กรมส่งเสริมการเกษตร
กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าโครงการเตรียมความพร้อมทหารกองประจำการสู่การเป็นทายาทเกษตรรุ่นใหม่ ปีที่ 2 กรมส่งเสริมการเกษตรร่วมกับกรมเสมียนตรา สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม จัดโครงการเตรียมความพร้อมทหารกองประจำการ สู่การเป็นทายาทเกษตรรุ่นใหม่ต่อเนื่อง เดินหน้าให้ความรู้ ทักษะด้านการเกษตร การใช้เทคโนโลยีทางการเกษตร การบริหารจัดการ และการตลาดสินค้าเกษตร เพื่อสร้างทายาทเกษตรรุ่นใหม่ และ Young Smart Farmer จากทหารหลังปลดประจำการ นายชาตรี บุญนาค รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับกรมเสมียนตรา กระทรวงกลาโหม โดยมณฑลทหารบก หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และกองบิน ดำเนินการโครงการเตรียมความพร้อมทหารกองประจำการสู่การเป็นทายาทเกษตรรุ่นใหม่ ประจำปี 2563 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะด้านการเกษตรแก่ทหารกองประจำการให้สามารถนำไปประกอบอาชีพได้ภายหลังปลดประจำการ รวมถึงยังเป็นการบ่มเพาะและสร้างทายาทเกษตรกรรุ่นใหม่อีกด้วย โดยกำหนดจะเปิดรับสมัครทหารกองประจำการที่เป็นบุตรหลานเกษตรกรทั่วประเทศ จำนวน 200 นาย เพื่อเข้ารับการอบรมเป็นระยะเวลา 5 วัน ช่วงเดือ
กรมส่งเสริมการเกษตร ยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรที่เป็นอัตลักษณ์และเหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ผ่านโครงการส่งเสริมการสร้างอัตลักษณ์ผลไม้ภาคตะวันออกและภาคใต้ เร่งส่งเสริมรวมกลุ่มแปลงใหญ่และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต หวังสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกษตรกรในแต่ละท้องถิ่น นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit board) เปิดเผยว่า ผลไม้นับเป็นสินค้าเกษตรที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่งของประเทศไทย สร้างรายได้ให้กับประเทศเป็นอย่างมาก ซึ่งไทยเป็นผู้นำการผลิตและส่งออกผลไม้เมืองร้อนที่สำคัญและมีชื่อเสียงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน มีมูลค่าการส่งออกผลไม้ จำนวน 45,613 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 64.22 ปัจจุบันเกษตรกรมีการปลูกไม้ผล 57 ชนิด พื้นที่ประมาณ 7.7 ล้านไร่ ผลผลิตปีละประมาณ 10.81 ล้านตัน สืบเนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ซึ่งตรงกับฤดูกาลผลไม้ภาคตะวันออก (ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง) และภาคเหนือ (ลิ้นจี่) หลายฝ่ายกังวลว่าจะกระทบต่อการบริหารจัดการผลไม้นั้น กรมส่งเสริมการเกษตรในฐานะเลขานุการ Fruit board ได้ร่วมกับหน่วยงานหลายภาคส่วนกำกั
นายอาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ภารกิจหนึ่งของ กรมส่งเสริมการเกษตรคือ การถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ เพื่อให้เกษตรกรสามารถทำการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มผลผลิตการเกษตรอย่างมีคุณภาพ สำหรับไม้ผลที่ได้รับความนิยมจากคนยุคใหม่อย่างอะโวกาโด การพัฒนาสายพันธุ์ให้มีคุณภาพ ผลผลิตรสชาติดีเป็นที่ต้องการของตลาดจึงถือเป็นโอกาสดีในการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร ล่าสุด