เทคนิคเกษตร
ช่วงหน้าร้อน ฤดูแล้งของทุกๆ ปี ราคามะนาวแพงหูฉี่ พ่อค้า แม่ค้า หรือเราๆ ท่านๆ ที่ใช้มะนาวปรุงอาหารเดือดร้อนกันไปทั่วหน้า บางคนก็เลี่ยงไปใช้ผลไม้รสเปรี้ยวชนิดอื่นที่มีตามท้องถิ่นในแต่ละภาคนั้นๆ แทนไปก่อน อย่างเช่น มะขามสด มะขามเปียก ตะลิงปลิง ระกำ มะดัน เม่า หรือผักส้มป่อย ใบชะมวง และอื่นๆ อีกมากมายหลายชนิด ซึ่งพอปรุงเป็นอาหารหรือเมนูต่างๆ ก็จะได้รสชาติความอร่อยแซ่บแตกต่างกันไป เพราะรสเปรี้ยวของผลไม้แต่ละชนิดไม่เหมือนกัน บางชนิดก็เปรี้ยวปี๊ดจนเข็ดฟัน บางชนิดเปรี้ยวนุ่มนวล กลมกล่อม และบางชนิดเปรี้ยวๆ หวานๆ สำหรับคนภาคใต้มีพืชพื้นเมืองชนิดหนึ่งที่ให้รสเปรี้ยวได้ดี และมีรสชาติอร่อย คือ ลูกเขาคัน หรือ ลูกเถาคัน ซึ่งชาวบ้านพื้นถิ่นส่วนมากจะนิยมนำมาใส่เพิ่มรสชาติในแกงส้ม เพราะเขาคันมีรสเปรี้ยวในตัว เอามาแกงส้มกับปลาสดๆ บอกว่าหรอยอย่างแรงนิ ใครไม่เคยลอง ต้องแคบๆ เลย (รีบๆ) หากท่านมีโอกาสผ่านมาทางภาคใต้ โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน ลองแวะเข้าไปตามตลาดนัดที่ชาวบ้านมักเอาของพื้นบ้านมาวางขาย จะเห็นมีลูกเขาคัน หรือเถาคันมาวางขายทุกนัด คนแก่ๆ ท่านบอกไว้ว่า ลูกเขาคัน เป็นพืชสมุนไพรที่นอกจากจะให้รสเปรี้ยวแล้ว
การวางแผนการปลูกให้มีผลผลิตออกทุกวัน คุณพัชรินทร์ พุทธฤทธิ์ หรือ พี่กิ่ง เจ้าของฟาร์มผักไฮโดรโปนิกส์ จังหวัดปราจีนบุรี ดีกรีปริญญาตรีและโท จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ บอกว่า ที่ฟาร์มปลูกผักสลัดทุกชนิด มีทั้งหมดประมาณ 40 โต๊ะ แบ่งเป็นโต๊ะอนุบาล 12 โต๊ะ โต๊ะเพาะกล้า 4 โต๊ะและนอกเหนือจากผักสลัด ยังมีผักขึ้นฉ่าย ผักกาด คะน้าฮ่องกง กวางตุ้ง ผักโขม และไวลด์ ร็อกเก็ต ดูแลคนเดียวทั้งฟาร์มมีการบริหารจัดการและดูแลผลผลิตให้มีออกสม่ำเสมอทุกๆ สัปดาห์ ด้วยการดูออเดอร์และกำลังการผลิตว่าทำได้แค่ไหน ตัวอย่าง เช่น มีออเดอร์มาเท่านี้ ที่ฟาร์มมีโต๊ะปลูกจำนวนกี่โต๊ะ เพื่อแบ่งว่าในแต่ละโซนจะปลูกผักอะไร จำนวนเท่าไร ดูช่วงอายุของพืช เพราะแต่ละชนิดมีอายุสั้นยาวไม่เท่ากัน และค่อยตีกลับมาที่การเพาะกล้า แต่วางแผนปลูกผักสลัดจะง่ายมาก วางแผนเพาะทุกวันจันทร์กับวันพฤหัสบดี วันละ 10 แผ่น เพื่อให้มีผักออกขายได้ตามออเดอร์ วิธีการปลูกผักสลัด 1. ในการเพาะกล้าผักสลัดเมื่อมีเมล็ดพันธุ์มาแล้ว จากนั้นนำเมล็ดพันธุ์มาใส่ในฟองน้ำที่กรีดและนวดกับน้ำมาแล้ว เนื่องจากในฟองน้ำมีรูพรุน ดังนั้น จำเป็นต้องไล่ฟองอากาศออกให้หมด เพื่อให้น้ำเข้ามา
