ข้าว
ข้าวสีมีกี่แบบ และแตกต่างจากข้าวขาวยังไง สีของข้าว คือรงควัตถุหรือสารสีที่สะสมอยู่บนเปลือกหรือรำข้าว ดังนั้น ทำความเข้าใจกันก่อนว่าเมื่อพูดถึง ‘ข้าวสี’ แปลว่าเรากำลังพูดถึง ‘ข้าวกล้อง’ ที่ยังไม่ผ่านการขัดเอาส่วนของจมูกและเปลือกข้าวออกไปนั่นเอง โดยรำข้าวในธรรมชาติจะมีอยู่ 3 เฉดสี คือสีน้ำตาล สีแดง และสีม่วงดำ ถ้าจับข้าวสีต่างๆ มาเรียงไล่เฉดกันแล้วอธิบายง่ายๆ จะเป็นดังนี้ ข้าวขาว คือข้าวที่ถูกขัดสีออกไปจนไม่มีจมูกและรำข้าวหลงเหลืออยู่ ดังนั้น สารอาหารที่สะสมอยู่จึงน้อยกว่า แต่นุ่ม ทานง่าย และให้พลังงาน ข้าวสีน้ำตาล คือข้าวกล้องที่มีสารสีน้ำตาลอ่อนซึ่งไม่ได้ถูกขัดสี ยังมีทั้งจมูกและรำข้าวห่อหุ้มเมล็ด จึงมีประโยชน์และวิตามินสะสมอยู่สูงกว่าข้าวขาว ข้าวในกลุ่มสีน้ำตาลนี้ ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ 105 ข้าวหอมปทุมเทพ ฯลฯ ข้าวสีแดง คือข้าวที่มีสารสีแดงในกลุ่มแคโรทีน ซึ่งนอกจากให้สีแล้ว ยังบำรุงสายตาและผิวพรรณ ช่วยชะลอความแก่ ข้าวในกลุ่มสีแดงนี้ ได้แก่ ข้าวหอมมะลิแดง ข้าวมันปู ฯลฯ ข้าวสีม่วงดำ คือข้าวสีเข้มที่สุด เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระสีม่วงดำชื่อ ‘แอนโทไซยานิน’ ทำหน้าที่ป้องกันรังสี UV มาทำลายข้าวข
ปัจจุบันข้าวอินทรีย์ เป็นอีกหนึ่งผลผลิตทางการเกษตรที่กำลังได้รับความนิยม เพราะเกษตรกรในหลายพื้นที่ได้ปรับเปลี่ยนจากเดิมที่เคยทำนาแบบเคมี มาทำเป็นข้าวอินทรีย์ที่มีคุณภาพ นอกจากความปลอดภัยของเกษตรกรและผู้บริโภคแล้ว เกษตรกรยังให้เหตุผลเสริมว่า การทำนาอินทรีย์ช่วยในเรื่องของการประหยัดต้นทุนได้เป็นอย่างดี นอกจากจะทำให้สุขภาพร่างกายปลอดภัยแล้ว ในเรื่องของราคาจำหน่ายสามารถทำราคาได้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว คุณโอวาท ยิ่งลาภ ผู้อำนวยการกองพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าว ให้ข้อมูลว่า การผลิตข้าวอินทรีย์เป็นระบบการผลิตข้าวที่ไม่ใช้สารเคมีทางการเกษตรทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยเคมี สารควบคุมการเจริญเติบโต สารควบคุมและกำจัดวัชพืช สารป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูข้าว ตลอดจนสารเคมีที่ใช้รมข้าวในโรงเก็บเพื่อป้องกันกำจัดแมลงศัตรูข้าว จะไม่ใช้สิ่งเหล่านี้เข้ามาเกี่ยวข้องกับการผลิต ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ การผลิตข้าวอินทรีย์นอกจากจะทำให้ได้ผลผลิตข้าวที่มีคุณภาพสูง ยังถือเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและเป็นการพัฒนาการทำเกษตรแบบยั่งยืนอีกด้วย ดังนั้น มาตรฐานการผลิตข้าวจึงเป็นสิ่งที่เกษตรกรผู้ผลิตข้าวต้องพัฒนาและยกระดับให้ไ
