เทคนิคเกษตร
ในยุคที่ผู้คนเริ่มหันมาให้ความสนใจกับอาชีพทางเลือก การทำเกษตรในพื้นที่จำกัดกลายเป็นแนวทางที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในกิจกรรมที่เริ่มต้นได้ง่าย ใช้ต้นทุนต่ำ และสามารถพัฒนาไปเป็นรายได้อย่างมั่นคง คือ การเพาะเห็ดนางฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำ “ก้อนเชื้อเห็ด” ด้วยตัวเอง ซึ่งนอกจากจะประหยัดต้นทุนแล้ว ยังเป็นทักษะพื้นฐานที่ช่วยให้ควบคุมคุณภาพการผลิตได้ตั้งแต่ต้นน้ำ เห็ดนางฟ้า เป็นเห็ดที่ปลูกง่าย โตเร็ว และให้ผลผลิตค่อนข้างสม่ำเสมอ เหมาะสำหรับมือใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ เพราะไม่ต้องใช้โรงเรือนซับซ้อน อัตราการติดดอกสูง และสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศเมืองไทย วัสดุและอุปกรณ์ที่ต้องเตรียม (สำหรับ 1,500 ก้อน) ประกอบด้วย ขั้นตอนการทำก้อนเชื้อเห็ดนางฟ้า 1. ผสมวัสดุเพาะ นำขี้เลื่อย รำละเอียด ภูไมท์ ปูนขาว และยิปซั่ม ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันดี จากนั้นค่อยๆ เติมน้ำ (ความชื้นที่เหมาะสมคือ 70-80%) ที่ผสมกับกากน้ำตาล ดีเกลือ ปุ๋ยทั้งสองชนิด และอาหารเสริมสำเร็จรูป คลุกให้ทั่วถึง สังเกตความชื้นโดยลองกำวัสดุเพาะ หากจับตัวเป็นก้อนและไม่มีน้ำไหลออกมาตามง่ามนิ้วถือว่าใช้ได้ จากนั้นนำวัสดุที่ผสมแล้วบ
พืชทุกชนิดมีความต้องการน้ำ โดยน้ำเป็นปัจจัยอย่างหนึ่งของกระบวนการสังเคราะห์แสงของพืชเป็นตัวละลายธาตุอาหารในดินเพื่อให้รากดูดขึ้นไปสร้าง การเจริญเติบโต และคายน้ำเพื่อระบายความร้อน นอกจากนี้ ยังเป็นตัวที่สำคัญในการกำหนดปริมาณและผลผลิตของพืชด้วย ซึ่งพืชแต่ละชนิดมีความต้องการน้ำต่างกัน ขึ้นอยู่กับชนิดพันธุ์ และอายุของพืชนั้นๆ การให้น้ำน้อยไปทำให้พืชเจริญเติบโตช้า ผลผลิตต่ำ ฯลฯ แต่ถ้ามากไปก็จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำและค่าใช้จ่าย ดังนั้น จึงจำเป็นต้องให้น้ำอย่างเหมาะสมกับความต้องการน้ำของพืชนั้นๆ ในปัจจุบันเกษตรกรหลายคน หันมานิยมใช้ระบบให้น้ำพืชเพื่อลดภาระงาน และลดความเสี่ยงจากภัยแล้งกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสวนผลไม้ สวนผัก และพืชไร่ ซึ่งระบบการให้น้ำแบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้ การให้น้ำแบบฉีดฝอย เป็นการให้น้ำโดยฉีดน้ำขึ้นไปบนอากาศเหนือต้นพืชกระจายเป็นฝอย แล้วให้เม็ดน้ำตกลงมาบนพื้นที่เพาะปลูก โดยมีเครื่องสูบน้ำเป็นอุปกรณ์ส่งน้ำผ่านระบบท่อด้วยแรงดันที่สูง เพื่อให้น้ำฉีดเป็นฝอยออกทางหัวปล่อยน้ำ หัวปล่อยน้ำ เป็นอุปกรณ์ซึ่งทำหน้าที่รับน้ำมาจากท่อย่อยและจ่ายให้กับต้นพืชตามปริมาณที่กำหนด หัวจ
