เทคนิคเกษตร
คนไทยคุ้นเคยกับการใช้น้ำมันมะพร้าวในชีวิตประจำวันมานานแล้ว แต่สมัยก่อนเป็นแค่น้ำมะพร้าวจากการคั้นกะทิสดๆ แล้วนำไปเคี่ยว ความจริงมะพร้าวมีประโยชน์มากกว่านั้น หากนำมาแปรรูปด้วยวิธีการทำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น สามารถนำมาทาบำรุงผิวพรรณ นำไปแปรรูปเป็นสบู่ ครีมทากันส้นเท้าแตกได้ หลายคนนิยมใช้น้ำมันมะพร้าวเป็นตัวช่วยด้านสุขภาพ เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวสามารถบริโภคได้ มีประโยชน์ต่อระบบหล่อลื่นในลำไส้ให้ทำงานได้ดีมาก ในช่วงเช้าและก่อนนอนหากรับประทานน้ำมันมะพร้าวได้สัก 1 ช้อนชา จะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น โมเลกุลของน้ำมันมะพร้าวค่อนข้างสั้น เมื่อเคลื่อนย้ายเข้าไปในร่างกาย จะเดินทางเร็ว ส่งผลให้เกิดการย่อยสลายได้เร็ว ไม่เหมือนไขมันที่ไม่อิ่มตัวซึ่งมีโมเลกุลยาวมาก เมื่อโมเลกุลยาวโอกาสที่คาร์บอนจับตัวจึงง่ายมาก ศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร กรมวิชาการเกษตร แนะนำกรรมวิธีทำน้ำมันมะพร้าวแบบสกัดเย็น เพื่อเป็นรายได้เสริมให้แก่เกษตรกรชาวสวนมะพร้าวและผู้สนใจ โดยทั่วไป มะพร้าว 6-7 ลูก จะสามารถผลิตน้ำมันมะพร้าวได้ 1 ลิตร ส่วนอุปกรณ์ที่ใช้ก็ไม่ยุ่งยากอะไร สามารถใช้สิ่งที่มีอยู่แล้ว นั่นคือ หม้อตุ๋น ขวดโหลแก้ว และเ
แหน (duckweed) เป็นกลุ่มพรรณไม้ลอยน้ำขนาดเล็ก ชอบขึ้นตามหนองน้ำทั่วไป มีส่วนใบลอยอยู่ที่ระดับผิวน้ำ ส่วนรากจมอยู่ใต้น้ำ มี 3 สกุล คือ สกุลแหนเป็ดใหญ่ (Spirodella) สกุลแหนเป็ด (Lemna) และสกุลไข่น้ำ (Wolffia) จิ๋วแต่แจ๋วมาอีกแล้ว กับ “แหนเป็ดเล็ก” เป็นพืชลอยน้ำขนาดเล็กที่มีรูปร่างสวยงามเมื่อลอยอยู่บนผิวน้ำ สามารถเป็นตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อม สร้างความสมดุลของระบบนิเวศในแหล่งน้ำ และยังเป็นแหล่งอาหารให้กับสัตว์น้ำที่กินซากพืชซากสัตว์อีกด้วย แหนเป็ดเล็ก คือ พืชลอยน้ำขนาดเล็กที่เกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติ เป็นวัชพืชลอยน้ำขนาดเล็กอยู่บนผิวน้ำ มีราก ลำต้น ใบ ใบเป็นวงรี สีเขียวมันวาว มีจำนวน 1-3 ใบ มีการเจริญเติบโตแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็วเมื่อมีแร่ธาตุและสารอาหารในแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์จะแพร่กระจายเต็มผิวน้ำ พบได้ในแหล่งน้ำนิ่ง ห้วย หนอง คลอง บึง บ่อ คูน้ำ สระน้ำ คล้ายคลึงกับวัชพืชชนิดอื่นๆ บนดินที่เกิดขึ้นมาได้เอง เมื่อมีปัจจัยบางอย่างเอื้อต่อการขยายพันธุ์และเจริญเติบโตแพร่กระจายเต็มผิวน้ำ จึงทำให้เราสามารถพบเห็นแหนเป็ดเล็กได้ตามแหล่งน้ำทั่วไป อีกทั้งเป็นแหล่งปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยหมัก
การปลูกไม้ผลรอบบ้านนอกจากจะให้ร่มเงาและเพิ่มความร่มรื่นแล้ว ยังสามารถให้ผลผลิตไว้กินหรือขายได้อีกด้วย แต่การปลูกให้ได้ผลดี โตไว และออกลูกดก ต้องมีเทคนิคและการดูแลที่ถูกต้อง มาดู 10 ข้อควรรู้ก่อนลงมือปลูกกันเลย 1. เลือกพันธุ์ไม้ผลให้เหมาะกับพื้นที่ ก่อนเลือกปลูก ควรศึกษาสภาพอากาศในพื้นที่เหมาะกับไม้ผลชนิดใด เช่น ถ้าอยู่ในเขตร้อนสามารถปลูกมะม่วง ฝรั่ง หรือกล้วยได้ดี แต่ถ้าอยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศเย็น อาจเลือกปลูกส้ม สตรอว์เบอร์รี่ หรือองุ่น การเลือกพันธุ์ไม้ผลเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะช่วยให้การปลูกได้ผลดีขึ้น ควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ เช่น อุณหภูมิ ดิน และสภาพอากาศของพื้นที่ หากเลือกพันธุ์ที่เหมาะสม จะช่วยลดปัญหาเรื่องโรคและการดูแลในระยะยาว ไม้ผลที่ปลูกง่ายและทนแล้ง เช่น มะม่วง ขนุน ฝรั่ง มะขาม กระท้อน ไม้ผลที่ต้องการความชื้นสูง เช่น ทุเรียน มังคุด เงาะ ลำไย ไม้ผลที่เหมาะกับพื้นที่แคบหรือปลูกในกระถาง เช่น มะนาว มะกรูด ชมพู่ มะเฟือง 2. จัดวางตำแหน่งปลูกให้เหมาะสม ไม้ผลแต่ละชนิดมีระบบรากและทรงพุ่มที่แตกต่างกัน หากปลูกชิดกันเกินไปอาจทำให้แย่งอาหารและแสงแดดกัน การจัดวางให้เหมาะสมจะช่วยให้ต้นไม้ได
“ต้นเท้ายายม่อม” เป็นพืชใช้ทำแป้งชนิดหนึ่งที่เคยขึ้นอยู่ทั่วไปในแถบชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกของประเทศไทยโดยเฉพาะ จ.ชลบุรี เป็นพืชที่ใกล้สูญหายไปจากชุมชน เมื่อหลายสิบปีก่อน หากใครไปเที่ยวชลบุรี บางแสน แล้วแวะซื้อขนมของฝากแถบตลาดหนองมน จะพบว่ามีขนมไทยโบราณหลายเจ้า สารพัดทั้งขนมชั้น ขนมกล้วย เปียกปูน ครองแครง ฯลฯ น่าจะคงยังพอจำรสชาติ ความหอม หนืด หยุ่นๆ เหนียวนุ่มพอดีของขนมดังกล่าวที่มาจากแป้งชนิดหนึ่งได้ดี นั่นคือ แป้งเท้ายายม่อม ซึ่งจะมีความแตกต่างจากแป้งมันสำปะหลัง หรือแป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว และแป้งข้าวโพดมาก ขนมเปียกปูนแป้งเท้ายายม่อม คุณสมบัติของแป้งเท้ายายม่อมคือมีความละเอียดมาก มีสีขาว ใสและคงรูปไม่เหลวแตกต่างจากแป้งชนิดอื่นจนสัมผัสและสังเกตุได้ ทางด้านสรรพคุณ บำรุงร่างกาย แก้อ่อนเพลีย ช่วยทำให้จิตใจชุ่มชื่นอารมณ์ดี ช่วยผู้ป่วยฟื้นไข้เร็วขึ้นทำให้เจริญอาหาร แก้ร้อนใน ช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหาร นักโภชนบำบัดสมัยใหม่ระบุว่า แป้งเท้ายายม่อมมีคุณสมบัติที่เหมาะกับระบบทางเดินอาหารมากที่สุด เท้ายายม่อม เป็นพืชล้มลุกอายุหลายปี มีหัวสะสมอาหารกลมๆ แป้นๆ ลักษณะคล้ายหัวบุกแต่ขนาดเล็กกว่า ดอกเป