กรมส่งเสริมการเกษตร นำพาราฟิล์ม (Parafilm) มาประยุกต์ใช้ในการเกษตร ทดแทนการใช้ถุงพลาสติกในขั้นตอนการเปลี่ยนยอดพันธุ์ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากพาราฟิล์มมีคุณสมบัติช่วยรักษาความชื้นได้ดี ทำให้การเปลี่ยนยอดพันธุ์ดีมีประสิทธิภาพสูง โดยพาราฟิล์มทำมาจากส่วนผสมของ โพลีโอเลฟินส์ (Polyolefins) และพาราฟิน แว็กซ์ (Paraffin Waxes) คุณสมบัติเด่นคือ มีความยืดหยุ่นสูง สามารถแลกเปลี่ยนอุณหภูมิและความชื้นกับสิ่งแวดล้อมได้ดี และสามารถย่อยสลายในธรรมชาติได้อย่างรวดเร็ว จึงนิยมใช้เป็นวัสดุสำหรับการปิดผนึกอุปกรณ์ในห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ เช่น เพลท เป็นต้น รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร
ทุเรียน ผลไม้เศรษฐกิจลือชื่อของไทย ที่เขายกกันให้เป็นราชาแห่งผลไม้ (King of Fruit) แหล่งปลูกมากก็ฝั่งตะวันออกแถบจังหวัดจันทบุรี ระยอง ตราด กับทางภาคใต้บางจังหวัด มักจะพูดติดปากกันว่า “ทุเรียนต้องที่จันทบุรี’ หรือ ‘ทุเรียนจันท์’ ” อันนั้นก็ว่ากันไป แต่ยุคสมัยใหม่ อะไรๆ ก็เปลี่ยนแปลงไปได้ และเร็วกว่าที่เราคาดคิดกัน ความเชื่อและค่านิยมที่แตกต่าง ช่วยสร้างแหล่งผลิตทุเรียนใหม่ๆ ขึ้นมา ทั้งภาคอีสาน ตะวันตก และเหนือตอนล่าง ล่าสุดอีกแห่งที่ปลูกทุเรียนหมอนทองได้คุณภาพดี เป็นที่นิยมชมชอบของลูกค้า ก็ต้องเป็น “ทุเรียนหมอนทองป่าละอู” จากอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ล่าสุด ด้วยรสชาติฟินได้ที่ มีความหวานมัน กลิ่นหอมละมุน เนื้อแห้งละเอียด นุ่มเนียน เมล็ดลีบ เหมาะที่จะซื้อเป็นของฝากได้อย่างมั่นใจ ฤดูกาลที่จะถึงนี้ ไม่ต้องขึ้นไปถึงป่าละอู แวะไปชิมช้อปกันได้ที่ ร้าน “เจ๊เขียวซีฟู๊ด” หมู่บ้านเขาตะเกียบ อำเภอหัวหิน ช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2563 ศกนี้ ทัวร์ป่าละอู ตามดูสวนทุเรียนหมอนทอง เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสกลับไปหัวหินบ้านเกิด เพื่อร่วมกิจกรรมกับญาติพี่น้
บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) ลงนาม เอ็มโอยู ร่วมกับ กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พัฒนาส่งเสริมเกษตรกรตามนโยบาย “ตลาดนำการเกษตร” ประเดิมรับซื้อเผือกหอม สระบุรี 5,000 กิโลกรัม กู้วิกฤตโควิด-19 กระทบชาวไร่ พร้อมวางแผนร่วมกันระยะยาวพัฒนาสินค้าเกษตรคุณภาพ ตอบโจทย์กลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารทั่วประเทศ นางศิริพร เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการสื่อสารองค์กร บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบกับภาคการเกษตรอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเกษตรกรที่มีความเปราะบางในด้านการระบายผลผลิต ที่กว่าครึ่ง กำลังอยู่ในช่วงเก็บเกี่ยว มีผลผลิตพร้อมขาย แต่ด้วยระบบขนส่งและโลจิสติกส์ที่ชะงักงันในช่วงภาวะโควิด-19 ผลผลิตระบายไม่ทัน แม็คโคร จึงร่วมกับ กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ พัฒนาและส่งเสริมกลุ่มผู้ผลิตสินค้าเกษตร ด้วยการใช้กลยุทธ์ ตลาดนำการเกษตร สนับสนุนการกระจายสินค้าผ่านสาขาของแม็คโคร สู่ผู้ประกอบการร้านอาหาร พร้อมยกระดับคุณภาพให้ผลผลิตมีความสม่ำเสมอและขายได้ราคา” “สิ่งที่แม็ค
