กรมประมง
กรมประมงได้เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ตามนโยบายสำคัญของรัฐบาล และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ สำนักงานประมงจังหวัดอุบลราชธานีได้ส่งเสริมชุมชนชาวประมงนำทรัพยากรสัตว์น้ำในท้องถิ่นมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์และเสน่ห์ชุมชนชาวประมง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวรอบเขื่อนสิรินธร เพื่อให้สามารถยกระดับการพัฒนาอาชีพและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน หมู่บ้านคำกลาง ตำบลฝางคำ อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรสัตว์น้ำ อาทิ เช่น ปลาชิวแก้ว หรือปลาแก้ว ปลาตะเพียน และปลาหางแดง (ปลากระแห) ซึ่งเป็นวัตถุดิบตามธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของชาวบ้านในชุมชน และบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นชุมชนชาวประมงรอบเขื่อนสิรินธร กลุ่มแม่บ้านที่ว่างงานในพื้นที่บ้านคำกลาง มองเห็นโอกาสในการสร้างงาน สร้างรายได้ จึงได้รวมกลุ่มกันในชื่อ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลาส้มบ้านคำกลาง นำวัตถุดิบในท้องถิ่นดังกล่าวมาใช้ประโยชน์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด คุ้มค่า โดยพ่อบ้านที่ทำอาชีพ ประม
ประมงจังหวัดเพชรบุรี เดินหน้าแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในพื้นที่ต่อเนื่อง พร้อมหนุนวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปสัตว์น้ำตำบลโพพระ แปรรูปผลิตภัณฑ์อาหาร “ตราใบโพธิ์” สร้างรายได้ให้ชุมชน ย้ำผู้บริโภคมั่นใจผลิตภัณฑ์ปลาหมอคางดำของวิรสชาติอร่อย คุณภาพได้มาตรฐาน กระบวนการผลิตสะอาดและปลอดภัย นายประจวบ เจี้ยงยี่ ประมงจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า ปีนี้ประมงเพชรบุรียังคงเฝ้าระวังและดำเนินมาตรการควบคุมปัญหาปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนทั้งเรื่องการเฝ้าระวังการระบาด และการใช้ประโยชน์ ผ่านการสนับสนุนให้วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปสัตว์น้ำตำบลโพพระ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี นำปลาหมอคางดำที่จับได้มาหมักเป็นปลาร้า และต่อยอดแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ เพื่อนำไปจำหน่ายในตลาดชุมชน “ปลาหมอคางดำมีคุณค่าสามารถแปรรูปเป็นอาหารได้หลายอย่าง การร่วมสนับสนุนและช่วยอุดหนุน ผลิตภัณฑ์ปลาหมอคางดำตรา “ตราใบโพธิ์” ไม่เพียงเสริมสร้างรายได้ให้คนในชุมชน แต่ยังช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศให้ยั่งยืนอีกด้วย” นายประจวบกล่าว นายอดิเรก แก้วเจริญ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปสัตว์น้ำตำบลโพพระ กล่
