เทคนิคเกษตร
“ขี้เลื่อยไม้ยางพารา” เป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่เกษตรกรนิยมนำมาใช้เพาะเห็ด ทั้งนี้ การเลือกใช้ขี้เลื่อยไม้ยางพารา ควรตรวจสอบให้แน่ใจเสียก่อนว่า ไม่ใช่ขี้เลื่อยไม้ยางพาราที่มาจากโรงงานเฟอร์นิเจอร์ เพราะขี้เลื่อยประเภทนี้ผ่านการอบฆ่าเชื้อ นำมาใช้ในการเพาะเห็ดไม่ได้ หากนำขี้เลื่อยประเภทนี้มาทำก้อนเชื้อเห็ดหยอดเชื้อลงไปแล้วเชื้อไม่เดิน เพราะไม้ยางพาราจากโรงงานเฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่จะผ่านการอบยาฆ่าเชื้อรามาแล้ว หากนำมาใช้เพาะเห็ด เชื้อเห็ดก็จะไม่เดินอย่างแน่นอน เพราะเชื้อเห็ดก็เป็นเชื้อราประเภทหนึ่งนั่นเอง บางคนอยากเพาะเห็ดถุงเป็นอาชีพรอง หรือบริโภคภายในครัวเรือน แต่ “ขี้เลื่อย” ก็ไม่ได้หากันง่ายๆ แล้วจะมีวัสดุอะไรทดแทนได้บ้าง เห็ดที่เพาะในถุงได้ดี มีหลายสายพันธุ์ ตัวอย่าง เห็ดนางฟ้า เห็ดนางรม เห็ดเป๋าฮื้อ เห็ดหูหนู เห็ดขอนขาว เห็ดกระด้าง และเห็ดยานางิ เป็นตัวอย่าง ทั้งนี้ วัสดุเพาะที่นำมาทดแทนขี้เลื่อยได้ คือ ฟางสับ ซึ่งกรมวิชาการเกษตร ได้ทำการวิจัยไว้ มีอยู่หลายสูตร ในที่นี้ขอนำมาเป็นตัวอย่างเพียง 2 สูตร เท่านั้น สูตรที่ 1 ชนิดวัสดุ นํ้าหนัก (กิโลกรัม) ฟางสับ ยาว 4-6 นิ้ว 100 ขี้วัว
หากใครกำลังมองหาอาชีพใหม่ หรืออาชีพเสริมรายได้ ที่สร้างอาชีพได้ง่ายๆ ไม่ต้องลงทุนเยอะ คุณนีม หรือ คุณณิชนันทน์ หะยีลาเต๊ะ เจ้าของฟาร์มรัก – FARM RAK นนทบุรี ชวนเลี้ยงไส้เดือน อาชีพสุดปัง ทำง่าย ได้เงินจริง! รู้จัก FARM RAK นนทบุรี คุณนีม-ณิชนันทน์ หะยีลาเต๊ะ บัณฑิตปริญญาโทแห่งรั้วธรรมศาสตร์ สาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ต้องการทำฟาร์มเกษตรโดยไม่พึ่งสารเคมี เพื่อผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยสู่ผู้บริโภคที่รักสุขภาพ ซึ่งการทำเกษตรให้ประสบความสำเร็จ ต้องเริ่มต้นจากดินคุณภาพดี จึงเป็นที่มาของการทำฟาร์มไส้เดือนแห่งนี้ คุณนีมใช้เวลาทดลองเลี้ยงไส้เดือนกว่า 1 ปี จนเกิดความมั่นใจจึงลงทุนเปิดกิจการในชื่อ ฟาร์มรัก FARM RAK นนทบุรี สายพันธุ์ไส้เดือน คุณนีมเลี้ยงไส้เดือน 2 สายพันธุ์ คือ พันธุ์แอฟริกัน (AF : African Night Crawler) และ พันธุ์บลูเวิร์ม (Blue worm) ข้อดีของการเลี้ยงไส้เดือนสายพันธุ์ AF คือ ผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพดีจากธรรมชาติ ปรับปรุงสภาพดินให้ร่วนซุย ช่วยเพิ่มและแพร่กระจายจุลินทรีย์ในดิน เป็นประโยชน์ต่อพืช ช่วยกำจัดขยะอินทรีย์ เหมาะเป็นอาหารสัตว์และเป็นเหยื่อสำหร
