เทคนิคเกษตร
“สบายจังเลยอยากมีชีวิตแบบนี้บ้าง สบายๆ ง่าย” เพื่อนกล่าวขึ้นในขณะที่นั่งลง และกล่าวต่อว่า “แต่ชีวิตง่ายๆ มันยากจังที่จะได้มา เพราะเราทำชีวิตให้ยากเสียแล้ว” “เริ่มใหม่ได้นี่” “มันไม่ได้แล้ว พอจะเริ่มต้นใหม่ก็รู้สึกว่ามันยาก ไม่รู้งานอยู่ที่ไหน โกดังเก็บของจะอยู่ที่ไหน” “อ้าวตกลงมันยากหรือง่าย” “ดูง่ายๆ แต่มันยาก หรือว่าเราไม่กล้า เอาเป็นว่าแบบชั่วคราวแล้วกันนะ อยู่จริงก็คงไม่ได้” เธอสรุป อยากมีชีวิตง่ายๆ ชั่วคราว นี่คือช่องว่างของคนกลุ่มหนึ่งและดูเหมือนว่าเป็นกลุ่มใหญ่ด้วย และช่องว่างนี้คือช่องทางทำกินของคนอีกกลุ่มหนึ่งที่มีบ้านเงียบๆ แบบเดิมๆ เมื่อสองกลุ่มนี้มาเจอกัน ก็จะสบายไปด้วยกัน ผู้แสวงหาที่สงบสุข เรียบง่ายแบบธรรมชาติแต่ไม่ต้องการอยู่แบบถาวร คือถ้าอยู่จริงๆ ก็คงอยู่ไม่ได้ แต่อยากไปอยู่สักพักสักช่วงหนึ่งเท่านั้น ไปเพื่อเติมพลังกับอีกผู้หนึ่ง มีบ้าน มีที่สงบเรียบง่าย มีธรรมชาติจริงๆ ใช้ชีวิตไปอย่างช้าๆ ไม่มีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง มีแค่พอติดต่อกับภายนอก ฉันคนหนึ่งละที่อยู่ในกลุ่มผู้แสวงหาที่สงบมาตลอดโดยเฉพาะเมื่อครั้งทำงานอยู่กรุงเทพฯ เดือนหนึ่งต้องไปหาที่สงบๆ พักผ่อนครั้งหนึ่ง และ
ภญ. อาสาฬา เชาวน์เจริญ เขียนไว้ในอภัยภูเบศรสาร ฉบับ 142 คอลัมน์ “คนงามเพราะแต่ง” ถึงโรคต้อกระจก และสมุนไพรทางเลือกในการป้องกันและบำรุงสายตา ซึ่งสถิติการเป็นโรคต้อกระจกในคนไทย อายุประมาณ 55 ปีขึ้นไป มีโอกาสเป็นโรคต้อกระจก ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ ต้อกระจก คือ โรคของเลนส์แก้วตาที่มีความขุ่นเกิดขึ้น ทำให้การมองเห็นลดลง โดยทั่วไปเกิดจากความเสื่อมตามอายุ ซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติ สาเหตุอื่นๆ เช่น ต้อหิน การใช้ยากลุ่มสเตอรอยด์ ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน การทำงานที่อยู่ท่ามกลางแสงแดดเป็นเวลานาน การประกอบอาชีพเกี่ยวกับการเชื่อมโลหะโดยไม่ได้ใส่อุปกรณ์ที่ถูกต้อง คนที่สูบบุหรี่ โดยผู้ป่วยจะมีอาการตามัว มักเริ่มมัวอย่างช้าๆ เหมือนมีหมอกมาบัง เมื่อออกไปกลางแดดจะมัวมากขึ้น แต่จะมองเห็นดีขึ้นในที่ร่ม บางรายมองเห็นภาพซ้อน มองเห็นแสงไฟเป็นแสงกระจาย ปวดตา หรือมีอาการปวดศีรษะร่วมด้วย มีข้อมูลงานวิจัยค้นพบว่า สมุนไพรหลายชนิดสามารถป้องกันโรคต้อกระจกได้ จากการที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ ขมิ้นชัน มีสารสำคัญ คือ เคอร์คูมิน ฟักข้าว มีสารสำคัญคือ ไลโคปีน ผัก และผลไม้ชนิดอื่นๆ ที่มีไลโคปีนสูง เช่น มะละกอ แตงโม มะ