ก่อนหน้านี้เทคโนโลยีชาวบ้าน ได้เผยแพร่เรื่องราวจุดกำเนิดข้าวไทยไปแล้ว ครั้งนี้จึงอยากจะนำเรื่องของจุดกำเนิดพิธีกรรมและความเชื่อเกี่ยวกับข้าว ให้ทุกท่านได้อ่านและเข้าถึงศิลปะและวัฒนธรรมข้าวกันมากขึ้น โดยอ้างอิงข้อมูลมาจากมูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จุดกำเนิดพิธีกรรมและความเชื่อเกี่ยวกับข้าว ถ้าจะพูดถึงพิธีกรรมที่เกี่ยวกับข้าวในสังคมไทย อาจพูดได้ว่าหมายถึงพิธีกรรมเกือบทั้งหมดในสังคมไทยทีเดียว เพราะพิธีกรรมที่มีความหมายและมีความสำคัญต่อชีวิตของคนไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไร่ชาวนานั้น ที่สำคัญที่สุดก็คือ พิธีกรรมที่เกี่ยวกับการทำมาหากิน และการทำมาหากินของคนไทยในสังคมไทยนั้น ตั้งแต่อดีตก็คือการทำเกษตรกรรม การเพาะปลูก ซึ่งก็ไม่พ้นการทำไร่ทำนานั่นเอง จุดมุ่งหมาย ความหมาย และความสำคัญของพิธีกรรมที่เกี่ยวกับการเพาะปลูกหรือที่เกี่ยวกับข้าวก็คือ เพื่อความอุดมสมบูรณ์ ดังนั้น พิธีกรรมทั้งหมดหรือจุดประสงค์หลักของพิธีกรรมที่เกี่ยวกับข้าวเกี่ยวพันกับการแก้ไขปัญหาของชาวบ้าน ที่สะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาของชาวบ้านในการเผชิญกับปัญหาเรื่องปากเรื่องท้อง เรื่องความอยู่รอดของชาวบ้านนั่นเอง พิธีกรรมดั้งเดิม
“น้ำ” เป็นปัญหาปวดหัวตลอดกาลของชาวนา ราคาข้าวที่ถีบตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ใครๆ ก็อยากทำนาปรังในฤดูแล้งนี้ แต่น้ำชลประทานที่มีจำกัดไม่พอแบ่งปันให้ทั่วถึง พอถึงนาปีชาวนาส่วนใหญ่ที่ทำนาน้ำฝน (พื้นที่ 3 ใน 4 ของพื้นที่นาทั้งประเทศ) ก็มักจะประสบปัญหาขาดน้ำเมื่อฝนทิ้งช่วง การปลูกข้าวโดยไม่ขังน้ำ (ฝรั่งเรียกว่า ข้าวแอโรบิก ไทยขอเรียกว่า ข้าวไร่ทันสมัย หรือข้าวไร่ไฮเทค) น่าจะเป็นทางออกได้ทางหนึ่ง สำหรับชาวนาที่มีปัญหาเรื่องน้ำ และจะช่วยให้ประเทศไทยผลิตข้าวได้มากขึ้นจากน้ำที่มีอยู่จำกัด โดยการใช้น้ำน้อยลง สำหรับการผลิตข้าวแต่ละไร่และแต่ละกิโลกรัม ข้าวไร่ไม่ใช่ของใหม่สำหรับคนไทย การทำไร่โดยการถางและเผา ปลูกข้าวไร่ ปลูกถั่ว และปลูกงา พริก มะเขือ ฟัก แฟง ไปด้วย ฯลฯ เป็นระบบการเพาะปลูกเพื่อยังชีพที่สำคัญระบบหนึ่งในอดีต แต่ได้ลดความสำคัญลงเมื่อมีการปลูกพืชไร่เชิงการค้า เช่น ข้าวโพด มันสำปะหลัง และอ้อย เพิ่มมากขึ้น มาถึงในปัจจุบันการปลูกข้าวไร่ด้วยระบบดั้งเดิมนี้ ยังพอมีเหลืออยู่ในที่สูง และที่ยังให้ผลผลิตดีต้องการระยะเวลาหมุนเวียนอย่างน้อยถึง 7 ปี แต่การปลูกข้าวไร่ทันสมัยที่กล่าวถึงนี้ มีความแต