ตลาดซื้อขายมังคุดแบบประมูล จังหวัดตราด คึกคัก เกษตรกร พ่อค้า และล้ง ใช้ระบบออนไลน์ เป็นกลไกการซื้อขาย ลดการสัมผัส เว้นระยะ และการสนทนา ตามมาตรการลดการแพร่เชื้อโควิด-19 ของรัฐบาล รวดเร็วทันใจราคาเป็นไปตามความพึงพอใจทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย เผยประสบความสำเร็จเตรียมขยายผลสู่การซื้อขายผลผลิตทางการเกษตรพื้นที่อื่นๆ ของภาคตะวันออกต่อไป นายดำรงฤทธิ์ หลอดคำ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยถึงสถานการณ์ผลไม้ภาคตะวันออกปี 2563 ว่าผลไม้ 4 ชนิด ประกอบด้วย ทุเรียน มังคุด ลองกอง และเงาะ มีผลผลิตโดยรวมประมาณ 700,000 ตัน การกระจายตัวหรือผลผลิตออกมามากไม่พร้อมกัน “สำหรับทุเรียนทางประเทศจีนซึ่งเป็นตลาดใหญ่ได้เปิดด่านให้การขนส่งเข้าประเทศได้แล้วตลาดจึงไม่มีปัญหา แต่ที่อาจกระจายไม่ทันก็คือมังคุดกับเงาะ ซึ่งพื้นที่ 3 จังหวัดภาคตะวันออกปี 2563 มังคุดมีผลผลิตประมาณ 210,000 ตัน ช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงปลายเดือนมิถุนายนผลผลิตจะเหลือประมาณ 20,000 กว่าตัน ซึ่งถือว่ามากพอสมควรและส่วนใหญ่ลูกเล็กไม่ได้ขนาดตามที่ตลาดต้องการเนื่องจากประสบปัญหาฝนทิ้งช่วงในช่วงที่
นายทวี มาสขาว รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยถึงสถานการณ์การผลิตผลไม้ภาคตะวันออก ปี 2563 ในจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด ได้แก่ ทุเรียน มีผลผลิต 550,035 ตัน มังคุด 212,345 ตัน เงาะ 210,637 ตัน และลองกอง 22,484 ตัน ปริมาณรวมทั้งสิ้น 995,501 ตัน โดยผลผลิตทุกชนิดเพิ่มขึ้นจาก ปี 2562 เนื่องจากสภาพอากาศเอื้ออำนวยต่อการออกดอกติดผล และราคาดีจูงใจให้เกษตรกรบำรุงดูแลรักษาผลผลิตดีขึ้น ขณะนี้ผลไม้ทั้ง 4 ชนิด เก็บเกี่ยวแล้ว 598,246 ตัน คิดเป็นร้อยละ 60.09 คงเหลือผลไม้ที่ยังไม่เก็บเกี่ยว 397,255 ตัน หรือร้อยละ 39.91 (ข้อมูล ณ วันที่ 18 พ.ค. 2563) โดยเฉพาะทุเรียน มังคุด และเงาะ มักกระจุกตัว (Peak) ในช่วงเดือนพฤษภาคม สำหรับราคาจำหน่ายผลไม้ ราคาเฉลี่ย 3 จังหวัด ทุเรียน แบ่งเป็น ทุเรียนหมอนทองเกรดส่งออก ราคา 104.33 บาท/กิโลกรัม หมอนทองคละ 90 บาท/กิโลกรัม และชะนีคละ 45 บาท/กิโลกรัม เงาะ แบ่งเป็น เงาะ (คละ) 20.67 บาท/กิโลกรัม มังคุด แบ่งเป็นมังคุดส่งออก เกรด A 61 บาท/กิโลกรัม เกรด B 50 บาท/กิโลกรัม มังคุดคละ 57 บาท/กิโลกรัม และตกเกรด 25.67 บาท/กิโลกรัม ลองกอง แบ่งเป็น ช่อเกรด A 40 บาท/กิโลกรัม ช่อเก
กรมส่งเสริมการเกษตร เตือนเกษตรกรวางแผนรับมือฝนทิ้งช่วงกลางฤดูฝน ปี 2563 แนะปลูกพืชอายุสั้น เก็บเกี่ยวผลผลิตไว และสร้างแหล่งกักเก็บสำรองน้ำเพื่อการเกษตร นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาเรื่องการเข้าสู่ฤดูฝนของประเทศไทย พ.ศ. 2563 ที่เข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการตามเกณฑ์ทางอุตุนิยมวิทยาตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป และจะสิ้นสุดลงในช่วงกลางเดือนตุลาคม 2563 โดยในระยะแรกของฤดู ปริมาณและการกระจายตัวของฝนจะยังไม่สม่ำเสมอ และจะมีปริมาณฝนเพิ่มมากขึ้นในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้ สำหรับช่วงปลายเดือนมิถุนายน – กลางเดือนกรกฎาคม จะมีปริมาณฝนตกน้อย