ของดีที่ตลาดหนองมน จ.ชลบุรี นอกจากข้าวหลามแล้ว ยังมีห่อหมก ที่เป็นของขึ้นชื่อในแถบนั้น ห่อหมกหอยแมลงภู่พริกขี้หนูสด เป็นจานเด็ดของร้านห่อหมกแม่นิดเจ้าเก่าที่ขายจากรุ่นสู่รุ่นมากว่า 60 ปีกระทั่งถึงรุ่นแม่นิดซึ่งเป็นรุ่นที่ 3 หน้าตาของห่อหมกหอยแมลงภู่พริกขี้หนูสดจานนี้ สีสัน อาจดูไม่สดสวย แต่รับรองอร่อยเด็ด คุณรุจจิรา สงวนรัตน์ หรือ แม่นิด เปิดเผยวิธีการทำห่อหมกหอยแมลงภู่พริกสด ซึ่งใช้วิธีการทำแบบดั้งเดิม ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก แต่อาจจะใช้เวลาหน่อย เริ่มจากคัดหอยแมลงภู่ตัวใหญ่ๆ สดๆ มาล้างน้ำให้สะอาด แล้วผ่าให้ฝาหอยเปิด จากนั้นทำส่วนผสม ประกอบด้วย เนื้อปลาอินทรี เนื้อปลาโชกุน มาผสมเครื่องแกงเผ็ด น้ำกะทิ กับพริกขี้หนูสด ที่ชูให้รสชาติจัดจ้านขึ้น แล้วนำส่วนผสมทั้งหมดคลุกเคล้าให้เข้ากันจนเข้าเนื้อและเป็นส่วนผสมเดียวกัน เสร็จแล้วนำไปแช่ในน้ำแข็งธรรมดา เพราะถ้าเข้าช่องฟรีซจะแข็งเกินและไม่มีความเหนียว จากนั้นนำไปหยอดในตัวหอยแมลงภู่ ให้พอดีฝา ก่อนนำ ไปนึ่ง เนื้อจะเริ่มฟูขึ้น ใช้เวลาประมาณ 10 นาที เป็นอันใช้ได้ จะกินเล่นหรือกินกับข้าวก็อร่อยเด็ด ร้านห่อหมกแม่นิด อยู่บริเวณปากทางเข้าตลาดหนองมน ทางร้านเ
วันนี้ “อดิศร จิตตเสวี” ข่าวสด-กรุงเทพฯ แนะนำ “กั้งกะเพรา” ร้านเย็นตาโฟกั้งแม่เจริญ ของ “ณัฐธิดา หอมหวล” หรือ “เจ๊หนู” ที่ตลาดหนองมน จ.ชลบุรี ที่ว่าเป็นจานเด็ดของร้านนี้ เพราะกั้งกะเพราเป็นสูตรดั้งเดิมของกินฉบับชาวบ้าน ที่ใช้ “กั้งแก้วขาว” เป็นกั้งตัวเล็กขนาดกำลังน่ารับประทาน มีเปลือกบาง กั้งแก้วขาว ชนิดนี้มีอยู่มากในทะเลแถบภาคตะวันออก และร้านเย็นตาโฟกั้งแม่เจริญ โดย เจ๊หนู เอามาทำเป็น กั้งกะเพรา สูตรวิธีการทำแบบไม่หวงวิชา เมื่อได้กั้งแก้วขาวมาสดๆ ตอนจับมาได้ให้นำไปต้มทันที ส่วนวิธีการต้มนั้นต้องต้มด้วยน้ำทะเลขณะน้ำกำลังเดือด และตัวกั้งยังเป็นๆ ถ้าไปต้มในน้ำจืดธรรมดาเนื้อกั้งจะหายหมด เป็นเคล็ดลับอย่างหนึ่งที่ชาวบ้านแถบนี้ทำกัน เมื่อสุกได้ที่ก็เอากรรไกรมาตัดหัวตัดท้าย เลาะเอาแต่เนื้อล้วนๆ หลายๆ ตัว จากนั้นตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมัน กระเทียม พริกขี้หนูสวนลงไป เท่านั้นจะมีทั้งความเผ็ดและหอม ปรุงรสให้จัดจ้าน จากนั้นใช้กะเพราสวนใส่ลงไป ก่อนจะเอาขึ้นทันที กลิ่นหอมทั้งกะเพรา กระเทียม และเนื้อกั้ง ชวนน้ำลายสอ ร้านเย็นตาโฟกั้งแม่เจริญ อยู่ฝั่งตลาดหนองมน ถ้ามาจาก อ.ศรีราชา เลย ปั๊มน้ำมัน ปตท. ปร