ดร.ฟรังค์-วัลเทอร์ ชไตน์ไมเออร์ (H.E. Dr. Frank-Walter Steinmeier) ประธานาธิบดีแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และภริยา พร้อมคณะ เดินทางเข้าเยี่ยมชมสวนตารมย์ บ้านดอนหมู อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นพื้นที่แปลงเกษตรสาธิตขนาด 35 ไร่ ของโครงการระบบการผลิตข้าวยั่งยืนแบบองค์รวม (Inclusive Sustainable Rice Landscape: ISRL) โดยมี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายณัฐวัฒน์ กฤษณามระ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน พร้อมคณะผู้บริหาร ผู้แทนจากกระทรวงฯ และจังหวัดให้การต้อนรับ ตามกำหนดการเดินทางเยือนจังหวัดอุบลราชธานี อย่างเป็นทางการ อุบลราชธานีเป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและมีพื้นที่สำหรับทำนาปลูกข้าวมากถึง 4.2 ล้านไร่ สำหรับกำหนดการเยี่ยมชมพื้นที่ครั้งนี้ ประธานาธิบดีและภริยาพร้อมคณะได้มีโอกาสพบปะกับเกษตรกรที่เป็นสมาชิกของโครงการ และผู้นำชุมชนเพื่อเรียนรู้แนวทางการทำงานผ่านฐานการเรียนรู้วิธีจัดการดินและน้ำ ประกอบด้วยการปรับระดับพื้นที่นาด้วยระบบเลเซอร์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีหลักที่จะช่วยลดอัตราการสูญเสียปุ๋ยและทำให้ข้าวได
“ข้าว” เป็นอาหารหลักของคนไทย และเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศไทยจากการส่งออกมายาวนาน แต่ในปี 2565 ไทยเสียแชมป์ส่งออกข้าวให้กับเวียดนาม ผลผลิตของข้าวไทยและการแข่งขันข้าวในตลาดโลกของไทยร่วงลงมาอยู่อันดับ 3 โดนเวียดนามแซงขึ้นเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับ 2 ของโลก ซึ่งเดิมเวียดนามส่งออกข้าวประมาณ 7 ล้านตันต่อปี แต่เพียงแค่ 8 เดือน เวียดนามส่งออกถึง 5.81 ล้านตัน แซงหน้าไทยที่ส่งออกได้เพียง 5.27ล้านตัน จากข้อมูลของสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย อีกทั้ง คาดการณ์ล่าสุดของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรภายใต้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า การผลิตข้าวไทยจะลดลง 871,000 ตัน ข้าวเปลือก ลดลง 3.27% เหลือ 25.8 ล้านตัน ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวปี 2566-2567 โดยมีสาเหตุหลักมาจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งเป็นผลมาจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนไป และนอกจากปัญหาสภาพดิน ฟ้า อากาศ ที่ยากจะควบคุมแล้ว ผลผลิตข้าวของไทยยังมีความเสี่ยงลดลงเนื่องจาก แมลงศัตรูพืช และ “โรคในนาข้าว” ที่ส่งผลกระทบสร้างความเสียหายต่อผลผลิตและคุณภาพ ทำให้ได้ผลผลิตในปริมาณที่ต่ำลง โรคที่ระบาดอยู่ในขณะนี้ อาทิ โรคกาบใบแห้งหรือราหลุม โรคเมล็ดด่าง และโรคใ
