทอผ้าไหมบ้านหัวฝาย เป็นผ้าไหมที่มีคุณภาพ มีสีสัน ลวดลาย สวยงาม ประณีต มีความหลากหลาย ได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่น (มผช.) มีการควบคุมคุณภาพการผลิต สีไม่ตก และมีการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ต้องการของตลาด และปรับลวดลายและสีสันให้ทันสมัยอยู่เสมอ และสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ทุกเพศทุกวัย ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มทุกชิ้น ถักทอด้วยฝีมืออันละเอียด ประณีต สวยงาม คุณเกษร เทพเรียน ตัวแทนสมาชิกกลุ่ม บอกว่า สำหรับอาชีพของชาวบ้านในกลุ่มสมาชิกมีหน้าที่ต่างๆ กันขึ้
อาหารว่าง คืออาหารที่เรากินก่อนที่จะเข้ามื้ออาหารหลัก เป็นอะไรที่น้อยๆ เบาๆ มีทั้งรสคาว และรสหวาน ชิ้นเล็กพอดีคำ นิยมกินกับเครื่องดื่มร้อนหรือเย็น อาหารว่างของไทยปัจจุบันส่วนมากจะเป็นขนมปังหรือพายต่างๆ อาจเพราะได้รับอิทธิพลมาจากฝรั่งนั่นเอง แต่ขอบอกว่า คนไทยเราเองก็มีอาหารว่างที่เป็นตัวของตัวเองเช่นกัน ซึ่งส่วนมากมักจะเป็นอาหารคาว อย่างเช่น หมูโสร่ง กระทงทอง สาคูไส้หมู เมี่ยงคำ เป็นต้น เมี่ยงคำน้ำลายสอ เมี่ยงสมอเมี่ยงปลาทู ข้าวคลุกคลุกไก่หมู น้ำพริกกลั้วทั่วโอชา เมี่ยงคำ เป็นอาหารว่างที่มีมานาน พบในบทพระราชนิพนธ์ กาพย์เห่ชมเครื่องว่าง ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 นิยมใช้เป็นอาหารสำหรับการสังสรรค์ ปิกนิกในครอบครัว หรือในหมู่เพื่อนฝูง วิธีการกินเมี่ยงคำให้อร่อยๆ โดยการจัดใบชะพลู หรือใบทองหลางใส่จานวางเครื่องปรุงทุกอย่างบนใบชะพลู หรือใบทองหลาง ตักน้ำเมี่ยงหยอดห่อเป็นคำๆ ทีนี้ก็ม้วนแล้วเอาเข้าปากเคี้ยวหมุบๆ หมับๆ แค่นี้ก็ฟินสุดๆ แล้ว เมี่ยงคำ อาหารว่างสมุนไพร เมี่ยงคำ เป็นอาหารว่างชนิดหนึ่งที่มีคุณค่าทางสมุนไพรสูง เพราะมีคุณสมบัติในการบำรุงรักษาธาตุทั้ง 4 เพื่อให้สมด
สมุนไพรหลายชนิดได้รับการยอมรับว่าสามารถรักษาโรค หรือบรรเทาอาการต่างๆ ได้ ขอนำเสนอ 9 สมุนไพรอายุยืน สำหรับผู้สูงวัยและผู้ที่เข้าใกล้คำว่าสูงวัย ภาพจาก: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
“เราเป็นฟาร์มออร์แกนิคแบบครบวงจร ที่ได้รวบรวมผัก ผลไม้ และเห็ดสดนานาชนิด โดยการคัดสรรผลิตผลที่ได้ด้วยคุณภาพมาตรฐาน สด…ใหม่ ปลอดสารพิษ ด้วยมาตรฐานการรับรองเกษตรอินทรีย์ นอกเหนือจากนั้นยังมีผลิตภัณฑ์ Homemade Premium ที่ผลิตสดใหม่ สะอาด และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง เราจึงภูมิใจในผลิตภัณฑ์คุณภาพ ภายใต้ชื่อแบรนด์ “greenME” ที่พร้อมมอบความมั่นใจสูงสุด ให้แก่ทุกท่านที่ห่วงใยในสุขภาพ อีกทั้งเรายังสร้างสรรค์พัฒนาให้ฟาร์มแห่งนี้…เป็นแหล่งเรียนรู้ สถานที่พักผ่อน และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ซึ่งเรายินดีต้อนรับ และเปิดบริการให้เข้าเยี่ยมชมทุกวัน” ประโยคเหล่านี้เป็นคำอธิบายผลิตภัณฑ์ของ กรีนมี ออร์แกนิคฟาร์ม ซึ่งตั้งอยู่ที่ ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ในเนื้อที่ 43 ไร่ โดย คุณอุบลรัช อาภาพันเลิศ และครอบครัว รวมถึงหุ้นส่วนชาวต่างชาติเป็นเจ้าของธุรกิจ จัดโซนนิ่ง ผัก-ผลไม้ ที่นี่นอกจากจะปลูกพืชผักนานาชนิดแล้ว ยังเพาะเห็ด เลี้ยงสัตว์ แปรรูปผลิตภัณฑ์ในฟาร์ม เปิดเป็นโฮมสเตย์หรือฟาร์มสเตย์ให้ลูกค้ามาพักและมาเรียนรู้วิถีเกษตรอินทรีย์ ทั้งยังเปิดร้านกาแฟอีกด้วย คุณอุบลรัช เล่าถึงที่มาที่ไปของ
“แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์” เป็นตำราแพทย์แผนไทยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะเป็นตำราแพทย์ฉบับหลวงที่เกิดจากพระบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้านายชั้นผู้ใหญ่ ตำแหน่งจางวางแพทย์ คือพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอมฤตย์ กรมหมื่นภูบดีราชหฤทัย พระราชโอรสในรัชกาลที่ 3 เป็นประธานในการชำระความถูกต้องและสงเคราะห์พระคัมภีร์แพทย์แผนไทยทั้งมวลขึ้นเป็น “ตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ฉบับหลวง” ในปี พ.ศ. 2413 อันเป็นปีที่ 3 ที่ทรงครองราชย์ ซึ่งแสดงว่าทรงให้ความสำคัญกับปัญหาความเจ็บไข้ได้ป่วยของประชาชน ไม่น้อยไปกว่าปัญหาความมั่นคงของประเทศด้านอื่นๆ ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่า พระคัมภีร์ทุกคัมภีร์ ตำรับยาทุกตำรับในตำรา “แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์” จึงเป็นภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยของชาติที่มีมาตรฐานเชื่อถือได้ “กัญชา” เป็นพืชสมุนไพรตัวหนึ่งใน “พระคัมภีร์สรรพคุณแลมหาพิกัด” ที่ระบุสรรพคุณของกัญชา ไว้ว่า “กัญชา แก้ไข้ผอมเหลืองหากำลังมิได้ ให้ตัวสั่น เสียงสั่น เป็นด้วยวาโยธาตุกำเริบ แก้นอนมิหลับ” ทั้งนี้ ไม่มีข้อความใดใน “ตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์” ที่ระบุว่า “กัญชา” เป็นสมุน
สิ่งที่ต้องคำนึงในการออกเดินทางท่องเที่ยว นอกจากแหล่งสวยๆ งามๆ แล้ว ที่พักและอาหารดูสำคัญไม่น้อย มีกำหนดการต้องขึ้นไปดอยอินทนนท์ ถือว่าเป็นภาคบังคับ ที่ผ่านมาได้สัญจรไปบ่อยพอสมควร แต่ส่วนใหญ่ไม่เคยต้องหาที่พักเอง…ใช้เวลาคิดหลายวัน ว่าจะทำอย่างไรดี ลืมไปว่า “นึกอะไรไม่ออก บอกพี่เบิร์ดได้” คุณธงชัย พุ่มพวง นักเขียนกิตติมศักดิ์ ของนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน สามารถบอกได้ “ไปที่เฮือนกัลยกร สิ…อยู่ไม่ไกล เช้าๆ ขึ้นดอยอินทนนท์ทันสบาย…” พี่เบิร์ด ตอบมา ท่องเที่ยว ชมบ้านชมเมืองลำพูน จนบ่ายคล้อย จึงมุ่งสู่จอมทอง โดยไม่ผ่านตัวเมืองเชียงใหม่ เพราะกลัวรถติด ก่อนถึงตัวอำเภอจอมทอง มีทางเลี้ยวขวาขึ้นดอยอินทนนท์ เลี้ยวขวาไปสัก 4-5 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าหมู่บ้าน ผ่านวัด ราว 2 กิโลเมตร ก็ถึงที่หมาย เฮือนกัลยกร โฮมสเตย์ ตั้งอยู่เลขที่ 34/2 บ้านก๊างไฟ ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ สองพี่น้อง เจ้าของเฮือนกัลยกร โฮมสเตย์ คือ คุณกัลยกร และ คุณยุวดี สุสิงโสด ต้อนรับด้วยไมตรีอันดียิ่ง ได้ยินนามสกุล “สุสิงโสด” จึงนึกออกว่า เมื่อก่อน คุณกัลยกร สุสิงโสด ทำงานอยู่ทีมเดียวกับพี่ธงชัย คือส
