กรมประมง
การมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นแนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหาปลาหมอคางดำที่เป็นระบบ และช่วยให้ ตั้งแต่การเข้ามาช่วยกันติดตามเฝ้าระวัง ตลอดจนการส่งเสริมการใช้ประโยชน์หรือแปรรูปนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ เพื่อใช้บริโภคช่วยลดค่าครองชีพในครัวเรือน และเป็นโอกาสร้างรายได้เสริมให้ชุมชน อย่าง แจ่วบอง ตราใบโพธ์ สินค้ายอดนิยม ของ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปสัตว์น้ำ ตำบลโพพระ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี เป็นตัวอย่างของการสร้างความมีส่วนร่วมของชุมชนเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส นายอดิเรก แก้วเจริญ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปสัตว์น้ำตำบลโพพระ เล่าให้ฟังว่า กลุ่มแปรรูปสัตว์น้ำสัตว์น้ำ ตำบลโพพระ มีสมาชิกอยู่ 28 คน ได้รับการส่งเสริมจากประมงจังหวัดนำปลาหมอคางดำมาทำผลิตภัณฑ์อาหาร เพิ่มมูลค่าเกิดประโยชน์สูงสุด ในแต่ละสัปดาห์สมาชิกจะนำปลาหมอคางดำที่จับได้มาหมักเป็นปลาร้า ปัจจุบัน กลุ่มหมักปลาร้าไว้ได้ 50 ถัง แต่ถังละบรรจุปลาร้าน้ำหนัก 80 กิโลกรัม นอกจากนี้ ชาวบ้านยังนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาคิด และต่อยอด สร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์อาหารได้อย่างหลากหลาย ทั้ง น้ำปลาร้าปรุงรส ปลาร้าส้มทอด ปลาหมอแดดเดียว หรือแม้แต่ของทานเล่น เ
กรมประมงเปิดเวที…การประชุมวิชาการประจำปี 2568 ภายใต้หัวข้อ “วิจัยและนวัตกรรม ขับเคลื่อนการประมงอัจฉริยะและยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 9–10 มิถุนายน 2568 ณ โรงแรม เดอะ รีเจนท์ ชะอำ บีช รีสอร์ท จังหวัดเพชรบุรี โดยมีการนำเสนอผลงานวิจัยด้านประมงใน 9 สาขาวิชา รวมกว่า 90 เรื่อง และนิทรรศการนำเสนอการต่อยอดงานวิจัยนวัตกรรมสู่ความสำเร็จ พร้อมจัดการบรรยายพิเศษ 4 หัวข้อ โดยมีอธิบดีกรมประมงให้เกียรติบรรยาย เรื่อง มิติใหม่งานวิจัยด้านการประมงกับความท้าทายในสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลง และเวทีเสวนา “ความสำคัญงานวิจัยด้านการประมงในมุมมองของหน่วยงานผู้ให้ทุน” กับ “Thai Fish Project ความสำเร็จด้านงานวิจัย สู่การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทยอย่างยั่งยืน” เพื่อผลักดันองค์ความรู้สู่การประยุกต์ใช้อย่างยั่งยืน สร้างแนวทางใหม่พลิกโฉมภาคประมงไทยสู่อนาคตโดยได้รับเกียรติจาก นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ด้วยภารกิจของกรมประมงที่มีหน้าที่ในการศึกษา ค้นคว้า สำรวจ วิจัย พัฒนาด้านการประมง ตลอดจนถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการประมง เพื่อยกระดับพัฒนาอาช
เมื่อพูดถึง “ปลาหมอคางดำ” หลายคนอาจนึกถึงผู้รุกราน ปลาต่างถิ่นที่แพร่ระบาดรวดเร็วและกระทบกับปลาพื้นถิ่น วิถีชีวิตของปลาพื้นถิ่น แต่วันนี้ ปลาหมอคางดำได้เปลี่ยนสถานะมาเป็น “ผู้สร้างโอกาส” ผ่านการแปรรูปเชิงสร้างสรรค์ในรูปแบบ น้ำปลาหมอคางดำ ที่ทั้งหอมเข้มข้นและกลมกล่อม ครบเครื่องเรื่องรสชาติและคุณค่า และยังเป็นโอกาสสร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนไทย โครงการนำร่องแปรรูป “น้ำปลา” เป็นความร่วมมือช่วยเหลือสังคมเพื่อนำปลาหมอคางดำมาใช้ประโยชน์เป็นของดี ระหว่างกรมประมง กรมราชทัณฑ์ และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ดำเนินการ “กำจัดพร้อมแปรรูป” หมักปลาหมอคางดำที่ถูกจับออกจากแหล่งน้ำ ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นหมักจนได้รสน้ำปลาที่กลมกล่อม สะอาด และปลอดภัย พร้อมกับจัดเป็นกิจกรรมฝึกวิชาชีพให้กับผู้ต้องขังนำไปใช้เป็นทางเลือกประกอบอาชีพในอนาคต เริ่มตั้งแต่ปี 2567 มี 4 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร เพชรบุรี และสมุทรปราการ ผนึกพลังช่วยกันจับปลาหมอคางดำจากแหล่งน้ำมาหมักเป็นน้ำปลา ภายใต้แบรนด์ “หับเผย” เป็นของดีประจำถิ่นและประจำครัว ทั้ง 4 จังหวัดตั้งเป้าแปรรูปปลาหมอคางดำกว่า 20,0
ปัตตานี , เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 – เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ร่วมกับ สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 9 (ปัตตานี) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สำนักงานประมงจังหวัดปัตตานี กรมประมง ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลปัตตานี เทศบาลตําบลปะนาเระ ชมรมประมงพื้นบ้านตำบลปะนาเระ พร้อมกลุ่มธุรกิจในเครือซีพี โดย บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด พื้นที่ ปัตตานี ยะลา และ นราธิวาส ร่วมทำกิจกรรมวางซั้งบ้านปลา 50 ชุด จากภูมิปัญญาปราชญ์ชาวประมง เพื่ออนุรักษ์ ปกป้อง ฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลในพื้นที่อ่าวไทยตอนล่าง จ.ปัตตานี โดยมี นายมนตรี หามนตรี ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 9 เป็นประธาน พร้อมด้วย เรือเอกธัญญะ ฉุยโรจน์ธรรม ประมงจังหวัดปัตตานี นายโชคชัย เมืองสง ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลปัตตานี นายสุไลมาน ดาราโอะ ประธานชมรมประมงพื้นบ้านตำบลปะนาเระ นายนนท์ นาคะเสถียร ผู้จัดการทั่วไป สำนักปฏิบัติการความยั่งยืนทางทะเล เครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมด้วยชาวบ้านจากชุมชนในพื้นที่ นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร ผู้บริหารสูงสุดด้านพัฒนา
ปลาถือเป็นอาหารหลักของคนไทย และอยู่ในวิถีชีวิตของไทยมาช้านาน และปลาหมอคางดำจากปลาเอเลี่ยนสปีชี่ส์ก็เป็นหนึ่งในฐานะวัตถุดิบที่สามารถแปรรูปเป็นเมนูอร่อยๆ บนโต๊ะอาหารได้หลากหลายและให้คุณค่าทางโภชนาการไม่แพ้ปลาน้ำจืดชนิดอื่น นอกจากนำมาบริโภคได้ ยังช่วยสร้างโอกาสในแปรรูปสู่อาหารจานอร่อยบนโต๊ะอาหาร และช่วยกู้ระบบนิเวศแหล่งน้ำของไทย สู่การสร้างความมั่นคงทางอาหารและช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชุมชน ด้วยภูมิปัญญาของคนไทยสามารถนำปลาหมอคางดำที่มีจุดมาสร้างเป็นจุดแข็งเป็นเมนูง่ายๆ ประจำบ้าน เช่น “ปลาแดดเดียว” ที่ได้รับความนิยมในหลายจังหวัด อย่างในจังหวัดนนทบุรีใช้เป็นกลยุทธ์สร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนช่วยควบคุมประชากรปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำ โดยจังหวัดแจก “ข่าย” เป็นเครื่องมือดักจับปลาให้แก่บ้านที่อยู่ริมคลองได้ใช้จับปลาหมอคางดำขึ้นมาทำอาหารบริโภคภายในครัวเรือน ช่วยประหยัดค่าครองชีพให้กับประชาชน และปัจจุบันมีชาวบ้านได้ขายปลาแดดเดียวเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ นอกจากนี้ บางชุมชนได้ร่วมมือกับสถาบันศึกษาหลายแห่งพัฒนาเป็นเมนูใหม่ ๆ เช่น ปลาหมอคางดำทอดเกลือ และน้ำปลา ภายใต้การนำของเกษตรกรที่มีความชำนาญ การพัฒนานว
กรมประมงได้เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ตามนโยบายสำคัญของรัฐบาล และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ สำนักงานประมงจังหวัดอุบลราชธานีได้ส่งเสริมชุมชนชาวประมงนำทรัพยากรสัตว์น้ำในท้องถิ่นมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์และเสน่ห์ชุมชนชาวประมง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวรอบเขื่อนสิรินธร เพื่อให้สามารถยกระดับการพัฒนาอาชีพและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน หมู่บ้านคำกลาง ตำบลฝางคำ อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรสัตว์น้ำ อาทิ เช่น ปลาชิวแก้ว หรือปลาแก้ว ปลาตะเพียน และปลาหางแดง (ปลากระแห) ซึ่งเป็นวัตถุดิบตามธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของชาวบ้านในชุมชน และบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นชุมชนชาวประมงรอบเขื่อนสิรินธร กลุ่มแม่บ้านที่ว่างงานในพื้นที่บ้านคำกลาง มองเห็นโอกาสในการสร้างงาน สร้างรายได้ จึงได้รวมกลุ่มกันในชื่อ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลาส้มบ้านคำกลาง นำวัตถุดิบในท้องถิ่นดังกล่าวมาใช้ประโยชน์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด คุ้มค่า โดยพ่อบ้านที่ทำอาชีพ ประม
ประมงจังหวัดเพชรบุรี เดินหน้าแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในพื้นที่ต่อเนื่อง พร้อมหนุนวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปสัตว์น้ำตำบลโพพระ แปรรูปผลิตภัณฑ์อาหาร “ตราใบโพธิ์” สร้างรายได้ให้ชุมชน ย้ำผู้บริโภคมั่นใจผลิตภัณฑ์ปลาหมอคางดำของวิรสชาติอร่อย คุณภาพได้มาตรฐาน กระบวนการผลิตสะอาดและปลอดภัย นายประจวบ เจี้ยงยี่ ประมงจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า ปีนี้ประมงเพชรบุรียังคงเฝ้าระวังและดำเนินมาตรการควบคุมปัญหาปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนทั้งเรื่องการเฝ้าระวังการระบาด และการใช้ประโยชน์ ผ่านการสนับสนุนให้วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปสัตว์น้ำตำบลโพพระ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี นำปลาหมอคางดำที่จับได้มาหมักเป็นปลาร้า และต่อยอดแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ เพื่อนำไปจำหน่ายในตลาดชุมชน “ปลาหมอคางดำมีคุณค่าสามารถแปรรูปเป็นอาหารได้หลายอย่าง การร่วมสนับสนุนและช่วยอุดหนุน ผลิตภัณฑ์ปลาหมอคางดำตรา “ตราใบโพธิ์” ไม่เพียงเสริมสร้างรายได้ให้คนในชุมชน แต่ยังช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศให้ยั่งยืนอีกด้วย” นายประจวบกล่าว นายอดิเรก แก้วเจริญ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปสัตว์น้ำตำบลโพพระ กล่
สมุทรสงครามยังคงเดินหน้าไม่หยุดในการกำจัดปลาหมอคางดำ จัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 6/2568 มีเป้าหมายลดจำนวนปลาขนาดใหญ่ ตัดวงจรการแพร่ระบาดในแหล่งน้ำให้มากที่สุด ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกรมประมง เพื่อบรรเทาปัญหาและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ นายวิรัตน สนิทมัจโร ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า การจัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการควบคุมและแก้ไขปัญหาการระบาดของปลาหมอคางดำ โดยสมุทรสงครามมีการดำเนินงานอย่างเป็นระบบและร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งการควบคุม การกำจัดปริมาณปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำที่พบการแพร่ระบาด และสนับสนุนนำปลาหมอคางดำมาใช้ประโยชน์ ล่าสุด ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมกับ หน่วยงานในพื้นที่ กอ.