“ข้าว” เป็นอาหารหลักของคนไทย และเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศไทยจากการส่งออกมายาวนาน แต่ในปี 2565 ไทยเสียแชมป์ส่งออกข้าวให้กับเวียดนาม ผลผลิตของข้าวไทยและการแข่งขันข้าวในตลาดโลกของไทยร่วงลงมาอยู่อันดับ 3 โดนเวียดนามแซงขึ้นเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับ 2 ของโลก ซึ่งเดิมเวียดนามส่งออกข้าวประมาณ 7 ล้านตันต่อปี แต่เพียงแค่ 8 เดือน เวียดนามส่งออกถึง 5.81 ล้านตัน แซงหน้าไทยที่ส่งออกได้เพียง 5.27ล้านตัน จากข้อมูลของสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย อีกทั้ง คาดการณ์ล่าสุดของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรภายใต้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า การผลิตข้าวไทยจะลดลง 871,000 ตัน ข้าวเปลือก ลดลง 3.27% เหลือ 25.8 ล้านตัน ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวปี 2566-2567 โดยมีสาเหตุหลักมาจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งเป็นผลมาจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนไป และนอกจากปัญหาสภาพดิน ฟ้า อากาศ ที่ยากจะควบคุมแล้ว ผลผลิตข้าวของไทยยังมีความเสี่ยงลดลงเนื่องจาก แมลงศัตรูพืช และ “โรคในนาข้าว” ที่ส่งผลกระทบสร้างความเสียหายต่อผลผลิตและคุณภาพ ทำให้ได้ผลผลิตในปริมาณที่ต่ำลง โรคที่ระบาดอยู่ในขณะนี้ อาทิ โรคกาบใบแห้งหรือราหลุม โรคเมล็ดด่าง และโรคใ
จบไปแล้วกับงวานสุดยิ่งใหญ่แห่งปี UPskill Thailand 2023 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-9 กันยายน 2566 สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ ได้รับผลตอบรับดีเกินคาด ประชาชนตบเท้าเข้างานเพียบ บรรยากาศภายในงานรวบรวมปรากฏการณ์ 4 จักรวาลสุดแตกต่างแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นอาชีพ ร้านเด็ดมาแรง เวทีเสวนาสุดเอ็กซ์คลูซีฟและเวิร์กช้อปสร้างอาชีพจากเหล่ากูรูคนดังและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ตรง แฝงสาระประโยชน์แน่น นอกจากความรู้ ความอร่อยที่ได้รับจากงานนี้แล้ว ยังได้ชมนิทรรศการเรื่องข้าว จากกรมการข้าว ด้วยการนำจักรวาลข้าวไทย ข้าว GI หายาก 10 สายพันธุ์ พร้อม 10 เมนูเด็ดจากเชฟดัง ปรุงสด ชิมฟรีอีกด้วย ซึ่งนิทรรศการข้าวไทยในธีม “จักรวาลข้าวไทย ” ที่จัดโดยกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำข้าวไทยหลากหลายพันธุ์ รวมทั้ง ข้าว GI 10 สายพันธุ์ ที่ผ่านการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จากทั่วประเทศมานำหุงกันร้อนๆ เสิร์ฟความอร่อยให้ลองไม่อั้น ทั้ง ข้าวก่ำล้านนา, ข้าวเหนียวเขาวงกาฬสินธุ์, ข้าวหอมกระดังงานราธิวาส ฯลฯ และมีกิจกรรมสนุกๆ ชิมข้าวให้รู้รส พร้อมรับข้าวฟรี กลับไปอร่อ
