กรมส่งเสริมการเกษตร
กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมจัดนิทรรศการในงาน “สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ” ประจำปี 2567 จัดเต็มกล้วยไม้หลากสายพันธุ์ จุดไฮไลต์อุโมงค์กล้วยไม้ ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกล้วยไม้ และแจกกล้วยไม้ฟรี นายครองศักดิ์ สงรักษา รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า มูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดงาน “สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ” ประจำปี 2567 ระหว่างวันที่ 9 – 14 สิงหาคม 2567 ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ถนนกำแพงเพชร 2 เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2567 และเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 นำเสนอผ่านการจัดแสดงนิทรรศการเผยแพร่โครงการพระราชดำริตามพระราชปณิธาน “สืบสาน รักษา และต่อยอด” ให้ประชาชนรับทราบและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งในวันที่ 10 สิงหาคม 2567 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุ
ปัจจุบันพื้นที่ปลูกข้าวในประเทศไทยโดยเฉลี่ยมีประมาณ 65 ล้านไร่ คิดเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่ทั้งประเทศ ในแต่ละรอบการผลิตจะมีฟางข้าวเฉลี่ยประมาณปีละ 25.45 ล้านตัน และมีปริมาณตอซังข้าวที่ตกค้างอยู่ในนาข้าว 16.9 ล้านตันต่อปี ดังนั้น จึงนับได้ว่ามีปริมาณฟางข้าวและตอซังข้าวมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับตอซังพืชชนิดอื่น มองปัญหา ทำความเข้าใจ นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ในพื้นที่ปลูกข้าว 1 ไร่ จะมีปริมาณฟางข้าวและตอซัง โดยเฉลี่ยปีละ 650 กิโลกรัม ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการฟางข้าวและตอซัง เพื่อเป็นทางเลือกในการเพิ่มรายได้และผลผลิตทางการเกษตร ส่งผลให้เกษตรกรส่วนใหญ่ตัดสินใจเผาฟางข้าวและตอซังเพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับการปลูกพืชหมุนเวียนต่างๆ จนทำให้ฟางถูกเผาทิ้งอย่างน่าเสียดาย การเผาฟางนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม จนกลายเป็นมลภาวะและก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก ขับเคลื่อนนโยบาย 3R กรมส่งเสริมการเกษตรได้ขับเคลื่อนนโยบาย 3R หรือ 3 เปลี่ยน ตามนโยบายรัฐบาลเป็นแ
กรมส่งเสริมการเกษตรพัฒนาแปลงใหญ่ เสริมสร้างศักยภาพผู้จัดการแปลง สร้างคีย์แมนบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่อุปทาน นายวีรศักดิ์ บุญเชิญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ในปี 2567 กรมส่งเสริมการเกษตรเน้นขับเคลื่อนงานถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร ส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรของเกษตรกรให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตร และเพิ่มรายได้ของเกษตรกร ตลอดจนดูแลคุณภาพชีวิตของเกษตรกร โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ ที่มีจุดเด่นในการผลักดันให้เกษตรกรสมาชิกได้ร่วมกันการบริหารจัดการ ทั้งในด้านการจัดหาปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพดี ราคาถูก และการใช้เทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสม เพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ตลอดจนการจัดการด้านการตลาด ช่วยพัฒนาเกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น มีการพัฒนาเชิงพื้นที่ตามศักยภาพ สู่การพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรตามความต้องการตลาด โดยการดำเนินงานยึดพื้นที่เป็นหลัก บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมีผู้จัดการแปลงเป็นผู้บริหารจัดการพื้นที่ในทุกกิจกรรม ตลอดห่วงโซ่อุปทาน สำหรับผลจากการดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่า ตั้งแต่ปี 2559-2567 มีแปลงใหญ่ที่ขึ้นท
