กรมส่งเสริมการเกษตร
กรมส่งเสริมการเกษตร แจ้งเตือนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เฝ้าระวังบั่วศัตรูข้าว เนื่องจากพยากรณ์อากาศในระยะนี้รายงานว่าภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีอากาศเย็นในตอนเช้าและยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง โดยบั่วจะระบาดมากในพื้นที่ที่มีความชื้นสัมพัทธ์สูง กรมส่งเสริมการเกษตรจึงขอเตือนให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวทุกพื้นที่โดยเฉพาะภาคเหนือ หมั่นสำรวจแปลงนา เมื่อพบบั่วศัตรูข้าวดังกล่าวในแปลงนาเพาะปลูกของตน ควรรีบป้องกันกำจัดอย่างถูกวิธี เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายรุนแรง ซึ่งล่าสุดได้รับรายงานว่าเริ่มพบบั่วทำลายนาข้าวแล้วในพื้นที่จังหวัดเชียงราย พะเยา และอุตรดิตถ์รวม 460 ไร่ ลักษณะการทำลายของบั่ว หนอนบั่วจะเข้าทำลายส่วนเจริญของตายอดข้าว สามารถสังเกตเห็นอาการเป็นหลอดคล้ายหลอดหอม เรียกว่า หลอดบั่ว ซึ่งเมื่อถูกทำลาย ต้นข้าวจะแคระแกรน ลำต้นกลมเตี้ย มีสีเขียวเข้ม และยอดที่ถูกทำลายจะไม่ออกรวง ทำให้ไม่ได้ผลผลิตข้าวตามที่ต้องการโดยหนอนบั่ว มีลักษณะคล้ายหนอนแมลงวันลักษณะหัวท้ายเรียว ในส่วนของตัวเต็มวัยนั้น จะมีลักษณะคล้ายยุง ลำตัวมีสีน้ำตาลปนเหลือง ลำตัวยาว 3-4 มิลลิเมตร หนวดมีสีดำ โดยบั่วเพศเมียจะวางไข่ใต้ใบข้
ภายในสวนยางอ่อนก่อนเปิดกรีด สามารถปลูกพืชอื่นได้หลากหลายชนิดที่เรียกว่าพืชแซมยางและพืชร่วมยาง ซึ่งชาวสวนยางขนาดเล็กจะคุ้นเคยกับการปลูกข้าวไร่ พืชไร่ หรือพืชผักในสวนยางเพื่อบริโภคในครัวเรือน หรือจำหน่ายเพื่อเสริมรายได้ในครอบครัว พืชแซมยางและพืชร่วมยางควรจะเป็นพืชที่ไม่รบกวนต่อการเจริญเติบโตของต้นยางหรือทำให้ผลผลิตของต้นยางลดลง โดยปลูกระหว่างแถวยางในขณะที่ต้นยางมีอายุไม่เกิน 3 ปี ส่วนพืชร่วมยางคือ พืชที่ปลูกระหว่างแถวยางโดยอาศัยร่มเงาของต้นยางเพื่อการเจริญเติบโตและให้ผลผลิต สามารถปลูกได้ตั้งแต่ต้นยางมีอายุ 3 ปีขึ้นไป ดังในพื้นที่ภาคตะวันออกภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง นำแนวทางดังกล่าวมาปฏิบัติจนประสบความสำเร็จ ด้วยการส่งเสริมให้เกษตรทฤษฎีใหม่ที่จัดพื้นที่ส่วนหนึ่งปลูกยางพารา นำกล้วยป่ามาปลูกเป็นพืชแซม เช่น กรณีของแปลงส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ ของ คุณละมัย สนวัตร์ เกษตรกร หมู่ที่ 6 ตำบลหนองไร่ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ น้อมนำหลักการการทำเกษตรแบบทฤษฎีใหม่ของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยให้การส่งเสริมตามหลักเศรษฐกิจพ
ส้มเป็นผลไม้ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศและเป็นที่นิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลายหลากหลายสายพันธุ์ มีพื้นที่ปลูกทั้งหมด 128,046 ไร่ แหล่งเพาะปลูกที่สำคัญ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ สุโขทัย กำแพงเพชร แพร่ และจังหวัดเชียงราย มีผลผลิตออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ แต่เกษตรกรผู้ปลูกส้มต้องประสบกับปัญหาโรคและแมลงศัตรูส้มรบกวน ดังนั้น การปลูกและดูแลสวนส้ม เกษตรกรจึงต้องใส่ใจในทุกขั้นตอนและให้ความสำคัญกับปัจจัยที่มีผลต่อการปลูกส้ม คือ ดินต้องเป็นดินร่วน มีความซุยในดินดี น้ำต้องถึงไม่ขาด และการให้ธาตุอาหารที่สมบูรณ์เป็นเรื่องสำคัญ ปุ๋ยที่ให้กับส้มควรมีธาตุอาหารที่ตรงตามความต้องการของส้ม รวมถึงการใช้สารเคมีในป้องกันกำจัดศัตรูพืชในส้ม หากเกษตรกรยังขาดความรู้ความเข้าใจในการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชอย่างถูกต้องและปลอดภัย ก็จะอาจก่อให้เกิดสารตกค้างในผลผลิตและเป็นอันตรายต่อตัวเกษตรกร ผู้บริโภค สิ่งแวดล้อม กระทบกับการส่งออกได้ องค์ประกอบที่สำคัญในการปลูกส้ม ประกอบด้วย 1. สภาพอากาศ 2. ดิน 3. น้ำ 4. การปฏิบัติของเกษตรกร ได้แก่ การใส่ปุ๋ย การจัดการศัตรูพืช กรมส่งเสริมการเกษตรได้ให้ความส
