เทคนิคเกษตร
คณะเทคนิคการสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดตัวผลงานนวัตกรรมอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยง คือ “ แจ็บแจ๋วถั่งเช่า” ขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพสุนัข ภายในงานเกษตรแฟร์ ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 8 กุมภาพันธ์ 2568 ณ มหาวิทยาลัยเกษตร ศาสตร์ บางเขน แจ๊บแจ๋วถั่งเช่า ( Cordy Chewy ) เป็นผลงานวิจัย ของ ทีมนักวิจัยคณะเทคนิคการสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประกอบด้วย รศ.ดร.ชัยณรงค์ สกุลแถว ( โทร 089-7064869) รศ.ดร.ชนัตถ์ โชคเจริญรัตน์ ดร.วนิดา เทวารุทธิ์ ชิติสรรค์กุล และ ผศ.ดร.อาร์ม อันอาตม์งาม ที่เล็งเห็นคุณค่าของเห็ดถั่งเช่าที่เต็มไปด้วยสาร Cordycepin ( 3′-deoxyadenosine ) ที่มีคุณประโยชน์เหนือระดับ เนื่องจากช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน เพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกาย และมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยยับยั้งการเกิดมะเร็งและการอักเสบ นอกจากนี้ยังช่วยต้านจุลินทรีย์ที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ที่ผ่าน เห็ดถั่งเช่าถูกนำไปใช้ประโยชน์เฉพาะส่วนดอกและก้าน แต่ส่วนฐานเห็ดถั่งเช่า หรือกากเห็ดไม่ถูกนำไปใช้ประโยชน์ ทีมนักวิจัยคณะเทคนิคการสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้นำฐานเห็ดถั่งเช่า มาท
คุยเรื่องปลาทูแม่กลองมาหลายตอนจนหน้าคนเขียนจะเป็นปลาทูอยู่แล้ว ฉบับนี้คงจะมาถึงตอนสุดท้ายว่าด้วย “ปลาทูนึ่ง” คอปลาทูคงรู้กันดีว่า ปลาทูนึ่งสมัยนี้นั้นเราเรียกกันตามใจปากต่อๆ กันมา เพราะมันเรียงใส่เข่งมาเหมือนกับเพิ่งยกออกจากลังถึง นึ่งเสร็จมาใหม่ๆ แต่ความเป็นจริงแล้วหมายถึง “ปลาทูต้มต้มน้ำเกลือ” ส่วนเรื่องที่ว่าในอดีตคนทำปลาทูนึ่งเขานึ่งกันจริงหรือเปล่า? จนบัดนี้ก็ยังเถียงกันไม่จบว่านึ่งหรือไม่นึ่ง เพราะหลักฐานการบันทึกและภาพถ่ายไม่มีให้เห็น ได้ยินแต่คนนั้นคนนี้พูดตามความทรงจำ แต่ก็มีคนหาเหตุผลมาอธิบายจนได้ว่าทำไมปลาทูนึ่งกลายมาเป็นปลาทูต้ม นั่นก็เพราะเวลานึ่งแล้วผิวปลาจะไม่ตึงสวยเท่ากับนำไปต้มในน้ำเกลือเจือจาง พอเอาขึ้นมาร้อนๆ ก็ราดด้วยน้ำเย็นจัดอีกทีให้ผิวมันวาว และดึงรั้งให้หนังตึงน่ากิน เอาเป็นว่าจะนึ่งหรือจะต้ม ผลผลิตปลายทางก็เหมือนกันทั้ง 2 แบบ คือ หมายถึงปลาทูที่ผ่านกระบวนการทำให้สุกแล้วและมีรสเค็มอยู่ในตัว สามารถเอามาปรุงอาหารต่อได้มากมายหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นน้ำพริกปลาทู ปลาทูทอด ปลาทูต้มยำ ปลาทูต้มส้ม ปลาทูฉู่ฉี่ ปลาทูผัดฉ่า ปลาทูต้มมะดัน ข้าวผัดน้ำพริกปลาทู ฯลฯ “ปลาทูแม่กลอง”