คุณจีระศักดิ์ เข้มบุญศรี หรือ พี่เก่ง อยู่บ้านเลขที่ 87 หมู่ที่ 9 ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม หนึ่งในเกษตรกรที่จะมาแชร์ประสบการณ์การทำเกษตรบนพื้นที่น้อยอย่างไรให้มีความสุข แถมยังมีเงินเก็บได้ด้วย พี่เก่ง เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะมาทำงานด้านการเกษตรตนเองทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนมาก่อน มีภูมิลำเนาเป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด ทำให้โหยหาธรรมชาติ อยากได้ยินเสียงนก เสียงกา มากกว่าเสียงรถยนต์ และความแออัดในเมืองหลวง นำไปสู่จุดเริ่มต้นในการตระเวนหาซื้อที่ดินในต่างจังหวัดไว้สักแปลง สำหรับทำที่อยู่อาศัยและเป็นอาชีพรองรับในวัยเกษียณ และในเวลาเพียงไม่นานความฝันก็เกิดขึ้นเร็วกว่าที่คิด เพราะปัจจุบันตนเองได้เกษียน ลาออกจากงานในวัยเพียง 40 ปี เพื่อมาเริ่มต้นชีวิตการเป็นเกษตรกรในพื้นที่ที่ตั้งใจซื้อไว้ที่จังหวัดนครปฐม โดยที่ไม่รู้ว่าการตัดสินใจในครั้งนี้จะถูกหรือไม่ แต่ก็อยากลองสู้ดูสักครั้ง ด้วยการตั้งเป้าหมายและบอกกับพ่อแม่ไว้ว่าขอเวลา 6 เดือน ในการพิสูจน์ตนเอง ถ้าหากภายใน 6 เดือน สิ่งที่ตั้งใจทำไม่ประสบความสำเร็จ ก็จะกลับมาทำงานที่กรุงเทพฯ เหมือนเดิม แต่จนถึง ณ ตอนนี้นับเป็นเวลาเกือบ 5 ปี
เกษตรกรมือใหม่หลายคนมีข้อสงสัยว่า หลังจากนำต้นพันธุ์ดีจากวิธีการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการไม่อาศัยเพศไปปลูก เช่น ต้นพันธุ์ที่มาจากวิธีการตัดชำหรือปักชำ ตอนกิ่ง ต่อกิ่ง และทาบกิ่ง อายุต้นกี่ปีถึงติดผล สามารถไว้ผลผลิตได้ ปริมาณผลผลิตและต้นต้องไว้จำนวนเท่าไร นางสาวดรุณี ถาวรเจริญ นักวิชาการเกษตร สถานีวิจัยปากช่อง ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ไขข้อสงสัยเกี่ยวกับประเด็นคำถามต่างๆ ไว้ดังนี้ โดยปกติต้นพันธุ์ฝรั่งที่ได้จากการขยายพันธุ์จากต้นแม่พันธุ์ที่ให้ผลผลิตแล้วสามารถออกดอก ติดผลได้เลยขณะอยู่บนต้น หรืออยู่ในถุงเพาะชำ แต่ในระยะนี้ไม่แนะนำให้ไว้ผล เนื่องจากการเจริญเติบโต ขนาดกิ่งพันธุ์หรือต้นพันธุ์ยังไม่สามารถให้ผลผลิตที่มีคุณภาพได้ ส่วนอายุต้นที่เหมาะสมสามารถปล่อยให้ต้นฝรั่งติดผลชุดแรกได้ จำนวนเท่าไรนั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น พันธุ์ วิธีการขยายพันธุ์ การดูแลรักษาหลังจากปลูก การเจริญเติบโต ความแข็งแรงสมบูรณ์ของลำต้นและกิ่ง เป็นต้น . ต้นพันธุ์มีลักษณะการเจริญเติบโตดี ในช่วงแรกต้องการทดลองไว้ผลผลิต ไว้ชิมหรือจำหน่ายในจำนวนไม่มากก็สามารถเริ่มให้ติดดอกได้ตั้งแต่อายุต้นประมาน 6 เ