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาโรครากเน่าโคนเน่ากลายเป็นฝันร้ายของชาวสวนทุเรียนไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกอย่างจังหวัดจันทบุรี ระยอง และตราด ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของการผลิตทุเรียนส่งออกของประเทศ หลายสวนต้องเผชิญภาพต้นทุเรียนอายุหลายสิบปีค่อยๆ ทรุดโทรม ใบเหลืองร่วง กิ่งแห้ง เปลือกแตกมีน้ำเยิ้ม ก่อนยืนต้นตายในที่สุด สาเหตุสำคัญมาจากเชื้อราไฟทอปธอรา (Phytophthora spp.) เชื้อราดินตัวร้ายที่แพร่กระจายรวดเร็วในช่วงฝนชุกและสภาพดินชื้นจัด แม้ที่ผ่านมาเกษตรกรจำนวนมากจะเลือกใช้สารเคมีเพื่อควบคุมโรค แต่ต้นทุนที่สูงขึ้นต่อเนื่อง ท่ามกลางวิกฤตดังกล่าว เห็ดเรืองแสงสิรินรัศมีกำลังถูกจับตามองในฐานะนวัตกรรมชีวภัณฑ์ที่อาจเปลี่ยนวิธีจัดการโรคพืชของไทยไปตลอดกาล เพราะไม่ใช่เพียงการควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังช่วยลดต้นทุนการผลิต ฟื้นฟูสุขภาพดิน และลดการพึ่งพาสารเคมีในระยะยาว จนถูกมองว่าเป็นอีกก้าวสำคัญของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชีวภาพสู่ภาคการเกษตรยุคใหม่ “เห็ดเรืองแสงสิรินรัศมี” หรือ Neonothopanus nambi (Speg.) R.H. Petersen & Krisai เป็นเชื้อราปฏิปักษ์ที่มีคุณสมบัติเด่นในการยับยั้งการเจริญของเชื้อรา
การตัดแต่งกิ่งมะม่วงนั้น เริ่มตั้งแต่งเมื่อมะม่วงยังเป็นต้นกล้าอยู่ โดยเฉพาะมะม่วงที่เพาะในถุงพลาสติก หรือเพาะลงในแปลงปลูก และเวลาที่ปลูกลงหลุมจำเป็นต้องตัดแต่งรากและใบเพื่อลดการคายน้ำลงด้วยประการหนึ่ง ระบบการตั้งพุ่มต้นมะม่วงนั้น นิยมเปิดกลางของทรงพุ่มให้โปร่งโดยเฉพาะการปลูกในระบบปลูกชิด จำนวนต้นที่ปลูกหนาแน่น ถ้าทรงต้นหนาทึบอาจจะทำให้เป็นที่สะสมของโรคและแมลงศัตรูได้ โดยเฉพาะโรคแอนแทรกโนส ฉะนั้นต้องตัดแต่งกิ่ง เพื่อให้ระบบกิ่งภายในทรงพุ่มโปร่ง เพื่อแก้ปัญหาโรคแมลงได้น้อยลง ระบบการเลี้ยงกิ่งข้างนี้จะทำให้การตั้งพุ่มของมะม่วงมีทรงพุ่มได้ดีคือ จากช่วงที่ 1 เลี้ยงกิ่งไว้ 1-2 กิ่ง พอช่วงที่ 2 เลี้ยงกิ่งที่แตกจากช่วงที่ 1 ไว้กิ่งละ 3 กิ่ง รวมกันเป็น 6 กิ่ง พอช่วงที่ 3 เลี้ยงไว้ 18 กิ่ง (1-2-6-18) การแตกกิ่งของมะม่วงแตกด้านข้างละ 3 ช่วง และรวมทั้งการเลี้ยงกิ่งจากลำต้นอีก 2 ช่วง รวมเป็น 5 ช่วง จะใช้เวลาเลี้ยงดูทั้งหมดประมาณ 7-8 เดือน การเลี้ยงระบบนี้กิ่งจะค่อยๆ โปร่งขึ้นและโคนกิ่งแข็งแรง กิ่งจะไม่หักหรือห้อยลงมาขณะที่มะม่วงติดผล จุดประสงค์ของการตัดแต่งกิ่งมะม่วงระบบปลูกชิด 1. เพื่อเอาโครงสร้า
ในเมื่อเศษอาหารประจำวันที่ดูจะเพิ่มขึ้นทุกวัน กลายเป็นปัญหาปวดหัวของสังคม ทิ้งอย่างไร กำจัดอย่างไรก็ไม่รู้จักหมดสิ้น คงต้องใช้วิธีแบบเกลือจิ้มเกลือด้วยการนำเศษอาหารที่เป็นขยะประจำวันมาแปรเปลี่ยนเป็นปุ๋ยใช้ปลูกพืชซะเลย งานนี้ประหยัดค่าปุ๋ย แถมได้พืชผักที่ปลอดภัยไว้รับประทานในบ้านอีกด้วย… การเปลี่ยนเศษอาหารมาเป็นปุ๋ยให้พืชเป็นหนึ่งในอีกหลายแนวคิดของ คุณสุทน แสนตันเจริญ หนุ่มราชบุรีดีกรีช่างไฟฟ้าจากเทคนิคราชบุรี ที่หันมาเอาดีทางงานพัฒนาชุมชนและสังคม สังกัด SCG งานที่คุณสุทนทำคือลงพื้นที่เพื่อส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมด้านต่างๆ ในขณะทำงานหากพบว่าชาวบ้านมีปัญหาอะไรที่แก้ไขไม่ได้ในทางเทคนิค คุณสุทนจะนำปัญหานั้นมาคิดค้นประดิษฐ์เครื่องมือ/อุปกรณ์ เพื่อช่วยเหลือหาทางออกเพื่อตอบโจทย์ปัญหาให้เกษตรกรแต่ละแห่ง แล้วอุปกรณ์เหล่านั้นจะออกแบบง่ายๆ สามารถนำสิ่งของใกล้ตัวในชุมชนมาประดิษฐ์ ตามแบบอย่างจากต้นแบบของคุณสุทน เน้นความประหยัด ใช้งานได้จริง คุณสุทน แสนตันเจริญ “ตัวอย่างเช่น ถ้าขยะเป็นปัญหาของชุมชน ก็จะออกแบบถังขยะที่สามารถแปรรูปเป็นปุ๋ยโดยไม่มีกลิ่นเพื่อนำไปใช้บำรุงต้นไม้ หรือบางชุมชน หมู่บ้านที่มีพื
มะเขือเทศรับประทานสด เป็นพืชที่มีความอ่อนแอต่อสภาพแวดล้อม หากเป็นพื้นที่ปลูกที่มีฝนและความชื้นสูง มีโอกาสเกิดโรคทางรากได้ง่าย โดยเฉพาะโรคเหี่ยวเขียว (เชื้อแบคทีเรีย Ralstonia solanacearum) สามารถพบได้ทุกระยะการเจริญเติบโตของมะเขือเทศ ทั้งนี้ การขยายพันธุ์โดยวิธีการต่อยอด (Grafting) มะเขือเทศบนต้นตอที่เป็นพืชท้องถิ่นที่สามารถเข้ากันได้ เช่น ต้นมะเขือม่วง มะเขือพวง ฯลฯ เป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับมะเขือเทศรับประทานสด มีลักษณะต้นที่แข็งแรง ทนต่อโรค หรือทนต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่ไม่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต การเสียบยอด Grafting เป็นวิธีการขยายพันธุ์พืชแบบไม่ใช้เพศ ด้วยการนำต้นพืชสองชนิดมาเชื่อมต่อกันให้เจริญเป็นต้นเดียวกัน ส่วนของพืชที่เจริญเป็นราก เรียกว่า ต้นตอ (rootstock) และส่วนยอดที่นำมาต่ออยู่บนต้นตอจะเป็นส่วนที่เจริญเป็นกิ่งก้านออกดอกติดผลต่อไป เรียกว่า ยอดพันธุ์ดี (scion) เป็นส่วนของยอดพืชที่มีตามากกว่าหนึ่งตาขึ้นไปมาเชื่อมต่อกับต้นตอ เช่น การเสียบยอดมะเขือเทศพันธุ์ดีบนต้นตอมะเขือเทศ การเสียบยอดด้วยมะระพันธุ์ดีบนต้นตอฟักทอง การเสียบยอดมะเขือเทศพ