ชะคราม เป็นวัชพืชชนิดหนึ่ง เป็นไม้ล้มลุกมีอายุหลายปี เมื่ออายุมากจะขึ้นเป็นพุ่ม สูงประมาณ 1 เมตร และเป็นพืชสมุนไพรที่น่าสนใจ นำมาแปรรูปเป็นอาหารและสกัดเพื่อใช้เป็นยาสมุนไพรรักษาโรคของผู้ป่วยได้ อนาคตคาดว่าจะเป็นพืชเศรษฐกิจที่นำมาแปรรูปและพัฒนารูปแบบอาหารได้ แม้ว่าในปัจจุบัน ชะครามจะหาซื้อหายากในตลาดทั่วๆ ไป ที่ไม่ได้อยู่ติดกับชายทะเล แต่หาได้ง่ายในจังหวัดที่อยู่แถวชายทะเล ชะคราม กระจายพันธุ์กว้าง พบทั่วไปทั้งในภาคตะวันออกเฉียงใต้ ภาคตะวันตกเฉียงใต้ ภาคกลาง และภาคใต้ โดยเฉพาะป่าชายเลน ป่าโกงกาง หรือพื้นที่รกร้างรอบๆ นาเกลือ อย่างเช่น จังหวัดสมุทรสงครามและสมุทรสาคร รวมไปถึงในเขตกรุงเทพฯ ที่ติดชายทะเล อย่างบางขุนเทียน จะพบเห็น ต้นชะคราม ลงไปเก็บได้ ควรจะเลือกที่สีเขียวและไม่มีดอก เพราะยังอ่อนอยู่ ถ้าแก่จะสีแดงและมีดอก ซึ่งส่วนใหญ่จะขึ้นเองโดยตามธรรมชาติในพื้นที่ดินเค็มน้ำทะเลท่วมถึง ปัจจุบันมีการปลูกเป็นไม้ประดับ ขยายพันธุ์ได้ทั้งตอนกิ่งหรือปักชำ ประโยชน์อันล้ำค่า ของ “ชะคราม” พืชท้องถิ่นในจังหวัดสมุทรสงครามและสมุทรสาคร นำมาแปรรูปได้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น “น้ำมันชะคราม” และ “ยากำจัดปลวกจาก
การตั้งถิ่นฐานทำกินอยู่ที่ใด เราเรียกว่า “ตั้งรกราก” คำว่า “รก” กับ “ราก” มีความหมายต่างกัน แต่เมื่อมาอยู่ด้วยกันก็เกิดคำที่มีความหมายใหม่ว่า “ถิ่นฐาน” หรือที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ในหลักภาษาไทยเรียกคำชนิดนี้ว่า “คำผสม” หากแยกคำออกมา จะได้ คำว่า “รก” หมายถึง ส่วนที่ติดตัวเด็กที่คลอดออกมาจากท้องแม่ สมัยที่คนไทยเรายังพึ่งหมอตำแย เราใช้ไม้รวกตัดสายรก ผู้เขียนเองบอกว่า พึ่งพาไม้รวกตัดสายรกเหมือนกัน เพราะมันคมมาก วิธีการก็คือ นำไม้รวกแห้งๆ มา 1 ท่อน ใช้มีดผ่ากลาง จากนั้นใช้ริมซีกไม้รวกข้างใดข้างหนึ่งแทนมีด ตัดสายรก สาเหตุที่ต้องใช้ซีกไม้รวกตัดสายรก แม่บอกว่า ไม้รวกไม่เป็นสนิม เมื่อตัดสายรกออกจากสะดือแล้ว ทารกก็จะไม่เป็นบาดทะยัก เรื่องนี้นับว่าเป็นภูมิปัญญาไทยอีกประการหนึ่งที่สั่งสมกันมาแต่บรรพบุรุษ ต่อมาเมื่อเราชาวไทยเข้าไปคลอดลูกในโรงพยาบาล แม้ไม่ได้เข้าไปในห้องคลอดกับหมอด้วย ก็พอเดาได้ว่าใช้กรรไกรตัดสายรก ส่วน คำว่า “ราก” หมายถึง ส่วนที่ปักลงไปในแผ่นดิน เช่น รากไม้ รากฐานของตึก ดังสำนวนว่า “รากฐานของตึกคืออิฐ รากฐานชีวิตคือ การศึกษา” เป็นต้น คำว่า “รกราก” เป็นคำไทยๆ ใช้กันมาแต่โบราณกาล ปัจจุบ