อาจารย์ชัชวาลย์ เวียร์ร่า อยู่บ้านเลขที่ 121 หมู่ที่ 5 ตำบลบางน้ำเชี่ยว อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี ปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่อินทรีย์กว่า 300 ไร่ โดยขั้นตอนการผลิตก็อินทรีย์ล้วนๆ ตั้งแต่การปลูก เก็บเกี่ยว แปรรูป อาจารย์กล่าวว่า ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การทำนาอินทรีย์ประสบความสำเร็จ คือการทำจุลินทรีย์หน่อกล้วยเพื่อเตรียมและปรับปรุงบำรุงดิน รวมทั้งฮอร์โมนไข่ โดย “จุลินทรีย์หน่อกล้วย” นั้นประกอบด้วย ไส้ของหน่อกล้วย ที่ได้จากหน่อหนุ่มสาว ลอกกาบออก ให้เหลือเส้นผ่านศูนย์กลาง 5-6 นิ้ว ตัดเป็นท่อนยาว 50 เซนติเมตร ทุบให้ช้ำ อย่างอื่นมี กลูโคส 1 กระป๋อง (ราว 450 กรัม) น้ำส้มสายชู 1 ขวด (ราว 750 ซีซี) ขัณฑสกร 2 ช้อนโต๊ะ แป้งข้าวหมาก 6 ก้อน นมเปรี้ยว 1 ขวดเล็ก นำสิ่งที่แนะนำมาใส่รวมกันในถัง 200 ลิตร จากนั้นเติมน้ำให้เต็ม นำไปวางไว้กลางแดด ใช้หินที่เป็นก้อนๆ ซึ่งเขาใช้ถมเป็นเขื่อนกันดินพัง หุ้มด้วยตาข่าย วางลงไปยังถัง 5-7 วัน ดูที่หินเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง แสดงว่าจุลินทรีย์เริ่มทำงาน สามารถนำออกใช้งานได้ อัตราที่แนะนำ 5 ลิตร ต่อไร่ หรือจะมากกว่านี้ก็ได้ มีมากใช้มาก มีน้อยใช้น้อย เริ่มใช้เมื่อมีการเตรียมดิ
“ ละมุดเกาะยอ และ ละมุดบางกล่ำ” เป็นพืชอัตลักษณ์สำคัญของจังหวัดสงขลาจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าขายดี เป็นที่รู้จักของผู้คนทั่วไป เช่นเดียวกับ จำปาดะสะบ้าย้อย กาแฟสะบ้าย้อย ทุเรียนพื้นบ้านนาหม่อม ส้มโอหอมหาดใหญ่ ส้มจุกจะนะ มะม่วงเบาสิงหนคร ฯลฯ ละมุดเกาะยอ ละมุดบางกล่ำ ไม้ผลรสอร่อยของเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา ได้ขึ้นชื่อว่า มีละมุดอร่อยที่สุดของประเทศ โดยมีแหล่งผลิตละมุดที่มีชื่อเสียงอยู่ 2 แห่งคือ ละมุดเกาะยอ และละมุดบางกล่ำ ชาวสงขลาเรียกละมุดในภาษาถิ่นว่า “ สวา ” โดยนิยมปลูกต้นละมุดผสมผสานร่วมกับไม้ผลและไม้ยืนต้นชนิดต่างๆ ละมุดที่นิยมปลูกแพร่หลาย คือ พันธุ์ไข่ห่าน ที่มีลักษณะเด่นคือ ให้ลูกดก ผลมีขนาดใหญ่ รสชาติหวาน เก็บขายได้ทั้งปี ต้นละมุดพันธุ์ไข่ห่าน มีลักษณะลำต้นสูง 5-15 เมตร ลำต้นมีกิ่งและใบ มาก จนแลดูเป็นทรงหนาทึบ การออกดอกแต่ละช่วงจะใช้ระยะเวลาประมาณ 30-35 วัน หลังจากดอกบานจนกระทั่ง
