กรมส่งเสริมการเกษตร
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ขับเคลื่อนงานตามนโยบาย ของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ โดยมีหลักการดำเนินงาน 4 ด้าน คือ ด้านข้อมูล ด้านแพลตฟอร์มกลาง ด้านการกำหนดคุณภาพมาตรฐาน และตรวจสอบย้อนกลับ และด้านการพัฒนาคนและผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของตลาด เพื่อพัฒนาภาคการเกษตรไทยให้สามารถบริหารจัดการสินค้าเกษตรได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่การผลิต การแปรรูป และการตลาดควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างเหมาะสม มีให้ได้คุณภาพมาตรฐาน มีความปลอดภัยต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค สู่เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางสินค้าเกษตรและอาหารคุณภาพของโลก สำหรับการกระจายผลผลิตเกษตรที่จะออกสู่ตลาดในฤดูกาลนี้ ได้สั่งการให้สำนักงานเกษตรจังหวัดทั่วประเทศ คาดการณ์ผลผลิตล่วงหน้า และประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง เช่น พาณิชย์จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการผลผลิตร่วมกัน ด้าน นายสามารถ เดชบุญ เกษตรจังหวัดพิจิตร กล่าวว่า จากการคาด
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า จังหวัดอุตรดิตถ์ ถือเป็นแหล่งปลูกกระเทียมที่สำคัญของประเทศ เป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร โดยเฉพาะที่อำเภอน้ำปาด ซึ่งเป็นแหล่งปลูกกระเทียมพันธุ์ไทยแท้ที่เกษตรกรเรียกว่า พันธุ์ดอ หรือที่ผู้บริโภคต่างรู้จักในชื่อ กระเทียมน้ำปาด โดยมีคุณสมบัติเด่น คือ หัวกระเทียมเป็นสีชมพูอมม่วง มีค่าสารอินทรีย์กำมะถันสูงถึง 1.543 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในประเทศ รวมทั้งมีกลิ่นฉุน เปลือกบาง เมื่อแห้งจะแกะง่าย ขนาดของกลีบจะใหญ่แกร่ง ไม่ฝ่อง่าย กรมส่งเสริมการเกษตร จึงได้มอบหมายให้สำนักงานเกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์ เข้าไปดำเนินการพัฒนาเกษตรกรผู้ปลูกอย่างต่อเนื่อง เช่น การขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูก การสนับสนุนองค์ความรู้ต่างๆ ทั้งการผลิตและการตลาด ในการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิต เช่น ผ่านเว็บไซต์ www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com เป็นต้น โดยปีการผลิต 2564/65 นี้ สำนักงานเกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์ รายงานว่า มีพื้นที่ปลูกรวม 87 ไร่ จากเกษตรกร 27 ครัวเรือน มีผลผลิตรวม 84 ตัน (วันที่ข้อมูล ณ วันที่ 7 มีนาคม 2565) ด้าน นายพัฒนศักดิ์ พ่วงสมบัติ เกษตรจ
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตรจะจัดกิจกรรมเพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรไทยที่ได้มาตรฐานและผลิตภัณฑ์มีศักยภาพส่งออก ในงานมหกรรมโลก World Expo 2020 Dubai ระหว่างวันที่ 9-16 มีนาคม 2565 ณ ประเทศสหรัฐอาหรับอิมิเรตส์ ภายใต้แนวคิด “Digital for Agri-Dev” เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ผู้เข้าชมงานเห็นถึงศักยภาพ ความหลากหลาย และเกิดความเชื่อมั่นในคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์เกษตรไทย ส่งเสริมตลาดสินค้าเกษตรในสหรัฐอาหรับอิมิเรตส์และประเทศใกล้เคียง และช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับสหรัฐอาหรับอิมิเรตส์ รวมทั้งประเทศภาคีสมาชิกอื่นๆ ที่เข้าร่วมจัดงานดังกล่าว อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวอีกว่า สำหรับรูปแบบการนำเสนอ จะเน้นนำเสนอความก้าวหน้าในการผลิตสินค้าเกษตรของไทย ประกอบด้วย 1. การจัดแสดงนิทรรศการแสดงเรื่องราว (Story) ให้เห็นการเชื่อมโยงการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในระบบส่งเสริมการเกษตร ตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่กระบวนการเตรียมการผลิต การพัฒนากระบวนการผลิตให้ปลอดภัย จนถึงตัวสิน