คนไทยส่วนใหญ่ใช้ “ผักพื้นบ้าน” เป็นส่วนผสมในตำรับอาหาร ที่นิยมบริโภคในภูมิภาคต่างๆ อาทิ ภาคเหนือ ผักคราดหัวแหวน ใช้ทำแกง แก้อาการปวดฟัน ผักเสี้ยว นิยมแกงใส่ปลาย่าง มีรสเปรี้ยว ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาทิ ผักแขยง ผักหวาน ขณะที่ภาคกลางและภาคตะวันออก อาทิ ตับเต่า บอนจีน หรือตาลปัตรฤๅษี ผักน้ำ ชะมวง สำหรับภาคใต้ แกงส่วนใหญ่มักมีสีเหลืองจากขมิ้น ซึ่งช่วยเรื่องการอักเสบในทางเดินอาหาร นิยมกินขนมจีนกับยอดมันปู ซึ่งมีรสฝาด มัน เป็นยาสมานแก้อาการอักเสบ และยังนิยมกินผักเหลียงและสะตอ เป็นต้น ผักแขยง อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ประเทศไทยมีผักพื้นบ้านมากกว่า 300 ชนิด ส่วนใหญ่จะขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น ริมห้วย หนอง คลอง บึง และป่าเขา ในการศึกษาผักพื้นบ้านในปี 2554 กรมอนามัย ได้เก็บตัวอย่างผักพื้นบ้านรวม 45 ชนิด จาก 4 ภาค ประกอบด้วย ภาคกลาง 12 ชนิด ภาคเหนือ 6 ชนิด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 ชนิด และภาคใต้ 22 ชนิด นำไปศึกษาปริมาณสารอาหารที่มีความสำคัญต่อร่างกาย 9 ชนิด ได้แก่ 1.พลังงาน 2.โปรตีน 3.ไขมัน 4.คาร์โบไฮเดรต 5.เบต้าแคโรทีน 6.วิตามินซี 7.ใยอาหาร 8.ธาตุเหล็ก และ 9.แคลเซียม ผลการศึกษาเมื่อเปรีย
ต้นสำโรง เป็นพืชพลังงานที่กรมพลังงานทดแทนกำลังให้ความสำคัญ ส่วนมากอยู่ในเขตอำเภอศรีสำโรงซึ่งเป็นที่ลุ่มตอนกลางของจังหวัดสุโขทัย สมัยโบราณ ปู่ ย่า ตา ยาย ใช้น้ำมันจากเมล็ดสำโรงกันอย่างแพร่หลาย วิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย จึงเกิดแนวคิดผลิต ครีมขัดหนัง Samrong Wax จากเมล็ดศรีสำโรง การผลิต “ครีมขัดหนัง Samrong Wax” จากเมล็ดศรีสำโรง ทำได้ง่าย เริ่มจากเตรียม ส่วนผสม ได้แก่ 1. เมล็ดสำโรง 2. น้ำมันมะกอก 3. กระปุก 4. วาสลีน 5. พาราฟิน วิธีทำ 1. แกะเมล็ดสำโรง ใช้ส่วนที่เป็นเนื้อสีขาว 2. นำส่วนที่ต้องการใช้ทำครีมไปบดให้ละเอียด 3. นำสำโรงบดไปตั้งไฟอ่อนๆ เพื่อให้ได้น้ำมัน 4. เคี่ยวนาน 2 ชั่วโมง เติมน้ำมันมะกอก 5. รอให้เย็น นำไปกรอง 6.บรรจุภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ ครีมขัดหนัง Samrong Wax จากเมล็ดศรีสำโรง ตั้งราคาจำหน่ายอยู่ที่ กระปุกขนาด 50 กรัม 99 บาท ผู้สนใจสามารถติดต่อไปได้ที่ Facebook : วิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรง Line ID : Jintanatun เบอร์โทร. 064-428-3798 รู้จัก “ต้นสำโรง” “สำโรง” มีชื่อสามัญในภาษาอังกฤษคือ bastard poon tree, java olive tree เป็นพืชในวงศ์ชบา มีการกระจายพันธุ์ได้ทั้งในแอฟริกาตะ
มะพร้าว เป็นทั้งอาหารและยาคู่วิถีชีวิตคนไทยมาช้านาน ภูมิปัญญาของไทยเราเรื่องมะพร้าวก็ไม่น้อย หน้าชาติอื่น อย่าง อินเดีย ศรีลังกา หรือฟิลิปปินส์ แม้ถิ่นกำเนิดของมะพร้าวจะไม่อยู่ที่เมืองไทย แต่อยู่ที่เกาะโคโคส (Cocos Island) ในมหาสมุทรอินเดีย อันเป็นที่มาของชื่อทางวิทยาศาสตร์ของมะพร้าว ว่า Cocos nucifera L. และมีชื่อสามัญในภาษาอังกฤษว่า โคโค้ปาล์ม (Coco Palm) หรือต้นโคโค้นัท (Coco Tree) อย่างไรก็ตาม พี่ไทยเราก็สนิทสนมคุ้นเคยกับต้นไม้ชนิดนี้ในภาษาไทยของเราเอง ซึ่งมีชื่อเรียกแตกต่างไปตามท้องถิ่นว่า มะพร้าว (ภาคกลาง) หมากอุ๋น หรือหมากอุน (ภาคเหนือ) พร้าว (ภาคใต้) ย่อ (ในภาษาไทยมาลายู) หรือ โดง (ในภาษาของชาวสุรินทร์) เป็นต้น บรรพชนไทย ถือว่ามะพร้าวเป็นต้นไม้จากสรวงสวรรค์ เป็นพรที่เทพเจ้าประทานให้มนุษย์ ไม่ว่ามนุษย์ปรารถนาอะไรในการยังชีพ ก็สามารถขอได้จากมะพร้าว ดังนั้น ในประเพณีชีวิตของคนไทยจึงใช้มะพร้าวในการประกอบพิธีมงคล เช่น แต่งงาน ขึ้นบ้านใหม่ ในทางปริศนาธรรม ต้นมะพร้าว เป็นสัญลักษณ์ของ “พระนิพพาน” ดังเพลงกล่อมเด็กของชาวปักษ์ใต้ว่า “มะพร้าวนาฬิเก ยืนโดดเด่นโนเนอยู่กลางท
การทำนาเกลือเป็นอาชีพหนึ่งซึ่งเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านในเขตจังหวัดที่มีพื้นที่ติดทะเล ผ่านการคิดค้นและทดลองจนพบวิธีการ ขั้นตอนต่างๆ ของการผลิตเกลือสมุทรหรือเกลือทะเล นับเป็นการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้กับวิถีชีวิตอย่างผสมกลมกลืน จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นแหล่งผลิตเกลือทะเลที่สำคัญของภาคกลาง แต่ปัจจุบันหลงเหลือให้เห็นน้อยลงเต็มที เนื่องจากราคาเกลือถูกลงทุกวันๆ ความไม่คุ้มทุนที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนจากน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ในรถบดนาเกลือ ทำให้ชาวนาหรือผู้ผลิตเกลือจำต้องปล่อยพื้นที่ให้รกร้างไปตามธรรมชาติ กลุ่มนักศึกษาปริญญาตรีต่อเนื่องวิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม ประกอบด้วย อำนาจ จันทร, ชนะพล มิ่งสรรพางค์, ภาณุพันธ์ มังษา, อานันท์ คณาวงษ์, ยศธร ตันตรง, กอบชัย คุ้มเปี่ยม, ศักดิ์ชาย คำหมาย, รัฐพงษ์ ปานผ่อง, ฐิติพันธ์ ดีหมื่นไวย์, ทองสุข หนูกระจ่าง และ ศราวุฒิ เสมสุวรรณ ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงร่วมกันออกแบบนวัตกรรม “รถบดนาเกลือพลังงานแสงอาทิตย์” เพื่อช่วยลดต้นทุนให้ชาวนาเกลือ โดยใช้พลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ ตอบโจทย์ในเรื่องการลดต้นทุนการผลิต ทำให้นาเกลือสะอาด ไม่มีน้ำมันรั่วไหลลงในนา โด
