กรมส่งเสริมการเกษตร
นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรมีแนวทางในการพัฒนาสินค้าไม้ผลผ่านโครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นบรรจุอยู่ในแผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (2566-2570) มุ่งเน้นให้เกษตรกรส่งเสริมการผลิตไม้ผลเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านเรื่องราวที่เป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัว ครอบคลุมสินค้าไม้ผลมากกว่า 50 ชนิด และในปี 2567 กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้ทำการถอดบทเรียนแปลงใหญ่ไม้ผลจัดทำโครงการย่อยการสร้างแปลงต้นแบบครบวงจรขึ้น เพื่อสร้างต้นแบบการพัฒนาไม้ผลครบวงจร และเกิดการทำงานเป็นเครือข่ายไม้ผล นำร่องใน 4 สินค้าที่มีจำนวนแปลงใหญ่มากที่สุด ได้แก่ ทุเรียน ลำไย มังคุด และมะม่วง ตอบโจทย์ได้ใน 3 มิติการพัฒนา คือ แปลงใหญ่ยกระดับด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด BCG Model และมีความเป็นอัตลักษณ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวอีกว่า สำหรับแปลงต้นแบบนำร่องนั้น ประกอบไปด้วย แปลงใหญ่ไม้ผล 4 แปลง ที่เคยผ่านการดำเนินการโครงการแปลงใหญ่ยกระดับด้วยเกษตรสมัยใหม่มาแล้วในปี 2564 เคยเข้าร่วมโครงการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรอัตลักษณ์และภูมิปัญ
นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจในการส่งเสริมและพัฒนาให้เกษตรกรมีความรู้ทักษะและความชำนาญ สามารถผลิตสินค้าเกษตรมีคุณภาพ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั้งภายในและต่างประเทศ ปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพและสิ่งแวดล้อมจึงหันมาเลือกซื้อสินค้าเกษตรที่มีความปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้ดำเนินการส่งเสริม ให้คำปรึกษาแนะนำแก่เกษตรกรและองค์กรเกษตรกรในการยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรให้ปลอดภัย มีคุณภาพมาตรฐาน สร้างสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ควบคู่ไปกับการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า ทำเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สามารถตอบสนองความต้องการของตลาด ตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปัจจุบัน กรมส่งเสริมการเกษตรได้ประสานความร่วมมือกับบริษัท ไทย แอ็กโกร เอ็กซเซนจ์ จำกัด (ตลาดไท) ส่งเสริม พัฒนา และดูแลในการวางแผนการผลิตสินค้าปลอดภัย มีปริมาณคุณภาพต่อเนื่อง สอดคล้องกับข้อมูลด้านการตลาด มีตลาดจำหน่ายผักผลไม้ที่แน่นอน เกษตรกรจำหน่ายสินค้าได้ราคาที่เหมาะสมเป็นธรรม ผ่านโครงการผักร่วมใจผั
ในยุคที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว “ความรู้” เปรียบเสมือนเมล็ดพันธุ์ที่สามารถงอกเงยให้ผลผลิตอันล้ำค่า และกลายเป็นกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนชีวิตของผู้คนในทุกมิติ โดยเฉพาะในภาคการเกษตร ซึ่งเห็นได้จากแนวโน้มการเกิดขึ้นของเกษตรสมัยใหม่ที่ให้ความสำคัญต่อการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาช่วยในการทำเกษตร อาทิ การช่วยให้เกษตรกรเลือกวิธีการเตรียมดินให้เหมาะสมต่อการปลูกพืชแต่ละชนิด ช่วยลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น นำมาสู่การเพิ่มคุณภาพเพิ่มผลผลิตสินค้าเกษตรได้อย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกันนี้รัฐบาลไทยต่างให้ความสำคัญ ต่อการพัฒนาส่งเสริมเกษตรกรให้เติบโตอย่างมีศักยภาพและมีความรู้เสมอมา โดยเฉพาะการนำทัพของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งเน้นเรื่อง “เกษตรต้องอยู่ดี สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ทรัพยากรเกษตรยั่งยืน” ผ่านการทำงานภายใต้หลักการ “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” โดยต้องดำเนินการขับเคลื่อนให้เกิดผลสำเร็จ อาทิ ผลักดันสินค้าเกษตรมูลค่าสูง 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง เป็นต้น ซึ่งหนึ่งในหน่วยงานสำคัญที่จะทำให้เป้าประสงค์นี้สัมฤทธิผลคือ “กรมส
ปัจจุบันประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งแล้ว (1 พฤศจิกายน 2566 ถึง 30 เมษายน 2567) ผลกระทบจากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (climate change) และปรากฏการณ์เอลนีโญ อาจส่งผลให้ในบางพื้นที่จะประสบกับสภาวะขาดแคลนน้ำและปริมาณน้ำต้นทุนอาจจะมีไม่เพียงพอให้ใช้ในระยะยาว โดยช่วงฤดูแล้งปี 2567 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ประเมินพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำการเกษตรนอกเขตชลประทาน จำนวน 924,438 ไร่ ใน 13 จังหวัด 35 อำเภอ 76 ตำบล ดังนั้น กรมส่งเสริมการเกษตรจึงขอความร่วมมือให้เกษตรกรและประชาชนเตรียมการรับมือ และใช้น้ำอย่างประหยัดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยขอให้พี่น้องเกษตรกรปรับตัวตระหนักถึงเรื่องการใช้น้ำอย่างประหยัด ไม่ปลูกพืชฤดูแล้งเกินแผนที่กำหนด พร้อมดูแลรักษาความชื้นในแปลงปลูกพืช สร้างแหล่งน้ำในไร่นา หรือปรับเปลี่ยนกิจกรรมการเกษตร โดยใช้แนวทางตามศาสตร์พระราชาเพื่อการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน เช่น เกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรผสมผสาน เป็นต้น เนื่องจากปีนี้ สภาพภูมิอากาศของประเทศไทยโดยทั่วไปอาจประสบภาวะอากาศร้อนและแห้งแล้ง โดยเฉพาะพื้นที่ไม้ผลนอกเขตชลประทาน ในพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคเหนือ ซึ่งเป็นแหล่งป
กรมส่งเสริมการเกษตร ตระหนักถึงความสำคัญในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาใช้ในการพัฒนาภาคเกษตรกรรมและชุมชน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านกระบวนการผลิตและการจัดการที่ทันสมัย มีความสะดวก รวดเร็ว ช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิต การลดต้นทุน เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ และรายได้ที่มั่นคง กรมส่งเสริมการเกษตร จึงร่วมมือกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ดำเนินการ โครงการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลสำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการ ภายใต้มาตรการคูปองดิจิทัลเพื่อการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล (depa mini Transformation Voucher) เพื่อสนับสนุนเกษตรกรสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล (Digital Transformation) ได้อย่างกระจายตัวและทั่วถึงในวงกว้าง ซึ่งเป็นแนวทางส่งเสริม ผลักดันให้ภาคเกษตรไทยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการลดต้นทุน การผลิตสินค้าและบริการ เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนพัฒนาไปสู่การแข่งขันเชิงธุรกิจในรูปแบบใหม่ในระยะยาวต่อไป กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดรับสมัครเกษตรกรเข้าร่วมรับการสนับสนุนคูปองดิจิทัล “depa mini Transformation Voucher” ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม
แม็คโคร ภายใต้บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้าโครงการ “อบรมยกระดับความรู้เกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน” ตั้งเป้าสร้างโอกาส สร้างรายได้ให้เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน โดยจัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ให้เกษตรกรในท้องถิ่น นำเสนอแนวทางในการเพิ่มคุณภาพสินค้า และการเตรียมความพร้อมก่อนนำสินค้าเข้าห้างค้าส่ง-ค้าปลีกสมัยใหม่ ล่าสุดอบรมให้กลุ่มเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายเอนก ชื่นอารมณ์ เกษตรจังหวัดสมุทรสาคร และผู้บริหารแม็คโคร ร่วมอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ สร้างความเชื่อมั่นให้กับเกษตรกร พร้อมเปิดพื้นที่ขายทั้งในแม็คโครและโลตัส ซึ่งมีสาขากว่า 2,800 สาขาทั่วประเทศ จากการลงพื้นที่พบเกษตรกรในจังหวัดสมุทรสาคร ทีมของแม็คโครได้รับซื้อผลผลิตมะพร้าวน้ำหอม มะนาว และลำไยพวงทอง เพื่อเตรียมนำเข้ามาจำหน่ายที่แม็คโคร สาขามหาชัย ซึ่งจะเป็นสาขารูปแบบ Hybrid Wholesale แห่งที่ 3 ของประเทศ ในวันที่ 17 มกราคม 2567 การรับซื้อผลผลิตครั้งนี้คาดว่าจะสร้างรายได้ให้เกษตรกรท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง ตลอด 35 ปี แม็คโครยืนหยัดเคียงข้างเกษตรกร เพื่อพัฒนาคุ
บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด โดย นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส (ที่ 3 จากซ้าย) พร้อมด้วย กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร (ที่ 5 จากซ้าย) ประกาศผลการแข่งขันจากโครงการ “คูโบต้า กล้า | ท้า | ปลูก” ค้นหาสุดยอดนักพัฒนาแปลงเพาะปลูกข้าวด้วยนวัตกรรมปฏิทินการเพาะปลูก KAS Crop Calendar On LINE ครั้งแรกของไทย ผู้ชนะเลิศได้แก่ นายอิทธิพัทธ์ เอี่ยมสมาน (ที่ 4 จากซ้าย) Young Smart Farmer วัย 34 ปี จากจังหวัดสิงห์บุรี คว้ารางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า พร้อมศึกษาดูงาน Smart Farming ที่ประเทศญี่ปุ่น ร่วมกับรองชนะเลิศทั้ง 4 อันดับ ซึ่งโครงการ “คูโบต้า กล้า | ท้า | ปลูก” จัดขึ้นเพื่อปลุกพลังเกษตรกรรุ่นใหม่ สู่การทำเกษตรแม่นยำด้วยโซลูชัน ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต สร้างรายได้ ยกระดับวิถีเกษตรไทยสู่ Smart Farming ณ คูโบต้าฟาร์ม จ.ชลบุรี บุคคลในภาพเรียงจากซ้ายไปขวา นายเอกราช ขอพึ่ง Smart Farmer จากจังหวัดสุพรรณบุรี นางสาวพิจาริณี รักศรี Smart Farmer จากจังหวัดนครสวรรค์ นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรอง
เกษตรแปลงใหญ่-วิสาหกิจชุมชน-ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร-ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน และศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนดีเด่นระดับประเทศปี 2566 พร้อมเผยแพร่องค์ความรู้และขยายผลความสำเร็จสู่เกษตรกรและประชาชนทั่วไป หลังเข้ารับรางวัลชนะเลิศจากกรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร จัดพิธีมอบโล่และเกียรติบัตร พร้อมเงินรางวัลให้เกษตรกรต้นแบบ ที่มีผลงานดีเด่นระดับประเทศ ในประเภทต่าง ๆ ประจำปี 2566 ประกอบด้วย 1.แปลงใหญ่ดีเด่นระดับประเทศ ปี 2566 รางวัลชนะเลิศได้แก่แปลงใหญ่โคนม สหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อ จำกัด ตำบลโคกก่อ อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม มีนายณัฐวุฒิ ประทีปะวณิช เป็นประธาน 2.วิสาหกิจชุมชน ดีเด่น ระดับประเทศ ปี 2566 รางวัลชนะเลิศได้แก่ เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์จังหวัดอำนาจเจริญ มีนายวันนา บุญกลม เป็นประธานเครือข่ายฯ 3.ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ดีเด่นระดับประเทศ ปี 2566 รางวัลชนะเลิศได้แก่ ศพก.อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา มีนายอรุณ ขันโคกสูง เป็นประธาน 4.ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.)ดีเด่นระดับประเทศ ปี 2566 รางว
กรมส่งเสริมการเกษตร ประกาศรายชื่อศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) ดีเด่น ระดับประเทศ ประจำปี 2566 โดย ศดปช. ตำบลนาหนองไผ่ จังหวัดสุรินทร์ ได้รางวัลดีเด่นระดับประเทศ รับเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร ส่วนรองชนะเลิศอันดับที่ 1 และ 2 เป็นของ ศดปช. ตำบลราชกรูด จังหวัดระนอง และ ศดปช. ตำบลแม่น้ำคู้ จังหวัดระยอง นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวถึงผลการคัดเลือกการประกวดศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) ดีเด่น ระดับประเทศ ประจำปี 2566 ว่า คณะกรรมการคัดเลือกฯ ได้ประกาศผลการคัดเลือก ศดปช. ดีเด่น ระดับประเทศ ประจำปี 2566 ผลปรากฏว่า ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนตำบลนาหนองไผ่ อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนตำบลราชกรูด อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง ได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนตำบลแม่น้ำคู้ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร ส่วน
6 เกษตรกรดีเด่นระดับประเทศปี 2566 จากศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) เตรียมเข้ารับรางวัล หลังกรมส่งเสริมการเกษตร ประกาศผลการประกวด โดยรางวัลชนะเลิศเป็น ศพก. จากจังหวัดนครราชสีมา โดดเด่นการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเกษตร ประมง ปศุสัตว์ จนมีเกษตรกรและประชาชนทั่วไปสนใจเข้าเรียนรู้จำนวนมาก พร้อมสร้างงาน สร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างต่อเนื่อง นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า คณะกรรมการตัดสินการประกวดศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรระดับประเทศ ได้ประกาศผลการประกวดศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ดีเด่นระดับประเทศ ปี 2566 โดยคัดเลือกเกษตรกรต้นแบบที่มีผลงานดีเด่นในการบริหารจัดการศูนย์ฯ ที่เป็นแหล่งเรียนรู้ในชุมชน เป็นตัวอย่างในการขยายผลส่งเสริมการเกษตร การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านเกษตร โดยผลการประกวดมีดังนี้ 1.รางวัลชนะเลิศ ได้แก่นายอรุณ ขันโคกสูง เกษตรกรต้นแบบ ศพก.อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา 2.รางวัลรองชนะเลิศอัน 1 ได้แก่นายวีรวัฒน์ จีรวงส์ เกษตรกรต้นแบบ ศพก.อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร 3.รางวัลร