นายนวนิตย์ พลเคน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ลงพื้นที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนตำบลจุน หมู่ที่ 16 บ้านสร้อยศรี ตำบลจุน อำเภอจุน จังหวัดพะเยา เยี่ยมชมการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มทั้งการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว การผลิตข้าวสารแบบถุงสูญญากาศ โรงสีข้าวขนาดใหญ่ที่สามารถสีข้าวสารได้ชั่วโมงละ 15 ตัน ได้รับงบประมาณจากกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ในการนี้ นายการุณย์ มะโนใจ เกษตรอำเภอเชียงม่วน ร่วมให้การต้อนรับ เมื่อเร็วๆ นี้
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากที่มีประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2565 ว่าด้วยหย่อมความกดอากาศต่ำที่พัดผ่านปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากและมีคลื่นลมแรงบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ตรัง และสตูล ประมาณ 60-70% ของพื้นที่ โดยคาดว่าจะมีพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายจำนวน 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ปัตตานี นราธิวาส พัทลุง ยะลา และสงขลา พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะได้รับความเสียหาย จำนวน 80,153.75 ไร่ แบ่งเป็นข้าว ซึ่งอยู่ในระยะใกล้จะเก็บเกี่ยว จำนวน 53,158 ไร่ พืชไร่และพืชผัก จำนวน 13,436 ไร่ ไม้ผลไม้ยืนต้นและอื่นๆ จำนวน 13,559.75 ไร่ (ข้อมูล ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 14.00 น.) กรมส่งเสริมการเกษตรได้สั่งการให้สำนักงานเกษตรจังหวัดในพื้นที่เร่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเข้าให้ความช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรเบื้องต้นหลังน้ำลด และผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้ว โดยต้องดำเนินการสำรวจความเสียหายให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ในกรณีที่วงเงินท
บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) ร่วมมือ กรมส่งเสริมการเกษตร เร่งให้ความช่วยเหลือกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกขิง ตำบลเข็กน้อย จังหวัดเพชรบูรณ์ กว่า 647 ครัวเรือน หลังประสบปัญหาราคาตกต่ำ ต้นทุนเพิ่มทำขาดทุนหนัก คาดรับซื้อได้ 200 ตัน กระจายผ่านแม็คโครทั่วประเทศ พร้อมเปิดโอกาสเข้าถึงแพลตฟอร์มแห่งโอกาส ช่องทางการตลาดใหม่ๆ นางศิริพร เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการสื่อสารองค์กร บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แม็คโคร ได้รับการประสานจากกรมส่งเสริมการเกษตรถึงปัญหาของกลุ่มวิสาหกิจชุมชมเกษตรกรผู้ปลูกขิง ตำบลเข็กน้อย จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่กำลังประสบปัญหาอย่างหนักจาก ราคาขิงตกต่ำ เนื่องจากมีผลผลิตออกสู่ตลาดในปริมาณมาก ส่งออกได้น้อย ประกอบกับต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูง แม็คโครจึงให้ความช่วยเหลือ โดยเข้าไปรับซื้อผลผลิต เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรเป็นการเร่งด่วน “กลุ่มวิสาหกิจชุมชนขิงแห่งนี้ มีเกษตรกรเครือข่ายอยู่ประมาณ 647 ครัวเรือน เราคาดว่าจะช่วยรับซื้อขิงได้ประมาณ 200 ตัน นำไปจำหน่ายผ่านแม็คโครทุกสาขาทั่วประเทศ พร้อมจัด โปรโมชั่นส่งเสริมการข
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ขณะนี้มีรายงานว่า พบการเข้าทำลายของจักจั่นอ้อยในหลายพื้นที่ที่มีการปลูกอ้อย และเริ่มพบตัวเต็มวัยจากตัวอ่อนที่อยู่ในดินเพื่อผสมพันธุ์วางไข่ ซึ่งจะสร้างความเสียหายโดยการดูดกินน้ำเลี้ยงจากรากอ้อย ทำให้ต้นอ้อยชะงักการเจริญเติบโต แคระแกร็น เหี่ยว และแห้งตาย ส่งผลให้ผลผลิตอ้อยลดลงเป็นจำนวนมาก สำหรับวงจรชีวิตจักจั่น แบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะไข่ โดยตัวเมียจะเจาะเส้นกลางใบอ้อยเป็นรูเล็กๆ เพื่อวางไข่ มักพบที่ใบแก่สีเขียว ประมาณใบที่ 3-5 นับจากใบล่าง จากนั้นเส้นกลางใบจะเปลี่ยนเป็นสีแดง เมื่อไข่ฟักกลายเป็นตัวอ่อนทิ้งตัวลงสู่พื้นดิน โดยไข่ใช้เวลาฟักประมาณ 1-2 เดือน ระยะตัวอ่อนของจักจั่นในอ้อย มีรูปร่างลักษณะคล้ายกับตัวเต็มวัย ต่างกันที่ตัวอ่อนในระยะแรกไม่มีปีก เมื่อลอกคราบ ปีกจะค่อยๆ ยาวออกมา ซึ่งในระยะตัวอ่อนจะเป็นระยะที่สร้างความเสียหายให้กับอ้อย โดยตัวอ่อนจะอาศัยอยู่ในดินที่ความลึกตั้งแต่ 30 เซนติเมตร ถึง 2.5 เมตร คอยดูดกินน้ำเลี้ยงจากรากอ้อย ตัวอ่อนจะมีขาคู่หน้าขนาดใหญ่สำหรับไว้ขุดดิน ตัวอ่อนจะอาศัยอยู่ในดินใช้เวลาประมาณ 6-8 เดือน
