กรมประมง
กรมประมงยังคงเดินหน้ามาตรการควบคุมและจัดการ “ปลาหมอคางดำ” อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความหนาแน่น และควบคุมการแพร่กระจาย โดยใช้แนวทางบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และชุมชนในพื้นที่ เพื่อฟื้นฟูความสมดุลของแหล่งน้ำธรรมชาติอย่างยั่งยืน หนึ่งในมาตรการสำคัญของกรมประมง คือ “การปล่อยพันธุ์ปลานักล่า” เช่น ปลาอีกง ปลากะพงขาว ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติในการลดจำนวนปลาหมอคางดำ จะช่วยกำจัดลูกปลาหมอคางดำขนาดเล็ก เป็นการ “ตัดวงจรการแพร่พันธุ์” และลดความหนาแน่นของประชากรของปลาต่างถิ่นในแหล่งน้ำ พร้อมทั้งช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพและสร้างสมดุลให้ระบบนิเวศกลับคืน ล่าสุด กรมประมง โดย ได้ร่วมกับชุมชน และหน่วยงานภาครัฐ และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ (CPF) จัดกิจกรรม ปล่อยพันธุ์ปลากะพงขาว ขนาด 4-5 นิ้ว 10,000 ตัว ลงในแหล่งน้ำธรรมชาติในกรุงเทพมหานคร การปล่อยปลานักล่าจะดำเนินต่อจากกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” ที่มีการจับปลาหมอคางดำขนาดใหญ่ออกจากแหล่งน้ำ นายยุคล เหมบัณฑิต ประมงพื้นที่กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การปล่อยปลานักล่าเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญของกรมประมงในการควบคุมและล
กรุงเทพฯ 2 ตุลาคม 2568 – ท็อปส์ ธุรกิจในกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน ผนึกความร่วมมือกับกรมประมง และมหาสมุทรซีฟู้ด สนับสนุนการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าท้องถิ่นไทย โดยเปิดพื้นที่จำหน่าย “ปลากะพง 3 น้ำ” จากกลุ่มผู้เลี้ยงปลากะพงบ้านเกาะยอ หมู่ที่ 9 จังหวัดสงขลา ที่ยึดหลักการทำประมงแบบยั่งยืน เป็นมิตรต่อระบบนิเวศทางทะเลภายใต้มาตรฐานการเลี้ยงที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมควบคู่การบริหารจัดการอย่างยั่งยืน ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และตราสัญลักษณ์ ประมงธงเขียว การันตีความสด สะอาด และปลอดภัย ตอกย้ำความเป็นผู้นำของท็อปส์ในการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพจากแหล่งผลิตชั้นดี ส่งตรงถึงผู้บริโภคทั่วกรุงเทพฯ วางจำหน่ายภายในโซน Fish Monger ที่ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ และท็อปส์ ออนไลน์ นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า “ความร่วมมือกับท็อปส์ในครั้งนี้ ถือเป็นการขับเคลื่อนนโยบายของภาครัฐสู่ภาคเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในมิติของการยกระดับสินค้าเกษตรด้านประมงให้เข้าสู่ระบบค้าปลีกที่มีมาตรฐาน และเชื่อมโยงกับควา
“ปลากระบอกดำ” สัตว์น้ำเศรษฐกิจ ทางเลือกใหม่ ราคาดี คืนทุนเร็ว ตอบโจทย์นโยบาย รัฐมนตรีเกษตรฯ “การผลักดันสินค้าเกษตรมูลค่าสูง” นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า “การผลักดันสินค้าเกษตรมูลค่าสูง” ที่มุ่งเน้นให้มีการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น เพื่อเพิ่มมูลค่าและพัฒนาผลผลิตหรือสินค้าประมงที่มีมูลค่าสูง เป็นนโยบายหลักของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีเป้าหมายให้การเกษตรไทยมีรายได้เพิ่มขึ้น 3 เท่า ภายใน 4 ปี และประเทศไทยพัฒนาสู่ศูนย์กลางการเกษตรและอาหารของโลก “ปลากระบอกดำ” เป็นปลาทะเลที่มีศักยภาพในการพัฒนาไปสู่สัตว์น้ำเศรษฐกิจมูลค่าสูง