กรมการข้าว
วันที่ 17 ต.ค. 2564 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ รองอธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยนายสมบูรณ์ สุวรรณโณ ผู้อํานวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวปัตตานี และคณะ ลงพื้นที่ตรวจติดตาม โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ปี 2564 ณ กลุ่มแปลงใหญ่ ข้าวหนองอ้ายแท่น ม.1 ต.บ้านใหม่ อ.ระโนด จ.สงขลา นายณัฏฐกิตติ์ กล่าวว่า กรมการข้าวได้ดำเนินโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด เพื่อต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกรหรือกลุ่มเกษตรกรโดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เหมาะสม รวมทั้งเครือข่ายความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ ในการร่วมกันบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพ ตลอดจนต้องการยกระดับการผลิตไปสู่สินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐาน สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมพลังงาน และอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์และยา ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง รองอธิบดีกรมการข้าว กล่าวต่อไปว่า ในจังหวัดสงขลามีกลุ่มแปลงใหญ่ข้าวอยู่จำนวน 15 แปลง มีกลุ่มแปลงใหญ่ที่ขอรับการสนับสนุนจากโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ปี 2564 จำนวน 7 แปลง ซึ่งหน
นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความต้องการยกระดับศักยภาพการผลิตข้าวของไทย โดยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิตต่อไร่ เพื่อยกระดับคุณภาพข้าวและชาวนาไทย จึงได้มอบหมายให้กรมการข้าว โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งเพิ่มศักยภาพการผลิตและการส่งออกข้าวไทยเพื่อให้ข้าวไทยสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก นายประภัตร กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันชาวนามีการเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวไว้ใช้เองเป็นระยะเวลานานต่อเนื่องนาน 10 ปี ทำให้คุณภาพข้าวและผลผลิตข้าวลดลง กรมการข้าวจึงได้จัดทำโครงการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิพันธุ์ดี ที่จะช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิตข้าว และได้มีการประชุมร่วมหารือกับผู้บริหารกรมการข้าวและศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวทั่วประเทศ เพื่อดำเนินการโครงการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิพันธุ์ดี โดยมีเป้าหมายในพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิของประเทศ 27.5 ล้านไร่ ในฤดูการผลิต 2565-2567 โดยจะแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ปี คือปีที่ 1 (ปี 2565) เป้าหมาย 5 ล้านไร่ ปีที่ 2 (ปี 2566) เป้าหมาย 10 ล้านไร่ และปีที่ 3 (ปี 2567) เป้าหมาย 12.5 ล้านไร่ รวมเป็น 27.
นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ รองอธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า กรมการข้าวได้ดำเนินงานโครงการ Smart Famer ด้านข้าว ตั้งแต่ปี 2556 ตามนโยบายการพัฒนาเกษตรกร และสถาบันเกษตรกรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการสร้างเกษตรกรไทยให้เป็นผู้ที่มีความรู้ในเรื่องการทำการเกษตร ตระหนักถึงคุณภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภค มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม พัฒนาศักยภาพการผลิต การแปรรูปและการตลาด ตลอดจนสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีจากแหล่งเรียนรู้ ด้านการผลิตข้าวที่มีประสิทธิภาพ ภายใต้การบูรณาการสนับสนุนส่งเสริมจากหน่วยงานภาครัฐในด้านวิชาการและเทคโนโลยี ในปี 2557 – 2564 กรมการข้าวได้จัดทำโครงการตามนโยบายพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง และดำเนินงานตามแนวทางการพัฒนาเกษตรกรสู่ Smart Farmer โดยสำรวจและคัดกรองเกษตรกรตามคุณสมบัติพื้นฐานตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนด เพื่อกำหนดแนวทางพัฒนาให้สอดคล้องกับศักยภาพและความต้องการของเกษตรกรแต่ละกลุ่มให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในการตอบโจทย์ความยั่งยืนในหลายมิติ โดยกำหนดเป้าหมายการสำรวจคุณสมบัติและรายได้ครัวเรือนของเกษตรกรที่เป็นสมาชิกศูนย์ข้าวชุมชน กลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว กลุ