นายสุนทร มีจำนงค์ เกษตรกรวัย 70 ปี จังหวัดอุบลราชธานี มีแนวคิดริเริ่ม “ฝากเงินไว้กับต้นไม้” ภายใต้แนวคิดว่า “ต้นไม้” คือ “สินทรัพย์” ประเภทหนึ่ง การปลูกต้นไม้ ช่วยสร้างรายได้และเงินออมระยะยาว ทั้งเป็นบำเหน็จบำนาญยามสูงวัย และเป็นมรดกแก่ลูกหลานได้ ลงทุนทำสวนป่าไม้โตเร็ว ภายใต้แนวคิด “ขายแล้วซื้อใหม่” นายสุนทรใช้เงิน 640,000 บาท ลงทุนปลูกยูคาลิปตัสบนเนื้อที่ 300 ไร่ ในพื้นที่อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อต้นไม้โตจึงขายที่ดินพร้อมต้นยูคาลิปตัส ในราคา 9 ล้านบาท จากนั้นย้ายถิ่นฐานไปซื้อที่ดินแห่งใหม่ในพื้นที่อำเภอเดชอุดม เพื่อปลูกสวนป่าแบบวนเกษตร ตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยปลูกผสมผสานทั้งไม้ป่า พืชเกษตรและทำปศุสัตว์ นายสุนทรแบ่งพื้นที่ปลูกไม้โตเร็วคือ ไม้ยูคาลิปตัส พร้อมปลูกไม้โตช้า เช่น สัก ประดู่ พะยูง ยางนา ฯลฯ เพื่อเป็นการออมเงินกับต้นไม้ เมื่อไม้เติบโตได้ขนาดที่เหมาะสมสามารถขายสร้างรายได้แล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงจากการปลูกพืชเกษตรที่ราคาไม่แน่นอนอีกด้วย หลักการดูแลจัดการสวนป่า นายสุนทรแบ่งพื้นที่ สร้างสวนป่าเพื่อการอนุรักษ์ และสวนป่าเพื่อเศรษฐกิจ โดยลงทุนปลูกยูคาลิปตัส
คนรักบ้านเช็กด่วน! ผู้เชี่ยวชาญแนะ 5 ต้นไม้ที่ไม่ควร “ปลูกหน้าบ้าน” ภัยเงียบที่หลายคนมองข้าม บ้านไหนปลูก ระวังมีปัญหาตามมาเพียบ เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์ https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_10241650 เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 รายงานจากสื่อต่างประเทศ หลายครอบครัวในเวียดนามนิยมปลูกไม้ผลไว้บริเวณหน้าบ้านหรือสนาม เพื่อให้ร่มเงา เพิ่มความสวยงามให้พื้นที่ และมีผลไม้สะอาดไว้รับประทานเอง อย่างไรก็ตาม มีไม้ผลอยู่ 5 ชนิดที่มักถูกแนะนำว่าไม่เหมาะสำหรับปลูกบริเวณหน้าบ้าน เนื่องจากอาจก่อให้เกิดความไม่สะดวกและปัญหาต่างๆ ตามมา 1. ทุเรียนต้นทุเรียนถือเป็นหนึ่งในต้นไม้ที่ไม่แนะนำให้ปลูกหน้าบ้าน เนื่องจากทั้งสร้างความลำบากในการดูแลและอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ทุเรียนเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ มีทรงพุ่มกว้าง และสามารถสูงได้หลายสิบเมตร เมื่อโตเต็มที่ พุ่มไม้จะปกคลุมพื้นที่กว้าง ทำให้บริเวณหน้าบ้านขาดแสงสว่างและดูอึดอัดมืดทึบ ตามหลักความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ย พื้นที่หน้าบ้านควรโปร่งโล่งเพื่อรับแสงและพลังงานที่ดี จึงมองว่าต้นไม้ขนาดใหญ่เป็นสิ่งกีดขวางพลังงานเข้าสู่บ้าน นอกจากนี้ ผลทุเรียนมีน้ำหนักม
