กรมวิชาการเกษตร
ปัจจุบันประชากรของโลกเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อาหารที่ใช้บริโภคก็ต้องเพิ่มจำนวนขึ้นเป็นเงาตามตัว องค์การอาหารและยาของสหประชาชาติมีความกังวลเรื่องว่าอาหารที่ใช้บริโภคอาจขาดแคลนในอนาคต การผลิตโปรตีนจากสัตว์เป็นกระบวนการที่ต้องใช้ทรัพยากรมาก อาจมีต้นทุนสูงขึ้นจนทำให้อาหารโปรตีนเหล่านี้ไม่สามารถเข้าถึงประชาชนโดยทั่วถึงกัน แมลงจึงเป็นตัวเลือก ในโลกนี้มีแมลงเกือบ 1,000 สายพันธุ์ที่มนุษย์ใช้บริโภคกัน ในประเทศสหรัฐอเมริกาการบริโภคแมลงเพิ่งเริ่มต้นในปี 2554 และในปี 2558 ก็ได้ทำเป็นธุรกิจ ได้มีการตอบรับอย่างกว้างขวาง ในต่างประเทศแมลงที่นำมาทำเป็นอาหารนี้จะต้องเป็นฟาร์มที่มีมาตรฐานความปลอดภัย GAP เท่านั้นจึงจะนำมารับประทานได้ แมลงที่อยู่ในธรรมชาติไม่สามารถนำมาผลิตเป็นอาหารได้ ประเทศไทยมีการบริโภคแมลงกันมาช้านานแล้ว ข้อมูลจากกรมวิชาการเกษตรพบว่า ประเทศไทยมีแมลงที่มีคุณค่าอาหารร้อยกว่าชนิดที่นิยมบริโภค แมงอินูน แมงกุดจี่ แมงดานา ตัวอ่อนผึ้ง มดแดง ตัวอ่อนของต่อหัวเสือ จิ้งโกร่ง จิ้งหรีด ตั๊กแตน แมลงกระชอน แมลงตับเต่าหรือด้วงติ่ง แมลงเม่า หนอน หนอนไหม ด้วงมะพร้าวหรือด้วงสาคู โดยที่อำเภออรัญประเทศ เป็นแหล่
7 มิถุนายน ของทุกปี จะเป็นวันความปลอดภัยอาหารโลก ในปี นี้ FAO และ WHO ให้คำขวัญวัน World Food Safety Day 2022 ว่า Safer food, better health ซึ่งกรมวิชาการเกษตร มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความปลอดภัยทางอาหารพืช โดยทำการวิจัย พัฒนา เทคโนโลยีที่เหมาะสม พร้อมทั้งทำการตรวจสอบรับมาตรฐานการผลิตพืชปลอดภัยดร.จิระ สุวรรณประเสริฐ ผอ. สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 8 (สวพ.8) กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า สวพ.8 ได้รับนโยบายจากนายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ในการพัฒนาพืชอาหารปลอดภัยในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ได้แก่ สงขลา พัทลุง ตรัง สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ในแต่ละปี สวพ.8 จะดำเนินงานในด้านการตรวจสอบและให้การรับรองการผลิตพืชตามมาตรฐาน GAP และ เกษตรอินทรีย์ Organic Thailand โดย ณ ปัจจุบันกลุ่มถ่ายทอดเทคโนโลยี สวพ.8 รายงานว่า มีเกษตรกรที่ได้การรับรอง รวม แปลง 15,114 แปลง 41,559 ไร่ อยู่ในจังหวัดสงขลา 2,636 แปลง 4,694 ไร่ พัทลุง 1,995 แปลง 5,126 ไร่ ตรัง 2,109 แปลง 3168 ไร่ สตูล 1,599 แปลง 4,297 ไร่ ปัตตานี 1,403 แปลง 4,617 ไร่ ยะลา 3,265 แปลง 14,0
หลายคนชื่นชมการบริโภคมังคุด จึงแบ่งพื้นที่ว่างในสวน ปลูกมังคุดแทรกกับต้นไม้อื่นๆ เมื่อต้นมังคุดเริ่มให้ผลพบว่า เกิดอาการยางไหลสีเหลืองออกจากผิวของผลมังคุด และบางส่วนยางสีเหลืองตกภายในผล โดยไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดจากอะไร และจะแก้ไขอย่างไร หากใครเจอปัญหาแบบนี้ จะพาไปหาคำตอบ ที่จะช่วยผลิตมังคุดคุณภาพดีให้กับทุกคนในอนาคตได้เลย สาเหตุของโรคยางไหลของผลมังคุด โรคยางไหลของผลมังคุด เกิดขึ้นได้ทั้งระยะผลอ่อนและผลแก่ โรคยางไหลที่เกิดขึ้นในระยะผลอ่อน สาเหตุเนื่องจากการเข้าทำลายของเพลี้ยไฟ ซึ่งเป็นแมลงปากดูดที่มีขนาดเล็ก ลำตัวมีสีเหลืองอ่อน ยาวประมาณ 1.0-2.0 มิลลิเมตร เพลี้ยไฟจะเลือกดูดน้ำเลี้ยงของผลอ่อน และหลบซ่อนอยู่หลืบฐานรองดอก ทำให้ยางสีเหลืองไหลออกจากรอยแผล มีลักษณะเป็นเม็ดทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ผลที่ถูกทำลายรุนแรงจะเจริญเติบโตช้ากว่าปกติ หากผลไม่ร่วงหล่นลงเสียก่อน เมื่อพัฒนาต่อไปเป็นผลแก่ผลจะมีขนาดเล็กและผิวกร้านขายไม่ได้ราคา ส่วนอาการยางไหลในระยะผลแก่ เกิดขึ้นกับผลมังคุดใกล้สุกแก่ มักแสดงอาการรุนแรงเมื่อมีฝนตกชุก รากของต้นมังคุดจะดูดน้ำขึ้นมาเลี้ยงผลปริมาณมาก ผิวของผลจะเปราะบางกว่าการได้รับน้