ตอนที่ผมขับรถผ่านถนนคชเสนีย์ ช่วงรอยต่ออำเภอศรีเทพ เพชรบูรณ์ กับอำเภอชัยบาดาล ลพบุรี แล้วเหลือบเห็นมัดถั่วแระดิบวางเป็นกองพะเนินขายอยู่ข้างทาง ใจก็นึกย้อนไปถึงกับข้าวอย่างหนึ่งที่เคยกินที่บ้านราชบุรีมาตั้งแต่เด็กๆ มันเป็นต้มจืดซี่โครงหมูหม้อใหญ่ ใส่เม็ดถั่วแระเป็นผักเพียงอย่างเดียวในหม้อ จำได้ว่า แม้ผมจะรู้สึกแปลกๆ แต่ก็กินอย่างเอร็ดอร่อยไปได้หลายมื้อทุกครั้ง ครั้นพอเอามาทำให้เพื่อนร่วมชั้นเรียนในกรุงเทพฯ กิน ปรากฏมีหลายคนขำแบบจริงจังมาก พวกเขาถามว่า “นี่มันกับข้าวหรือขนม?” นั่นทำให้ผมเริ่มทำความเข้าใจนิยามเฉพาะตัวของแต่ละคน เกี่ยวกับตำแหน่งแห่งที่ของวัตถุดิบต่างๆ เช่น เมื่อไหร่ที่ถั่วจะเป็นกับข้าว เมื่อไหร่ที่มันเป็นขนม หรือมะเขือเทศนับเป็นผักหรือผลไม้ ฯลฯ แน่นอนว่า หากมองด้วยสายตาชาวยุโรปที่กินสตูถั่วนานาชนิดเป็นอาหารหลัก เขาย่อมไม่มีคำถามแบบเพื่อนผม ผู้ซึ่งคุ้นเคยกับขนมเต้าส่วน ข้าวเหนียวถั่วดำ หรือถั่วแดงต้มน้ำตาลทรายแดงแน่ๆ เลยนะครับ ด้วยความปรารถนาจะระลึกชาติผ่านปลายลิ้น ผมจึงจอดรถแวะซื้อถั่วแระที่ว่ามาหนึ่งมัดย่อมๆ กลับถึงบ้าน ก็จัดแจงตัดแยกฝักถั่วออกเป็นช่อๆ ล้างให้หมดฝุ่นดิน แ
ข้าว เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญพืชหนึ่งของประเทศไทย การปลูกข้าวให้ได้ผลผลิตจำนวนมากและคุณภาพดีนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่าง การบำรุงดูแลรักษาต้นข้าวให้สมบูรณ์ แข็งแรง ปราศจากศัตรูต่างๆ ที่มารบกวนต่อต้นข้าว อันส่งผลถึงเมล็ดข้าวสมบูรณ์ มีผลผลิตมากขึ้น เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ ดังนั้น จึงมีการคิดค้น พัฒนาสร้างเครื่องมือ หรืออุปกรณ์ต่างๆ เข้ามาช่วยในการทำนา ขณะเดียวกันแรงงานเริ่มขาดแคลน ค่าแรงงานสูงขึ้น จึงมีการสร้างเครื่องมือ อุปกรณ์การเกษตรที่มีหลายๆ รูปแบบ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกรเลือกใช้งานและมีความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น จากปัญหาดังกล่าว รศ. อำนวยพศ ทองคำ อาจารย์ประจำคณะเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ (มทร. สุวรรณภูมิ) จึงได้ศึกษา คิดค้นประดิษฐ์เครื่องแหวกร่องต้นข้าวขึ้นมา โดยมีความมุ่งหมายของการประดิษฐ์ คือสร้างเครื่องแหวกต้นข้าวที่สามารถแหวกให้เป็นร่อง เพื่อให้เกษตรกรเดินฉีดพ่นสารเคมี หรือฮอร์โมนบำรุงต้นข้าวได้สะดวกรวดเร็วขึ้น รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานโดยไม่ทำให้ต้นข้าวได้รับความเสียหาย รศ. อำนวยพศ บอกว่า ก