แมลงสาบตัวร้ายที่ชอบมากวนใจในบ้าน แถมยังมีปีกบินได้อีกด้วย บ้านไหนมีต้องรีบกำจัดด่วน!!! ป้องกันการเกิดเชื้อโรคที่เป็นพาหะไปสู่โรคต่างๆ วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน รวม 4 วิธีกำจัดแมลงสาบด้วยสูตรธรรมชาติ ไม่ง้อยาฆ่าแมลง สามารถทำตามกันได้ง่ายๆ เพียงเท่านี้แมลงสาบก็จะไม่มากวนใจเราอีกต่อไป 1. พริกไทย นำไปโรยหรือห่อผ้าแล้ววางไว้บริเวณที่มีแมลงสาบอาศัยอยู่ ซึ่งกลิ่นฉุนของพริกไทยสามารถช่วยขับไล่ครอบครัวแมลงสาบออกไปได้แบบยกรัง 2. ลูกเหม็น เนื่องจากแมลงสาบนั้นมีความสามารถในการรับกลิ่นได้ดี จึงควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ส่งกลิ่นรบกวนต่อแมลงสาบ ซึ่งลูกเหม็นจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีกําจัดแมลงสาบในบ้านได้เป็นอย่างดี เพราะกลิ่นของลูกเหม็นจะส่งกลิ่นรบกวน ทำให้แมลงสาบไม่กลับมายังบริเวณที่มีลูกเหม็นอีกเลย 3. สเปรย์พริกไทย ด้วยการผสมพริกไทยกับน้ำแล้วใส่ขวดสเปรย์ แล้วฉีดบริเวณมุมอับที่มีแมลงสาบอาศัยอยู่ก็เป็นอีกวิธีที่กำจัดแมลงสาบได้ดีเช่นกัน 4. ใบกระวาน ถือเป็นเครื่องเทศที่มีกลิ่นแรง จึงเหมาะสำหรับใช้เป็นวิธีกําจัดแมลงสาบยกรัง วิธีใช้ก็สะดวกเพียงนำใบกระวานไปวางไว้ตามพื้นที่ต่างๆ ในบ้าน ก็จะช่วยไล่แมลงสาบได้ดี 💡สาเหตุท
“อย่ารับประทานของทอดของมัน เดี๋ยวคอเลสเตอรอลขึ้น” ท่านผู้อ่าน ทุกท่านเคยได้ฟังมาทุกคน แต่ในทางปฏิบัติ นั้นยากเหลือเกินที่จะหลีกเลี่ยงมื้ออาหารลักษณะนี้ มีรายงานจากองค์การอนามัยโลกว่า หากลดระดับคอเลสเตอรอลลง 10% สามารถลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจได้ถึง 50% นอกจากนั้น จากการสํารวจพบอีกว่า กลุ่มประเทศที่ประชากรมีรายได้ต่ำซึ่งสาเหตุหลัก คือ อาหารที่มีคอเลสเตอรอลมากเกินไปและอาหารจําพวกไขมันส่วนสาเหตุอื่นๆ ก็อาจมาจากยาบางชนิด โรคบางชนิด กรรมพันธุ์ของผู้ป่วยก็เป็นไปได้เช่นกัน โดยปกติแล้วระยะต้นของการมีคอเลสเตอรอลสูง ผู้ป่วยจะไม่แสดงอาการใดๆ แต่เมื่อระดับคอเลสเตอรอลสูงไปเป็นระยะเวลานาน จะทําให้เกิดการสะสมและอุดตันของไขมันตามหลอดเลือดต่างๆ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือเส้นเลือดในสมองตีบได้การรักษา ปัจจุบันก็จะให้ผู้ป่วยควบคุมอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูงออกกําลังกาย ซึ่งหากผู้ป่วยมีระดับไขมันในเลือดสูง ก็อาจจะต้องใช้ยาลดไขมันร่วมด้วยเช่นกัน สําหรับสรรพคุณของกระเทียมในการลดไขมันนั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่ เนื่องจากมีการวิจัยมากมายเกี่ยวกับสรรพคุณของกระเทียม แต่งานวิจัยมากมายเหล่านั้นอาจให้ผลก
