กรมส่งเสริมการเกษตร
การเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจและแมลงผสมเกสร กำลังกลายเป็นกระแสสำคัญของเกษตรยุคใหม่ เพราะไม่เพียงช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร แต่ยังมีบทบาทสำคัญต่อการรักษาสมดุลของระบบนิเวศและความมั่นคงทางอาหารของโลก ในมุมมองของ นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร การส่งเสริมการเลี้ยงแมลงผสมเกสรถือเป็นหนึ่งในวิธีอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่จับต้องได้ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับภาคเกษตรกรรมไทยและโลก การส่งเสริมการเกษตรในปัจจุบันจึงให้ความสำคัญกับการสนับสนุนเกษตรกรให้เลี้ยงแมลงเศรษฐกิจ เช่น ผึ้ง เพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งของการทำเกษตรแบบยั่งยืน และส่งเสริมให้การเลี้ยงได้รับมาตรฐาน GAP “ประเทศไทยมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเพาะเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ผึ้งพันธุ์ ผึ้งโพรง ชันโรง จิ้งหรีด และครั่ง ซึ่งล้วนมีคุณค่าทั้งในเชิงเกษตรและเชิงเศรษฐกิจ ผลผลิตจากแมลงเหล่านี้สามารถแปรรูปเป็นสินค้ามูลค่าเพิ่ม และมีโอกาสเติบโตได้ดีในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ” นายพีรพันธ์ กล่าว นายพีรพันธ์ ยังกล่าวต่ออีกว่า ผลิตภัณฑ์อย่างเช่น “น้ำผึ้ง” ยังเป็นที่ต้องการอย่างต่อเนื่อง เกษตรกรสามารถเลี้ยงเพื่อสร้างรายได้เสริม ห
กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือน ตั้งแต่เดือนสิงหาคม2568 นี้ไปจนถึงช่วงเดือนกันยายน 2568 พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทยจะมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกมากที่สุดในรอบปี จากอิทธิพลของร่องมรสุมที่พาดผ่านบริเวณตอนกลางของประเทศและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทย นอกจากนี้อาจได้รับอิทธิพลจากพายุเขตร้อนเคลื่อนเข้ามาสลายตัวใกล้หรือเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง โดยเฉพาะบริเวณทางด้านตะวันออกของประเทศ จึงขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาไว้ด้วย กรณีจะมีฝนตกต่อเนื่องไปจนถึงเดือนกันยายน 2568 จะทำให้มีปริมาณน้ำมากและความชื้นในอากาศสูง อาจทำให้ผลผลิตเสียหายได้ หากเกษตรกรวางแผนการผลิตและดูแลรักษาไม่ดี ดังนั้นเกษตรกรจึงควรวางแผนการปลูกและรักษาพืชผัก ตามคำแนะนำของกรมส่งเสริมการเกษตร โดยใช้ 7 เทคนิคการปลูกพืชผักให้เหมาะกับช่วงฤดูฝน ดังนี้ 1.การเลือกชนิดพืชผักที่เหมาะสม เป็นการเริ่มต้นที่สำคัญ พืชผักที่เหมาะสมสำหรับปลูกในฤดูฝน ได้แก่ ผักที่มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้นจำพวกผักใบ เช่น กวางตุ้ง ผักบุ้งจีน ผักกาดหอม ผักตระกูลกะหล่ำ เช่น กะหล่ำปลี คะน้า ผักเถาเลื้อย เช่น ตำลึง ถั่วลันเตา
กรมส่งเสริมการเกษตร ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนในเขตกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงมาร่วมชมพันธุ์ไม้สายพันธุ์ต่างๆ ซื้อสินค้าเกษตรคุณภาพ และเยี่ยมชมนิทรรศการของกรมส่งเสริมการเกษตรได้ภายในงาน “สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ” ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 8 – 13 สิงหาคม 2568 ณ สวนจากภูผาสู่มหานที ภายในสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา 09.00 เป็นต้นไป นายครองศักดิ์ สงรักษา รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า มูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ได้กำหนดจัดงาน “สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ” ระหว่างวันที่ 8 – 13 สิงหาคม 2568 ณ สวนจากภูผา สู่มหานที ภายในสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม เป็นประจำทุกปี ซึ่งในปีนี้เป็นปีมหามงคล สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา โดยมูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ได้กราบบังคมทูลเชิญ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพ
“พายุโซนร้อนวิภา” ที่เคลื่อนตัวพาดผ่านประเทศไทย ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันหลายพื้นที่ เทคโนโลยีชาวบ้าน จึงขอนำเสนอมาตรการฟื้นฟูพื้นที่การเกษตร หลังน้ำลด ให้เกษตรกรทำการเพาะปลูกพืช สร้างรายได้สู่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง กรณีน้ำท่วมขังเน่าเสียในพื้นที่การเกษตร ทำให้เกิดลูกน้ำและยุงรำคาญ กรมพัฒนาที่ดินได้แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพ สารบำบัดน้ำเสีย สารเร่งซุปเปอร์ พด.6 ซึ่งมีประสิทธิภาพในการย่อยสลายขยะสด ช่วยบำบัดน้ำเน่าเสีย และขจัดกลิ่นเหม็นได้ การฟื้นฟูสวนยางพารา หลังน้ำลดต้องทำอย่างถูกวิธี เพื่อให้ต้นยางกลับมาสมบูรณ์และให้ผลผลิตได้ตามปกติ โดยเริ่มจากระบายน้ำออกจากสวนโดยเร็วที่สุด หากน้ำท่วมขังนานเกิน 30 วัน ควรขุดร่องน้ำเพื่อช่วยระบายน้ำ และหลีกเลี่ยงการเหยียบย่ำหรือใช้เครื่องจักรกลหนักในระยะแรกที่ดินยังเปียกชื้น เมื่อดินแห้งแล้วจึงค่อยพรวนดินบริเวณโคนต้นยางอายุน้อย และใส่ปุ๋ยหมักที่ผสมสารเร่งเพื่อให้ดินฟื้นตัว สำหรับต้นยางที่ได้รับความเสียหาย ให้ตัดแต่งกิ่งและทาปูนขาวบริเวณรอยแผล งดการกรีดยางจนกว่าสภาพต้นยางจะกลับมาสมบูรณ
การดื่มชามีประโยชน์ต่อร่างกายหลายประการ อย่างเช่น “ชาร้อน” ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ยับยั้งจุลินทรีย์ก่อโรค ป้องกันโรคเบาหวาน โรคหัวใจ ป้องกันฟันผุ ต้านอนุมูลอิสระ ต้านมะเร็ง ช่วยผ่อนคลายระบบประสาท ทำให้รู้สึกกระชุ่มกระชวย กระปรี้กะเปร่า เนื่องจากประเทศไทยมีสภาพอากาศร้อนเกือบตลอดทั้งปี คนไทยส่วนใหญ่จึงนิยมดื่มชาในรูปแบบชาไข่มุก หรือชาเย็น เพื่อความสดชื่น ในประเทศไทย เกษตรกรนิยมปลูกชา 2 สายพันธุ์หลัก คือ 1. ชาสายพันธุ์จีน ที่นำเข้ามาจากประเทศไต้หวันและจีนแล้วนำมาปรับปรุงพันธุ์ให้เหมาะสำหรับปลูกในประเทศไทย เช่น พันธุ์อู่หลงเบอร์ 17 หรือ อู่หลงก้านอ่อน อู่หลงเบอร์ 12 หรือชิงซินอู่หลง พันธุ์สี่ฤดู พันธุ์ถิกวนอิม เป็นต้น 2. “ชาไทย” หรือ ชาสายพันธุ์อัสสัม เป็นชาพื้นเมืองดั้งเดิมของไทยที่เติบโตได้ดีภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ ป่าไม่ผลัดใบ ซึ่งเป็นต้นน้ำของแม่น้ำหลายสายในประเทศ ตามภูเขาสูงในแถบภาคเหนือ ชาไทยหรือชาอัสสัม เจริญเติบโตได้ดีภายใต้ร่มเงาของป่า ซึ่งป่าในประเทศไทยมีความชุ่มชื้นเหมาะแก่การเจริญเติบโตของชาชนิดนี้เป็นอย่างดี ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกชาไทยเป็นจำนวนมากในภาคเหนือ เช่น จังหวัดน่าน เ
