กรมส่งเสริมการเกษตร
กรมส่งเสริมการเกษตร เข้าพัฒนาศักยภาพวิสาหกิจชุมชนกาแฟบ้านมณีพฤกษ์ สู่แปลงใหญ่กาแฟบ้านมณีพฤกษ์ และมุ่งเป้าพัฒนาสู่เกษตรมูลค่าสูง ภายใต้แนวคิด ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ จึงได้คัดเลือกเลือกแปลงใหญ่กาแฟบ้านมณีพฤกษ์ เป็นต้นแบบพัฒนาให้พี่น้องเกษตรกรมีรายได้ เพิ่มขึ้น 3 เท่าใน 4 ปี นายวีรศักดิ์ บุญเชิญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า การส่งเสริมสินค้าเกษตรมูลค่าสูง โดยการวิเคราะห์และประเมินความเหมาะสมทางกายภาพและชีวภาพ เพื่อวางแผนการผลิต ดำเนินการส่งเสริมการยกระดับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตกาแฟให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานสินค้าเกษตรการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับกาแฟ (GAP) และมาตรฐานกาแฟ โดยสมาคมกาแฟพิเศษ (SCA หรือ Specialty Coffee Association) นอกจากนี้ ยังต้องคำนึงถึงตลาดกาแฟพิเศษที่มีมูลค่าตลาดภายในประเทศประมาณ 5,000 ล้านบาทต่อปีนั้น ซึ่งจะต้องมีระบบการควบคุมคุณภาพมาตรฐานและมีข้อมูลที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่กระบวนการคัดสรรสายพันธุ์ จนถึงกระบวนการแปรรูปกาแฟ ส่งเสริมการปลูกกาแฟสายพันธุ์พิเศษให้เหมาะสมกับพื้นที่ ปัจจุบันมุ่งขับเคลื่อนผ่านการส่งเสริมความรู้ควา
นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่ากรมส่งเสริมการเกษตร และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน หรือ GIZ ได้วางเป้าหมายร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้ให้สัตยาบันเข้าร่วมเป็นภาคีความตกลงปารีส มีเป้าหมายที่จะบรรลุการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยแผนการมีส่วนร่วมได้กำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ไว้ที่ร้อยละ 20-25 ภายในปี พ.ศ. 2573 ซึ่งภาคเกษตรกรรมถูกกำหนดให้เป็นภาคส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งนี้จากความร่วมมือที่เกิดขึ้นกรมส่งเสริมการเกษตรได้วางแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ด้วยวิธีการเกษตรกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเกษตรกรรมเชิงฟื้นฟู (Climate Smart and Regenerative Agriculture) ตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีหมุนเวียนและเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อการปรับตัวและบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนต่าง ๆ เช่น ต้นทุนเอกชน ที่เกิดขึ้นกับผู้ผลิตจากการใช้ปัจจัยการผลิตต่างๆ ในการผลิต และต้นทุนสัง
มะพร้าว ยังคงเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ มีพื้นที่ปลูกโดยรวมทั้งประเทศ 862,718 ไร่ โดยให้ผลผลิตแล้วเนื้อที่ 834,000 ไร่ ผลผลิตออกสู่ตลาด 842,306 ตัน ผลผลิตเฉลี่ย 1,010 กิโลกรัมต่อไร่ สร้างมูลค่ากว่า 6,887 ล้านบาท ซึ่งจังหวัดชุมพรเป็นแหล่งผลิตมะพร้าวที่สำคัญของประเทศ มีพื้นที่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พื้นที่ปลูกของจังหวัดชุมพร 97,155 ไร่ ผลผลิต 113,635 ตัน ผลผลิตเฉลี่ย 1,246 กิโลกรัมต่อไร่ มีแหล่งปลูกที่สำคัญ ได้แก่ อำเภอเมืองชุมพร อำเภอสวี อำเภอหลังสวน นายวีรศักดิ์ บุญเชิญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า