ในสวนทุเรียน ลางสาด มักจะพบไม้ระดับสี่หรือระดับกลาง คือไม้พุ่มเตี้ยประเภทกินได้ พุ่มใหญ่บ้างเล็กบ้าง สูงประมาณท่วมหัวคน มีที่ถูกตัดแต่งกิ่งให้เป็นพุ่มต่ำ พอที่จะไม่ลำบากนัก ในการเก็บผลเด็ดยอดใบ พบไม้พุ่มขึ้นอยู่ทั่วไปในสวน บริเวณโคนต้นไม้หลักบ้าง ริมทางเดินบ้าง ข้างกระท่อมพักบ้าง ริมห้วยลำธารบ้าง เป็นการขยายเจริญพันธุ์ตามวิถีของพืชป่าธรรมชาติ หรืออาจมีพาหะ เช่น นก กระรอก กระแต หรือคน นำพาไปให้เจริญงอกงามจากต้นแม่แพร่ไปอีกจุดหนึ่ง จะด้วยความบังเอิญ หรือตั้งใจก็ตามที “ชำมะเลียง” ผักป่าที่ชาวบ้านนิยมนำยอดใบอ่อนมาเป็นผัก ประกอบอาหารหลายอย่าง ตั้งแต่ยุคสมัยเก่าก่อน ใช้เป็นอาหารกินในป่า ในไร่ สวน เก็บมาใช้เป็นผักสด เอาทำกับข้าวกินที่ครอบครัว เมื่อก่อนคนเก่าเล่าว่า การเลี้ยงเด็กน้อย นอกจากป้อนด้วยข้าวสุกบด กล้วยน้ำว้าบด พอโตขึ้นมาก็เริ่มให้อาหารประเภทข้าว ไข่ต้ม ปลาต้ม เนื้อต้ม ผักต้ม เป็นอาหารอีกระดับ และมักจะมี ต้มจืดหมูสับใส่ใบชำมะเลียง เด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินดี ชาวบ้านผู้ใหญ่ ใช้ยอดใบอ่อนเป็นผักสด แกล้มลาบ ยำ พล่า ก้อย ใส่ร่วมกับยอดมะขาม แกงส้ม ต้มโคล้งหัวปลา แกงเลียงผักรวม แกงปลาย่าง แกงหม
เพลี้ยไฟ ศัตรูตัวจิ๋วแต่ร้ายกาจสำหรับต้นพริก มักเข้ามาทำลายพืชโดยดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบอ่อน ดอก และผล ทำให้ต้นพริกเหี่ยวเฉา ผลิตผลลดน้อยลง และบางครั้งก็ถึงกับทำให้ต้นตายได้! ดังนั้นหากปลูกพริกไว้ต้องเจอกับปัญหานี้แน่นอน วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจึงขอแนะนำเคล็ดลับดีๆ ในการจัดการเพลี้ยไฟเพื่อช่วยให้ต้นพริกของคุณเติบโตอย่างงามสะพรั่ง เพลี้ยไฟพริก เป็นแมลงศัตรูพืชที่มีความสำคัญมาก ชนิดหนึ่ง มักพบการระบาดตั้งแต่หลังย้ายปลูก 1 เดือน ส่วนใหญ่ เข้าทำลายบริเวณยอดและใบอ่อน ทำให้ยอดหรือใบอ่อนหงิก เมื่อใบพริกแก่จะเห็นเป็นรอยกร้านสีน้ำตาล ส่งผลให้การสังเคราะห์แสง ลดลง พริกจะชะงักการเจริญเติบโต ให้ผลผลิตน้อยลง และมีช่วงอายุ การเก็บเกี่ยวผลผลิตสั้น หากเพลี้ยไฟระบาดในระยะที่พริกออกดอก จะทำให้ดอกพริกหลุดร่วง ถ้าระบาดในระยะติดผล พริกจะมีลักษณะ บิดงอ แคระแกร็น และมีคุณภาพต่ำ ไม่เป็นที่ต้องการของตลาด ถ้ามีการระบาดที่รุนแรง ต้นพริกจะชะงักการเจริญเติบโต หรือ แห้งตายในที่สุด โดยสาเหตุสำคัญที่ทำให้พริกใบหงิก ได้แก่ แมลงศัตรูพืชสองชนิด คือ เพลี้ยไฟ ไรแดงและไรขาว ซึ่งอาจเข้าทำลายพร้อมๆ กันก็ได้ หรือสลับกันเข้าทำลาย