ยุคนี้ ทุเรียน เป็นไม้ผลขายดี ที่ใครๆ ก็อยากปลูก แต่การปลูกทุเรียนให้ประสบความสำเร็จก็ไม่ใช่เรื่องง่าย หากใครอยากเรียนรู้เทคนิคการปลูกดูแลทุเรียนแบบมืออาชีพ ที่ได้มาตรฐาน GAP เกรดส่งออก ขอแนะนำให้แวะไปเรียนรู้กันที่ “ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตการเกษตร (ศพก.) เขาคิชฌกูฏ” ของ คุณเปี๊ยก หรือ คุณกิติภูมิ พรเจีย ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 90/5 หมู่ที่ 5 ตำบลชากไทย อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ผู้ที่เข้าเยี่ยมชม “ศพก. เขาคิชฌกูฏ” จะได้เรียนรู้เรื่อง การผลิตผลไม้มาตรฐาน GAP เกรดส่งออก ที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บนพื้นที่ดำเนินงาน 6 ไร่ ประกอบด้วย ฐานเรียนรู้การลดต้นทุนการผลิต การจัดการดินและปุ๋ย การอารักขาพืช ฐานเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ เทคโนโลยีการผลิต 4.0 (เครื่องตรวจวัดสภาพอากาศ) และการจัดการสิ่งแวดล้อม (การคัดแยกขยะการเกษตร) เรียกว่า มาสวนคุณลูกหมูแห่งเดียว มีโอกาสเรียนรู้ปลูกดูแลไม้ผลหลากหลายชนิด ทั้ง มังคุด ทุเรียน ลองกอง ฯลฯ คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม หากอยากรู้เขามีเคล็ดลับและเทคนิคบริหารจัดการอย่างไร …ไปหาคำตอบด้วยกันได้เลย สถานีวัดสภาพอากาศอัต
นายสุริยะ คำปวง รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรตามนโยบายเน้นหนักของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พัฒนาต่อยอดพื้นที่การเกษตรของกลุ่มเกษตรกรหรือวิสาหกิจชุมชนที่มีศักยภาพให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อให้บริการแก่นักท่องเที่ยวช่วยสร้างงาน สร้างรายได้หลัก หรือรายได้เสริมให้กับเกษตรกร ครอบครัวเกษตรกรหรือวิสาหกิจชุมชน เพื่อให้มีช่องทางขยายผลจากอาชีพของตน เกษตรกรมองเห็นคุณค่า เกิดความภาคภูมิใจในอาชีพการเกษตร และสามารถพึ่งพาตนเองได้ เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจและชุมชนอย่างยั่งยืน กรมส่งเสริมการเกษตรขับเคลื่อนงานส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ทั้งเจ้าหน้าที่ และวิสาหกิจชุมชน ให้มีความรู้ความเข้าใจด้านการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้ตามความต้องการของนักท่องเที่ยวและตลาดโลก โดยยึดหลักการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ทั้งด้านการวางแผนการดำเนินงาน การควบคุมกิจกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่อย่างเป็นระบบ การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสมาชิกในชุมชนในการดำเนินกิจการด้านการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่ง
กรมส่งเสริมการเกษตร เตรียมจัด “งานชุมนุมยุวเกษตรกรระดับประเทศ ประจำปี 2568” ระหว่างวันที่ 12 – 16 กรกฎาคม 2568 ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ภายใต้แนวคิด “ยุวเกษตรกรนวัตกรรม : สร้างสรรค์เกษตรยุคใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สู่ความยั่งยืน (Innovative Farm Youth: Mindful Creativity for Sustainability)” โดยมียุวเกษตรกรทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า 500 คน นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินการตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการส่งเสริมและพัฒนายุวเกษตรกรมาเป็นเวลากว่า 72 ปี โดยได้ส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มกันของเด็กและเยาวชนที่มีอายุ 10 – 25 ปี ที่มีความสนใจด้านการเกษตร จัดตั้งเป็น“กลุ่มยุวเกษตรกร” เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะอาชีพทางการเกษตร ทักษะการดำเนินชีวิตในสังคม เน้นวิธีการเรียนรู้จากประสบการณ์และการปฏิบัติจริง (Learning by doing) ให้ยุวเกษตรกรมีความสามารถและมีความพร้อมในการสืบทอดอาชีพการเกษตร และมีการจัดงานชุมนุมยุวเกษตรกรทั้งในระดับจังหวัด ระดับเขต และระดับประเทศ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ส