จากสถานการณ์ปุ๋ยเคมีที่มีราคาแพงและผันผวน กรมส่งเสริมการเกษตรมีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน ปรับปรุงความเป็นกรดเป็นด่างของดินให้เหมาะสม ใช้ปุ๋ยแบบผสมผสาน (ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยชีวภาพ) และใช้พืชปุ๋ยสด มีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้มีการผลิตและใช้ปุ๋ยอินทรีย์และวัสดุอินทรีย์อย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมสนับสนุนให้ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) เป็นต้นแบบและกลไกในการขยายผลการปรับประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการจัดการดินและปุ๋ยอย่างเหมาะสมสู่ชุมชน โดยเทคโนโลยีที่เกษตรกรสนใจใช้เพื่อแก้ปัญหาปุ๋ยแพง คือการผลิตและใช้แหนแดง กรมส่งเสริมการเกษตรร่วมมือกับกรมวิชาการเกษตร ดำเนินโครงการวิจัยการเกษตรขยายผลการผลิตและใช้แหนแดงเพื่อลดต้นทุนการผลิตสู่เกษตรกร ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) ดำเนินการในศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) 9 แห่ง ในพื้นที่จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสระบุรี สมุทรสงคราม ระยอง กาฬสินธุ์ สุรินทร์ พังงา พัทลุง กำแพงเพชร และจังหวัดพะเยา แหนแดงเป็นเฟิร์นลอยน้ำชนิดหนึ่งที่มีขนาดเล็ก เปรียบ
แตงโม มีวิตามินและแร่ธาตุที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง เป็นไม้เถาเลื้อย ขอบใบหยัก ลำต้นมีขน ดอกสีเหลือง ผลกลมและกลมรี เกษตรกรแขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก ได้ปลูกแตงโมพืชเศรษฐกิจสำคัญเป็นพืชหมุนเวียนหลังการเก็บเกี่ยวข้าวหรือฤดูแล้ง ในโครงการส่งเสริมการปลูกพืชหลากหลายฤดูนาปรังช่วยทำให้โครงสร้างดินดีมีคุณภาพ หรือเพื่อการยกระดับรายได้ นำไปพัฒนาคุณภาพชีวิตสู่ความมั่นคง คุณจันทิรา บวรรัตนสุภา เกษตรกรุงเทพมหานคร สำนักงานเกษตรพื้นที่กรุงเทพมหานคร เล่าให้ฟังว่า สภาพพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ราบลุ่ม มีพื้นที่การเกษตร 120,450 ไร่ เกษตรกร 7,032 ครัวเรือน พืชที่สำคัญ ได้แก่ พื้นที่ทำนา 87,397 ไร่ เกษตรกร 3,328 ครัวเรือน กล้วยไม้ 1,514 ไร่ เกษตรกร 243 ครัวเรือน ไม้ดอกไม้ประดับรวมสนามหญ้า 488 ไร่ เกษตรกร 94 ครัวเรือน พืชผัก 2,188 ไร่ เกษตรกร 658 ราย และอื่นๆ สถานการณ์ปัจจุบัน เกษตรกรจะปลูกพืชเชิงเดี่ยว ใช้วิธีการแบบเดิมๆ มีความเสี่ยงกับดินฟ้าอากาศผันแปร ผลผลิตที่ได้รับไม่คุ้มทุนหรือมีความเสี่ยงด้านการตลาด จึงส่งผลกระทบต่อรายได้ที่ทำให้ไม่มั่นคงต่อการยังชีพ ก้าวสู่วิถีใหม่ ตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา สำนั
นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เข้ารับมอบรางวัลเลิศรัฐประจำปี 2567 รวม 18 ผลงาน โดยแบ่งเป็น รางวัลการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ 1 ผลงาน และรางวัลการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ระดับดีเด่น 12 ผลงาน ระดับดี 5 ผลงาน เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2567 ณ เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี โดยรางวัลดังกล่าว เป็นรางวัลที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) มีมติมอบรางวัล ให้กับหน่วยงานที่มีผลการดำเนินการเป็นเลิศ ทั้งในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการภาครัฐ การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐและเปิดระบบราชการให้ภาคส่วนอื่นเข้ามามีส่วนร่วม นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า สำหรับ 18 ผลงานของกรมส่งเสริมการเกษตร ประกอบด้วย รางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ รายหมวด จำนวน 1 ผลงาน ได้แก่ หมวด 1 ด้านการนำองค์การและความรับผิดชอบต่อสังคม รางวัลการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ประเภทเลื่องลือขยายผล ระดับดีเด่น จำนวน 1 ผลงาน ได้แก่ การบริหารจัดการศัตรูพืชชุมชนตำบลแม่ตื่นอย่างยั่งยืนด้วยโรงพยาบาลพืชชุมชน โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน และศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช จังหว
นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากการประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานของคณะกรรมการเครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) และแปลงใหญ่ระดับประเทศ ครั้งที่ 4/2567 ณ จังหวัดสุโขทัย คณะกรรมการฯ มุ่งเน้นการยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง โดยจะค้นหาปัญหา อุปสรรค โอกาส และแนวทางการพัฒนา สินค้าเกษตรใน 4 กลุ่มสินค้า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ 1. ข้าว (เมล็ดพันธุ์ GAP) 2. มันสำปะหลัง 3. โค 4. พืชผัก ผลไม้ พืชสวน (การผลิตเมล็ดพันธุ์เพื่อจำหน่าย) เพื่อแก้ปัญหาต้นทุนการผลิตสูง การขาดแคลนแรงงาน การขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ โรค สภาพอากาศแปรปรวน โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ และหาตลาดที่เหมาะสมให้เกษตรกร ด้านคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่ ระดับประเทศ ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาให้เกษตรกรใน 3 ประเด็นหลัก คือ ลดการเผา มาตรฐาน GAP และการขาดแคลนน้ำ ดังนี้ 1. ผลักดันให้รัฐบาลส่งเสริมให้เกษตรกรนำเศษวัสดุเหลือใช้จากภาคการเกษตรมาทำปุ๋ย/ชีวมวลมากขึ้น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและลดการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม 2. ขับเคลื่อนมาตรฐาน GAP ข
สยามคูโบต้า เดินหน้าจัดงาน INNO SHOWCASE ร่วมกับ กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความรู้บันทึกปฏิทินการเพาะปลูก หรือ KAS Crop Calendar on LINE พร้อมต่อยอดแรงบันดาลใจในการทำนาจากเกษตรกรต้นแบบ ตลอดจนเคล็ดลับความสำเร็จของ Young Smart Farmer ผู้ชนะจากโครงการปีแรก เพื่อเตรียมความพร้อมรับสมัครเกษตรกรรุ่นใหม่เข้าร่วมโครงการ “คูโบต้า กล้า | ท้า | ปลูก” ปีที่ 2 นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า สยามคูโบต้า พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมและผลักดันด้านเทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตร องค์ความรู้ในด้านการเกษตร