สมุทรสงครามยังคงเดินหน้าไม่หยุดในการกำจัดปลาหมอคางดำ จัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 6/2568 มีเป้าหมายลดจำนวนปลาขนาดใหญ่ ตัดวงจรการแพร่ระบาดในแหล่งน้ำให้มากที่สุด ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกรมประมง เพื่อบรรเทาปัญหาและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ นายวิรัตน สนิทมัจโร ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า การจัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการควบคุมและแก้ไขปัญหาการระบาดของปลาหมอคางดำ โดยสมุทรสงครามมีการดำเนินงานอย่างเป็นระบบและร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งการควบคุม การกำจัดปริมาณปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำที่พบการแพร่ระบาด และสนับสนุนนำปลาหมอคางดำมาใช้ประโยชน์ ล่าสุด ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมกับ หน่วยงานในพื้นที่ กอ.รมน. ศรชล. ตำรวจภูธร คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายของกรมประมง ลงพื้นที่จัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 6/2568 จับปลาออกจากคลองหมื่นหาญ ต.ลาดใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม โดยใช้อวนทับตลิ่ง ควบคู่ การโรยกากชา เพิ่มประสิทธิภาพในการจับปลามากขึ้น จากการจัดกิจกรรมในครั้งนี้สามารถจับปลาหมอคางดำได้ 545 กิโลกรัม และพบปลากระบอก
จังหวัดสมุทรสงครามมุ่งมั่นจัดการปลาหมอคางดำอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัจจุบัน สถานการณ์การแพร่ระบาดของปลาชนิดนี้ในแหล่งน้ำธรรมชาติลดความชุกชุมลงอย่างมีนัยสำคัญ จากการสำรวจของกรมประมงล่าสุด ระบุว่าพบปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติอยู่ในระดับความหนาแน่นต่ำ อย่างไรก็ตาม เกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์น้ำแบบกึ่งธรรมชาติยังคงประสบปัญหาผลผลิต ซึ่งสำนักงานประมงจังหวัดจึงมีแผนดำเนินการจัดการอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาผลผลิต และเสริมรายได้ให้กับเกษตรกร นายวิรัตน สนิทมัจโร ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า การจัดการปลาหมอคางดำในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามจะยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงชุมชนและชาวประมง มีเป้าหมายสามารถควบคุมปริมาณปลาหมอคางดำให้น้อยลง และช่วยเหลือเกษตรกรที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำประมาณ 800-900 ราย ซึ่งยังใช้ระบบการเลี้ยงแบบกึ่งธรรมชาติลดผลกระทบจากปลาหมอคางดำ และมีรายได้เสริมจากการเลี้ยงปลานักล่า ในปี 2568 จังหวัดสมุทรสงคราม ยังคงดำเนินการกำจัดและควบคุมการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำตามมาตรการของกรมประมง ประกอบด้วยการจัดกิจกรรมจับปลาหมอคางดำ
กุ้งฝอยเป็นสัตว์น้ำที่รสชาติดีและมีคุณค่าทางอาหารสูง ทั้งโปรตีน แคลเซียม และแร่ธาตุอื่นๆ จึงทำให้มีความนิยมบริโภคกันมาก สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลาย ที่นิยมมากที่สุดคือ “กุ้งเต้น” รองลงมาคือกุ้งชุบแป้งทอด ตำกุ้ง เป็นต้น และนอกจากเป็นอาหารมนุษย์แล้ว กุ้งฝอยยังมีความสำคัญในระบบนิเวศ ห่วงโซ่อาหารธรรมชาติ เนื่องจากกุ้งฝอยเป็นอาหารของปลากินเนื้อทุกชนิด กุ้งฝอยยังสามารถผสมพันธุ์ได้เมื่อมีอายุ 60 วัน และแม่พันธุ์กุ้งฝอยสามารถให้ไข่ได้มากถึง 200-250 ฟองต่อตัว จึงเป็นสัตว์น้ำอีกชนิดหนึ่งที่มีความน่าใจ เพราะนอกจากจะบริโภคในครัวเรือนแล้ว ยังสามารถจับจำหน่ายได้ในราคากิโลกรัมละ 200-350 บาท หากเป็นกุ้งพ่อ-แม่พันธุ์ ก็มีราคาสูงถึงตัวละ 2 บาท สำหรับผู้สนใจเลี้ยงกุ้งฝอย สำนักงานประมงจังหวัดอุบลราชธานีมีคำแนะการเลี้ยงกุ้งฝอย โดยจับรวบรวมกุ้งฝอยตามธรรมชาติ ซึ่งวิธีที่นิยมใช้มี 2 รูปแบบ ได้แก่ 1. การใช้ไซดักกุ้ง ซึ่งเป็นอุปกรณ์ดักจับกุ้งโดยเฉพาะ วิธีนี้จะดักได้เฉพาะกุ้งอย่างเดียว และเป็นกุ้งที่มีขนาดตัวเต็มวัยแล้ว ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาในการคัดแยกกุ้ง 2. การใช้ผ้าช้อนกุ้ง ผ้าช้อนกุ้ง เป็นอุปกรณ์จับกุ้งห