เห็ดเป๋าฮื้อ หรือเรียกกันทั่วไปว่า เห็ดหอยโข่งทะเล ในประเทศไทยมีรายงานการพบในธรรมชาติน้อยมาก ที่เห็นกันอยู่ในตลาดล้วนเป็นสายพันธุ์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศทั้งสิ้น คุณอนุสรณ์ วัฒนกุล นักวิชาการโรคพืชชำนาญการ กลุ่มวิจัยและพัฒนาเห็ด สำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ กรมวิชาการเกษตร บอกว่า การเพาะเห็ดเป๋าฮื้อในประเทศไทยมีมานานกว่า 40 ปี โดยการนำเข้าสายพันธุ์เห็ดเป๋าฮื้อมาจากประเทศไต้หวัน เพื่อผลิตบริโภคสดและบรรจุกระป๋องส่งจำหน่ายยังต่างประเทศ ปัจจุบัน เห็ดเป๋าฮื้อในประเทศไทยมีหลากหลายสายพันธุ์ มีทั้งสายพันธุ์ดอกสีเทาดำและสายพันธุ์ดอกสีครีม บางสายพันธุ์ก้านดอกสั้น บางสายพันธุ์ก้านดอกยาว คุณอนุสรณ์ บอกว่า เกิดจากการนำสายพันธุ์เข้ามาจากต่างประเทศ จึงอาจมีบ้างจากสายพันธุ์ที่นำเข้ามาเพาะนั้น เมื่อเพาะไปนานๆ หลายรุ่น ก็เริ่มมีการกลายพันธุ์เกิดขึ้น นอกจากนั้น สายพันธุ์ในท้องตลาดยังมีข้อด้อย เช่น เห็ดเป๋าฮื้อสายพันธุ์ดอกสีดำ เนื้อดอกกรอบ/แตกหักง่าย อายุการเก็บรักษาสั้น จึงไม่เป็นที่นิยมของผู้บริโภค บางสายพันธุ์มีก้านดอกสั้น แต่เนื้อดอกไม่แน่นและให้ผลผลิตน้อย เริ่มพัฒนาสายพันธุ์เห็ดเป๋าฮื้อ คุณ
2 สมาคมเมล็ดพันธุ์ ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมธุรกิจเมล็ดพันธุ์แห่งเอเชียและแปซิฟิค ระหว่าง 14 – 18 พ.ย.65 ที่กรุงเทพฯ หวังเปิดเวทีเจรจาธุรกิจแสวงหาพันธมิตรคู่ค้าใหม่ พร้อมโชว์ศักยภาพไทยเป็นศูนย์กลางการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ของโลก เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2565 ดร. บุญญานาถ นาถวงษ์ นายกสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย (THASTA) และคุณวิชัย เหล่าเจริญพรกุล ประธานสมาคมเมล็ดพันธุ์พืชภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิค ( APSA )ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงคณะกรรมการการจัดการประชุมธุรกิจเมล็ดพันธุ์แห่งเอเชียและแปซิฟิค ครั้งที่ 26 โดยได้รับเกียรติจาก ดร. สมบัติ ตงเต๊า รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร และคุณวิราภรณ์ มงคลไชยสิทธิ์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และผู้อำนวยการสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธิลงนามครั้งนี้ การลงนามความร่วมมือของ สมาคมเมล็ดพันธุ์พืชภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิค (APSA) และ สมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย (ThaSTA) เพื่อจัดเตรียมการประชุมธุรกิจเมล็ดพันธุ์แห่งเอเชียและแปซิฟิค ปี 2565 (2022 Asian Seed Congress – ASC) จัดเฉพาะส
