กรมการข้าว
นายอาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการเผยแพร่การประกาศจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ “ข้าวพันธุ์ปักดำมือ กข 89 อายุ 90 วัน ในราคา 420 บาท” บนสื่อ Social Media อธิบดีกรมการข้าว กล่าวต่อไปว่า ในปัจจุบันพันธุ์ข้าวของกรมการข้าวที่มีการรับรองพันธุ์ล่าสุดนั้น คือพันธุ์ กข 87 ยังไม่มีการรับรองพันธุ์ กข 89 ดังนั้น ข้าวที่ปรากฏบนสื่อดังกล่าว จึงถือว่าไม่ใช่พันธุ์ที่ได้รับการรับรองจากกรมการข้าว รวมถึงยังไม่ทราบข้อมูลลักษณะประจำพันธุ์ที่แน่ชัด และจากการตรวจสอบข้อมูลกับทางกรมวิชาการเกษตร ผลปรากฏยังไม่พบการขอขึ้นทะเบียนกับทางหน่วยงานดังกล่าว จึงขอวอนให้ผู้ประกอบการบางราย อย่าสร้างความเข้าใจผิดให้กับชาวนา ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อผลผลิตและการตลาดได้ และขอให้พี่น้องชาวนาศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนการตัดสินใจ ในปีนี้กรมการข้าวจะเร่งรัดการขึ้นทะเบียนพันธุ์ข้าวใหม่ ซึ่งยังอยู่ในกระบวนการขึ้นทะเบียนทั้งสิ้น 12 สายพันธุ์ เนื่องจากการวิจัยพันธุ์ข้าวถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด จึงต้องมุ่งเป้าไปที่การตอบสนองตามความต้องการของตลาด และต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญไม่ควรใช้เวลาเกิน
วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 นายอาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร อธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานเปิดงานสัมมนามอบแนวทางการปฏิบัติงานโครงการส่งเสริมนาแปลงใหญ่ของกรมการข้าว โดยมี รองอธิบดีกรมการข้าว ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมการข้าวจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเข้าร่วม การสัมมนา ณ โรงแรมมารวย การ์เด้น กรุงเทพมหานคร นายอาชว์ชัยชาญ กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2564 กรมการข้าว ได้รับมอบหมายภารกิจซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในหลายส่วน กรมการข้าว จึงเร่งดำเนินการขับเคลื่อนภารกิจและโครงการสำคัญอย่างเร่งด่วน ในการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้เกษตรกรไทยมีเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดี มีองค์ความรู้ที่ทันสมัย และนำเทคโนโลยีนวัตกรรมสมัยใหม่ไปประยุกต์ใช้ในการผลิตข้าวให้ได้คุณภาพและตรงกับความต้องการของตลาด ทำให้มีรายได้ในการดำรงชีพเลี้ยงครอบครัว และเมื่อเกษตรกรมีความเข้มแข็ง เศรษฐกิจของประเทศก็จะดีขึ้นได้ตามลำดับ ส่งผลให้การขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์ชาติสามารถดำเนินไปสู่เป้าหมายอย่างเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล อธิบดีกรมการข้าว กล่าวต่อไปว่า ระบบส่งเสริมการเกษตร
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย กรมการข้าว กำหนดจัดงาน “การประกวดข้าวเพื่อรองรับและส่งเสริมการส่งออกของตลาดข้าวโลก ประจำปี 2564” ในวันที่ 14-15 มีนาคม 2564 ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร เพื่อถ่ายทอดพร้อมประชาสัมพันธ์การพัฒนาพันธุ์ข้าวเพื่อรองรับและส่งเสริมการส่งออกข้าวสู่ตลาดโลก นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานการณ์ตลาดข้าวมีการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น หลายประเทศมีการพัฒนาศักยภาพในการผลิตข้าวเพื่อบริโภคภายในประเทศ และสามารถส่งออกจนเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำการส่งออกข้าวในตลาดโลก และส่งออกข้าวดีมีคุณภาพติดอันดับโลกมาเป็นระยะเวลานาน เพื่อให้มีการสรรหาข้าวพันธุ์ดีมีคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง กระทรวงเกษตรฯ จึงได้มอบหมายให้กรมการข้าวจัดการประกวดข้าวเพื่อรองรับและส่งเสริมการส่งออกของตลาดข้าวโลก ครั้งที่ 1 ประจำปี 2564 โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจส่งข้าวเข้าร่วมประกวดได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 29 มกราคม 2564 ณ อาคารจักรพันธ์ กรมการข้าว นายประภัตร กล่าวต่อไปว่า การจัดงานดังกล่าว จะเป็นอีกกลไกหนึ่งในการพัฒนาข้าวไทยให้สอดคล้อง