รมน. ศรชล. ตำรวจภูธร คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายของกรมประมง ลงพื้นที่จัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 6/2568 จับปลาออกจากคลองหมื่นหาญ ต.ลาดใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม โดยใช้อวนทับตลิ่ง ควบคู่ การโรยกากชา เพิ่มประสิทธิภาพในการจับปลามากขึ้น จากการจัดกิจกรรมในครั้งนี้สามารถจับปลาหมอคางดำได้ 545 กิโลกรัม และพบปลากระบอก
จังหวัดสมุทรสงครามมุ่งมั่นจัดการปลาหมอคางดำอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัจจุบัน สถานการณ์การแพร่ระบาดของปลาชนิดนี้ในแหล่งน้ำธรรมชาติลดความชุกชุมลงอย่างมีนัยสำคัญ จากการสำรวจของกรมประมงล่าสุด ระบุว่าพบปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติอยู่ในระดับความหนาแน่นต่ำ อย่างไรก็ตาม เกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์น้ำแบบกึ่งธรรมชาติยังคงประสบปัญหาผลผลิต ซึ่งสำนักงานประมงจังหวัดจึงมีแผนดำเนินการจัดการอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาผลผลิต และเสริมรายได้ให้กับเกษตรกร นายวิรัตน สนิทมัจโร ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า การจัดการปลาหมอคางดำในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามจะยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงชุมชนและชาวประมง มีเป้าหมายสามารถควบคุมปริมาณปลาหมอคางดำให้น้อยลง และช่วยเหลือเกษตรกรที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำประมาณ 800-900 ราย ซึ่งยังใช้ระบบการเลี้ยงแบบกึ่งธรรมชาติลดผลกระทบจากปลาหมอคางดำ และมีรายได้เสริมจากการเลี้ยงปลานักล่า ในปี 2568 จังหวัดสมุทรสงคราม ยังคงดำเนินการกำจัดและควบคุมการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำตามมาตรการของกรมประมง ประกอบด้วยการจัดกิจกรรมจับปลาหมอคางดำ
กุ้งฝอยเป็นสัตว์น้ำที่รสชาติดีและมีคุณค่าทางอาหารสูง ทั้งโปรตีน แคลเซียม และแร่ธาตุอื่นๆ จึงทำให้มีความนิยมบริโภคกันมาก สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลาย ที่นิยมมากที่สุดคือ “กุ้งเต้น” รองลงมาคือกุ้งชุบแป้งทอด ตำกุ้ง เป็นต้น และนอกจากเป็นอาหารมนุษย์แล้ว กุ้งฝอยยังมีความสำคัญในระบบนิเวศ ห่วงโซ่อาหารธรรมชาติ เนื่องจากกุ้งฝอยเป็นอาหารของปลากินเนื้อทุกชนิด กุ้งฝอยยังสามารถผสมพันธุ์ได้เมื่อมีอายุ 60 วัน และแม่พันธุ์กุ้งฝอยสามารถให้ไข่ได้มากถึง 200-250 ฟองต่อตัว จึงเป็นสัตว์น้ำอีกชนิดหนึ่งที่มีความน่าใจ เพราะนอกจากจะบริโภคในครัวเรือนแล้ว ยังสามารถจับจำหน่ายได้ในราคากิโลกรัมละ 200-350 บาท หากเป็นกุ้งพ่อ-แม่พันธุ์ ก็มีราคาสูงถึงตัวละ 2 บาท สำหรับผู้สนใจเลี้ยงกุ้งฝอย สำนักงานประมงจังหวัดอุบลราชธานีมีคำแนะการเลี้ยงกุ้งฝอย โดยจับรวบรวมกุ้งฝอยตามธรรมชาติ ซึ่งวิธีที่นิยมใช้มี 2 รูปแบบ ได้แก่ 1. การใช้ไซดักกุ้ง ซึ่งเป็นอุปกรณ์ดักจับกุ้งโดยเฉพาะ วิธีนี้จะดักได้เฉพาะกุ้งอย่างเดียว และเป็นกุ้งที่มีขนาดตัวเต็มวัยแล้ว ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาในการคัดแยกกุ้ง 2. การใช้ผ้าช้อนกุ้ง ผ้าช้อนกุ้ง เป็นอุปกรณ์จับกุ้งห