สวพ.6ผนึกหน่วยงานภาครัฐและเอกชนงัด 6 มาตรการเข้มเตรียมรับมือปัญหาส่งออกทุเรียนภาคตะวันออกฤดูการผลิต 64/65 พร้อมลุยสกัดทุเรียนอ่อนก่อนออกสู่ตลาด และพัฒนาระบบการออกใบรับรองสุขอนามัยพืชอิเล็กทรอนิกส์และข้อมูลใบรับรองสุขอนามัยพืชอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ NSW ไปยังประเทศคู่ค้า หวังเเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และการอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างประเทศ นายชลธี นุ่มหนู ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 (สวพ.6) กล่าวว่า เป็นประธานการประชุมวางแผนเตรียมการรองรับปัญหาและอุปสรรคการส่งออกทุเรียน “ทุเรียนส่งออกเอาไงดี ปี 65” โดยมีหน่วยงานประกอบด้วย ศวพ.จันทบุรี ศวพ.ระยอง ด่านตรวจพืชจันทบุรี ด่านตรวจพืชลาดกระบัง สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง สำนักงานเกษตรจังหวัดจันทบุรี ระยอง ตราด และภาคเอกชน ได้แก่ สมาคมทุเรียนไทย (TDA) สมาคมผู้ผลิตทุเรียนไทย สมาคมทุเรียนใต้ (SDA) สมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนภาคตะวันออก วิสาหกิจชุมชนชาวสวนจันท์ สมาคมผู้ประกอบการส่งออกทุเรียน มังคุด (DMA) สมาคมการค้าผลไม้ยุคใหม่ (MAFTA) เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมอาคารอเน
ระยะนี้จะมีฝนตกต่อเนื่องและฝนตกหนักบางพื้นที่ กรมวิชาการเกษตรเตือนเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน เฝ้าระวังหนอนหน้าแมวระบาด สามารถพบหนอนหน้าแมวเข้าทำลายได้ในทุกระยะการเจริญเติบโตของต้นปาล์มน้ำมัน ตัวหนอนหน้าแมวจะกัดทำลายใบปาล์มน้ำมัน หนอนตัวเล็กจะกัดกินผิวใบ เมื่อตัวหนอนโตขึ้นจะกัดกินจนใบขาด หากระบาดรุนแรง ใบจะถูกกัดกินจนเหลือแต่ก้านใบ ทำให้ผลผลิตลดลง ต้นปาล์มน้ำมันชะงักการเจริญเติบโต และต้นปาล์มน้ำมันจะใช้เวลาในการฟื้นตัวนาน การระบาดของหนอนหน้าแมวในแต่ละครั้งจะต้องใช้เวลาการกำจัดนาน เนื่องจากหนอนหน้าแมวมีหลายระยะในเวลาเดียวกัน เช่น ระยะหนอนและระยะดักแด้ ทำให้ไม่สามารถกำจัดให้หมดในเวลาเดียวกันได้ หากพบการเข้าทำลายของหนอนหน้าแมว เกษตรกรควรใช้วิธีป้องกันกำจัดแบบผสมผสานคือ การใช้วิธีกล การใช้ชีววิธี และการใช้สารเคมี สำหรับการใช้วิธีกล ให้เกษตรกรตัดทางใบปาล์มน้ำมันที่มีหนอน หรือจับผีเสื้อที่เกาะนิ่งในเวลากลางวันตามใต้ทางใบ หรือเก็บดักแด้ตามซอกโคนทางใบรอบต้นมาทำลายทิ้งนอกแปลงปลูก จากนั้นให้ใช้กับดักแสงไฟ black light หรือหลอดนีออนธรรมดาวางบนกะละมังพลาสติกที่บรรจุน้ำผสมผงซักฟอก โดยให้หลอดไฟอยู่เหนื
เมื่อเร็ว ๆนี้ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ร่วมกับ กรมวิชาการเกษตร และภาคเอกชน ทดสอบเครื่องพ่นสารและชนิดสารป้องกันกำจัดเชื้อรา สำหรับใช้ควบคุมโรคใบร่วงในยางพารา พื้นที่จังหวัดพัทลุงและจังหวัดสงขลา เพื่อหาวิธีการพ่นสาร และชนิดสารในการควบคุมโรคใบร่วงที่ให้ผลดีที่สุด สำหรับเป็นแนวทางการขยายผลไปใช้ในพื้นที่เกิดโรคต่อไป ดร. กฤษดา สังข์สิงห์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยาง การยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สถาบันวิจัยยาง ศูนย์วิจัยยางสงขลา การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดพัทลุง การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดสงขลาและการยางแห่งประเทศไทยสาขาสะบ้าย้อย ร่วมกับ สำนักวิจัยและพัฒนาอารักขาพืช ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสงขลา กรมวิชาการเกษตร และภาคเอกชนผู้พัฒนาอากาศยานไร้คนขับ ลงพื้นที่จังหวัดพัทลุง และสงขลา ระหว่างวันที่ 4-6 ตุลาคม 2564 ดำเนินทดสอบประสิทธิภาพเครื่องพ่นสาร ชนิดต่าง ๆ ในการพ่นยาป้องกันกำจัดโรคใบร่วงในยางพารา ภายใต้ความร่วมมือทางด้านการวิจัย โดยเครื่องมือที่ใช้พ่นครั้งนี้ ได้แก่ คอปโดรน ซึ่งเป็นครั้งแรกในการนำมาทดลองใช้ในสวนยางพารา รวมถึงโดรน แอร์บล๊าส เครื่องปั๊มชนิดลากสาย นอกจากนี้ยังได้เลือกยาป้องกันกำจัดเ
