กรมประมง
ตามที่สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวถึงข้อกังวลของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเลในหลายพื้นที่ ในประเด็นอ้างว่ามีการนำเข้ากุ้งทะเลจากต่างประเทศส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพราคากุ้งทะเลภายในประเทศ ทำให้มีราคาตกต่ำ นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง ประธานกรรมการบริหารจัดการห่วงโซ่การผลิตกุ้งทะเลและผลิตภัณฑ์ หรือ ชริมพ์บอร์ด (Shrimp Board) เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ปี 2567 (เดือนมกราคม – เดือนเมษายน) ประเทศไทยมีการนำเข้าสินค้าและผลิตภัณฑ์กุ้งทะเล (ไม่รวม ล็อบสเตอร์) 5,440.42 ตัน มูลค่า 788.49 ล้านบาท ซึ่งปริมาณและมูลค่าการนำเข้าฯ ลดลงร้อยละ 51.65 และ 66.46 ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (เดือนมกราคม – เดือนเมษายน 2566) เมื่อจำแนกชนิดกุ้งพบว่าเป็น กุ้งขาวแวนนาไมเพียง 389.58 ตัน (ร้อยละ 7.16) กุ้งกุลาดำ 2.24 ตัน (ร้อยละ 0.04) และกุ้งอื่น ๆ 5,048.61 ตัน (ร้อยละ 92.80) ซึ่งรวมชนิดกุ้งที่จับจากธรรมชาติ โดยนำเข้ากุ้งทะเลจากอาร์เจนตินามากที่สุดถึงร้อยละ 46.08 ของมูลค่าการนำเข้ากุ้งทะเลทั้งหมดและเป็นกุ้งที่ไม่สามารถเพาะเลี้ยงได้ในประเทศไทย สำหรับการนำเข้ากุ้งทะเลจาก อินเดีย และเอก
ปัญหาเอเลี่ยนสปีชีส์ หรือสัตว์ต่างถิ่น เป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบวงกว้างในภาคการประมงและภาคเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ส่วนหนึ่งของปัญหาดังกล่าวมาจากการปล่อยสัตว์น้ำต่างถิ่นลงในแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เป็นสาเหตุที่สำคัญส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศดั้งเดิมในแหล่งน้ำธรรมชาติ ทั้งในเรื่องความหลายหลายของชนิดสัตว์น้ำ ความสูญเสียเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสุขอนามัย ซึ่งปัญหาค่อยๆ เด่นชัดและปรากฏเป็นข่าวอยู่บ่อยครั้งตามหน้าสื่อต่างๆ นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ปัญหาการรุกรานของสัตว์น้ำต่างถิ่น หรือเอเลี่ยนสปีชีส์ในแหล่งน้ำสาธารณะต่างๆ ของประเทศไทยเป็นปัญหาใหญ่ ประกอบกับประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ ประชาชนส่วนใหญ่นิยมเข้าวัดทำบุญ-ทำทานในวันสำคัญทางพุทธศาสนาหรือวันสำคัญอยู่เสมอ ซึ่งหนึ่งในกิจกรรมที่มักมาคู่กันกับการทำบุญคือ การปล่อยปลา ภายใต้ความเชื่อว่า การทำบุญปล่อยปลานั้น คือ การให้ชีวิต โดยให้โอกาสให้ชีวิตหนึ่งได้มีโอกาสเติบโต ซึ่งถือเป็นกุศลทาน อีกทั้งยังมีความเชื่อว่าการปล่อยสัตว์น้ำลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติเป็นการเพิ่มจำนวนและฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำในธรรมชาติให้คงอยู่ รักษาระบบนิเวศให้
นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า งานวันประมงน้อมเกล้าฯ ครั้งที่ 34 ระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน-7 กรกฎาคม 2567 ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ จัดขึ้นด้วยความร่วมมือระหว่างกรมประมง คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ ภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ภายใต้ธีม “Aquatic Arena : สนามแข่งขันประชันความงาม-ท้าประลองความแข็งแกร่งของแก๊งสัตว์น้ำ” ปีนี้มีไฮไลต์สำคัญของงานคือ การจัดกิจกรรมประกวดปลาสวยงามและการจัดตู้พรรณไม้น้ำ “Miracle Style with Aquatic Life : อัศจรรย์กับสิ่งมีชีวิตใต้น้ำ” สามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 7 มิถุนายน 2567 หรือจนกว่าจะเต็ม (ตู้มีจำนวนจำกัด) โดยมีการจัดการประกวดปลาสวยงามทั้งหมด 7 ชนิด 75 ประเภท การประกวดการจัดตู้พรรณไม้น้ำ 4 ประเภท ผู้ชนะการประกวดทุกประเภทจะได้รับรางวัลพระราชทานการประกวดปลาสวยงาม ถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี และถ้วยประทานพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ สำหรับผู้ชนะการประกวดประเภท 1. ปลากัดจูเนียร์ครีบสั้น รวมทุกปร
นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมงมีการประกาศใช้มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำจืดอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2507 และปรับปรุงครั้งล่าสุดเมื่อปี 2566 เพื่อคุ้มครองสัตว์น้ำจืดในช่วงมีไข่ วางไข่ และเลี้ยงตัวอ่อน หรือที่ประชาชนทั่วไปเรียกว่า “ฤดูน้ำแดง” เนื่องจากเป็นระยะเวลาที่น้ำฝนมีปริมาณมากส่งผลให้น้ำในแม่น้ำลำคลองเพิ่มสูงขึ้นและเปลี่ยนเป็นสีแดงจากการชะล้างหน้าดิน พัดพาตะกอนธาตุอาหารต่างๆ ลงสู่แหล่งน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยในการกระตุ้นให้สัตว์น้ำจืดมีการผสมพันธุ์และวางไข่ กรมประมงจึงกำหนดพื้นที่และระยะเวลาในฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่ หรือวางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน และกำหนดเครื่องมือ วิธีการทำการประมง และเงื่อนไขในการทำการประมงให้สอดคล้องกับข้อมูลชีววิทยาของสัตว์น้ำจืด ข้อมูลปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย ปริมาณน้ำท่า และข้อมูลด้านการประมงที่เป็นปัจจุบัน ควบคู่ไปกับการติดตามประเมินผลการใช้มาตรการอย่างสม่ำเสมอ เพื่อประกอบการพิจารณาปรับมาตรการให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ปัจจุบันของทรัพยากรสัตว์น้ำ เป็นการเปิดโอกาสให้ระบบนิเวศได้มีการฟื้นฟู สามารถบริหารจัดการให้เกิดความสมดุลทางธรรมชาติและสร้างความยั่ง
ด้วยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินการคัดเลือกเกษตรกร สถาบันเกษตรกรและสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ระดับจังหวัดจนถึงระดับประเทศ เพื่อเป็นการยกย่อง เชิดชูเกียรติเกษตรกร สถาบันเกษตรกรและสหกรณ์ ที่มีผลงานดีเด่น ให้เกษตรกรได้เกิดความภาคภูมิใจในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม เสริมสร้างขวัญและกำลังใจในการสร้างและพัฒนาผลงานให้เกิดผลดีต่อประเทศชาติต่อไป โดยเกษตรกรและผู้แทนสถาบันเกษตรกร และสหกรณ์ดีเด่น จะได้เข้ารับพระราชทานโล่รางวัล ในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2567 ณ พลับพลาที่ประทับมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2567 นี้ นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า…กรมประมง ได้ดำเนินการคัดเลือกเกษตรกร บุคคลทางการเกษตร และสถาบันเกษตรกรดีเด่นระดับประเทศด้านการประมง เป็นประจำในทุกปี โดยผ่านกระบวนการคัดเลือก ตั้งแต่ระดับจังหวัด ระดับเขต และระดับประเทศ เพื่อให้ได้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรและสหกรณ์ที่มีความเหมาะสมอย่างแท้จริง สำหรับผลการคัดเลือกเข้ารับพระราชทานโล่รางวัลเกษตรกร และสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติด้านการประมง ประจำปี 2
อธิบดีกรมประมง…ขานรับข้อสั่งการธรรมนัส เร่งแก้ไขปัญหาราคาสัตว์น้ำตกต่ำ คลอดมาตรการป้องกันการลักลอบนำเข้าและสินค้าผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง ผนึกกำลังหอการค้าไทย สมาคมการค้า ภาคเอกชน และห้างค้าปลีก-ค้าส่งสมัยใหม่ (Modern Trade) สนับสนุนผลผลิตสัตว์น้ำในประเทศ นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยภายหลังแถลงข่าวการหารือความร่วมมือแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรของประเทศไทยอย่างยั่งยืน (ผลผลิตสัตว์น้ำ) โดยมี ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการ คนที่ 1 หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ดร.ชนินทร์ ชลิศราพงศ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย นายอนุชา เตชะนิธิสวัสดิ์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย รวมทั้งผู้แทนสมาคมการค้าอาหารสัตว์เลี้ยงไทย สมาคมผู้ค้าปลีกไทย สมาคมโรงแรม สมาคมภัตตาคารไทย สมาคมเชฟประเทศไทย บริษัทกลุ่มเซ็นทรัล จำกัด บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด บริษัท บิ๊กซี ซุปเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เข้าร่วมหารือ ณ ห้อง Activity Hall อาคารบรรเจิ
นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อน อุณหภูมิน้ำสูงขึ้นเอื้อต่อการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของเชื้อแบคทีเรีย Vibrio spp. หลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะสายพันธุ์ Vibrio parahaemolyticus ที่สร้างสารพิษได้ (VpAHPND) ก่อให้เกิดโรคตับวายเฉียบพลัน หรือ โรคกุ้งตายด่วน (AHPND/EMS) ซึ่งสร้างความเสียหายรุนแรงต่อผลผลิตของกุ้งทะเล โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดโรค ได้แก่ อุณหภูมิน้ำที่สูงขึ้น การให้อาหารปริมาณมาก คุณภาพน้ำไม่เหมาะสมอาจส่งผลให้เกิดแพลงก์ตอนบลูม ปริมาณแอมโมเนียและไนไตรต์ในน้ำสูง กุ้งเครียดและอ่อนแอ ระบบภูมิคุ้มกันลดลง มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคนี้ ส่วนใหญ่จะพบการติดเชื้อในกุ้งขาวแวนนาไมและกุ้งกุลาดำระยะโพสลาวา (PL) ช่วงอายุ 30-35 วันหลังปล่อยกุ้งลงบ่อดิน ลักษณะของกุ้งที่ป่วยเป็นโรคตับวายเฉียบพลัน จะเกิดการฝ่อและตายของท่อตับและตับอ่อน บางครั้งมองเห็นเป็นขีดสีดำบริเวณตับและตับอ่อนในกุ้ง ลำไส้ไม่มีอาหาร เปลือกกุ้งนิ่ม กุ้งโตช้า ว่ายน้ำเฉื่อย โรคตับวายเฉียบพลันในกุ้งสามารถติดต่อได้ทางน้ำและการกินอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อ รวมทั้งการกินกันเองของกุ้ง เพื่อเป็นการหลีกเล
ปัญหาขยะทะเลเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของโลก ส่งผลกระทบต่อทั้งสัตว์น้ำและมนุษย์ เนื่องจากทะเลเปรียบเสมือนบ้านหลังใหญ่ของทุกคน กรมประมงในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบต่อการบริหารจัดการทรัพยากรประมงในน่านน้ำไทย ได้จัดตั้งโครงการ “ขยะคืนฝั่ง ทะเลสวยด้วยมือเรา” ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดติดทะเลจำนวน 23 จังหวัด และได้นำหลักโมเดลเศรษฐกิจ BCG Model มาประยุกต์ใช้ผ่านการทำกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ ภายใต้การมีส่วนร่วมของชาวประมง องค์กรชุมชนท้องถิ่น ผู้ประกอบการ และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ปัญหาขยะทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กรมประมงได้ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการขยะ ซึ่งถือเป็นปัญหาระดับประเทศที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือและให้ความสำคัญ เนื่องจากส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล และส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อการประกอบอาชีพการทำการประมง ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อบูรณาการการดำเนินงานร่วมกันในการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติก โดยการนำแนวคิดไม่สร้างขยะในท้องทะเลและการเก็บขยะในท้องทะเลมาแปลงเป็นทุน สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน ปลูกจ
กรมประมงเร่งส่งเสริมเกษตรกรรุ่นใหม่ ภายใต้การดำเนินการจัดโครงการส่งเสริมอาชีพประมง กิจกรรมพัฒนาศักยภาพเกษตรกรสู่ Young Smart Farmer โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรรุ่นใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็น Young Smart Farmer ดำเนินการโดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด (ศพจ.) จำนวน 24 แห่ง ทั่วประเทศ โดยมุ่งยกระดับการพัฒนาประสิทธิภาพเกษตรกรรุ่นใหม่ให้มีคุณภาพ สามารถพัฒนาทักษะการทำการเกษตรสมัยใหม่ และสามารถนำความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตสัตว์น้ำจืดและการวางแผนการตลาด นำไปสู่การสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็นผู้นำทางด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดในท้องถิ่นที่มีความเข้มแข็งและสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว นายประพันธ์ ลีปายะคุณ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า กลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่เป็นบุคลากรที่มีศักยภาพในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ซึ่งในปัจจุบันกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่นี้ยังมีจำนวนน้อย แต่ก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องภายหลังจากการเกิดปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ดังนั้น การส่งเสริมอาชีพด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด
ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งพังงา ตำบลท้ายเหมือง อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมประมง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์ฯ เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานขับเคลื่อนโครงการ 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง รวมถึงความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ปลิงทะเลขาวและปลากะพงแดง ตลอดจนร่วมกิจกรรมปล่อยเต่าลงสู่ทะเล เพื่อเป็นการอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลและฟื้นฟูระบบนิเวศให้ยั่งยืน นายบัญชา กล่าวว่า การเข้าเยี่ยมชมศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งพังงาครั้งนี้ สืบเนื่องจากที่ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อน โครงการผลักดันสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง โดยมีการนำนวัตกรรมทางการเกษตรมาใช้เป็นกลไกของการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย “เกษตรกรต้องอยู่ดี สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ทรัพยากรเกษตรยั่งยืน” โดยในส่วนด้านประมง กรมประมงได้มีการส่งเสริมในการพัฒนาองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตด้านประมงให้มีคุณภาพและปริ