ศูนย์ข้าวชุมชนตำบลท่ามะขาม อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี มีพื้นที่ 500 ไร่ ได้เข้าร่วมโครงการศูนย์ข้าวชุมชนเมื่อปี 2555 ในกลุ่มจะมีโครงการนาแปลงใหญ่เพื่อส่งเสริมเกษตรกรให้รวมกลุ่มกันเพื่อผลิต ทำให้มีอำนาจในการต่อรอง และสามารถลดต้นทุนในการผลิตได้ โดยไม่ได้รวมทุกแปลงเข้าด้วยกัน เพียงแต่เป็นการรวมกลุ่มกันเท่านั้น โดยภาครัฐจะเข้ามาส่งเสริมการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เพิ่มคุณภาพข้าว และกิจกรรมการเกษตรอื่นๆ พัฒนาให้เป็นจุดเรียนรู้ การบริหารจัดการ เชิงอุตสาหกรรมครบวงจร ด้วยการถ่ายทอด เทคโนโลยีการผลิตข้าวที่ประณีตและเหมาะสมกับพื้นที่สู่เกษตรกรในชุมชน ทั้งยังมีศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน และธนาคารปุ๋ยอีกด้วย นายโอวาท ยิ่งลาภ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการผลิตข้าว กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ได้มาเยี่ยมชมพร้อมให้กำลังใจเกษตรกร และแนะนำแนวทางในการปฏิบัติร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ตามโครงการที่สำนักส่งเสริมการผลิตข้าวได้ดำเนินงานนาแปลงใหญ่ เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรเกิดการรวมกลุ่ม ในการบริหารจัดการด้านการผลิตและจำหน่าย โดยมีตลาดรองรับที่แน่นอน เพื่อให้สามารถลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิ
ภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายเกษตรกรกว่า 100 คน ร่วมกับ บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด จัดกิจกรรมภายใต้โครงการ Better Farms, Better Lives ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หวังยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรรายย่อยไทยหลังสถานการณ์โควิด-19 ทั้งด้าน ต้นทุนผลิต การใช้สารกำจัดศัตรูพืชอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย รวมทั้งการนำเทคโนโลยีโดรนมาใช้ในพื้นที่เพาะปลูก ช่วยส่งผลดีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในอนาคต วิถีชีวิตของชาวนาและภาวะเศรษฐกิจชุมชนกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ล่าสุดยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ทาง บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด ร่วมกับมูลนิธิคลังสมองสหกรณ์ไทย จัดกิจกรรม “การฟื้นฟูธุรกิจ และเศรษฐกิจข้าวชุมชน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา” ภายใต้ โครงการ Better Farms, Better Lives ณ โรงเรียนวัดสามบัณฑิต อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยจัดให้มีการฝึกอบรมความรู้ให้กับเกษตรกร เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต ส่งเสริมการใช้นวัตกรรม เช่น อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) และการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ฯลฯ โดยมีเครือข่ายเกษตรกรรายย่อยเข้าร่วมกว่า 100 คน นายอนันต์ ภู่สิทธิกุล ประธานมูลนิ
นายทรรศนะ ลาภรวย ที่ปรึกษาอธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า กรมการข้าวได้นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ กลุ่มศูนย์ข้าวชุมชนบ้านเก่าน้อย ตำบลหนองบัวแก้ว อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ในครั้งนี้เพื่อเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การดำเนินงานโครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ สู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเผยแพร่องค์ความรู้ในการผลิตข้าวหอมมะลิในเขตพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ไปสู่ชาวนาและผู้สนใจในข้าวหอมมะลิ ซึ่งข้าวหอมมะลิเป็นข้าวหอมของไทยที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ถือได้ว่าเป็นข้าวคุณภาพพรีเมี่ยมระดับโลก มีคุณสมบัติที่มีกลิ่นหอม ข้าวสุกมีความนุ่มและมีรสชาติแตกต่างจากข้าวชนิดอื่น กรมการข้าวจึงเล็งเห็นความสำคัญของข้าวหอมมะลิไทย ซึ่งมีความต้องการของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ ทำให้สามารถส่งออกไปขายยังตลาดต่างประเทศ ซึ่งกลุ่มศูนย์ข้าวชุมชนบ้านเก่าน้อย ตำบลหนองบัวแก้ว อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งอยู่ในความดูแลของศูนย์วิจัยข้าวขอนแก่น เป็นอีกหนึ่งศูนย์ที่สามารถผลิตข้าวหอมมะลิที่ได้คุณภาพและมาตรฐาน เกษตรกรในพื้นที่มีการปฏิบัติและดูแลรักษาข้าวหอมมะลิให้ได้คุณภาพตลอดฤดูก
กรมการข้าว ลงพื้นที่ติดตามโครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้สู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปี 2563 ณ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวร้อยเอ็ด และวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านโนนสวรรค์ ตำบลทุ่งหลวง อําเภอสุวรรณภูมิ จังหวดร้อยเอ็ด นายสุดสาคร ภัทรกุลนิษฐ์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า การผลิตข้าวอินทรีย์ เป็นระบบการผลิตข้าวที่ไม่ใช้สารเคมีทางการเกษตรทุกชนิด เป็นต้นว่า ปุ๋ยเคมี สารควบคุมการเจริญเติบโต สารควบคุมและกำจัดวัชพืช สารป้องกันกำจัดโรค แมลงและสัตว์ศัตรูข้าว ตลอดจนสารเคมีที่ใช้รมข้าวในโรงเก็บเพื่อป้องกันกำจัดแมลงศัตรูข้าว การผลิตข้าวอินทรีย์นอกจากจะทำให้ได้ผลผลิตข้าวที่มีคุณภาพสูงและปลอดภัยจากสารพิษแล้ว ยังเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและเป็นการพัฒนาการเกษตรแบบยั่งยืนอีกด้วย ด้าน นายคารมย์ ขุนหล้า ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวร้อยเอ็ด เปิดเผยต่อว่า วิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านโนนสวรรค์ ก่อตั้งขึ้น ปี พ.ศ. 2555 เกิดขึ้นจากการรวมกลุ่มของเกษตรกรในชุมชน ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี ข้าวขาวดอกมะลิ 105 และ กข 15 เพื่อใช้เป็นเมล็ดพันธุ์จําหน่ายภายในชุมชน และเก็บไว
บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด ร่วมกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมการข้าว มูลนิธิคลังสมองสหกรณ์ไทย สำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์ โปรดิวส์ จำกัด เปิดตัวโครงการ Better Farms, Better Lives เพื่อส่งความห่วงใยต่อภาคการเกษตรโดยการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยที่กำลังเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด -19 ในประเทศไทย นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดโครงการ Better Farms, Better Lives พร้อมรับมอบชุดผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์ความปลอดภัยจำนวน 50,000 ชุด พร้อมโครงการการฝึกอบรมความรู้การผลิตข้าวในวิถีใหม่ด้วยเทคโนโลยี่ที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ ลดเวลาและแรงงาน ทำให้ชุมนุมชนเกิดความยั่งยืน รวมมูลค่า 20 ล้านบาท จาก นายโจว ฝาน รักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับเกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกข้าวเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยาครอบคลุม จังหวัดปทุมธานี สุพรรณบุรี พิษณุโลก และพื้นที่ใกล้เคียง 26 จังหวัด ในพิธีเปิดโครงการ Better Farms, Better Lives ยังได้รับเกียรติจากนายทรรศนะ ลาภรวย ที
วันพุธที่ 19 สิงหาคม 2563 กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับวิทยาลัยนวัตกรรมเกษตรและเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยรังสิต ทำพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) โดยมี นายสุดสาคร ภัทรกุลนิษฐ์ อธิบดีกรมการข้าว นายณราวุฒิ ปิยโชติสกุลชัย ผู้อำนวยการกองพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าว นางสุคนธ์ ท้วมมา ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาการแปรรูปและผลิตภัณฑ์ ศาสตราจารย์ ดร. พงศักดิ์ อังกสิทธิ์ อธิการวิทยาลัยนวัตกรรมเกษตร และเทคโนโลยีอาหาร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. วราพร ลักษณลม้าย คณบดีเทคโนโลยีอาหาร รองศาสตราจารย์ยุพกนิษฐ์ พ่วงวีระกุล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อผู้ประกอบการ ร่วมกันลงนามบันทึกข้อตกลง ณ ห้องประชุม 1-308 อาคารอาทิตย์ อุไรรัตน์ (อาคาร1) ชั้น 3 มหาวิทยาลัยรังสิต การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ในครั้งนี้จัดทำขึ้นเพื่อสร้างความร่วมมือทางด้านวิชาการ และการวิจัยด้านผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป สามารถนำผลงานวิจัยไปใช้สร้างมูลค่าเพิ่มการแปรรูปข้าวและผลิตภัณฑ์ ส่งสริมสนับสนุนและถ่ายทอดเทคโนโลยีเกี่ยวกับข้าว เผยแพร่องค์ความรู้แก่เก
นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายสุดสาคร ภัทรกุลนิษฐ์ อธิบดีกรมการข้าว นายชัยวัฒน์ โยธคล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นาย อาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร และคณะ เดินทางลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชนตำบลคอรุม จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมี นายพิพัช ประจันเขตต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2563 นายประภัตร กล่าวว่า จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้มีการส่งเสริมและขับเคลื่อนศูนย์ข้าวชุมชนให้เป็นศูนย์กลางในด้านการผลิตข้าวและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีในชุมชน โดยศูนย์ข้าวชุมชนมีภารกิจหลักคือการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เพียงพอต่อความต้องการของชุมชน ซึ่งในส่วนของจังหวัดอุตรดิตถ์มีศูนย์ข้าวชุมชน 23 ศูนย์ และในปีงบประมาณ 2563 มีการคัดเลือกศูนย์ที่ผ่านหลักเกณฑ์จำนวน 10 ศูนย์ โดยมีเป้าหมายผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว 100 ตัน ต่อศูนย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวต่อไปว่า วันนี้ภาครัฐตื่นตัวในเรื่องของพันธุ์ข้าวซึ่งเป็นสิ่งสำค