พื้นที่ 10 ไร่ ที่ดอนสูง คุณคงศักดิ์ นาคคุ้ม เกษตรกรหัวไวใจสู้ นำโอ่งขนาดใหญ่ หรือชาวภาคอีสานเรียกว่า “โอ่งแดง” ตั้งเรียงยาว แถวละ 10 ลูก 3 แถว ต่อท่อน้ำให้เชื่อมกันจากนั้นสูบน้ำใต้ดินให้เต็มโอ่งเพื่อเป็นการให้ความชื้นแก่พืชที่ปลูกแบบผสมผสานโดยใช้ฝรั่งกิมจูเป็นหลัก คุณคงศักดิ์ อยู่บ้านเลขที่ 547 หมู่ที่ 5 บ้านนิคม ตำบลนิเวศน์ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด จบการศึกษาจากช่างกลอุเทนถวาย สาขาช่างก่อสร้าง ทำงานภาคเอกชน มีภรรยาที่ร้อยเอ็ด จึงปักหลักที่ “ร้อยเอ็ดเพชรอีสาน พลาญชัยบึงงาม เรืองนามพระสูงใหญ่ ผ้าไหมชั้นดี สตรีโสภา ทุ่งกุลาสดใส งานใหญ่บุญผะเหวด” แม้จะเปลี่ยนมาเป็น “สิบเอ็ดประตูเมืองงาม เรืองนามพระสูงใหญ่ ผ้าไหมสาเกต บุญผะเหวดประเพณี มหาเจดีย์ชัยมงคล งามน่ายลบึงพลาญชัย เขตกว้างไกลทุ่งกุลา โลกลือชาข้าวหอมมะลิ” เขาก็รักร้อยเอ็ด เพราะเป็นเมืองน่าอยู่ ผู้คนน่ารัก ฟูมฟักตำนานเมือง มาวันนี้ ชายวัย 69 ปีแล้วครับ 1 ไร่ ได้แสน คือ แสนสุขใจ แสนสุขใจ แสนร่าเริง รายได้เป็นแสน คุณคงศักดิ์ บอกว่า ตนเองไม่ได้จบการศึกษาทางการเกษตร “ใจรักชอบศึกษา” การเกษตรอินทรีย์ ระบบน้ำหยด การให้น้ำแบบประหยัด ตนเ
การคำนวณต้นทุนก่อนปลูกพืชมีความสำคัญมากและถือเป็นขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นการวางแผนการผลิตให้มีประสิทธิภาพและช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรได้อย่างแท้จริง โดยความสำคัญของการคำนวณต้นทุนก่อนปลูกพืชมีดังนี้ ช่วยให้เข้าใจสถานการณ์ทางการเงิน การคำนวณต้นทุนทำให้เกษตรกรทราบว่าจำเป็นต้องใช้เงินทุนเท่าไหร่ในแต่ละขั้นตอน ทั้งในด้านปัจจัยการผลิต ค่าแรง ค่าเช่า หรือค่าสาธารณูปโภค การเข้าใจต้นทุนทั้งหมดนี้ช่วยให้สามารถจัดการเงินทุนได้อย่างเหมาะสม เพิ่มความสามารถในการควบคุมต้นทุน เมื่อทราบต้นทุนที่ต้องใช้ สามารถวางแผนเพื่อลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และใช้ทรัพยากรต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ได้ผลผลิตสูงสุดในต้นทุนที่คุ้มค่า วางแผนผลกำไรที่คาดหวัง เมื่อรู้ต้นทุน จะช่วยให้สามารถคำนวณราคาขายที่เหมาะสมเพื่อให้ได้กำไร นอกจากนี้ ยังช่วยให้พิจารณาความคุ้มค่ากับการลงทุนได้ดีขึ้นว่าเมื่อถึงเวลาขายจะได้กำไรหรือขาดทุน เพิ่มโอกาสในการทำการตลาดและแข่งขันได้ เกษตรกรที่รู้ต้นทุนจะสามารถกำหนดราคาที่แข่งขันได้และยังสามารถตัดสินใจขายในช่วงเวลาที่ตลาดให้ผลตอบแทนสูงสุดได้ ช่วยในการตัดสินใจลงทุน การคำนวณต้นทุนก่อนป