ในยุคดิจิทัลแบบนี้ การเกษตรไม่ได้เป็นเรื่องของการลงมือทำเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องพึ่งพาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการและวางแผนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แอพพลิเคชันต่างๆ ได้พัฒนามาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการจัดการผลผลิต การตรวจสอบสภาพอากาศ ไปจนถึงการขายสินค้าออนไลน์ การนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในภาคการเกษตรไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ยังช่วยลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรอีกด้วย หากอยากเป็นเกษตรกรที่ต้องการยกระดับการทำเกษตรแบบดั้งเดิม แอพฯ เหล่านี้คือเครื่องมือที่น่าลองใช้งาน วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะพาไปรู้จักกับ 7 แอพพลิเคชั่นที่เหมาะสำหรับเกษตรกรยุคใหม่ พร้อมฟังก์ชันเด่นที่ช่วยให้ทำเกษตรได้อย่างมืออาชีพ 1. แอพฯ เกษตรพร้อม เป็นเครื่องมือดิจิทัลที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเกษตรกรในการวางแผนและจัดการฟาร์มได้อย่างครบวงจร จุดเด่นของแอพฯ นี้คือความง่ายในการใช้งานและฟีเจอร์ที่ครอบคลุมทุกขั้นตอนของการเพาะปลูก ตั้งแต่การเริ่มต้นจนถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิต ฟีเจอร์เด่นของแอพฯ เกษตรพร้อม การวางแผนเพาะปลูกแบบละเอียด แอพฯ จะช่วยคำนวณพื้นที่เพาะปลูก แนะนำพืชที่เหมาะสมกับฤดูกาลและสภาพดิน รว
ผักกรอบไม่ง้อเคมี! ด้วย “สูตรน้ำหมักถั่วเหลือง” ฮอร์โมนถั่วเหลือง จะช่วยเร่งต้น เร่งใบ ทำให้ผักอ่อนกรอบ ลำต้นไม่แคระแกร็น ผักสมบูรณ์แข็งแรง และช่วยบำรุงดิน ทำให้ดินดี มีธาตุอาหารมากขึ้น 🔴วัตถุดิบ ถั่วเหลือง 1 กิโลกรัม (ที่ใช้ทำน้ำเต้าหู้) ผงกลูโคส 1 กระป๋อง (ปริมาณ 400 กรัม) น้ำตาลทรายขาว 1 กิโลกรัม โยเกิร์ต (รสธรรมชาติ) 2 ถ้วย หรือ ยาคูลท์ 2 ขวด น้ำส้มสายชู 1/2 ขวด (ขนาดขวดน้ำปลา) มะพร้าว 4 ลูก กลูโคส 400 กรัม น้ำเปล่า 8 ลิตร 🪴ขั้นตอนการทำ ล้างถั่วเหลืองด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด นำไปแช่ในน้ำอุ่นทิ้งไว้ 1 คืน จากนั้นเทน้ำทิ้งแล้วล้างให้สะอาดอีกครั้ง นำถั่วเหลืองที่ล้างแล้วผสมกับน้ำสะอาด 8 ลิตรปั่นให้ละเอียด กรองกากถั่วเหลืองครั้งแรกด้วยกระชอน แล้วกรองซ้ำอีกครั้งด้วยผ้าขาวบาง จากนั้นเทใส่ถังที่เตรียมไว้ ใส่ส่วนผสมที่เหลือทั้งหมดตามลงไปในถัง คนให้ส่วนผสมเข้ากันแล้วปิดฝา หมักทิ้งไว้ 1 เดือน 🍀วิธีใช้ ผสมน้ำหมักถั่วเหลือง 2-3 ช้อนลงในน้ำเปล่าประมาณ 5 ลิตร ใช้รดผักสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ช่วยให้ผักเติบโตได้ดี ลำต้นแข็งแรง และทำให้ผักกรอบอร่อย ✨เคล็ดลับ หากใช้ยาคูลท์หมักทิ้งไว้ 1 เดือน หากใ