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับบริษัท แอโร กรุ๊ป (1992) จำกัด ในการดำเนินโครงการพัฒนาทักษะอาชีพผู้บังคับอากาศยานไร้คนขับ (Drone) เพื่อการเกษตร เน้นถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) เกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) และเกษตรกรที่สนใจเป็นผู้บังคับอากาศยานไร้คนขับ ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันพัฒนาหลักสูตรผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานไร้คนขับ (Drone) เพื่อการเกษตร โดยคัดเลือกผู้สนใจและมีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ารับการฝึกอบรมให้มีความรู้ ความสามารถ พัฒนาทักษะฝีมือให้สูงขึ้นจนสามารถนำไปประกอบอาชีพได้ รวมทั้งยังคาดหมายว่าจะนำไปสู่การส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรม สนับสนุนการสร้างผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ สร้างองค์ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีการเกษตร ต่อยอดการสร้างนวัตกรรมสู่การพัฒนาเศรษฐกิจของกลุ่มและชุมชน และพัฒนาเกษตรกรให้มีความมั่นคงในอาชีพได้อย่างยั่งยืนต่อไป อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวอีกว่า ในปี 2565 นี้ กรมส่งเสริมการเกษตรให้ความสำคัญกับการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการพัฒนาอ
กรมส่งเสริมการเกษตร จัดสัมมนา DOAE Next Step ขับเคลื่อนงานส่งเสริมการเกษตรวิถีใหม่ สร้างความรู้ความเข้าใจในนโยบาย แนวทางการขับเคลื่อนงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และแนวทางการดำเนินงานกรมส่งเสริมการเกษตร ประจำปีงบประมาณ 2565 โดยมี ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เกียรติเปิดงาน พร้อมมอบนโยบายแก่เจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตร และ ดร. ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบแนวทางการดำเนินงานแก่เจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตร ณ โรงแรมรามา การ์เด้น กรุงเทพมหานคร นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ตามแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย และตามที่ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบแนวทางให้ทุกหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สนับสนุนและพัฒนาเกษตรกรโดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัล และเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ภายใต้สโลแกน “เกษตรกรก้าวทันยุคดิจิทัล ใช้เทคโนโลยีแม่นยำ เชื่อมโยงตลาดนำการผลิต” นั้น กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการปรับองค์กรเข้าสู่วิถีใหม่ มุ่งเน้นการพัฒนาภาคก
กรมส่งเสริมการเกษตร นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ดูความคืบหน้าโครงการยกระดับแปลงใหญ่ฯ ในพื้นที่ จังหวัดสระบุรี โชว์ผลสำเร็จแปลงใหญ่พืชไร่และประมง ใช้เทคโนโลยีใหม่ต่อการพัฒนาอาชีพ มุ่งสู่การพึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็ง และยั่งยืน นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์การระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ รัฐบาลจึงจำเป็นต้องมุ่งเน้นการกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในท้องถิ่น เพื่อพยุงเศรษฐกิจและเกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศเป็นหลัก ในปีงบประมาณ 2564 กรมส่งเสริมการเกษตร เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงานโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ร่วมกับหน่วยงานเจ้าของสินค้าอีก 5 หน่วยงาน ประกอบด้วย กรมการข้าว กรมปศุสัตว์ กรมประมง การยางแห่งประเทศไทย และกรมหม่อนไหม โดยเน้นส่งเสริมการผลิตในรูปแบบเกษตรสมัยใหม่ เกษตรอัจฉริยะ เกษตรแม่นยำที่มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ และสร้างความร่วมมือการบริหารจัดการที่เชื่อมโยงตลอดห่วงโซ่อุปทาน ข้อมูลภาพรวมโครงการ ณ วันที่ 15 พฤศจิกายน 2564 มีกลุ่ม