เข้าสู่วันที่ 3 ของการจัดงาน Upskill Thailand 2023 “จักรวาลสร้างอาชีพ” สำหรับไฮไลต์เด็ดที่โซนเวทีเสวนาวันนี้เวลา 14.30–15.30 น. ได้รับเกียรติจาก รศ.ยุพกนิษฐ์ พ่วงวีระกุล และ อ.สุวิมล สร้อยทองสุข มาถ่ายทอดความรู้ในหัวข้อ “มหัศจรรย์พันธุ์ข้าว” โดยรศ.ยุพกนิษฐ์ พ่วงวีระกุล ให้คำนิยามคำว่า “มหัศจรรย์พันธุ์ข้าว” บนเวทีเสวนาไว้ว่า ถึงแม้ว่าข้าวจะมีโปรตีนน้อย แต่เราสามารถจะเอาส่วนอื่นที่มีโปรตีนมากมาใช้สกัดโปรตีนทำผลิตภัณฑ์โปรตีนจากข้าวได้หลากหลาย จากโนว์ฮาว ที่ไม่ซ้ำกับที่ใด ทำให้เราได้โปรตีนนั้นมา ซึ่งหลังจากได้โปรตีนนั้นมาแล้ว เรียกว่าวัตถุดิบหลักในการนำไปทำเป็นอาหารแพลนต์เบส ซึ่งคนที่รับประทานแพลนต์เบส ไปนานๆ อาจจะขาดในเรื่องของโปรตีน เพราะฉะนั้น โปรตีนจากข้าวที่เราสามารถสกัดออกมาได้ตอนนี้ ถือว่าตอบโจทย์ เพราะประกอบไปด้วยสารอาหารเป็นแหล่งของวิตามินมากมาย และมีฟังก์ชั่นบางอย่างที่เอามาผ่านกระบวนการเพาะงอก มีกาบ้า และสารอื่น ในการช่วยลดความดันเลือด กลุ่มนี้เป็นฟังก์ชันนอลฟู้ด ที่จัดอยู่ในอาหารฟิวเจอร์ “มหัศจรรย์ข้าวไทยเรามองไปที่เรื่องของแพลนต์เบส แล้วเราทำในตัวที่ไร้สารก่อภูมิแพ้ คือเราเริ่
สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ ระหว่างวันที่ 6-9 กันยายน 2566 เส้นทางเศรษฐี ในเครือมติชน จัดงาน Upskill Thailand 2023 “จักรวาลสร้างอาชีพ” ที่จัดเต็มเรื่องของความหลากหลายของอาชีพ และจักรวาลหนึ่งที่พลาดไม่ได้ในงาน คือ “จักรวาลข้าวไทย” โดยกองพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าว กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานที่เป็นเบอร์หนึ่งของไทยเรื่องข้าว รวบรวมสายพันธุ์ข้าว GI ที่เป็นสายพันธุ์ข้าวเฉพาะถิ่น ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของประเทศไทยมาจัดแสดง รวมถึงเปิดให้ชิมข้าว วันละ 10 สายพันธุ์ ที่ถูกคัดมาแล้วว่า เป็นความอร่อยที่สุดของวงการข้าวไทย นางสาวสุจิต เมืองสุข บรรณาธิการเทคโนโลยีชาวบ้าน สื่อเกษตรนัมเบอร์วันของประเทศ เปิดเผยว่า พื้นที่จัดนิทรรศการ “จักรวาลข้าวไทย” ที่สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ ชั้น 5 เป็นครั้งแรกของการจัดงานของเส้นทางเศรษฐี ในเครือมติชน ที่สามารถรวบรวมพันธุ์ข้าว GI มาได้มากที่สุด โดยงานนี้นำมาจัดแสดงได้ครบทั้ง 21 สายพันธุ์ ได้แก่ ข้าวหอมมะลินิลสุรินทร์ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ข้าวฮางหอมทองสกลวาปี ข้าวไร่ลืมผัวเพชรบูรณ์ ข้าวหอมมะลิทุ่งสัมฤทธิ์ ข้าวหอมมะลิดิ