คงจะไม่มีใครปฏิเสธว่า “กล้วย” เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญกับการดำรงชีวิต โดยเฉพาะ ผลกล้วย ทั้งผลกล้วยดิบ และผลกล้วยสุก สามารถนำไปประกอบอาหาร ทั้งอาหารคาว และหวาน หรือแปรรูปได้สารพัด กล้วยเศรษฐกิจเป็นที่ต้องการของตลาดหลักๆ ได้แก่ กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม กล้วยไข่ ซึ่งทั้ง 3 พันธุ์นี้ล้วนแล้วแต่มีลำต้นสูงใหญ่ ไม่ต่ำกว่า 2 เมตร บางต้นสูงถึง 3.5 เมตร ทำให้ยากต่อการจัดการหรือการเก็บเกี่ยวผลผลิต และอาจเจอปัญหาต้นโค่นล้มเพราะรับน้ำหนักเครือไม่ไหวทำให้เกิดผลกล้วยเสียหายได้ มหาวิทยาลัยแม่โจ้มีวิธีจัดการกับปัญหาเหล่านี้ได้อย่างอยู่หมัด ด้วยการบังคับให้กล้วยตกเครือกลางลำต้นเพื่อง่ายต่อการจัดการดูแล การเก็บเกี่ยวผลผลิตและลดต้นทุนค่าใช้จ่าย คุณนิคม วงศ์นันตา นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ จากสำนักวิจัยและส่งเสริมวิชาการการเกษตรมหาวิทลัยแม่โจ้ และทีมงาน ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับการบังคับให้กล้วยตกเครือกลางลำต้นมากว่า 3 ปี จนประสบความสำเร็จ “เราได้ทำการศึกษาช่วงเวลาของการเกิดปลีกล้วยด้วยการสังเกตลักษณะการเจริญเติบโตพื้นฐาน คือ เมื่อกล้วยมีอายุประมาณ 6-8 เดือน กล้วยจะมีลำต้นขนาดใหญ่พร้อมที่จะออกปลีโดยที่
คำว่า “สมุนไพร” หมายความว่า ยาที่ได้มาจากพืช สัตว์ แร่ธาตุจากธรรมชาติที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพโครงสร้างภายใน สามารถนำมาใช้เป็นยารักษาโรคต่างๆ และบำรุงร่างกายได้ ประเภทของสมุนไพร สมุนไพรที่ได้จากส่วนของพืชโดยตรง (พืชวัตถุ) โดยส่วนต่างๆ ที่นำมานั้นมีสารที่สามารถใช้เป็นยาได้ ได้แก่ ใบ ดอก ผล เปลือกผล เมล็ด เปลือกเมล็ด รากหรือหัว ต้น แก่น กระพี้ เนื้อไม้ เปลือกไม้ สมุนไพรที่ได้จากอวัยวะของสัตว์ (สัตว์วัตถุ) ได้แก่ ตับ ดี นอ เขา เอ็น เลือด น้ำมัน มูล ฯลฯ เช่น ขี้ผึ้ง รังนก น้ำมันตับปลา สมุนไพรที่ได้จากแร่โดยธรรมชาติหรือสิ่งที่ประกอบขึ้นจากแร่ธาตุต่างๆ ตามกรรมวิธี (ธาตุวัตถุ) นำมาใช้เป็นยา เช่น เกลือ กำมะถัน น้ำประสานทอง ดีเกลือ สารส้ม การจำแนกรูปแบบของสมุนไพรที่ใช้เป็นยา สมุนไพรไม่ว่าจะเป็นส่วนที่มาจากพืชวัตถุ สัตว์วัตถุ หรือธาตุวัตถุก็ตาม เวลาจะนำมาใช้เพื่อบริโภค หรือเพื่อการรักษาตามกรรมวิธีจำเพาะอันใดก็ตาม พอจะจำแนกรูปแบบของสมุนไพรที่ใช้เป็นยาได้ดังนี้คือ รูปแบบที่เป็นของเหลว ยาเหล่านี้มักได้จากกรรมวิธีต่างๆ กัน เช่น ยาต้มคือหั่นต้นยาแล้วต้มกับน้ำ ยาชงเป็นยาแห้งหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ คั่วแล้ว