ศูนย์การค้า ธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ร่วมกับ กรมส่งเสริมการเกษตร จัดงาน “เทศกาลผลไม้ และบุฟเฟต์ทุเรียน” ภายใต้ชื่อ Fruitamin Festival & Durian Buffet เพื่อเป็นการส่งเสริมการค้าขายสินค้าภาคเกษตร และเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ของตนเองต่อผู้บริโภคโดยตรง ภายในงานนี้ จะได้พบกับสินค้าผักและผลไม้สดจากสวน รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปหลากหลายชนิดจากฟาร์มของเกษตรกรตัวจริง อาทิ ทุเรียนหมอนทอง มังคุด ขนุน เสาวรส และมัลเบอร์รี่แปรรูป สิ่งทอ และของใช้มากมายให้เลือกสรร และนอกจากนี้ ยังมีไฮไลต์ “บุฟเฟต์ทุเรียน” ที่ให้เลือกรับประทานอย่างจุใจ ขอเชิญประชาชนและผู้สนใจร่วมสนับสนุนเกษตรและเพลิดเพลินกับบุฟเฟต์ทุเรียนสุดอร่อยได้ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม-11 มิถุนายน 2567 ณ ศูนย์การค้า ธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ บุคคลในภาพ นายพิเชษฐ ศรีธัญญานพกิจ กรรมการผู้จัดการ (ที่ 3 จากซ้าย) นางสาวมณฑกาฬ ลีมา ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมธุรกิจเกษตร (ที่ 4 จากซ้าย) นางสาวปาณิศา เมืองแก้ว ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ Marketing – Leasing (ที่ 2 จากซ้าย) คุณปุณยฉัตร์ ศรีวสุธนบูรณ์ General Manager บริษัท แฮปปี้ ควีน จำกัด (ที่ 5 จา
สาย ภาษาท้องถิ่นภาคใต้ฝั่งอันดามัน หมายถึง สาหร่าย มีคุณประโยชน์นานัปการ ชาวบ้านที่อาศัยบริเวณชายฝั่งทะเลเก็บบริโภคมาช้านาน โดยสามารถนำมาบริโภคสดจิ้มกับน้ำพริกกะปิ หรือน้ำจิ้มซีฟู้ด หรือจะนำมายำกับหมึกหรือกุ้งก็เข้ากันได้ดี ทุกคนที่ได้รับประทานต่างติดใจในรสชาติและเนื้อสัมผัสเมื่อเคี้ยวโดนเม็ดสาหร่ายจะกรุบกรอบทำให้รับประทานได้ไม่เบื่อ ในต่างประเทศ สาหร่ายทะเล ก็เป็นอาหารที่นิยมบริโภคมาเป็นเวลานาน ประเทศที่นิยมบริโภคสาหร่ายทะเล ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ฟิลิปปินส์ เป็นต้น นอกจากนี้ สาหร่ายทะเลยังมีประโยชน์หลากหลาย ไม่ว่าจะใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เป็นส่วนประกอบของเครื่องสำอาง ปุ๋ย ยารักษาโรค อาหารสัตว์ เป็นต้น ในปัจจุบัน มีการนิยมบริโภคสาหร่ายทะเลมากขึ้น เนื่องจากสาหร่ายทะเลมีคุณประโยชน์มากมาย จัดเป็นอาหารสุขภาพ ประเทศที่มีการเลี้ยงและส่งออกสาหร่ายมีหลายประเทศ เช่น ประเทศจีน เวียดนาม แคนาดา ฟิลิปปินส์ เป็นต้น ในประเทศไทยนั้นมีการบริโภคสาหร่ายทะเลในจังหวัดทางภาคใต้และภาคตะวันออก โดยรับประทานแทนผัก ในปัจจุบันกรมประมงสามารถเพาะเลี้ยงสาหร่ายทะเลได้หลายชนิด โดยหนึ่งในนั้น ได้แก่ สาหร่ายพวงองุ่น
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา ณ บริเวณหน้าร้านค้าสวัสดิการ กรมส่งเสริมการเกษตร กรุงเทพมหานคร มีการจัดโครงการกระจายมังคุดคุณภาพออกนอกแหล่งผลิต ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยมี นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นประธานส่งมอบมังคุดให้แก่ผู้สั่งซื้อมังคุดที่ Pre order ล่วงหน้า ที่เดินทางมารับมังคุด และ นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมมอบมังคุดแก่ผู้บริโภคอีกด้วย ประเทศไทยส่งออกมังคุดมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก สู่หลายๆ ประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น และเนเธอร์แลนด์ มีมูลค่ามากกว่า 1,500 ล้านบาทต่อปี ด้วยมังคุดเป็นผลไม้ที่มีเอกลักษณ์ทั้งรูปร่างของผลที่สวยงาม มีรสชาติที่หวานอมเปรี้ยว เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค จนได้รับฉายาว่า “Queen of Fruits” ทั้งนี้ ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกมังคุดหลายภูมิภาค โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกซึ่งมีสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการปลูกผลไม้เขตร้อน แหล่งผลิตผลไม้คุณภาพที่สำคัญ ส่วนใหญ่อยู่ที่จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด ในปี 2567 ข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ผลไม้ภาคตะวันออก สำนักงานส่งเสริ
ทุเรียนเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัดยะลา ในปี 2566 มีพื้นที่ปลูก 96,234 ไร่ ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวน 89,661 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 6,600 ล้านบาท ในจำนวนนี้แบ่งเป็นมูลค่าส่งออก 54% จำหน่ายในประเทศ 46% ในปี 2567 มีพื้นที่ปลูกเพิ่มเป็น 105,400 ไร่ และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ในปีที่ผ่านมาทุเรียนยะลาถูกตรวจพบการระบาดของหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน ทำให้ผู้ส่งออกถูกตีกลับสินค้า ส่งผลให้ทุเรียนจังหวัดยะลา ราคาตกต่ำ ทำให้เกษตรกรเสียโอกาสสร้างรายได้จากการจำหน่ายทุเรียน กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา จึงดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้กับทุเรียนจังหวัดยะลา ให้เป็นที่ยอมรับ จัดทำแปลงต้นแบบการใช้แสงไฟไล่และล่อแมลงในสวนทุเรียน ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 8 อำเภอ ของจังหวัดยะลา รวม 377 แปลง และปี 2567 ได้ขยายผลแปลงต้นแบบเพิ่มในพื้นที่กลุ่มจังหวัดชายแดนใต้ซึ่งมีการปลูกทุเรียน ได้แก่ จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดปัตตานี นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า เพื่อให้การป้องกันหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนเห็นผลเป็นรูปธรรม เกษตร
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) โดยเฉพาะภัยแล้ง ส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรของประเทศรุนแรงขึ้น สร้างความเสียหายต่อผลิตผลทางการเกษตร เศรษฐกิจระดับครัวเรือนและเศรษฐกิจของประเทศอย่างต่อเนื่อง การให้ความรู้แก่เกษตรกร สร้างความพร้อมในการรับมือภัยแล้ง จะช่วยลดความสูญเสียได้อย่างมาก กรมส่งเสริมการเกษตรจึงร่วมกับ 6 หน่วยงานภาคี ได้แก่ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) สำนักปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ดำเนินการจัดทำโครงการวิจัย ประเมินพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยพัฒนาต่อยอดเป็นแพลตฟอร์มติดตามพืชเกษตรรายแปลงจากภัยแล้ง ด้วยเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ หรือ แอปพลิเคชัน “เช็คแล้ง” ที่เกษตรกรสามารถติดตาม 1. สถานการณ์ภัยแล้ง ความเสียหายของพืช และความชื้นผิวดินรายแปลง และคาดการณ์สภาพอากาศล่วงหน้า 7 วัน 2. พื้นที่เสี่ยงภัยแล้งรายจังหวัด รายลุ่มน้ำ และรายพื้นที่ชลประทาน 3. พื้นที่เสี่ยงภัยแล้งรายเดือน และ 4. คาดการณ์ฝน/เสี่ยงภัยแล้งล
มะขามเปรี้ยวพันธุ์ฝักยักษ์ หรือ มะขามเปรี้ยวยักษ์ เป็นสินค้าเกษตรทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะเป็นผลไม้เขตร้อนที่เติบโตได้ดีในบริเวณพื้นที่ราบจนถึงบนภูเขาสูง ปลูกได้ทุกสภาพดิน ทนแล้ง ให้ผลดก ฝักใหญ่เนื้อหนา น้ำหนักดี รสเปรี้ยวสูง ขายดีทั้งมะขามฝักสดและมะขามเปียก แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า มะขามเปรี้ยวฝักใหญ่ เป็นพืชทางเลือกอีกชนิดหนึ่งที่น่าสนใจ ทั้งปลูกไว้สำหรับบริโภคในครัวเรือนและจำหน่ายผลหรือแปรรูปเพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร เนื่องจากฝักจะมีขนาดใหญ่ น้ำหนักเยอะ เป็นพืชที่ปลูกง่าย สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด รวมทั้งทุกส่วนของต้นยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ ไม่ว่าจะเป็น ใบ ยอด ฝักดิบ ฝักสุก นำมาบริโภค ส่วนลำต้นหรือเนื้อไม้ นำมาทำเขียง เครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ปัจจุบันมีความนิยมนำผลสดมาแปรรูปเป็นมะขามแช่อิ่ม ผลสุกนำมาทำเป็นมะขามเปียก รวมถึงการนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเพื่อเพิ่มมูลค่า เช่น มะขามแก้ว มะขามกวน น้ำพริกมะขาม สบู่มะขาม เป็นต้น การเตรียมหลุมสำหรับปลูก เตรียมหลุมสำหรับปลูกในดินที่มีความแน่นหรือแห้งแข
นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นำคณะรัฐมนตรี พร้อมด้วยร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่จังหวัดพะเยา เพื่อหารือแผนการพัฒนาพื้นที่เป็นสนามบินจังหวัดพะเยา ติดตามสถานการณ์การค้าชายแดนและการพัฒนาพื้นที่ก่อสร้างที่ทำการด่านชายแดน CIQ ณ จุดผ่านแดนถาวรบ้านฮวก อำเภอภูซาง และรับฟังการนำเสนอแผนพัฒนาอุทยานการเรียนรู้พะเยา (TK Park) อำเภอเมืองพะเยา พร้อมชมนิทรรศการและผลิตภัณฑ์ชุมชนของจังหวัดพะเยา รวมทั้งการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการที่จังหวัดพะเยา โดยได้เยี่ยมชมนิทรรศการการพัฒนากาแฟพะเยา ภายใต้โครงการพะเยาโมเดลสู่การพัฒนาศักยภาพสินค้าเกษตร ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ โดยกาแฟเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดพะเยาและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร ปัจจุบันมีพื้นที่ผลิตกาแฟ 1,934 ไร่ จำหน่ายผลผลิตในรูปผลสด (เชอร์รี่) กาแฟกะลา เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์แปรรูป โดยเกษตรกรและผู้ประกอบการทั้งในและนอกพื้นที่ ด้าน นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากนโยบายด้านการพัฒนาสินค้าเกษต