“ฟางข้าว” นั้น มีคุณค่าทางอาหารต่ำ หากนำไปใช้เป็นอาหารให้โค กระบือ อย่างเดียวเป็นเวลานาน อาจทำให้สัตว์มีสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ นอกจากนี้ ฟางนั้นมีอัตราการย่อยต่ำ ทำให้ฟางอยู่ในกระเพาะหมักเป็นเวลานาน เพราะจุลินทรีย์ต้องใช้เวลาในการย่อยมากขึ้น จึงควรมีการปรับปรุงคุณภาพของฟางก่อนที่จะนำมาใช้ในการเลี้ยงสัตว์ เพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหารให้สูงขึ้น และสัตว์สามารถใช้ประโยชน์ได้ดีขึ้น การทําฟางหมัก หรือการทําฟางปรุงแต่งใช้เลี้ยงโค กระบือ มีวิธีทําดังนี้ ปูพลาสติก ขนาด 5×5 เมตร ลงบนพื้นเรียบ ขอบพลาสติกยกเป็นขอบทั้ง 4 ด้าน ป้องกันน้ำไหลออกจากกองฟางหมัก นําฟางแห้งสะอาด น้ำหนัก 40 กิโลกรัม วางลงบนแผ่นพลาสติก เกลี่ยให้เรียบเสมอกัน รดน้ำให้ชุ่มทั่วกันแล้วตามด้วยน้ำละลายยูเรีย 2 กิโลกรัม และกากน้ำตาล 2 กิโลกรัม รดลงบนกองฟาง ทําเช่นเดียวกันอีก 2 ชั้น เมื่อครบ 3 ชั้น จึงคลุมทับลงบนกองฟางด้วยพลาสติก ขนาด 8×8 เมตร ทับขอบพลาสติกด้วยวัสดุที่มีน้ำหนัก ใช้ฟางคลุมทับลง อีกหนึ่งชั้นเพื่อป้องกันแสงแดดส่อง หมักไว้นาน 4 สัปดาห์ ฟางจะกลายสภาพเป็นฟางหมัก หรือฟางปรุงแต่งที่มีคุณค่าทางอาหารของสัตว์สูงขึ้น ก่อนนําไปเลี้ยงส
หว้า ชาวฮินดู เรียกว่า จามาน หรือ จามูน ชื่อภาษาอังกฤษคือ จัมโบลาน (Jambolan) เป็นพันธุ์ไม้พวกต้นชมพู่ มีมากทั้งในอินเดีย พม่า ไทย มาเลเซีย ตลอดจนฟิลิปปินส์ โดยมากหว้ามีผลเล็กสีม่วงดำ แต่ในบางแห่ง เช่น ฟิลิปปินส์ มีลูกเท่าไข่นกพิราบ ในพม่านั้น ต้นหว้าถือว่าเป็นไม้มงคลในเรื่องความสำเร็จและชัยชนะ ด้วยชื่อว่าชมพูทวีป หรือดินแดนแห่งไม้หว้านั้น เป็นแผ่นดินอันเป็นแดนกำเนิดของพระพุทธศาสนาและพระบรมศาสดานั่นเอง ต้นหว้า เป็นต้นไม้ที่บอกว่า ปีไหนฝนฟ้าจะแล้งหรือน้ำจะมาก ชมพูทวีป หมายถึง ประเทศอินเดียในปัจจุบัน สมัยพุทธกาลเรียกดินแดนแถบนี้ว่า ชมพูทวีป ชมพู แปลว่า ไม้หว้า ชมพูทวีปคือ ดินแดนแห่งไม้หว้า ปีไหนลูกหว้าออกลูกดก แสดงว่าปีนั้นฝนดี ปีไหนลูกหว้าไม่ดก แสดงว่าปีนั้นแล้ง คนอินเดียใช้ “ต้นหว้า” ในการพยากรณ์ฝนฟ้าเรื่องการเพาะปลูกมาแต่ครั้งพุทธกาล หว้าเกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าคือ ต้นหว้าเกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าอยู่ 2 เหตุการณ์ ได้แก่ 1. ตอนตามเสด็จพระราชบิดา ในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เมื่อครั้นเจ้าชายสิทธัตถะมีพระชนมายุ 8 ปี ได้เสด็จไปพร้อมกับพระเจ้าสุทโธทนะ พระราชบิดาในพระราชพิธีจรดพระนัง