กรมส่งเสริมการเกษตร ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนกว่า 36 หน่วยงาน เดินหน้าขับเคลื่อนห่วงโซ่คุณค่ากาแฟไทย ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ มุ่งยกระดับการผลิตกาแฟคุณภาพ เสริมความเชื่อมั่นด้านตลาด และสร้างรายได้ที่เป็นธรรมแก่เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟทั่วประเทศ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวหลังจากการเป็นประธานในการลงนามบันทึกความเข้าใจฯ ว่า กาแฟ ถือเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ ปัจจุบันกาแฟไทยกำลังเผชิญหน้ากับทั้งโอกาสมหาศาลและความท้าทายที่ซับซ้อนในการก้าวสู่ความยั่งยืนด้านอาหาร การบูรณาการความร่วมมือ จากทุกภาคส่วนจึงเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้ให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ภาพรวมการตลาดของกาแฟไทย ความต้องการใช้เมล็ดกาแฟของโรงงานในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ความต้องการใช้เมล็ดกาแฟของโรงงานแปรรูปเพิ่มขึ้นจาก 80,691 ตัน ในปี 2562/62 เป็น 93,551 ตัน ในปี 2565/66 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.06 ต่อปี และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง รวมถึงแนวโน้มการเติบโตโดยเฉพาะกลุ่มกาแฟสดและกาแฟพิเศษ สะท้อนถึงรสนิยมของผู้บริโภคที่ซับซ้อนและต้องการประสบการณ์ที่หลากหลายมากขึ้น
นายวีรศักดิ์ บุญเชิญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรได้รับมอบหมายจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ดำเนินงานขับเคลื่อนการดำเนินโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่เพื่อปรับเพิ่มผลิตภาพการผลิต สนับสนุนให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มทำการผลิตสินค้าเกษตร ด้านสินค้าพืช ผึ้งและแมลงเศรษฐกิจ มีการบริหารจัดการร่วมกัน เพื่อให้เกิดการรวมกันผลิตและรวมกันจำหน่ายโดยมีตลาดรองรับที่แน่นอน ให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิตและมีผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น รวมทั้งผลผลิตมีคุณภาพได้มาตรฐาน ภายใต้การบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยมีแนวทางที่มุ่งเน้นการเพิ่มผลผลิตและรายได้ของเกษตรกรรายย่อย ด้วยการรวมกลุ่มเกษตรกรเพื่อบริหารจัดการร่วมกันในการผลิตและตลาด สำหรับในปี 2568 กรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการการพัฒนาเกษตรกรเป็นผู้จัดการแปลงขึ้น โดยนำผู้จัดการแปลงจากกลุ่มแปลงใหญ่ปี 2566 ที่มีผลการจัดชั้นคุณภาพ เกรด A แปลงใหญ่ที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมและพัฒนาเพื่อเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานและบริการมูลค่าสูง และแปลงใหญ่ข้าว มารับการถ่ายทอดความรู้จากวิทยากรผู้มีความเชี่ยวชาญในหลักสูตรการพั