ชื่อวิทยาศาสตร์ Eurycoma longifolia ชื่อวงศ์ Simaroubaceae ชื่ออื่นๆ ตงกัต อาลี (tongkat ali) กรุงบาดาล ชะนาง ตรึงบาดาล ตุงสอ แฮพันชั้น เพียก หยิกไม่ถึง เอียนด่อน โสมเทวดา เมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2560 ผมตกเป็นข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ ทางวิทยุ โทรทัศน์ และคลิปข่าวทีวี ทุกช่อง ถูกกล่าวถึงและวิจารณ์กันแพร่หลาย ช่วงแรกๆ ก็คิดว่าเป็นเรื่องของข่าวการปล่อยนก ปล่อยปลา ปล่อยปลาไหล ในช่วงที่จะทำบุญเข้าพรรษา แต่ฟังๆ ไป ก็ไม่ได้พูดถึงเรื่อง “ได้บุญ” เลย กลายป็นเรื่องพูดกันแต่เรื่อง “ได้พลัง” ผมจึงรู้ว่าไม่ใช่เรื่องของ “ตัวปลาไหลเผือก” แต่เป็นเรื่อง “ต้นปลาไหลเผือก” ผมนึกขำอยู่ในใจว่า เรื่องของผมเขารู้กันมานานแล้วแหละลุง จนมีคนจัดให้เป็นจำพวก “สมุนไพรในตำนาน” เป็นสมุนไพรคู่ใจของพรานเดินป่า ชาวเขา ชนเผ่าซาไก หรือนักเดินทางผจญไพร เพราะเขาใช้ประโยชน์จากรากบำรุงกำลังร่างกายให้แข็งแรง คลายปวดเมื่อย ใช้ดื่มกินเพื่อเสริมสุขภาพ สมรรถภาพ เนื่องจากมีฤทธิ์ในการเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ผมเป็นยาคู่กายของชายหนุ่มรุ่นเล็ก ใหญ่ อย่างองอาจทรนง เป็นที่ปรารถนาของทุกคน แม้เป็นสมุนไพรพื้นบ้าน แต่ก็ฮิตในกลุ่มชายแดนใต้ร
สถานการณ์ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ พื้นที่เปราะบางทางด้านสังคม การเมือง และศาสนา ซึ่งส่งผลกระทบมากมายต่อคนในพื้นที่ หนึ่งในกลุ่มนั้นคือแม่บ้านสตรีที่สูญเสียหัวหน้าครอบครัว ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นต้องปรับตัวอย่างหนักกับบทบาทที่เปลี่ยนไป จากเดิมหน้าที่แค่ดูแลความเรียบร้อยของสมาชิกในครอบครัว กลับกลายต้องมาเป็นหัวเรือใหญ่แบกรับภาระการหารายได้หลักเพื่อใช้จ่ายในบ้าน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพ ภาวะความเป็นผู้นำ สร้างความภาคภูมิใจ รวมถึงสร้างอาชีพและรายได้ให้กับกลุ่มสตรีในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศูนย์ธุรกิจเพื่อสังคมวานีตา ที่มาจากภาษามาลายู แปลว่า “ผู้หญิง” สำนักงานอยู่ที่จังหวัดปัตตานี ขับเคลื่อนโดย OXFAM ศูนย์นี้ตั้งขึ้นเพื่อมุ่งเน้นการสร้างประโยชน์ในมิติทางสังคมและการเงินให้ชุมชนไปพร้อมๆ กัน เพื่อพัฒนาทั้งคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนและสภาวะแวดล้อมทางสังคมให้ดีขึ้น ด้วยเชื่อว่าการพัฒนาที่ยั่งยืนคือการสนับสนุนให้ธุรกิจสามารถเติบโตไปพร้อมกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ อลิญา หมัดหมาน ผู้จัดการโครงการศูนย์ธุรกิจเพื่อสังคมวานีตา เล่าถึงที่มาให้ฟังว่า ศูนย์วานีตาขับเคลื่อน และเป็นเจ้าของโดยก