การผลิตมะพร้าวให้มีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับของตลาด จะต้องพัฒนาศักยภาพการผลิตและเสริมสร้างภาพลักษณ์คุณภาพมะพร้าวชุมพรให้ได้มาตรฐาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค และเพิ่มมูลค่าทางการตลาดให้เกษตรกร กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดชุมพร ร่วมกับหน่วยงานภาคีระดับท้องถิ่น ร่วมผลักดันให้เกษตรกรในโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ สร้างมาตรฐานให้กับแปลงตนเอง ตั้งแต่การใช้ต้นพันธุ์ดี การดูแลบำรุงรักษา ตลอดจนการเก็บเกี่ยวให้ได้ผลผลิตที่มี
ลำไย เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ มีพื้นที่ปลูกมากในจังหวัดลำพูน เชียงใหม่ เป็นพืชที่ส่งออกโดยเฉพาะประเทศจีน เนื่องจากชาวจีนมีความเชื่อว่าลำไยเป็นผลไม้มงคล ตรงกับคำในภาษาจีน หลงเหยียน ที่หมายถึง ตามังกร จึงทำให้ชาวจีนส่วนใหญ่นิยมรับประทาน ปัจจุบันลำไยไทย เผชิญความท้าทายในหลายรูปแบบ ทั้งสภาพการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศ แต่ยังมี ‘โอกาส’ ที่สดใสที่ตลาดจีน โจทย์ที่สร้างความท้าทายให้กับลำไยไทยในตลาดจีนคือ เราจะครองการส่งออกอย่างไรให้ยั่งยืน สอดคล้องกับการขับเคลื่อนแนวทางการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับโครงการ 1 ท้องถิ่น 1 เกษตรมูลค่าสูง โดยกรมส่งเสริมการเกษตร วางแนวทางให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือในการดำเนินงานเชิงรุก นายวีรศักดิ์ บุญเชิญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาลำไยแปลงใหญ่สู่แปลงเกษตรมูลค่าสูง กรมส่งเสริมการเกษตร มีแนวทางให้แปลงวิเคราะห์และประเมินความเหมาะสมทางกายภาพและชีวภาพเพื่อวางแผนการผลิต ศึกษาสภาพความอุดมสมบูรณ์ของดิน โดยการเก็บตัวอย่างดินก่อนเริ่มฤดูกาลผลิตจากแปลงลำไย ที่อายุต้นไม่น้อยกว่า 5 ปี เพื่อนำไปวิเคราะห์ความอุดมสมบูรณ์ของดิน และความต้องการธาตุอาหา
ลำไย เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ มีพื้นที่ปลูกมากในจังหวัดลำพูน เชียงใหม่ เป็นพืชที่ส่งออกโดยเฉพาะประเทศจีน เนื่องจากชาวจีนมีความเชื่อว่าลำไยเป็นผลไม้มงคล ตรงกับคำในภาษาจีน หลงเหยียน ที่หมายถึง ตามังกร จึงทำให้ชาวจีนส่วนใหญ่นิยมรับประทาน ปัจจุบันลำไยไทย เผชิญความท้าทายในหลายรูปแบบ ทั้งสภาพการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศ แต่ยังมี ‘โอกาส’ ที่สดใสที่ตลาดจีน โจทย์ที่สร้างความท้าทายให้กับลำไยไทยในตลาดจีนคือ เราจะครองการส่งออกอย่างไรให้ยั่งยืน สอดคล้องกับการขับเคลื่อนแนวทางการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับโครงการ 1 ท้องถิ่น 1 เกษตรมูลค่าสูง โดยกรมส่งเสริมการเกษตร วางแนวทางให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือในการดำเนินงานเชิงรุก นายวีรศักดิ์ บุญเชิญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาลำไยแปลงใหญ่สู่แปลงเกษตรมูลค่าสูง กรมส่งเสริมการเกษตร มีแนวทางให้แปลงวิเคราะห์และประเมินความเหมาะสมทางกายภาพและชีวภาพเพื่อวางแผนการผลิต ศึกษาสภาพความอุดมสมบูรณ์ของดิน โดยการเก็บตัวอย่างดินก่อนเริ่มฤดูกาลผลิตจากแปลงลำไย ที่อายุต้นไม่น้อยกว่า 5 ปี เพื่อนำไปวิเคราะห์ความอุดมสมบูรณ์ของดิน และความต้องการธาตุอาหา
กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมจัดนิทรรศการในงาน “สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ” ประจำปี 2567 จัดเต็มกล้วยไม้หลากสายพันธุ์ จุดไฮไลต์อุโมงค์กล้วยไม้ ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกล้วยไม้ และแจกกล้วยไม้ฟรี นายครองศักดิ์ สงรักษา รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า มูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดงาน “สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ” ประจำปี 2567 ระหว่างวันที่ 9 – 14 สิงหาคม 2567 ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ถนนกำแพงเพชร 2 เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2567 และเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 นำเสนอผ่านการจัดแสดงนิทรรศการเผยแพร่โครงการพระราชดำริตามพระราชปณิธาน “สืบสาน รักษา และต่อยอด” ให้ประชาชนรับทราบและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งในวันที่ 10 สิงหาคม 2567 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุ
ปัจจุบันพื้นที่ปลูกข้าวในประเทศไทยโดยเฉลี่ยมีประมาณ 65 ล้านไร่ คิดเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่ทั้งประเทศ ในแต่ละรอบการผลิตจะมีฟางข้าวเฉลี่ยประมาณปีละ 25.45 ล้านตัน และมีปริมาณตอซังข้าวที่ตกค้างอยู่ในนาข้าว 16.9 ล้านตันต่อปี ดังนั้น จึงนับได้ว่ามีปริมาณฟางข้าวและตอซังข้าวมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับตอซังพืชชนิดอื่น มองปัญหา ทำความเข้าใจ นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ในพื้นที่ปลูกข้าว 1 ไร่ จะมีปริมาณฟางข้าวและตอซัง โดยเฉลี่ยปีละ 650 กิโลกรัม ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการฟางข้าวและตอซัง เพื่อเป็นทางเลือกในการเพิ่มรายได้และผลผลิตทางการเกษตร ส่งผลให้เกษตรกรส่วนใหญ่ตัดสินใจเผาฟางข้าวและตอซังเพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับการปลูกพืชหมุนเวียนต่างๆ จนทำให้ฟางถูกเผาทิ้งอย่างน่าเสียดาย การเผาฟางนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม จนกลายเป็นมลภาวะและก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก ขับเคลื่อนนโยบาย 3R กรมส่งเสริมการเกษตรได้ขับเคลื่อนนโยบาย 3R หรือ 3 เปลี่ยน ตามนโยบายรัฐบาลเป็นแ
กรมส่งเสริมการเกษตรพัฒนาแปลงใหญ่ เสริมสร้างศักยภาพผู้จัดการแปลง สร้างคีย์แมนบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่อุปทาน นายวีรศักดิ์ บุญเชิญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ในปี 2567 กรมส่งเสริมการเกษตรเน้นขับเคลื่อนงานถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร ส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรของเกษตรกรให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตร และเพิ่มรายได้ของเกษตรกร ตลอดจนดูแลคุณภาพชีวิตของเกษตรกร โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ ที่มีจุดเด่นในการผลักดันให้เกษตรกรสมาชิกได้ร่วมกันการบริหารจัดการ ทั้งในด้านการจัดหาปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพดี ราคาถูก และการใช้เทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสม เพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ตลอดจนการจัดการด้านการตลาด ช่วยพัฒนาเกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น มีการพัฒนาเชิงพื้นที่ตามศักยภาพ สู่การพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรตามความต้องการตลาด โดยการดำเนินงานยึดพื้นที่เป็นหลัก บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมีผู้จัดการแปลงเป็นผู้บริหารจัดการพื้นที่ในทุกกิจกรรม ตลอดห่วงโซ่อุปทาน สำหรับผลจากการดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่า ตั้งแต่ปี 2559-2567 มีแปลงใหญ่ที่ขึ้นท
ศูนย์การค้า ธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ร่วมกับ กรมส่งเสริมการเกษตร จัดงาน “เทศกาลผลไม้ และบุฟเฟต์ทุเรียน” ภายใต้ชื่อ Fruitamin Festival & Durian Buffet เพื่อเป็นการส่งเสริมการค้าขายสินค้าภาคเกษตร และเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ของตนเองต่อผู้บริโภคโดยตรง ภายในงานนี้ จะได้พบกับสินค้าผักและผลไม้สดจากสวน รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปหลากหลายชนิดจากฟาร์มของเกษตรกรตัวจริง อาทิ ทุเรียนหมอนทอง มังคุด ขนุน เสาวรส และมัลเบอร์รี่แปรรูป สิ่งทอ และของใช้มากมายให้เลือกสรร และนอกจากนี้ ยังมีไฮไลต์ “บุฟเฟต์ทุเรียน” ที่ให้เลือกรับประทานอย่างจุใจ ขอเชิญประชาชนและผู้สนใจร่วมสนับสนุนเกษตรและเพลิดเพลินกับบุฟเฟต์ทุเรียนสุดอร่อยได้ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม-11 มิถุนายน 2567 ณ ศูนย์การค้า ธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ บุคคลในภาพ นายพิเชษฐ ศรีธัญญานพกิจ กรรมการผู้จัดการ (ที่ 3 จากซ้าย) นางสาวมณฑกาฬ ลีมา ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมธุรกิจเกษตร (ที่ 4 จากซ้าย) นางสาวปาณิศา เมืองแก้ว ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ Marketing – Leasing (ที่ 2 จากซ้าย) คุณปุณยฉัตร์ ศรีวสุธนบูรณ์ General Manager บริษัท แฮปปี้ ควีน จำกัด (ที่ 5 จา
สาย ภาษาท้องถิ่นภาคใต้ฝั่งอันดามัน หมายถึง สาหร่าย มีคุณประโยชน์นานัปการ ชาวบ้านที่อาศัยบริเวณชายฝั่งทะเลเก็บบริโภคมาช้านาน โดยสามารถนำมาบริโภคสดจิ้มกับน้ำพริกกะปิ หรือน้ำจิ้มซีฟู้ด หรือจะนำมายำกับหมึกหรือกุ้งก็เข้ากันได้ดี ทุกคนที่ได้รับประทานต่างติดใจในรสชาติและเนื้อสัมผัสเมื่อเคี้ยวโดนเม็ดสาหร่ายจะกรุบกรอบทำให้รับประทานได้ไม่เบื่อ ในต่างประเทศ สาหร่ายทะเล ก็เป็นอาหารที่นิยมบริโภคมาเป็นเวลานาน ประเทศที่นิยมบริโภคสาหร่ายทะเล ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ฟิลิปปินส์ เป็นต้น นอกจากนี้ สาหร่ายทะเลยังมีประโยชน์หลากหลาย ไม่ว่าจะใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เป็นส่วนประกอบของเครื่องสำอาง ปุ๋ย ยารักษาโรค อาหารสัตว์ เป็นต้น ในปัจจุบัน มีการนิยมบริโภคสาหร่ายทะเลมากขึ้น เนื่องจากสาหร่ายทะเลมีคุณประโยชน์มากมาย จัดเป็นอาหารสุขภาพ ประเทศที่มีการเลี้ยงและส่งออกสาหร่ายมีหลายประเทศ เช่น ประเทศจีน เวียดนาม แคนาดา ฟิลิปปินส์ เป็นต้น ในประเทศไทยนั้นมีการบริโภคสาหร่ายทะเลในจังหวัดทางภาคใต้และภาคตะวันออก โดยรับประทานแทนผัก ในปัจจุบันกรมประมงสามารถเพาะเลี้ยงสาหร่ายทะเลได้หลายชนิด โดยหนึ่งในนั้น ได้แก่ สาหร่ายพวงองุ่น
