กรมการข้าว
นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ รองอธิบดีกรมการข้าว ร่วมเป็นเกียรติในกิจกรรมรับซื้อผลผลิตข้าวอินทรีย์ ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนข้าวอินทรีย์เมืองเขมราฐธานี โดยมีผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวและศูนย์วิจัยข้าวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมด้วย นายสุเทพ คงมาก นายกกิตติมศักดิ์สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒินโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ตลอดจนเกษตรกรในพื้นที่ร่วมกิจกรรม ณ ที่ทำการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนข้าวอินทรีย์เมืองเขมราฐธานี ตำบลขามป้อม อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี รองอธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงพี่น้องชาวนาไทยและสืบเนื่องจาก พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ สมัยซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีแนวนโยบายให้กรมการข้าวดำเนินโครงการส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์ พื้นที่เป้าหมาย 1 ล้านไร่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรผลิตข้าวอินทรีย์ตามมาตรฐานข้าวอินทรีย์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเพื่อขยายพื้นที่การผลิตข้าวให้ได้การรับรองมาตรฐานข้าวอินทรีย์ นอกจากนั้น เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงตลาด กรมข้าวจึงนำร่องในพื้นที่อำ
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการประกวดข้าวพันธุ์ใหม่เพื่อการพาณิชย์ ภายใต้ยุทธศาสตร์ข้าวไทย โดยมี นายชาตรี บุญนาค ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการข้าว นางสาวนนทิชา วรรณสว่าง รองอธิบดีกรมการข้าว คณะผู้บริหาร ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเกษตรกรจากจังหวัดชัยนาทและจังหวัดใกล้เคียง ร่วมพิธีเปิดในครั้งนี้ ณ ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท พร้อมคณะทูตพาณิชย์จาก 25 ประเทศ และพาณิชย์จังหวัดใน 27 แหล่งเพาะปลูกของประเทศ ร่วมกิจกรรมผ่านระบบออนไลน์ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา นายชาตรี บุญนาค รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการข้าว เผยว่า การประกวดข้าวพันธุ์ใหม่ในครั้งนี้เป็นการเปิดโอกาสให้นักวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าวไทย ส่งผลงานเข้าประกวดในข้าว 3 ประเภท ได้แก่ ข้าวหอมไทย ข้าวขาวพื้นนุ่ม และข้าวขาวพื้นแข็ง ซึ่งมีพันธุ์ข้าวที่ส่งเข้าประกวดจำนวน 48 พันธุ์ เป็นพันธุ์ข้าวของกรมการข้าว 31 พันธุ์ ที่ไดันำพันธุ์ข้าวที่ส่งเข้าประกวด มาทดลองปลูกในแปลงของศูนย์วิจัยข้าว 3 แห่ง ได้แก่ ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท ศูนย์วิจัยข้า
วันที่ 5 พฤศจิกายน 2564 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการประกวดข้าวพันธุ์ใหม่เพื่อการพาณิชย์ ภายใต้ยุทธศาสตร์ข้าวไทย โดยมี นายชาตรี บุญนาค ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการข้าว นางสาวนนทิชา วรรณสว่าง รองอธิบดีกรมการข้าว คณะผู้บริหาร ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเกษตรกรจากจังหวัดชัยนาทและจังหวัดใกล้เคียง ร่วมพิธีเปิดในครั้งนี้ ณ ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท พร้อมคณะทูตพาณิชย์จาก 25 ประเทศ และพาณิชย์จังหวัดใน 27 แหล่งเพาะปลูกของประเทศ ร่วมกิจกรรมผ่านระบบออนไลน์ นายชาตรี กล่าวว่า การประกวดข้าวในครั้งนี้ เปิดโอกาสให้นักวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าว ส่งผลงานเข้าประกวดในข้าว 3 ประเภท ได้แก่ ข้าวหอมไทย ข้าวขาวพื้นนุ่ม และข้าวขาวพื้นแข็ง ซึ่งมีพันธุ์ข้าวที่ส่งประกวดทั้งสิ้นจำนวน 48 พันธุ์ แบ่งเป็นพันธุ์ข้าวของกรมการข้าวจำนวน 31 พันธุ์ โดยไดันำพันธุ์ข้าวที่ส่งเข้าประกวด มาทดลองปลูกในแปลงปลูกของศูนย์วิจัยข้าว 3 แห่ง ได้แก่ ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก และศูนย์วิจัยข้าวขอนแก่น ซึ่งจะดำเนินการตัด