สถานการณ์ปลาหมอคางดำพบความชุกชุมลดลง จำนวนจังหวัดที่พบการแพร่ระบาดเหลือเพียง 16 จังหวัดจากเดิม 19 จังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดพัทลุงเป็นพื้นที่ไม่พบปลาชนิดนี้ ด้วยพัทลุงเป็นพื้นที่มีความสำคัญทำหน้าที่เป็นพื้นที่กันชนให้กับทะเลสาบสงขลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง ได้ย้ำถึงความมุ่งมั่นในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ชุมชน และเกษตรกร ในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ โดยได้ดำเนินการตาม 7 มาตรการสำคัญอย่างต่อเนื่อง จนถึงวันนี้ กรมประมงสามารถจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำได้ถึง 35,000 ตัน ส่งผลให้หลายพื้นที่มีการลดลงของประชากรปลาหมอคางดำ และไม่หยุดหาแนวทางใหม่ๆ ในการจัดการปลาชนิดนี้ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ นำความหลากหลายทางชีวภาพกลับมาให้กับแหล่งน้ำอย่างยั่งยืน รวมถึง พลิกวิกฤต สร้างโอกาสสร้างเงินให้เกษตรกรและชุมชน ขณะเดียวกัน กรมประมงยังเร่งดำเนินการ “โครงการวิจัยการเหนี่ยวนำชุดโครโมโซม 4n ในปลาหมอคางดำ” เพื่อให้ปลา 4n ลงไปผสมพันธุ์กับปลาหมอคางดำ 2n ออกลูกเป็นปลา 3n ที่เป็นหมัน ซึ่งช่วยควบคุมประชากรปลาหมอคางดำในระยะยาว ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาทดลองที่
ปลาพลวงชมพู หรือปลากือเลาะห์ อยู่ในวงศ์ปลาตะเพียน เป็นปลาน้ำจืดประจำท้องถิ่นจังหวัดยะลาและนราธิวาส พบเห็นในลำคลองธรรมชาติ ที่น้ำค่อนข้างเย็นไหลผ่าน มีปริมาณออกซิเจนสูง เช่น น้ำตก หรือบริเวณต้นแม่น้ำสายหลักในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ตั้งแต่ แม่น้ำสายบุรี แม่น้ำตาปี ไปจนถึงมาเลเซีย ปลาพลวงชมพู เป็นปลาสวยงามที่ความโดดเด่นเรื่องสีเกล็ดเป็นสีชมพู บริเวณครีบหลังและครีบหางเป็นสีแดง ชอบอาศัยอยู่ในบริเวณแหล่งน้ำในพื้นที่จังหวัดยะลาและนราธิวาส โดยเฉพาะแม่น้ำปัตตานี และป่าฮาลา-บาลา ปลาพลวงชมพูได้รับการประกาศให้เป็นปลาประจำจังหวัดยะลาตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม 2558 นอกจากนี้ จังหวัดยะลาได้ยื่นขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) “ปลาพลวงชมพู (กือเลาะห์) ต้นน้ำป่าฮาลาบาลา” “พลวงชมพู” อยู่ในตระกูลเดียวกับปลาเวียน และปลาพลวงหิน จุดเด่นของปลาพลวงชมพูคือ มีเกล็ดปลาสีชมพู ครีบหลังและครีบหางสีแดง เป็นปลาพลวงชนิดเดียวที่สามารถกินได้ทั้งเกล็ด เวลาเคี้ยวเกล็ดปลามีรสสัมผัสเหมือนเคี้ยวกระดูกอ่อนไก่ บางคนนำเกล็ดปลาพลวงชมพูมาทอดเป็นข้าวเกรียบก็ได้รสชาติอร่อยไปอีกแบบ แถมดีต่อสุขภาพเพราะเกล็ดปลาชนิดนี้มีสารคอลลาเจนสู