เนื่องจากเป็นปลาเนื้อขาวที่มีรสชาติดีและนิยมนำมาบริโภคในหลากหลายเมนู ใช้เวลาการเลี้ยงไม่นานก็ได้ขนาดที่ตลาดต้องการและขายได้ราคาดี กรมประมง ประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ครั้งแรกในปี 2536 (โดยนายนิเวศน์ เรืองพานิช อดีตผู้เชี่ยวชาญกรมประมง) ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวยังไม่สามารถเพาะพันธุ์ได้ในปริมาณมาก จนกระทั่งเมื่อปี 2561 ศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสัตว์น้ำชายฝั่ง จังหวัดสงขลา ได้เริ่มดำเนินการศึกษาพัฒนาเทคนิคการเพาะพันธุ์ปลากระบอกดำคว
การปล่อยปลานักล่า ช่วยลดปลาหมอคางดำได้ผล กรมประมงผนึกกำลังทุกภาคส่วนและชุมชน เดินหน้ามาตรการควบคุมและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติและบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั่วประเทศ ผ่านกิจกรรมการปล่อยพันธุ์ปลาผู้ล่าอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมสนับสนุนผลิตและส่งมอบลูกพันธุ์ปลากะพงขาว ขนาด 4–5 นิ้ว เพื่อปล่อยลงในจังหวัดต่างๆ ตามที่ กรมประมงเปิดปฏิบัติการปล่อยปลาผู้ล่า เป็นมาตรการที่ 2 จาก 7 มาตรการภายใต้แผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำ ปี 2567 – 2570 เพื่อกำจัดลูกปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ มุ่งเน้นการจัดหาพันธุ์ปลาผู้ล่า ประกอบด้วย ปลากะพงขาว ปลาอีกง ปลากดเหลืองที่มีความเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ ปฏิบัติการกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติโดยการปล่อยปลาผู้ล่า โดยในปีนี้ ซีพีเอฟมีส่วนร่วมสนับสนุนผลิตและส่งมอบลูกพันธุ์ปลากะพงขาวจำนวน 400,000 ตัว ที่ผ่านมา ซีพีเอฟได้ทยอยส่งมอบพันธุ์ปลากะพงขาวให้แก่ประมงจังหวัดเพื่อปล่อยลงสู่แหล่งน้ำในพื้นที่ต่าง ๆ ตามแผนงานของกรมประมง อาทิ จังหวัดเพชรบุรี สมุทรสาคร สมุทรปราการ
บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จับมือกรมประมงเปิดบริการส่งด่วนสัตว์น้ำสวยงามไปยังต่างประเทศผ่านเครือข่ายไปรษณีย์เป็นครั้งแรก โดยเฟสแรกจะเริ่มให้บริการในเดือนตุลาคม 2568 ส่งออกปลากัด ใน 5 ตลาดหลัก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน และอินโดนีเซีย ก่อนขยายไปตลาดอื่น ๆ ที่มีศักยภาพในอนาคต ทั้งนี้ บริการดังกล่าวจะรองรับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงที่ขึ้นทะเบียนกับกรมประมงกว่า 10,000 ราย ภายใต้บริการส่งด่วนสัตว์น้ำสวยงามไปต่างประเทศ โดยปัจจุบันตลาดสัตว์น้ำสวยงามโลกมีมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี ไทยมีศักยภาพครองสัดส่วนการส่งออกปลากัดและสัตว์น้ำสวยงามเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ราว 11% และมีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท โดยเฉพาะปลากัดที่มีสัดส่วนถึง 40% ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า ไปรษณีย์ไทยได้วางแนวทางเพื่อก้าวข้ามบทบาทการเป็นผู้ให้บริการรับ–ส่งพัสดุสู่ผู้ให้การสนับสนุนเศรษฐกิจไทยในทุกมิติ ซึ่งล่าสุดได้พัฒนาความร่วมมือกับกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อขับเคลื่อนการส่งสัตว์น้ำสวยงามไปยังตลาดต่างประเทศ โดยความร่วมมือครั้งนี้เป็นการสะท้อนบริการของไปรษณีย์
สำนักงานประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช เดินหน้านำ “ปลานักล่า” มาใช้เป็นกลไกธรรมชาติในการควบคุมการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติและบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น ปล่อยพันธุ์ปลากะพงขาวกว่า 10,000 ตัว สู่คลองสายสำคัญในอำเภอหัวไทร ปากพนัง และเชียรใหญ่ ควบคู่สนับสนุนลูกพันธุ์ปลาให้เกษตรกรภายใต้โครงการ “กองทุนปลากะพง” เพื่อสนับสนุนลูกพันธุ์ปลากะพงขาวให้เกษตรกรมีเครื่องมือควบคุมปลาหมอคางดำในบ่อพักน้ำและบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ เมื่อปลากะพงโตเต็มวัย เกษตรกรสามารถจับมาบริโภคหรือจำหน่ายเป็นรายได้เสริม โดย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ให้การสนับสนุนพันธุ์ปลากะพงขาว นายกอบศักดิ์ เกตุเหมือน ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า กิจกรรมนี้เป็นหนึ่งในมาตรการเชิงรุกที่มุ่งควบคุมปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยการปล่อยปลากะพงทำหน้าที่เป็นนักล่า ช่วยลดจำนวนพันธุ์ปลาต่างถิ่น ทำให้สัตว์น้ำพื้นถิ่นกลับคืนมา เพื่อฟื้นฟูความหลากหลายในระบบนิเวศ ขณะเดียวกันเกษตรกรยังได้ประโยชน์จากการจับปลากะพงไปบริโภคหรือนำไปขายสร้างรายได้เสริม ในปี 2568 ที่ผ่านมาสำนักงานประมงจังหวัดไ
ช่วงที่ผ่านมา “ปลาหมอคางดำ” ถูกพูดถึงในฐานะปลาต่างถิ่นที่รุกรานแหล่งน้ำธรรมชาติของไทย สร้างความกังวลต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ แต่ความจริงที่สังคมไทยควรรับรู้ด้วยการมองกลับด้านว่า ปลาหมอคางดำ คือ “โอกาส” ที่สามารถเปลี่ยนเป็นประโยชน์ได้อย่างรอบด้าน ทั้งด้านอาหาร สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจชุมชน กรมประมง ได้ออกมายืนยันอย่างชัดเจนว่า ปลาหมอคางดำสามารถบริโภคได้อย่างปลอดภัย โดยมีองค์ประกอบทางโภชนาการใกล้เคียงกับปลาน้ำจืดทั่วไป เช่น ปลานิลหรือปลาช่อน เนื้อปลามีโปรตีนสูง ไขมันต่ำ และยังมีโอเมก้า 3 ที่จำเป็นต่อร่างกาย และยังจัดแสดงเมนูอาหารจากปลาหมอคางดำมากกว่า 10 เมนู เพื่อเป็นแนวทางให้ประชาชนสามารถนำไปปรุงอาหารได้ทันที นักวิชาการด้านอาหารจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และสถาบันวิจัยอาหารต่างยืนยันว่า ปลาหมอคางดำมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารหลากหลายชนิด เช่น เนื้อปลาฟู น้ำพริกปลากรอบ หรือปลาร้าหมัก ซึ่งสามารถเก็บรักษาได้นานและผลิตได้ง่ายในระดับครัวเรือน ที่สำคัญ คือ ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ประชาชนสามารถจับปลาหมอคางดำได้จากแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อ เป็น “แหล่งโปรตีนฟรี”
นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมประมง นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานส่งเสริมการผลิต กุ้งก้ามกรามคุณภาพมาตรฐานสากล ครบทุกขั้นตอนตลอดห่วงโซ่การผลิต เพื่อให้ได้วัตถุดิบหลักของเมนูยอดฮิตที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำเพชรบุรี ฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามกรามของเกษตรกร นายประกอบ ทรัพย์ยอดแก้ว นายกสมาคมผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย จังหวัดราชบุรี และโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำ บริษัทมารีนโกลด์ โปรดักส์ จำกัด จังหวัดสมุทรสาคร นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า “กุ้งก้ามกราม” สัตว์น้ำเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย สามารถสร้างอาชีพให้เกษตรกรได้เป็นอย่างดี ซึ่งกุ้งก้ามกราม มีบทบาทในครัวไทยและครัวโลก สามารถนำมาปรุงเป็นอาหารได้หลากหลายเมนู โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมนูต้มยำกุ้ง เป็นที่นิยมของผู้บริโภคทั่วโลก ได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าเป็นอาหารที่สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทย จนกระทั่งองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization : UNESCO) ได้ขึ้นท
สำนักงานประมงจังหวัดระยอง เดินหน้ายกระดับการจัดการปัญหา “ปลาหมอคางดำ” ในแหล่งน้ำธรรมชาติ ด้วยกลยุทธ์ “จับขึ้นมาใช้ประโยชน์” มุ่งสร้างแรงจูงใจให้ชาวประมงและเกษตรกรร่วมมือกันควบคุมปริมาณปลาชนิดนี้อย่างต่อเนื่อง พร้อมผนึกกำลังทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชน จัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” และปล่อยปลากะพงขาวซึ่งทำหน้าที่เป็นปลานักล่า ช่วยสร้างสมดุลให้ระบบนิเวศทางน้ำของจังหวัด นายประพล อิสโร ประมงจังหวัดระยอง เปิดเผยว่า ขณะนี้ระดับความหนาแน่นของปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติของจังหวัดยังอยู่ในระดับปานกลาง โดยยังต้องดำเนินมาตรการควบคุมอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพในระยะยาว ประมงจังหวัดระยองเดินหน้ามาตรการควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำอย่างจริงจัง สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชนด้วยแนวทางที่ลดการพึ่งพาเพียงกิจกรรมของรัฐ เน้นสร้างการมีส่วนร่วมในระดับชุมชน สร้างแรงจูงใจประชาชนโดยเฉพาะชาวประมงและเกษตรกรต้องการจับปลาเหล่านี้ขึ้นมาใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง อาทิ แปรรูปเป็นอาหาร สร้างผลิตภัณฑ์ในชุมชน หรือใช้เป็นปลาเหยื่อทดแทนการซื้อปลาเหยื่อทะเล ซึ่งเป็นการลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ไปใน
กรมประมง ร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดตัว “โรงเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามกรามพลังงานแสงอาทิตย์” ตั้งเป้าเพิ่มศักยภาพการผลิตลูกพันธุ์กุ้งก้ามกรามได้ไม่ต่ำกว่า 30 ล้านตัว/ปี เพื่อปล่อยลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์และแหล่งน้ำธรรมชาติ พร้อมผลักดันเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และส่งเสริมการประกอบอาชีพจากกุ้งก้ามกราม มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า “กุ้งก้ามกรามเขื่อนอุบลรัตน์” เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดขอนแก่น เนื่องจากมีราคาจำหน่ายสูง เนื้อมีรสชาติดี และมีความต้องการของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรมประมงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและการเพิ่มศักยภาพการผลิตของกุ้งก้ามกรามในอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ เนื่องจากพื้นที่อ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์มีลักษณะภูมิประเทศที่ซับซ้อน มีความเชื่อมโยงระหว่างดินและน้ำสูง และมีความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ทำให้เหมาะสมอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตของกุ้งก้ามกรามฃ ที่ผ่านมา กรมประมง โดยศูนย์วิจัยการประมงน้ำจืดขอนแก่นได้ผลิตและปล่อยกุ้งก้ามกรามเป็นประจำปีละกว่า 5 ล้านตัว เพื่อเพิ่มผลผลิ