วันที่ 17 ต.ค. 2564 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ รองอธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยนายสมบูรณ์ สุวรรณโณ ผู้อํานวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวปัตตานี และคณะ ลงพื้นที่ตรวจติดตาม โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ปี 2564 ณ กลุ่มแปลงใหญ่ ข้าวหนองอ้ายแท่น ม.1 ต.บ้านใหม่ อ.ระโนด จ.สงขลา นายณัฏฐกิตติ์ กล่าวว่า กรมการข้าวได้ดำเนินโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด เพื่อต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกรหรือกลุ่มเกษตรกรโดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เหมาะสม รวมทั้งเครือข่ายความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ ในการร่วมกันบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพ ตลอดจนต้องการยกระดับการผลิตไปสู่สินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐาน สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมพลังงาน และอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์และยา ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง รองอธิบดีกรมการข้าว กล่าวต่อไปว่า ในจังหวัดสงขลามีกลุ่มแปลงใหญ่ข้าวอยู่จำนวน 15 แปลง มีกลุ่มแปลงใหญ่ที่ขอรับการสนับสนุนจากโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ปี 2564 จำนวน 7 แปลง ซึ่งหน
นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความต้องการยกระดับศักยภาพการผลิตข้าวของไทย โดยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิตต่อไร่ เพื่อยกระดับคุณภาพข้าวและชาวนาไทย จึงได้มอบหมายให้กรมการข้าว โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งเพิ่มศักยภาพการผลิตและการส่งออกข้าวไทยเพื่อให้ข้าวไทยสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก นายประภัตร กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันชาวนามีการเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวไว้ใช้เองเป็นระยะเวลานานต่อเนื่องนาน 10 ปี ทำให้คุณภาพข้าวและผลผลิตข้าวลดลง กรมการข้าวจึงได้จัดทำโครงการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิพันธุ์ดี ที่จะช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิตข้าว และได้มีการประชุมร่วมหารือกับผู้บริหารกรมการข้าวและศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวทั่วประเทศ เพื่อดำเนินการโครงการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิพันธุ์ดี โดยมีเป้าหมายในพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิของประเทศ 27.5 ล้านไร่ ในฤดูการผลิต 2565-2567 โดยจะแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ปี คือปีที่ 1 (ปี 2565) เป้าหมาย 5 ล้านไร่ ปีที่ 2 (ปี 2566) เป้าหมาย 10 ล้านไร่ และปีที่ 3 (ปี 2567) เป้าหมาย 12.5 ล้านไร่ รวมเป็น 27.
นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ รองอธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า กรมการข้าวได้ดำเนินงานโครงการ Smart Famer ด้านข้าว ตั้งแต่ปี 2556 ตามนโยบายการพัฒนาเกษตรกร และสถาบันเกษตรกรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการสร้างเกษตรกรไทยให้เป็นผู้ที่มีความรู้ในเรื่องการทำการเกษตร ตระหนักถึงคุณภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภค มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม พัฒนาศักยภาพการผลิต การแปรรูปและการตลาด ตลอดจนสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีจากแหล่งเรียนรู้ ด้านการผลิตข้าวที่มีประสิทธิภาพ ภายใต้การบูรณาการสนับสนุนส่งเสริมจากหน่วยงานภาครัฐในด้านวิชาการและเทคโนโลยี ในปี 2557 – 2564 กรมการข้าวได้จัดทำโครงการตามนโยบายพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง และดำเนินงานตามแนวทางการพัฒนาเกษตรกรสู่ Smart Farmer โดยสำรวจและคัดกรองเกษตรกรตามคุณสมบัติพื้นฐานตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนด เพื่อกำหนดแนวทางพัฒนาให้สอดคล้องกับศักยภาพและความต้องการของเกษตรกรแต่ละกลุ่มให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในการตอบโจทย์ความยั่งยืนในหลายมิติ โดยกำหนดเป้าหมายการสำรวจคุณสมบัติและรายได้ครัวเรือนของเกษตรกรที่เป็นสมาชิกศูนย์ข้าวชุมชน กลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว กลุ
จากสถานการณ์แพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า2019(COVID-19)ที่ยังคงระบาดต่อเนื่อง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นห่วงผลกระทบที่จะส่งผลต่อเกษตรกรและภาคเกษตรไทยเป็นอย่างมากจึงพยายามแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมพี่น้องเกษตรกรเพิ่มขึ้นอีก การแก้ปัญหา“ขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าว” เป็นอีกหนึ่งปมสำคัญที่กระทรวงเกษตรฯได้เร่งรัดให้กรมการข้าวเร่งวางแผนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เพียงพอตามเป้าหมายเพื่อให้ชาวนาได้ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพตรงตามพันธุ์และตรงกับความต้องการของตลาด นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า เมล็ดพันธุ์ข้าวเป็นหนึ่งในปัจจัยการผลิตที่สำคัญในการผลิตข้าว เนื่องจากการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีช่วยให้ได้ผลผลิตต่อไร่มากขึ้น ผลผลิตมีคุณภาพดีและได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับของทั้งในประเทศและต่างประเทศ สร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนของเกษตรกร ที่ผ่านมาพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเป็นห่วงชาวนาไทยที่กำลังประสบกับปัญหาเมล็ดพันธุ์ข้าวไม่เพียงพอ พร้อมกำชับให้กระทรวงเกษตรฯเร่งหาแนวทางในการเพิ่มศักยภาพการผลิตให้เพียงพอและตรงกับความต้องการของเกษตรกรและตล
นายอาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของโครงการส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์ว่า ปัจจุบันมีเกษตรกรได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตข้าวอินทรีย์แล้ว 2,259 กลุ่ม 43,399 ราย 466,646.90 ไร่ และคาดว่าจะมีเกษตรกรที่จะได้รับการรับรองมาตรฐานข้าวอินทรีย์เพิ่มขึ้นในปี 2565 จำนวน 2,394 กลุ่ม 50,442 ราย 377,933.25 ไร่ โดยในปี 2560 – 2564 กรมการข้าวจะต้องจ่ายเงินอุดหนุนเป็นจำนวน 7,418.21 ล้านบาทซึ่งกรมการข้าวได้จ่ายเงินอุดหนุนให้แก่เกษตรกรที่ผ่านเกณฑ์การประเมินและมีสิทธิ์ได้รับเงินอุดหนุนไปแล้ว เมื่อปี 2560 (T1, T2) จำนวน 379.35 ล้านบาท ในปี 2561 (T1, T2, T3) ได้จ่ายเงินอุดหนุนให้เกษตรกรไปแล้ว จำนวน 1,154.65 ล้านบาท อธิบดีกรมการข้าว กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของปี 2562 (T1, T2, T3) นั้น เดิมจะมีเกษตรกรที่จะได้รับเงินอุดหนุนทั้งหมดคิดเป็นจำนวน 2,122.79 ล้านบาท โดยกรมการข้าวได้ดำเนินการจ่ายเงินอุดหนุนให้แก่เกษตรกรไป แล้วจำนวน 1,202.69 ล้านบาท ซึ่งยังเหลือจำนวนเงินที่ยังต้องจ่ายให้เกษตรกรอีก 917.80 ล้านบาท โดยเงินจำนวนดังกล่าวจะมีการจ่ายให้เกษตรกร แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1. งบประม
นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ รองอธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ยังคงระบาดต่อเนื่องและรุนแรง เป็นปีที่ 2 และยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะคลี่คลายลงเมื่อใด ได้ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างหนักหน่วงและกว้างขวาง ซึ่งพี่น้องชาวนาไทยก็ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน กรมการข้าวจึงตระหนักต่อปัญหาที่พี่น้องชาวนากำลังเผชิญโดยเฉพาะเรื่องของความต้องการเมล็ดพันธุ์ดีที่ยังไม่เพียงพอ โดยในปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกข้าวประมาณ 70 ล้านไร่ มีความต้องการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีเพาะปลูก ปีละประมาณ 1,364,800 ตัน แต่ในขณะเดียวกันกรมการข้าว รวมไปถึงสหกรณ์การเกษตร ศูนย์ข้าวชุมชน และภาคเอกชนร่วมกันจะสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ดีได้ประมาณ 537,000 ตัน จำแนกเป็น กรมการข้าว 95,000 ตัน สหกรณ์การเกษตร 30,000 ตัน ศูนย์ข้าวชุมชน 112,000 ตัน และภาคเอกชน 300,000 ตัน หรือประมาณ 40% ของปริมาณเมล็ดพันธุ์ดีต้องการใช้ในการยกระดับคุณภาพและปริมาณการผลิตข้าวของประเทศไทย ถึงแม้ต่อมากรมการข้าวจะได้รับงบประมาณเงินกู้เพื่อใช้ดำเนินการเพิ่มศักยภา
นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ รองอธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความเป็นห่วงพี่น้องชาวนาไทยที่กำลังประสบกับปัญหาเมล็ดพันธุ์ข้าวไม่เพียงพอ จึงสั่งการให้กรมการข้าวร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งประกอบด้วย สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ศูนย์ข้าวชุมชน ผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ อาทิ สมาคมรวบรวมและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย สมาคมโรงสีข้าวไทย ร่วมกันหารือแนวทางการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดข้าว โดยแบ่งข้าวออกเป็น 5 ประเภท คือ ข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมไทย ข้าวเจ้าพื้นนุ่ม ข้าวเจ้าพื้นแข็ง และข้าวเหนียว สำหรับแผนการปลูกข้าวของกรมการข้าวบนพื้นที่เพาะปลูกกว่า 60 ล้านไร่นั้น ตามหลักแล้วจะต้องใช้เมล็ดพันธุ์ 15 กิโลกรัม ต่อ 1 ไร่ รวมมีความต้องการใช้เมล็ดพันธุ์ 900,000 ตันโดยประมาณ โดยข้าวหอมมะลิมีจำนวน 27 ล้านไร่ ใช้เมล็ดพันธุ์จำนวน 405,000 ตัน ชาวนาเก็บไว้ 202,500 ตัน กรมการข้าวผลิตเมล็ดพันธุ์จำนวน 202,500 ตัน ข้าวหอมไทยจำนวน 2.3 ล้านไร่ ใช้เมล็ดพันธุ์จำนวน 34,500 ตัน ชาวนาเก็บไว้ 17,250 ตัน กรมการข้าวผลิตเมล็ดพันธุ์จำนวน 17