จากสถานการณ์แพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า2019(COVID-19)ที่ยังคงระบาดต่อเนื่อง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นห่วงผลกระทบที่จะส่งผลต่อเกษตรกรและภาคเกษตรไทยเป็นอย่างมากจึงพยายามแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมพี่น้องเกษตรกรเพิ่มขึ้นอีก การแก้ปัญหา“ขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าว” เป็นอีกหนึ่งปมสำคัญที่กระทรวงเกษตรฯได้เร่งรัดให้กรมการข้าวเร่งวางแผนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เพียงพอตามเป้าหมายเพื่อให้ชาวนาได้ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพตรงตามพันธุ์และตรงกับความต้องการของตลาด นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า เมล็ดพันธุ์ข้าวเป็นหนึ่งในปัจจัยการผลิตที่สำคัญในการผลิตข้าว เนื่องจากการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีช่วยให้ได้ผลผลิตต่อไร่มากขึ้น ผลผลิตมีคุณภาพดีและได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับของทั้งในประเทศและต่างประเทศ สร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนของเกษตรกร ที่ผ่านมาพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเป็นห่วงชาวนาไทยที่กำลังประสบกับปัญหาเมล็ดพันธุ์ข้าวไม่เพียงพอ พร้อมกำชับให้กระทรวงเกษตรฯเร่งหาแนวทางในการเพิ่มศักยภาพการผลิตให้เพียงพอและตรงกับความต้องการของเกษตรกรและตล
นายอาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของโครงการส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์ว่า ปัจจุบันมีเกษตรกรได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตข้าวอินทรีย์แล้ว 2,259 กลุ่ม 43,399 ราย 466,646.90 ไร่ และคาดว่าจะมีเกษตรกรที่จะได้รับการรับรองมาตรฐานข้าวอินทรีย์เพิ่มขึ้นในปี 2565 จำนวน 2,394 กลุ่ม 50,442 ราย 377,933.25 ไร่ โดยในปี 2560 – 2564 กรมการข้าวจะต้องจ่ายเงินอุดหนุนเป็นจำนวน 7,418.21 ล้านบาทซึ่งกรมการข้าวได้จ่ายเงินอุดหนุนให้แก่เกษตรกรที่ผ่านเกณฑ์การประเมินและมีสิทธิ์ได้รับเงินอุดหนุนไปแล้ว เมื่อปี 2560 (T1, T2) จำนวน 379.35 ล้านบาท ในปี 2561 (T1, T2, T3) ได้จ่ายเงินอุดหนุนให้เกษตรกรไปแล้ว จำนวน 1,154.65 ล้านบาท อธิบดีกรมการข้าว กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของปี 2562 (T1, T2, T3) นั้น เดิมจะมีเกษตรกรที่จะได้รับเงินอุดหนุนทั้งหมดคิดเป็นจำนวน 2,122.79 ล้านบาท โดยกรมการข้าวได้ดำเนินการจ่ายเงินอุดหนุนให้แก่เกษตรกรไป แล้วจำนวน 1,202.69 ล้านบาท ซึ่งยังเหลือจำนวนเงินที่ยังต้องจ่ายให้เกษตรกรอีก 917.80 ล้านบาท โดยเงินจำนวนดังกล่าวจะมีการจ่ายให้เกษตรกร แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1. งบประม
นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ รองอธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ยังคงระบาดต่อเนื่องและรุนแรง เป็นปีที่ 2 และยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะคลี่คลายลงเมื่อใด ได้ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างหนักหน่วงและกว้างขวาง ซึ่งพี่น้องชาวนาไทยก็ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน กรมการข้าวจึงตระหนักต่อปัญหาที่พี่น้องชาวนากำลังเผชิญโดยเฉพาะเรื่องของความต้องการเมล็ดพันธุ์ดีที่ยังไม่เพียงพอ โดยในปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกข้าวประมาณ 70 ล้านไร่ มีความต้องการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีเพาะปลูก ปีละประมาณ 1,364,800 ตัน แต่ในขณะเดียวกันกรมการข้าว รวมไปถึงสหกรณ์การเกษตร ศูนย์ข้าวชุมชน และภาคเอกชนร่วมกันจะสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ดีได้ประมาณ 537,000 ตัน จำแนกเป็น กรมการข้าว 95,000 ตัน สหกรณ์การเกษตร 30,000 ตัน ศูนย์ข้าวชุมชน 112,000 ตัน และภาคเอกชน 300,000 ตัน หรือประมาณ 40% ของปริมาณเมล็ดพันธุ์ดีต้องการใช้ในการยกระดับคุณภาพและปริมาณการผลิตข้าวของประเทศไทย ถึงแม้ต่อมากรมการข้าวจะได้รับงบประมาณเงินกู้เพื่อใช้ดำเนินการเพิ่มศักยภา
นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ รองอธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความเป็นห่วงพี่น้องชาวนาไทยที่กำลังประสบกับปัญหาเมล็ดพันธุ์ข้าวไม่เพียงพอ จึงสั่งการให้กรมการข้าวร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งประกอบด้วย สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ศูนย์ข้าวชุมชน ผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ อาทิ สมาคมรวบรวมและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย สมาคมโรงสีข้าวไทย ร่วมกันหารือแนวทางการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดข้าว โดยแบ่งข้าวออกเป็น 5 ประเภท คือ ข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมไทย ข้าวเจ้าพื้นนุ่ม ข้าวเจ้าพื้นแข็ง และข้าวเหนียว สำหรับแผนการปลูกข้าวของกรมการข้าวบนพื้นที่เพาะปลูกกว่า 60 ล้านไร่นั้น ตามหลักแล้วจะต้องใช้เมล็ดพันธุ์ 15 กิโลกรัม ต่อ 1 ไร่ รวมมีความต้องการใช้เมล็ดพันธุ์ 900,000 ตันโดยประมาณ โดยข้าวหอมมะลิมีจำนวน 27 ล้านไร่ ใช้เมล็ดพันธุ์จำนวน 405,000 ตัน ชาวนาเก็บไว้ 202,500 ตัน กรมการข้าวผลิตเมล็ดพันธุ์จำนวน 202,500 ตัน ข้าวหอมไทยจำนวน 2.3 ล้านไร่ ใช้เมล็ดพันธุ์จำนวน 34,500 ตัน ชาวนาเก็บไว้ 17,250 ตัน กรมการข้าวผลิตเมล็ดพันธุ์จำนวน 17
นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังการประชุมหารือวางแผนผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวปี 2564/65 ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงพี่น้องชาวนาไทยที่กำลังประสบกับปัญหาเมล็ดพันธุ์ข้าวไม่เพียงพอ จึงทำให้ชาวนานำเมล็ดพันธุ์เดิมมาใช้ในการเพาะปลูก ทำให้ข้าวมีวัชพืช ประสบปัญหา “แดง ดีด เด้ง” ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงและได้ผลผลิตน้อย ในวันนี้กรมการข้าวจึงได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งประกอบด้วย สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ศูนย์ข้าวชุมชน ผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ อาทิ สมาคมรวบรวมและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย สมาคมโรงสีข้าวไทย ร่วมหารือถึงแนวทางการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดข้าว โดยแบ่งข้าวออกเป็น 5 ประเภท คือ ข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมไทย ข้าวเจ้าพื้นนุ่ม ข้าวเจ้าพื้นแข็ง และข้าวเหนียว บนพื้นที่เพาะปลูกกว่า 60 ล้านไร่ นายประภัตร กล่าวต่อไปว่า ในปี 2564/65 มีความต้องการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวจำนวน 900,000 ตัน โดยข้าวหอมมะลิ มีจำนวน 27 ล้านไร่ ใช้เมล็ดพันธุ์จำนวน 405,000 ตัน ชาวนาเก็บไว้ 202,500 ตัน กรมการข้าว ผลิตเมล็ดพันธุ์จำนวน 2
นายอาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรมการข้าว ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเร่งออกสำรวจพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ และดำเนินการประสานงานกับสำนักงานเกษตรจังหวัดและสำนักงานเกษตรอำเภออย่างใกล้ชิด โดยจากการรายงานของศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานีพบว่า ในพื้นที่บ้านหนองไฮ ตำบลโนนกลาง อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี มีการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในพื้นที่ที่สำรวจ ประมาณ 10 ไร่ และมีข้าวแห้งตายเป็นหย่อมๆ นายอาชว์ชัยชาญ กล่าวต่อไปว่า จากการรายงานในพื้นที่แปลงนาที่ได้รับความเสียหายนั้น พบเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลตัวอ่อนและตัวเต็มวัยในแปลงมากกว่า 500 ตัว ต่อต้น เจ้าหน้าที่จึงแนะนำให้เร่งเก็บเกี่ยวแปลงข้าวที่เริ่มสุกแก่ก่อน เนื่องจากเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลเริ่มมีการอพยพจากแปลงใกล้เคียงที่มีการเก็บเกี่ยวไปแล้ว นอกจากนี้ การอพยพดังกล่าวยังอาจส่งผลกระทบต่อแปลงที่ยังอยู่ในระยะข้าวตั้งท้องและระยะออกดอกได้อีกด้วย เจ้าหน้าที่จึงแนะนำให้เกษตรกรฉีดพ่นสารกำจัดแมลง ไพมิโทรซิน เพื่อกำจัดและป้องกันการอพยพไ
เมื่อเร็วๆ นี้ นางสาวนนทิชา วรรณสว่าง รองอธิบดีกรมการข้าว ลงพื้นที่ดูงานข้าวพันธุ์พื้นเมืองและผลิตภัณฑ์แปรรูปของกลุ่มสมัชชาเกษตรกรผู้ปลูกข้าวพันธุ์เบายอดม่วง โดยมี นาย วรวิทย์ เพชรทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวกระบี่ นายเอกราช แก้วนางโอ นักวิชาการเกษตรชำนาญการ ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง พร้อมด้วย นายวิโรจน์ เยาว์ดำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล นาหมื่นศรี นายสุทัศน์ สัตจา รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาข้าวเสีย นายสำราญ สมาธิ เลขขาสมัชชาสุขภาวะตรังยั่งยืนด้านดูแลนาข้าว และกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวพันธุ์เบายอดม่วงให้การต้อนรับ ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลนาข้าวเสีย อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง นางสาวนนทิชา กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ เป็นการประชุมวิชาการในเรื่องของการเตรียมพันธุ์ข้าวที่จะขึ้นทะเบียนรับรองพันธุ์ข้าวในปี 2564-2567 และเป็นการลงพื้นที่สำรวจพันธุ์ข้าวพื้นเมืองของจังหวัดตรัง ที่มีความหลากหลายอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งกรมการข้าวมีแนวทางในด้านการวิจัย ที่จะพัฒนาทิศทางและอนาคตของการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าวที่เป็นเรื่องสำคัญ โดยมีแนวทางที่จะพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ข้าวให้มีลักษณะที่หลากหลา