ซึ่งอาจส่งผลให้มีน้ำไม่เพียงพอสำหรับการเกษตรในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทาน ส่วนในช่วงเดือนสิงหาคม – กันยายน จะเป็นช่วงที่มีฝนตกชุกหนาแน่นที่สุด และมีโอกาสสูงที่จะมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนผ่านประเทศไทยตอนบน ประมาณ 1-2 ลูก ส่วนบริเวณภาคใต้นั้นจะมีฝนตกต่อไปอีกจนถึงกลางเดือนมกราคม 2564 ซึ่งถึงแม้ปริมาณฝนรวมทั้งประเทศปีนี้จะน้อยกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 5 แต่เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาจะมีปริมาณ
ปี 2563 เป็นอีกปีที่ประเทศไทยประสบปัญหาภัยแล้งรุนแรง เนื่องจากฤดูฝน 2562 ที่ผ่านมา มีฝนตกน้อยมาก ทำให้ปริมาณน้ำที่กักเก็บเอาไว้ในเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำ ที่เรียกว่า “น้ำต้นทุน” สำหรับใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคและภาคการเกษตรมีปริมาณต่ำกว่าความต้องการใช้จริง จังหวัดลพบุรีเองแม้มีอู่น้ำ คือ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอพัฒนานิคม แต่จังหวัดลพบุรีก็ประสบความขาดแคลนน้ำจากวิกฤตภัยแล้งเช่นเดียวกับพื้นที่อื่นๆ พืชเศรษฐกิจจังหวัดลพบุรี คุณธีระศักดิ์ ขุมเงิน เกษตรจังหวัดลพบุรี กล่าวว่า จังหวัดลพบุรี มีพื้นที่ทั้งหมด 4.06 ล้านไร่ เป็นพื้นที่เกษตรกรรม 2.87 ล้านไร่ (70% ของพื้นที่ทั้งหมด) โดยมีพื้นที่ศักยภาพในการปลูกข้าวทั้งหมด 9 แสนไร่ ในปีการผลิต 2562/63 สำหรับ ข้าวนาปรัง ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2562-มีนาคม 2563 มีพื้นที่ปลูกกว่า 52,955 ไร่ ในพื้นที่ 9 อำเภอ แบ่งเป็นข้าวนาปรังนอกเขตชลประทาน 2,660 ไร่ ข้าวนาปรังในเขตชลประทาน 50,295 ไร่ ซึ่งมีกำหนดเก็บเกี่ยวในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2563-ต้นเดือนมีนาคม 2563 ประมาณ 28,000 ไร่ สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ เนื่องจากข้าวได้อา
กระแสตอบรับเว็บไซต์ตลาดเกษตรกรออนไลน์ล้นหลาม หลังเปิดตัวสัปดาห์เดียว กรมส่งเสริมการเกษตรเตรียมคัดเลือกสินค้าคุณภาพเพิ่มในระยะต่อไป นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ตามที่กรมส่งเสริมการเกษตรได้เปิดตัวเว็บไซต์ “www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com” ภายใต้สโลแกน “เกษตรกรจริงจริง ทุกสิ่งปลอดภัย เพียงคุณสั่ง เราพร้อมส่ง” ไป เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2563 เพื่อเป็นสื่อกลางในการนำสินค้าเกษตรคุณภาพดี จากกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ Smart Farmer (SF) Young Smart Farmer (YSF) วิสาหกิจชุมชน และองค์กรเกษตรกรอื่นๆ จากทั่วประเทศ ให้ถึงมือผู้บริโภคด้วยการตลาดออนไลน์ ปรากฏผลว่าตลาดเกษตรกรออนไลน์.com ระยะที่หนึ่ง 7 วันแรก ระหว่างวันที่ 29 เมษายน – 6 พฤษภาคม 2563 มียอดผู้เข้าชมสะสม จำนวน 29,884 ครั้ง หรือเฉลี่ยวันละ 4,269 ครั้ง เกษตรกรมียอดจำหน่ายสินค้ารวมทุกรายการ ทุกช่องทาง online รวมเป็นเงิน 4,361,431 บาท หรือเฉลี่ยจังหวัดละ 56,642 บาท โดยจังหวัดที่เกษตรกรมียอดจำหน่ายสินค้ารวมมากกว่า 100,000 บาท มีจำนวน 14 จังหวัด เรียงลำดับจากยอดขายสูงสุด ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น สกลนคร ราชบุรี ตราด พิษณุโลก พัง