“ประเทศไทย” ได้รับการยอมรับว่า เป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรและอาหารชั้นนำของโลก แต่เกษตรกรไทยกลับมีหนี้สินจากการทำเกษตรแบบดั้งเดิม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงมุ่งสร้างความสามารถในการแข่งขัน โดยใช้เทคโนโลยีการเกษตรเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนภาคเกษตรของประเทศ โดยเชื่อมโยงเทคโนโลยีจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ เนื่องจาก “ผัก” เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญและเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมสูง แต่การผลิตผักให้มีคุณภาพดี ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะผักทุกชนิดอ่อนไหวต่อโรคและแมลง เกษตรกรจึงจำเป็นต้องใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ยาฆ่าแมลง สารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อรา รวมไปถึงยาฮอร์โมนเร่งโตหรือปุ๋ยเคมีเพื่อเร่งการเจริญเติบโตของพืชผัก ทำให้มีต้นทุนการผลิตที่สูง และหากเกษตรกรบริหารจัดการผลผลิตได้ไม่ดี ผู้บริโภคก็เสี่ยงเจอปัญหาสารเคมีตกค้างในพืชผักที่ซื้อมาทำอาหาร ทั้งมอบหมายให้ 22 หน่วยงาน ในสังกัดทำหน้าที่ดูแลส่งเสริมการพัฒนาเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น การผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย เกษตรชีวภาพ เกษตรแปรรูป เกษตรอัจฉริยะ ตลอดจนส่งเสริมการจัดการระบบนิเวศเกษตร เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสำคัญคือ เพิ่มรายได้ ลดต้นทุนการผลิต ไม่ต่ำกว่า 60% ตามยุทธศาสต
สวพ.3เร่งพัฒนาระบบการปลูกพืชไร่อายุสั้นหลังการเก็บเกี่ยวข้าวในพื้นที่ราบริมแม่น้ำชีจังหวัดขอนแก่น และจังหวัดหนองบัวลำภูอย่างยั่งยืน นายจำลอง กกรัมย์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 3 (สวพ.3) กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า การปลูกพืชไร่อายุสั้นหลังการเก็บเกี่ยวข้าว ถือว่าเป็นอาชีพที่จะสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ราบริมแม่น้ำชีจังหวัดขอนแก่น และจังหวัดหนองบัวลำภูแบบยั่งยืน ดังนั้น สวพ.3 ได้เร่งขับเคลื่อนโครงการทดสอบเพื่อพัฒนาระบบการปลูกพืชหลังนาคือ ข้าวโพดฝักสดให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เพื่อเพิ่มรายได้ ผลตอบแทน และเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับเกษตรกรนอกจากการปลูกข้าวเพียงอย่างเดียว การพัฒนาระบบการปลูกพืชไร่อายุสั้นหลังการเก็บเกี่ยวข้าวในพื้นที่ราบริมแม่น้ำชีจังหวัดขอนแก่น และจังหวัดหนองบัวลำภู โดยดำเนินการทดสอบในปี 2559-2563 ดำเนินการช่วงแรกในพื้นที่อำเภอมัญจาคีรี และอำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ในปี 2562-2563 ขยายผลไปในพื้นที่อำเภอโนนศิลา จังหวัดขอนแก่น และอำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู ทางด้านนางสาวพรทิพย์ แพงจันทร์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเลย สำนักวิจัยแ