รวมไปถึงนวัตกรรมและโซลูชันต่างๆ พร้อมกันนี้ยังต้องการสร้างแรงบันดาลใจในการทำเกษตรโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่หรือ Young Smart Farmer สยามคูโบต้าจึงได้มีการส่งเสริมให้เกิดการใช้ “บันทึกปฏิทินการเพาะปลูก หรือ KAS Crop Calendar on LINE” ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่ครอบคลุมการเพาะปลูกในแต่ละพืชตลอดทั้งกระบวนการ พร้อมต่อยอดความสำเร็จโครงการ “คูโบต้า กล้า | ท้า | ปลูก” ปีที่ 2 จัดเดินสาย 5 จุดทั่วไทย ได้แก่ จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดน
จากปัญหาที่เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตสูง ผลผลิตที่ไม่มีคุณภาพ สินค้ามีปริมาณมากเกินความต้องการของตลาด และได้ผลตอบแทนต่ำ สาเหตุหนึ่งเกิดจากเกษตรกรปลูกพืชในพื้นที่เหมาะสมน้อยหรือไม่เหมาะสม จึงต้องใช้ปัจจัยการผลิตในปริมาณมากกว่าที่ควรจะเป็น ทำให้มีต้นทุนการผลิตสูง ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน แถมส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและทางสังคม กรมส่งเสริมการเกษตรจึงดำเนินโครงการบริหารจัดการการผลิตสินค้าเกษตรตามแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri – Map) ให้เกษตรกรมีองค์ความรู้ด้านการเกษตร เทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ รู้จักวางแผนการผลิตสินค้าเกษตรได้เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ และปัจจัยทางเศรษฐกิจอื่น ๆ นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า หลังจากเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนการปลูกพืชให้เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ได้ผลผลิตต่อไร่เพิ่มมากขึ้น มีรายได้เพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัว ตัวอย่างเช่น นางสาวสมเกียรติ์ ลานอก เกษตรกรผู้ปลูกข้าว บ้านหัวสะพาน หมู่ที่ 6 ตำบลวังตะเฆ่ อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ แต่พื้นที่ดังกล่าวไม่เหมาะสำหรับการปลูกข้าว
ในปีนี้ ประเทศไทยประสบปัญหาอุทกภัยในวงกว้าง สร้างความเสียหายต่อพื้นที่การเกษตรหลายจังหวัด ขณะนี้หลายพื้นที่น้ำท่วมลดลงเข้าสู่ภาวะปกติ สามารถเริ่มต้นเพาะปลูกพืชได้อีกครั้ง กรมส่งเสริมการเกษตรมีคำแนะนำสำหรับการปลูกผักหลังจากน้ำลด รวมทั้งวิธีปรับปรุงดินอย่างไรให้ผักที่ปลูกปลอดโรค นอกจากนี้ ชนิดของผักที่จะปลูกหลังจากน้ำลด ควรเป็นผักที่มีอายุสั้น เก็บผลผลิตได้เร็ว และตลาดนิยมบริโภค และพันธุ์พืชที่ใช้ควรเลือกให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ควรเป็นพันธุ์ที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อมได้ดี การเตรียมดิน ระยะแรกที่ดินยังเปียกอยู่ ไม่ควรให้คน สัตว์เลี้ยง และเครื่องจักร เข้าไปในพื้นที่ จะทำให้โครงสร้างของดินจับตัวกันแน่น ทำให้ยากต่อการปรับปรุงดิน กรณีที่มีน้ำขังควรหาทางระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด ให้ขุดดินและตากดินไว้ 2-3 วัน และควรใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่าคลุกเคล้าดินเพื่อให้ดินมีคุณสมบัติทางกายภาพในการปลูกพืชดีขึ้น หรือใช้ปูนขาวหรือโดโลไมท์ช่วยปรับปรุงดินด้วย เพื่อป้องกันปัญหาโรครากเน่า วิธีการปลูกผัก หากสภาพพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขังอยู่หรือสภาพดินยังแฉะมาก ควรใช้วิธีการปลูกด้วยต้นกล้า จะทำให้ผักเจริญเติบ