นายบรรพต ปฐวี หรือ หนานติ้ง (ทางภาคเหนือ เรียกผู้ผ่านการบวชพระว่า “หนาน”) หนุ่มใหญ่แห่งบ้านบัว ตำบลบ้านตุ่น อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา มีบทบาทด้านการอนุรักษ์ “กว่าง” ซึ่งเป็นด้วงปีกแข็งชนิดหนึ่ง มี 6 ขา กว่างบางชนิดมีเขา บางชนิดไม่มีเขา กว่างชอบกินน้ำหวานจากอ้อย กว่างบางชนิดไม่นิยมนำมาเลี้ยง บางชนิดนิยมเลี้ยงไว้ดูเล่น เช่น กว่างซาง กว่างงวง กว่างกิ กว่างกิอุ และกว่างอี้หลุ้ม วงจรชีวิตของกว่าง กว่างมีวงจรชีวิตประมาณ 1 ปี คือช่วงต้นฤดูฝน ประมาณเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม กว่างทั้งตัวผู้และตัวเมียจะขึ้นมาจากใต้ดิน เพื่อมาผสมพันธุ์และวางไข่ ซึ่งใช้วงจรชีวิตช่วงนี้ประมาณ 4 เดือน พอเข้าในฤดูหนาว กว่างตัวเมียหลังจากผสมพันธุ์ก็จะขุดดินแล้ววางไข่ ส่วนตัวเองก็จะตาย ไข่ก็ฟักเป็นตัวหนอน เป็นดักแด้อาศัยอยู่ใต้ผิวดินจนถึงต้นฤดูฝนก็จะขุดดินขึ้นมาผสมพันธุ์ ดำรงชีวิตสืบลูกหลานต่อไป ก่อนที่กว่างจะออกมาเป็นตัวเต็มวัย จะผ่านการเป็นหนอนและดักแด้ก ในช่วงดังกล่าวหนานติ้งจะใช้เศษวัสดุเป็นซากพืชเป็นอาหารโดยการกินจนย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยอย่างดีให้กับต้นพืช หนานติ้งชักชวนให้เด็กๆ ในหมู่บ้านออกหากว่าง เพื่อนำไปขายกับนัก
มีผู้ถามเข้ามาว่า ตนเองนัั้นปลูกมะพร้าวน้ำหอมไว้ 100 กว่าต้น กำลังให้ผลผลิต แต่น้ำมะพร้าวไม่หอม และมีรสเปรี้ยว พอปลูกส้มโอก็ไม่หวานอีก แต่กลับมีรสจืดชืด ควรใส่ปุ๋ยอะไรดี? อาจารย์ประเวศ แสงเพชร อดีตข้าราชการกรมวิชาการ ให้ความรู้ว่า มะพร้าวน้ำหอมพันธุ์แท้ ทดสอบได้ตั้งแต่ระยะต้นกล้า เมื่อเด็ดส่วนรากมาดมก็หอม แม้จะนำไปปลูกในแหล่งอื่นๆ ก็ยังคงความหอมอยู่ได้ แต่จะให้ผลดกหรือไม่ดกนั้นขึ้นอยู่กับระดับน้ำใต้ดินของแหล่งปลูก มะพร้าวน้ำหอม หรือ มะพร้าวแกง จะติดผลดีต้องมีระดับน้ำใต้ดินลึกไม่เกิน 1 เมตร ระดับน้ำใต้ดินยิ่งลึกความสามารถในการติดผลก็จะต่ำลงเป็นลำดับเช่นกัน ดังนั้น พันธุ์มะพร้าวที่คุณซื้อมาปลูกน่าจะเกิดจากเหตุเดียวคือได้ต้นพันธุ์ที่ไม่ใช่พันธุ์มะพร้าวน้ำหอมแท้มาปลูก ทรงต้นมะพร้าวพันธุ์ตูดจีบบ้านแพ้ว อย่างไรก็ตาม การใช้ปุ๋ยอาจช่วยเพิ่มความหวานของน้ำมะพร้าวได้คือ การใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21 หรือ 14-14-21 สูตรใดสูตรหนึ่งตามที่จะหาได้สะดวก ในระยะติดผลหรือก่อนติดผลเล็กน้อย อัตราครึ่งกิโลกรัม หรือ 1 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับอายุของต้นไม้ ด้วยการหว่านรอบต้นและรดน้ำตามจึงจะได้ผลดี ปุ๋ยตัวท้ายสูงคือ 21 หม
กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือน ตั้งแต่เดือนสิงหาคม2568 นี้ไปจนถึงช่วงเดือนกันยายน 2568 พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทยจะมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกมากที่สุดในรอบปี จากอิทธิพลของร่องมรสุมที่พาดผ่านบริเวณตอนกลางของประเทศและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทย นอกจากนี้อาจได้รับอิทธิพลจากพายุเขตร้อนเคลื่อนเข้ามาสลายตัวใกล้หรือเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง โดยเฉพาะบริเวณทางด้านตะวันออกของประเทศ จึงขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาไว้ด้วย กรณีจะมีฝนตกต่อเนื่องไปจนถึงเดือนกันยายน 2568 จะทำให้มีปริมาณน้ำมากและความชื้นในอากาศสูง อาจทำให้ผลผลิตเสียหายได้ หากเกษตรกรวางแผนการผลิตและดูแลรักษาไม่ดี ดังนั้นเกษตรกรจึงควรวางแผนการปลูกและรักษาพืชผัก ตามคำแนะนำของกรมส่งเสริมการเกษตร โดยใช้ 7 เทคนิคการปลูกพืชผักให้เหมาะกับช่วงฤดูฝน ดังนี้ 1.การเลือกชนิดพืชผักที่เหมาะสม เป็นการเริ่มต้นที่สำคัญ พืชผักที่เหมาะสมสำหรับปลูกในฤดูฝน ได้แก่ ผักที่มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้นจำพวกผักใบ เช่น กวางตุ้ง ผักบุ้งจีน ผักกาดหอม ผักตระกูลกะหล่ำ เช่น กะหล่ำปลี คะน้า ผักเถาเลื้อย เช่น ตำลึง ถั่วลันเตา
โรสแมรี (Rosemary) เป็นพืชสมุนไพรพื้นเมืองของแถบเมดิเตอร์เรเนียน จัดอยู่ในวงศ์กะเพรา ใบมีรูปร่างคล้ายเข็ม ยาว 2-4 เซนติเมตร กว้าง 2-5 มิลลิเมตร มีกลิ่นหอม และเขียวอยู่ตลอดปี ด้านบนของใบมีสีเขียว ด้านท้องใบเป็นสีขาวและมีขนปกคลุม ดอกมีหลายสี เช่น สีขาว สีชมพู สีม่วง หรือสีฟ้า ใช้ปรุงอาหารทำให้มีกลิ่นหอม ปัจจุบันเริ่มเข้ามามีบทบาทในวงการอาหารบ้านเรามากขึ้น ไม่เพียงแค่เฉพาะโรงแรมที่ใช้นำมาประดับตกแต่งมื้ออาหารสุดหรู แต่ยังแพร่หลายไปถึงระดับครัวเรือนที่ชื่นชอบทำอาหารสไตล์ฝรั่ง ก็สามารถเข้าถึงสมุนไพรโรสแมรีนี้ได้ง่ายมากขึ้น และนอกจากการนำมาประดับเพื่อเพิ่มความสวยงามแล้ว “โรสแมรี” ยังมีส่วนช่วยทำให้รสชาติอาหารอร่อย มีความกลมกล่อมมากขึ้น สามารถช่วยลดกลิ่นคาวของอาหารประเภทเนื้อสัตว์ได้ดี รวมไปถึงสรรพคุณด้านกลิ่นช่วยรักษาไข้หวัด แก้ไอ ทำให้ชุ่มคอได้อีกด้วย “โรสแมรี” สมุนไพรฝรั่ง ปลูกขาย สร้างรายได้สวนกระแส โรสแมรีถือเป็นสมุนไพรที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในบรรดาสมุนไพรฝรั่ง 1. การเตรียมดิน สำหรับความเหมาะสมของดินและสภาพอากาศในประเทศไทย นับว่าไม่เป็นปัญหาสำหรับการปลูกโรสแมรี แต่หัวใจสำคัญคือน้ำเท่า