แม้จะอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ ท่ามกลางตึกสูงและความเร่งรีบของเมืองหลวง แต่ในพื้นที่สีเขียวของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ยังมีสวนทุเรียนซ่อนตัวอยู่เงียบ ๆ ท่ามกลางแปลงทดลองและเรือนเพาะปลูก ภายใต้การดูแลของภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร ที่ไม่เพียงแค่ปลูกเพื่อศึกษา แต่ยังตั้งใจพัฒนา “ทุเรียนกลางกรุง” ให้เติบโตงอกงามท่ามกลางความท้าทายของสิ่งแวดล้อมเมือง หลังจากเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2566 ท่านอธิการบดีจงรัก วัชรินทร์รัตน์ ได้ให้เกียรติภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร ตัดทุเรียนชุดแรกของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในรอบ 80 ปีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ 66 ปีภาควิชาพืชสวน ในวันดังกล่าวภาควิชาฯ ได้ให้นิสิตเก่าและผู้สนใจจองทุเรียนผลละ 5,000 บาท นอกจากได้ทานทุเรียนคุณภาพสูงแล้ว ยังได้ลดหย่อนภาษี 2 เท่าด้วย ภาควิชาฯ ได้มอบเงินที่ได้จากการอุดหนุนทุเรียนเป็นเงินจำนวน 66,080 บาท (66 คือ ครบรอบ 66 ปีภาควิชาพืชสวน และ 80 คือ ครบรอบ 80 ปีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) ให้กับมหาวิทยาลัยฯ เพื่อสมทบทุนการก่อสร้างโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2566 พันธุ์ทุเรียนที่ออกดอกติดผล ณ แปลงทดลอง 2 เร
ในระบบการปลูกมะพร้าว ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์พื้นเมือง พันธุ์ต้นเตี้ย หรือแม้แต่มะพร้าวกะทิที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน หนึ่งในวัสดุที่มักถูกใส่รองก้นหลุมโดยไม่พูดถึงกันมากนักคือ โดโลไมท์-วัสดุปรับปรุงดินที่เหมือนจะธรรมดา แต่มีผลลัพธ์ที่ไม่ธรรมดาเลย โดโลไมท์คืออะไร? โดโลไมท์ (Dolomite) เป็นแร่ธาตุธรรมชาติที่มีส่วนประกอบหลักคือ แคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO₃) และ แมกนีเซียมคาร์บอเนต (MgCO₃) ซึ่งต่างจากปูนขาวที่มีแค่แคลเซียม โดโลไมท์จึงให้ทั้งแคลเซียมและแมกนีเซียมพร้อมกัน สองธาตุอาหารรองที่พืชต้องการ ซึ่งแคลเซียมช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของผนังเซลล์พืช ให้เห็นได้ในเซลล์การงอกของท่อเรณู และโปรตีนที่มีประสิทธิภาพสูง โดโลไมท์ช่วยอะไรในสวนมะพร้าว? 1. ปรับสภาพดินให้น่าอยู่สำหรับราก ดินที่มีความเป็นกรดสูง (ค่าพีเอชต่ำ) จะทำให้รากพืชดูดซึมธาตุอาหารได้น้อยลง โดโลไมท์ช่วยปรับค่าความเป็นกรดด่างของดินให้ใกล้เคียงกับกลาง (pH 6.5-7) ซึ่งเหมาะกับมะพร้าว ส่งผลให้รากดูดปุ๋ยได้ดีขึ้น มะพร้าวเติบโตเร็วขึ้น 2. เสริมธาตุแคลเซียมและแมกนีเซียม แคลเซียม (Ca) ช่วยเสริมสร้างโครงสร้างเซลล์พืช ทำให้ลำต้นแข็งแรง ป้อ