หลายท่านคงเคยตั้งคำถาม และอยากรู้จัก ว่าพืชผักชนิดนี้มีดีอย่างไร? หลายคนยังไม่รู้จัก ก็อยากจะบอกว่า คนไทยเราเขารู้จักกันมานาน ถึงแม้ว่าจะมีคนบอกกล่าวว่าไม่ใช่พืชพื้นถิ่นของไทยก็ตามที แต่คนไทยเราเขาชอบมากๆ เป็นคนไทยนิยมกินอะไรที่เผ็ดร้อนอยู่แล้ว ผักชนิดนี้นิยมนำมาปรุงแต่งกลิ่นรสอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่ต้องการดับกลิ่นคาว กลิ่นสาบของเนื้อสัตว์บางชนิด ที่ลำพังข่า ตะไคร้ เอาไม่อยู่ “กะเพราควาย” ชื่อดูดุดัน เรียกกันแถบภาคกลางเป็นส่วนใหญ่ ในถิ่นภาคเหนือ เรียก “จันทน์จ้อ” และชื่ออย่างเป็นทางการคือ “ยี่หร่า” กะเพราควาย มีชื่อสามัญว่า Shrubby Basil ชื่อวิทยาศาสตร์ Ocimmum gratissimum อยู่ในวงศ์กะเพรา LAMIACEAE เป็นพืชล้มลุก ประเภทพุ่ม อายุยืนกว่าปี ชอบขึ้นที่ดินสมบูรณ์ มีอินทรียวัตถุมาก น้ำดีพอสมควร แต่ก็ขึ้นได้ดีกับดินทุกชนิดเหมือนกัน ต้องการแสงแดดมากพอสมควร เนื่องจากเป็นพืชที่มีใบดก ใบใหญ่ แต่กิ่งก้านเล็ก กรอบ หักง่าย จึงไม่ทนทานต่อสภาพลมแรง ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด งอกงาม เจริญเติบโตเร็ว สามารถใช้ใบประกอบอาหาร และทุกส่วนใช้ประโยชน์เป็นยา ได้ตั้งแต่ต้นเล็กๆ อายุเดือนเศษๆ กลิ่นที่ไม่มีใครเหมือน ใช้เป็
ไม้มงคลปลูกเสริมความเฮงต้อนรับปีมะเส็ง ช่วยเสริมสิริมงคล รวยทรัพย์ และเสริมดวงชะตาให้กับผู้ปลูก การปลูกต้นไม้เป็นการสร้างบรรยากาศ เพิ่มความร่มรื่น ด้วยสีเขียวของใบไม้ พิเศษสุดๆ วันนี้เทคโนโลยีจะพาไปส่องต้นไม้ที่มีชื่อมงคล ปลูกตั้งแต่ต้นปีจะได้เฮงทั้งปีกันไปเลย เชื่อว่าหลายๆ บ้านต้องมีไม้มงคลสักต้นอยู่ในบ้านกันแน่ๆ ใครปลูกไม้มงคลอะไรกันบ้าง คอมเมนต์บอกแอดหน่อยจะได้ไปหามาปลูกตามบ้าง มูให้สุด ปีนี้ต้องปังทุกด้าน ต้นลิ้นมังกร ลิ้นมังกร ยังเป็นไม้ฟอกอากาศที่องค์การนาซ่าได้นำมาทดลองวิจัย ซึ่งก็ได้ผลวิจัยว่า “ต้นลิ้นมังกร” จะมีลักษณะพิเศษกว่าพันธุ์ไม้ชนิดอื่นคือ จะคายก๊าซออกซิเจนในเวลากลางคืน ส่วนกลางวันจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แทน ทำให้สามารถปลูกต้นลิ้นมังกรในบ้านได้โดยไม่มีอันตรายต่อคนในบ้าน นิยมขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อและตัดชำใบ ปลูกได้ทั้งที่มีแดดแรงจัดและที่ร่มรำไร ชอบดินที่ร่วนซุย และมีอินทรียวัตถุพอเพียงเพื่อสร้างความชุ่มชื้น รดน้ำวันเว้นวัน หรือ 3 วันครั้ง ให้ดินพอชุ่มชื้น ความเชื่อ : บ้านใดปลูกต้นลิ้นมังกรไว้ประจำบ้าน จะช่วยป้องกันอันตรายจากภายนอกได้ เพราะบางคนเรียก ลิ้นมังกรอีกช