สำนักงานประมงจังหวัดชลบุรี ชูจุดแข็งระบบนิเวศตามแนวชายฝั่งของจังหวัดมีความหลากหลายทางชีวภาพ ในแม่น้ำบางปะกงมีปลานักล่าพื้นถิ่นอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งปลาอีกง และปลากะพง ถือเป็นปราการหลักสำคัญทางธรรมชาติที่ช่วยให้จังหวัดชลบุรีพบปลาหมอคางดำในปริมาณน้อยและควบคุมได้ พร้อมเดินหน้าร่วมกับเกษตรกรและชาวประมงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และปล่อยปลาพันธุ์ปลากะพงลงในคลองอ้อมใหญ่เสริมความแข็งแกร่งแนวกันชนคุมปลาหมอคางดำ และรักษาความสมดุลของระบบนิเวศ จังหวัดชลบุรี นำโดย นายณัฐพงค์ วรรณพัฒน์ ประมงจังหวัดชลบุรี ประมงอำเภอพานทอง พร้อมด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้าน รวมทั้งครูและนักเรียนจากโรงเรียนวัดบางหัก และตัวแทนซีพีเอฟ ร่วมกันปล่อยลูกพันธุ์ปลากะพงขาวจำนวน 2,000 ตัวลงในคลองอ้อมใหญ่ ( ณ วัดชลธีบุญญาวาส (บางหัก) ต.บางหัก อ.พานทอง เพื่อเพิ่มประชากรปลานักล่าพื้นถิ่น เป็นแนวกันชนป้องกันปลาหมอคางดำในพื้นที่เสี่ยง และเป็นการช่วยรักษาความหลากหลายทางชีวภาพในแหล่งน้ำของจังหวัดชลบุรีให้คงอยู่ต่อไป นายณัฐพงค์ กล่าวว่า จังหวัดชลบุรีพบปลาหมอคางดำอยู่ในเฉพาะอำเภอเมือง แต่พบปลาในปริมาณน้อยและสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ อย่างไร
ประมงจังหวัดตราดมั่นใจยังไม่พบปลาหมอคางดำในพื้นที่ ยังคงร่วมมือกับชาวประมงในท้องถิ่นติดตามและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดปลาชนิดนี้ในทุกแหล่งน้ำอย่างต่อเนื่อง และการสำรวจครั้งล่าสุดยืนยันจังหวัดตราดยังคงปลอดปลาหมอคางดำ ทั้งนี้ จังหวัดตราดยังคงดำเนินมาตรการป้องกันอย่างเข้มข้น เพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพในแหล่งน้ำ เมื่อเร็วๆ นี้ (วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568) นายกุณสมบัติ ศิริสมบัติ ประมงจังหวัดตราด มอบหมายให้นายชัชวาล วุฒิเมธี หัวหน้ากลุ่มพัฒนาและส่งเสริมอาชีพการประมง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานประมงจังหวัดตราด ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งตราด ตัวแทนสื่อมวลชน ลงพื้นที่สำรวจปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำ 3 แห่งไม่พบปลาหมอคางดำแต่อย่างใด นายกุณสมบัติ ศิริสมบัติ ประมงจังหวัดตราด ได้นำทีมสำรวจการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในพื้นที่ โดยมอบหมายให้นายชัชวาล วุฒิเมธี หัวหน้ากลุ่มพัฒนาและส่งเสริมอาชีพการประมง พร้อมเจ้าหน้าที่จากสำนักงานประมงจังหวัด ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งตราด และตัวแทนสื่อมวลชน ลงพื้นที่สำรวจปลาด้วยวิธีการทอดแหในคลอง 3 แห่ง ได้แก่ คลองท่าน้ำ ตำบลแหลมกลั
(ภายในงานเกษตรแฟร์ 2568) พบกับสินค้าประมงคุณภาพจากเกษตรกรชาวประมง ผู้แปรรูปสินค้าประมง และสินค้าจากร้าน Fisherman Shop @ Bang Khen ที่ได้รับตราสัญลักษณ์ ประมงธงเขียว จากกรมประมง การันตีความสด สะอาด ได้มาตรฐาน ปลอดภัย และใส่ใจสิ่งแวดล้อม มาให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้ออย่างจุใจ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 8 กุมภาพันธ์ 2568 ณ บริเวณหน้าร้าน Fisherman Shop @ Bang Khen กรมประมง ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น.