“ปุ๋ย” เป็นหนึ่งองค์ประกอบที่มีความสำคัญอย่างยิ่งที่ต่อการเพาะปลูก ไม่ว่าจะเป็นพืชผักสวนครัวหรือพืชต้นใหญ่ในสวน ก็ล้วนแล้วแต่จำเป็นต้องอาศัยสารอาหารจากปุ๋ยชนิดต่าง ๆ ทั้งสิ้น วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านชวนมาทำความรู้จักปุ๋ย AB ปุ๋ยสองสูตรสุดเจ๋งที่จะช่วยให้การปลูกผักนั้นมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น “ปุ๋ย AB” คือ ปุ๋ยสำหรับการปลูกและบำรุงพืชไฮโดรโปนิกส์ (Hydroponic) หรือ พืชไร้ดิน ในรูปแบบของสารละลาย ซึ่งถือเป็นปุ๋ยเคมีชนิดหนึ่งที่เข้ามาช่วยสร้างอาหารให้กับพืชชนิดต่าง ๆ ทดแทนธาตุอาหารจากได้จากดิน โดยพืชแบบไร้ดินนี่จะได้รับสารอาหารในรูปแบบของสารละลาย ซึ่งพืชสามารถที่จะนำสารอาหารไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ได้ในทันที โดยข้อดีของปุ๋ย AB นั้นอยู่ที่ มีราคาประหยัดและมีสารอาหารครบถ้วนสมบูรณ์สำหรับพชไร้ดิน ประเภทของปุ๋ย AB ในท้องตลาด ในปัจจุบันปุ๋ย AB สามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาดทั้งแบบเคมีและแบบอินทรีย์ โดยแบ่งประเภทออกเป็น ปุ๋ย AB สูตรทำเอง อย่างไรก็ตามปุ๋ย AB นี้ไม่จำเป็นต้องหาซื้อเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ปุ๋ย AB ยังสามารถ
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตรได้เดินหน้าขยายผลสับปะรดพันธุ์ กวก. เพชรบุรี 2 ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบุรี กรมวิชาการเกษตรวิจัยและพัฒนาพันธุ์เพื่อให้ได้พันธุ์ใหม่ที่มีลักษณะเหมาะสมสำหรับอุตสาหกรรมแปรรูปเป็นสับปะรดกระป๋อง ทดแทนสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียที่เกษตรกรปลูกเพียงพันธุ์เดียวต่อเนื่องมาเป็นเวลานานทำให้เกิดการกลายลักษณะไม่พึงประสงค์มากขึ้น เช่น เกิดหนามตลอดทั้งใบ ผลไม่เป็นทรงกระบอก สีเนื้อไม่สม่ำเสมอ อ่อนแอต่อโรค ผลขนาดเล็กลงส่งผลให้ผลผลิตต่อไร่ต่ำ สับปะรดพันธุ์ กวก. เพชรบุรี 2 เป็นพันธุ์ที่เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมแปรรูป มีอัตราส่วนน้ำหนักเนื้อต่อน้ำหนักผลสูงกว่าพันธุ์ปัตตาเวีย แกนผลเล็กทำให้ได้ปริมาณเนื้อสำหรับแปรรูปสูง อัตราการสูญเสียเนื้อต่ำ ผลทรงกระบอก เหมาะสำหรับการบรรจุกระป๋อง ความหวานเฉลี่ยอยู่ที่ 13.9-17.9 องศาบริกซ์ ให้ผลผลิตเฉลี่ย 9 ตันต่อไร่ เกษตรกรที่ได้รับพันธุ์สับปะรด กวก. เพชรบุรี 2 ไปปลูกจะได้ผลผลิตมีคุณภาพส่งโรงงานเพื่อแปรรูป จึงได้มอบหมายให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบุรี เร่งขยายพันธุ์ไปสู่เกษตรกร นาง