มีคนเล่าให้ฟังอย่างชวนน้ำลายสอ ว่าได้ไปกิน หมูหวาน ที่ปักษ์ใต้ เป็นหมูหวานที่ “หวาน” มาก แต่กินโดยราดน้ำมะนาวบีบสด ซึ่งแช่หอมแดงซอย พริกขี้หนูซอย จนเปรี้ยวเผ็ดจี๊ดๆ ลงไปจนชุ่มโชก เลยทำให้รสเปรี้ยวเผ็ดนี้ไปตัดรสหวานจัดและความมันของหมูหวานได้พอดิบพอดี ชนิดที่ว่ากลับมาแล้วก็ยังลืมรสนั้นไม่ลงเอาเลย ได้ยินแบบนี้เข้า ก็เลยจะต้องลองทำหมูหวานกินสักหน่อยล่ะครับผม คนชอบกินอาหารไทยภาคกลางคงนึกออกว่า เราจะพบหมูหวานได้ไม่ยาก เวลาสั่งข้าวคลุกกะปิมากิน หรือใครไปงานเลี้ยงตามโรงแรม ที่เขาชอบเลี้ยงน้ำพริกลงเรือเพื่อให้ดูเป็นสำรับไทยๆ นั้น ก็จะต้องมีหมูหวานไว้ราดหน้าทุกครั้งไป ตามร้านข้าวแกงยิ่งต้องมีแทบทุกร้าน เพราะมันเอาไว้กินตัดเผ็ดตัดเค็ม ตลอดจนคอยเติมรสหวานให้กับข้าวอื่นๆ ในลักษณะของวัฒนธรรมการกินแนมแบบครัวไทยได้ดี การที่เป็นของยอดนิยมแบบนี้ มันจึงมีหลายสูตรด้วยกัน ลองสืบค้นตำรากับข้าวดูเถิดครับ จะมีทั้งแบบที่หั่นยาว หั่นแบน หั่นชิ้นลูกเต๋า ใส่ได้ตั้งแต่น้ำปลา ซีอิ๊วดำหวานดำเค็ม เต้าเจี้ยวบด บ้างใส่หอมแดงซอย แต่บ้างก็ชอบกลิ่นกระเทียมพริกไทยรากผักชี ฯลฯ เรียกว่าทำยังไงก็ไม่มีทาง “ผิดสูตร” ไปได้หรอกคร
กล้วย เป็นผลไม้ที่คนไทยรู้จักมานาน เป็นผลไม้ที่ให้ประโยชน์มากมาย เป็นผลให้มีการปลูกอย่างแพร่หลายทั่วทุกภาคของประเทศ บ้างปลูกไว้กินภายในครัวเรือน บ้างปลูกไว้ขาย ทำเป็นธุรกิจ สำหรับผู้ที่บริโภคกล้วย ส่วนใหญ่จะบริโภคเป็นผลสุก เพราะได้รสชาติของกล้วยและวิตามินสูง หากกล้วยออกจำนวนมากแล้วไม่มีวิธีถนอมอาหาร ก็จะทำให้เน่าเสีย ด้วยภูมิปัญญาไทย ทางพ่อค้าแม่ค้าสมัยก่อน จึงได้เริ่มนำกล้วยมาแปรรูป เช่น การนำกล้วยมาทำเป็นกล้วยฉาบ กล้วยทอด กล้วยเชื่อม หรือ กล้วยกวน ซึ่งเป็นวิธีถนอมอาหารไว้กินได้นานหลายเดือน คุณนงนุช ปัญญา หรือป้านุช อยู่บ้านเลขที่ 23 หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านกลับ อำเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี เป็นผู้ที่ทำกล้วยฉาบอร่อย รสชาติดี เป็นอันดับหนึ่งของจังหวัดก็ว่าได้ เพราะมีลูกค้ามารอคิวซื้อกล้วยฉาบของป้านุชจำนวนมาก บ้างก็รับไปจำหน่ายต่อ ด้วยราคาที่ไม่แพง ป้านุช เล่าว่า ปัจจุบันนี้ กล้วยฉาบ ได้มีขายตามท้องตลาดและเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง แต่การทำกล้วยฉาบให้อร่อยนั้น ต้องมีวิธีที่พิถีพิถัน ใส่ใจในการทำทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดเลือกกล้วยที่ใช้ทำ ส่วนใหญ่แล้วมักเลือกกล้วยน้ำว้า เพราะเป็นกล้วยที่หา