ช่วงนี้เข้าสู่การผลิตฤดูกาลใหม่ เกษตรกรหลายๆ รายอาจจะพลาดในการผลิตมะม่วงออกสู่ตลาด ซึ่งอาจจะด้วยหลายๆ ปัจจัย ซึ่งก่อนจะเข้าสู่การผลิตฤดูกาลใหม่ จึงนำประสบการณ์จริงของเกษตรกรชาวสวนมะม่วง จังหวัดพิจิตร ที่สามารถทำให้มะม่วงออกดอกติดผลดกทุกๆ ปี แม้จะมีพื้นที่ขนาดใหญ่ก็ตาม โดยเคล็ดลับและวิธีการดังกล่าวอาจจะนำไปใช้เป็นแนวทางให้เหมาะสมกับพื้นที่ปลูกมะม่วงของแต่ละสวนนำไปปรับใช้ การออกดอกของมะม่วง ที่พบส่วนมากในสวนของเกษตรกร มีการออกดอกใน 3 รูปแบบ คือ 1. ออกดอกพร้อมกันทั้งต้น 2. ออกดอกครั้งละครึ่งต้น 3. ทยอยออกดอกหลายรุ่น การดูแลช่อดอกนั้นจะต่างกันไป ขึ้นอยู่กับรูปแบบของการออกดอก ต้นมะม่วงที่มีออกดอกพร้อมกันทั้งต้นจะดูแลง่ายกว่ามะม่วงที่ทยอยออกดอก เพราะมีช่วงระยะเวลาในการดูแลดอกสั้น ถ้าต้นที่ทยอยออกดอกจะต้องดูแลนาน กว่าจะติดผลหมดทุกรุ่น ดังนั้น เกษตรกรมืออาชีพส่วนใหญ่ จะนิยมทำให้มะม่วงออกดอกพร้อมกัน เพื่อความสะดวกในการจัดการและประหยัดต้นทุน การทำให้มะม่วงออกดอกพร้อมกัน ถ้าถามว่า “จะทำอย่างไรให้มะม่วงออกดอกพร้อมกัน?” เกษตรกรมืออาชีพ หรือที่เรียกกันว่า “เซียน” จะตอบเหมือนกันว่า “ต้องดูแลมะม่วงตั้
ดิน เป็นปัจจัยสำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืชและการเกษตรกรรม เป็นที่สำหรับรากพืชได้เกาะยึด เป็นแหล่งให้ธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช เป็นแหล่งเก็บความชื้นและน้ำในดิน เป็นแหล่งที่ให้อากาศในดินสำหรับรากพืชใช้เพื่อการหายใจ ดังนั้น การทราบองค์ประกอบของดิน ระดับความอุดมสมบูรณ์และธาตุอาหารในดิน จะทำให้เกิดประโยชน์อย่างมาก ที่เกษตรกรจะใช้เป็นข้อมูลสำหรับส่งเสริมธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต ให้อยู่ในรูปที่รากพืชสามารถดึงดูดไปใช้ประโยชน์ได้ง่าย จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง รายการเกษตรช่อง 5 พัฒนาชุมชน เมื่อวันพุธที่ 21 เมษายน 2564 เวลา 11.00 น. ออกอากาศทาง ททบ.5 TV5HD1 และไลฟ์สดพร้อมกันทางเพจ “รายการเกษตรช่อง 5 พัฒนาชุมชน” เสนอองค์ความรู้เกี่ยวกับดิน โดยแขกรับเชิญผู้เชี่ยวชาญเรื่องดิน ผศ.ดร. อรรถศิษฐ์ วงศ์มณีโรจน์ และ อาจารย์ ดร. อัญธิชา พรมเมืองคุก จากภาควิชาปฐพีวิทยา คณะเกษตร กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เล่าเรื่องดินในแง่มุมต่างๆ ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจพื้นฐานของธาตุอาหารในดินแปลงปลูกของตนเอง การใช้ปุ๋ยประเภทต่างๆ อาทิ ปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยเคมี การเลือกใช้ปุ๋ยแต่ละชนิดให้เหมาะกับ
