กรมส่งเสริมการเกษตร
นางกุลฤดี พัฒนะอิ่ม รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการสัมมนาเชื่อมโยงเครือข่ายชาวสวนทุเรียนภาคใต้ ณ โรงแรม ลอฟท์ มาเนีย อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ว่า “ทุเรียน” ถือเป็นราชาแห่งผลไม้เขตร้อนที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทย ซึ่งเป็นแหล่งผลิตทุเรียนที่ดีที่สุดของโลก เนื่องจากมีสภาพภูมิศาสตร์เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต มีสายพันธุ์ทุเรียนที่ดี ตลอดจนเกษตรกรมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรได้อย่างเหมาะสม ทำให้สามารถบริหารจัดการสวนทุเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลผลิตทุเรียนมีคุณภาพดี รสชาติเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เป็นผลไม้เศรษฐกิจหลักอันดับ 1 ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูงสุด ซึ่งยืนยันได้จากปริมาณผลผลิตทุเรียนสดส่งออกไปต่างประเทศ โดยในปี 2562 ประเทศไทยส่งออกทุเรียนไปต่างประเทศ จำนวน 655,346 ตัน คิดเป็นมูลค่าการส่งออกทุเรียนผลสดกว่า 45,000 ล้านบาท สำหรับสถานการณ์การผลิตทุเรียนในภาคใต้ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสำคัญของประเทศไทย ลำดับที่ 2 รองจากภาคตะวันออก มีพื้นที่ปลูก 571,373 ไร่ ให้ผลผลิตแล้ว 437,995 ไร่ มีแปลงใหญ่ทุเรียน 75 แปลง เกษตรกรสมาชิกแปลงใ
สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง สนองนโยบายกรมส่งเสริมการเกษตร ในโครงการ “บ้านพอเพียง เลี้ยงชีวิตสู้โควิด-19” ผลิตพันธุ์พืชดีแจกจ่ายเกษตรกรเพื่อลดต้นทุนการดำรงชีพในยามวิกฤติช่วงระบาดของเชื้อโควิด-19 พร้อมแจกเมล็ดพันธุ์พืชดีเพื่อเพาะปลูกรุ่นต่อไปได้อย่างเพียงพอและต่อเนื่อง นายทวี มาสขาว รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวระหว่างตรวจเยี่ยมศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง ต่อการดำเนินงานใน โครงการบ้านพอเพียง เลี้ยงชีวิตสู้โควิด-19 ว่า เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในประเทศ กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้จัดทำโครงการบ้านพอเพียง เลี้ยงชีวิตสู้โควิด-19 ขึ้น เพื่อดูแลช่วยเหลือและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร ตลอดถึงสร้างความเข้มแข็งของภาคการเกษตร ทำให้เกษตรกรอยู่ดีมีสุขอย่างยั่งยืน ที่สำคัญเพื่อให้เกษตรกรและผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการโควิด-19 ได้มีพืชอาหารบริโภค สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยการพึ่งพาตนเอง ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน มีความมั่นคงทางอาหาร เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและชุมชน ตลอดจนแก้ปั
คนไทยปลอดโรค บริโภคปลอดภัย! พบงานดีสินค้าเกษตรอินทรีย์คุณภาพ ในงาน ‘มหกรรมข้าวหอมมะลิคุณภาพและของดี 4 จังหวัดอีสานล่าง 2 กลุ่มโขง ชี มูล’ ระหว่าง วันที่ 15-19 กรกฎาคม 2563 ณ เอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะมอลล์ บางกะปิ วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 ณ ห้องประชุม กรมส่งเสริมการเกษตร นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานในงานแถลงข่าว “มหกรรมข้าวหอมมะลิคุณภาพและของดี 4 จังหวัดอีสานล่าง 2 จังหวัดอุบลราชธานี และกลุ่มจังหวัดโขง ชี มูล” โดยมี นางสาวสุพรรณษา สุขเทศน์ รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี นายสว่าง กาลพัฒน์ เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ นายสำพรต จันทร์หอม เกษตรจังหวัดอำนาจเจริญ และ นายประยงค์ พลขำ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร แทนเกษตรจังหวัดยโสธร และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า เกษตรอินทรีย์เป็นแนวทางการผลิตที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยอาหารของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งผู้ผลิต ผู้บริโภค รวมทั้งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับกระแสโลกในปัจจุบัน รัฐบาลจึงมีนโยบายส่งเสริมในเรื
โครงการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตรเชิงพื้นที่ (Area-based Approach) ปี 2563 เป็นนโยบายที่กรมส่งเสริมการเกษตร จัดทำขึ้นมาโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งในการพัฒนาชุมชน มีเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง มีวิสาหกิจชุมชนขับเคลื่อนด้านเศรษฐกิจ และให้เกษตรกรรวมกลุ่มทำแปลงใหญ่ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากที่ทำให้เกษตรกรมีรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อให้ชุมชนผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพที่ตลาดต้องการ เพื่อให้เกษตรกรมีการบริหารจัดการสินค้าเกษตรของตนเองตลอดห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มเกษตรกรได้รับการพัฒนามีความเข้มแข็ง พึ่งตนเองได้ เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน คุณจรูญศักดิ์ สิงหเดช รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เล่าให้ฟังว่า จังหวัดปทุมธานีมีพื้นที่ 953,660 ไร่ ประชากร 1,163,604 คน แบ่งการปกครองออกเป็น 7 อำเภอ มีพื้นที่ทำการเกษตร 333,143 ไร่ เกษตรกร 20,814 ครัวเรือน มีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านกลางใจเมือง ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร ทำให้พื้นที่แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ฝั่งตะวันออก และฝั่งตะวันตก เกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกข้าวเป็นหลักพื้นที่ประมาณ 265,062 ไร่ รองลงมาปลูกพืชผัก
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ใช้หลักตลาดนําการเกษตร มาเป็นนโยบายสำคัญ รวมทั้งบูรณาการร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ชูยุทธศาสตร์ “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด”พร้อมสร้างความเชื่อมั่นสินค้าเกษตร ด้วยคุณภาพ มาตรฐานความปลอดภัยและการตรวจสอบย้อนกลับ ตั้งเป้าให้ไทยเป็นศูนย์กลางสินค้าเกษตรและอาหารคุณภาพของโลก นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มดำเนินการในระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่เพื่อจัดการผลผลิต ควบคุมคุณภาพมาตรฐาน ทั้งสินค้าเกษตรทั่วไป สินค้าที่ได้มาตรฐาน และสินค้าพรีเมี่ยม ให้ตรงตามความต้องการของตลาด จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและบูรณาการจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกร เพื่อสร้างความตระหนักรู้ กระตุ้นให้เกิดการปรับตัว เสริมสร้างศักยภาพและความเข้มแข็งให้กับภาคเกษตรและภาคเศรษฐกิจอื่นๆ ให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ตามนโยบายของกระทรวงเกษตร ที่ผ่านมากรมส่งเสริมการเกษตร ได้ร่วมขับเคลื่อนนโยบายเกษตรแปลงใหญ่ โดยสามารถเชื่อมโยงการผลิตแ
กรมส่งเสริมการเกษตร สนับสนุนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้แปลงใหญ่คุณภาพดี จำหน่ายผ่านช่องทางตลาดใหม่ใช้ Social Media เปิดรับ Pre-order พร้อมส่งเสริมการจำหน่ายตลาดในประเทศ หลังได้รับผล กระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำชะงักการส่งออก นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กล้วยไม้เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ ทำรายได้ต่อปีมากกว่า 2,500 ล้านบาท ส่วนใหญ่ส่งออกในลักษณะกล้วยไม้ตัดดอก แหล่งผลิตสำคัญอยู่ในจังหวัดนครปฐม สมุทรสาคร นนทบุรี และกรุงเทพฯ โดยเป็นกล้วยไม้สกุลหวาย (เดนโดรเบียม) กว่าร้อยละ 80 รองลงมา คือ สกุลมอคคารา ร้อยละ 15 และสกุลอื่นๆ ร้อยละ 5 ได้แก่ แวนดา ออนซีเดียม ตามลำดับ ผลผลิตที่มีคุณภาพ เช่น ไม่มีตำหนิจากโรคแมลง ก้านช่อยาวไม่น้อยกว่า 35 เซนติเมตร ดอกในช่อบานไม่น้อยกว่า 4 ดอก ส่วนใหญ่ส่งออกต่างประเทศ ส่วนผลผลิตที่เหลือและคุณภาพไม่ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด หรือที่เรียกว่า “ไม้ตลาด” จะถูกจำหน่ายภายในประเทศ โดยผู้รวบรวมและพ่อค้าในท้องถิ่นรวบรวมผลผลิตจากเกษตรกรจำหน่ายให้กับพ่อค้าส่งที่ตลาดค้าส่ง เช่น ปากคลองตลาด ตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง รวมทั้งตลาดต่างจังหวัด เ
บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) โดย มร. ริคาร์โด้ เบารอตโต้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-หน่วยธุรกิจแม็คโครประเทศไทย (ที่ 2 จากซ้าย) ร่วมกับ กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร (ที่ 2 จากขวา) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือพัฒนาและส่งเสริมกลุ่มผู้ผลิตสินค้าเกษตรสู่ “ตลาดนำการเกษตร” ในการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรแปลงใหญ่ กู้วิกฤตโควิด-19 พร้อมวางแผนร่วมกันพัฒนาสินค้าเกษตรและส่งเสริมการตลาดอย่างยั่งยืนให้เกษตรกร โดยได้รับเกียรติจาก นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ที่ 4 จากซ้าย) เป็นประธานในพิธี และ นางสุชาดา อิทธิจารุกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-กลุ่มธุรกิจสยามแม็คโคร (ที่ 1 จากซ้าย) ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าโครงการเตรียมความพร้อมทหารกองประจำการสู่การเป็นทายาทเกษตรรุ่นใหม่ ปีที่ 2 กรมส่งเสริมการเกษตรร่วมกับกรมเสมียนตรา สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม จัดโครงการเตรียมความพร้อมทหารกองประจำการ สู่การเป็นทายาทเกษตรรุ่นใหม่ต่อเนื่อง เดินหน้าให้ความรู้ ทักษะด้านการเกษตร การใช้เทคโนโลยีทางการเกษตร การบริหารจัดการ และการตลาดสินค้าเกษตร เพื่อสร้างทายาทเกษตรรุ่นใหม่ และ Young Smart Farmer จากทหารหลังปลดประจำการ นายชาตรี บุญนาค รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับกรมเสมียนตรา กระทรวงกลาโหม โดยมณฑลทหารบก หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และกองบิน ดำเนินการโครงการเตรียมความพร้อมทหารกองประจำการสู่การเป็นทายาทเกษตรรุ่นใหม่ ประจำปี 2563 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะด้านการเกษตรแก่ทหารกองประจำการให้สามารถนำไปประกอบอาชีพได้ภายหลังปลดประจำการ รวมถึงยังเป็นการบ่มเพาะและสร้างทายาทเกษตรกรรุ่นใหม่อีกด้วย โดยกำหนดจะเปิดรับสมัครทหารกองประจำการที่เป็นบุตรหลานเกษตรกรทั่วประเทศ จำนวน 200 นาย เพื่อเข้ารับการอบรมเป็นระยะเวลา 5 วัน ช่วงเดือ
กรมส่งเสริมการเกษตร ยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรที่เป็นอัตลักษณ์และเหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ผ่านโครงการส่งเสริมการสร้างอัตลักษณ์ผลไม้ภาคตะวันออกและภาคใต้ เร่งส่งเสริมรวมกลุ่มแปลงใหญ่และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต หวังสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกษตรกรในแต่ละท้องถิ่น นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit board) เปิดเผยว่า ผลไม้นับเป็นสินค้าเกษตรที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่งของประเทศไทย สร้างรายได้ให้กับประเทศเป็นอย่างมาก ซึ่งไทยเป็นผู้นำการผลิตและส่งออกผลไม้เมืองร้อนที่สำคัญและมีชื่อเสียงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน มีมูลค่าการส่งออกผลไม้ จำนวน 45,613 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 64.22 ปัจจุบันเกษตรกรมีการปลูกไม้ผล 57 ชนิด พื้นที่ประมาณ 7.7 ล้านไร่ ผลผลิตปีละประมาณ 10.81 ล้านตัน สืบเนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ซึ่งตรงกับฤดูกาลผลไม้ภาคตะวันออก (ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง) และภาคเหนือ (ลิ้นจี่) หลายฝ่ายกังวลว่าจะกระทบต่อการบริหารจัดการผลไม้นั้น กรมส่งเสริมการเกษตรในฐานะเลขานุการ Fruit board ได้ร่วมกับหน่วยงานหลายภาคส่วนกำกั
นายอาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ภารกิจหนึ่งของ กรมส่งเสริมการเกษตรคือ การถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ เพื่อให้เกษตรกรสามารถทำการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มผลผลิตการเกษตรอย่างมีคุณภาพ สำหรับไม้ผลที่ได้รับความนิยมจากคนยุคใหม่อย่างอะโวกาโด การพัฒนาสายพันธุ์ให้มีคุณภาพ ผลผลิตรสชาติดีเป็นที่ต้องการของตลาดจึงถือเป็นโอกาสดีในการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร ล่าสุด กรมส่งเสริมการเกษตร นำพาราฟิล์ม (Parafilm) มาประยุกต์ใช้ในการเกษตร ทดแทนการใช้ถุงพลาสติกในขั้นตอนการเปลี่ยนยอดพันธุ์ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากพาราฟิล์มมีคุณสมบัติช่วยรักษาความชื้นได้ดี ทำให้การเปลี่ยนยอดพันธุ์ดีมีประสิทธิภาพสูง โดยพาราฟิล์มทำมาจากส่วนผสมของ โพลีโอเลฟินส์ (Polyolefins) และพาราฟิน แว็กซ์ (Paraffin Waxes) คุณสมบัติเด่นคือ มีความยืดหยุ่นสูง สามารถแลกเปลี่ยนอุณหภูมิและความชื้นกับสิ่งแวดล้อมได้ดี และสามารถย่อยสลายในธรรมชาติได้อย่างรวดเร็ว จึงนิยมใช้เป็นวัสดุสำหรับการปิดผนึกอุปกรณ์ในห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ เช่น เพลท เป็นต้น รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร
