ทุเรียน
ท่ามกลางกระแสทุเรียนที่มาแรงไม่เคยตก ไม่ว่าจะปีไหนๆ ราคาก็จะพุ่งสูงไม่ต่ำกว่า กิโลกรัมละ 150-200 บาท และยิ่งถ้าเป็นทุเรียนเกรดพรีเมี่ยม พูโตๆ ก็ต้องเสียเงินเพิ่มขึ้นไปอีก หากพูดด้วยอารมณ์ของคนน้อยใจ ก็คือ ไม่มีที่เหลือไว้ให้สำหรับคนงบน้อยบ้างเลย แต่ช้าก่อน! อย่าเพิ่งเศร้ากันไป เพราะวันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน มีเรื่องราวดีๆ ของชาวสวนที่ระนอง มาเล่าให้ฟัง เพราะที่สวนของชายคนนี้ เขาปลูกทุเรียนอินทรีย์คุณภาพเกรดเอ แต่เอามาขายแค่ กิโลกรัมละ 120 บาท เพื่อให้พี่น้องงบน้อยได้กินของดีๆ มีอยู่จริง ที่นี่! คุณประสิทธิ์ศิลป์ บุญเภา หรือ พี่ศิลป์ ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์จังหวัดระนอง อยู่ที่ หมู่ที่ 6 ตำบล จ.ป.ร. อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง เจ้าของสวนสังวาลย์เกษตรอินทรีย์ ผู้ตั้งปณิธานแน่วแน่ในการผลิตผักผลไม้ปลอดสาร เพราะอยากให้ทุกคนปลอดภัยจากสารเคมี จนเกิดเป็นการสร้างรายได้ และการแบ่งปันคนมีงบน้อยก็สามารถกินผลไม้ที่ราคาถูกและดีได้ พี่ศิลป์ เล่าว่า เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ที่ตนเลือกเดินบนเส้นทางสายเกษตร จากอดีตเคยทำงานเป็นพนักงานบริษัท กลับมาสานต่อและพัฒนางานเกษตรของครอบครัวที่มีอยู่ให้ดีขึ้น เริ่มต้นพัฒนาจากสิ
ปี 2564 ปีทองทุเรียนต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 7 คาดว่าน่าจะสร้างมูลค่ารายได้ประมาณ 70,000 ล้านบาท เปิดฤดูกาลด้วยกระดุม กิโลกรัมละ 190-200 บาท สูงสุดในประวัติศาสตร์ทุเรียน และต้นฤดูกาลเดือนเมษายน หมอนทอง ราคา 170-180 บาท กระดุม 165 บาท ก้านยาว 150-160 บาท ชะนี 135 บาท สูงกว่าปี 2563 และคาดว่าช่วงที่กระจุกตัวจะเป็นช่วงสั้นๆ ราคาน่าจะไม่ต่ำกว่า 90-95 บาท ภาคตะวันออก (จันทบุรี ระยอง ตราด) ปี 2564 ข้อมูล สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 จังหวัดชลบุรี ทุเรียนภาคตะวันออกจาก 3 จังหวัด ปริมาณทั้งหมด 575,542 ตัน จันทบุรี มีปริมาณ 398,618 ตัน หรือคิดเป็น 69% ระยอง 120,080 ตัน หรือ 21% และ ตราด 56,844 ตัน หรือ 10% คุณสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี มีความมุ่งมั่นแก้ปัญหาทุเรียนอ่อนอย่างจริงจัง เพราะได้รับการร้องเรียนมาจากผู้บริโภค ชาวสวน ผู้ส่งออก ปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพ หรือทุเรียนอ่อน มือตัดจากต้นทางสำคัญที่สุด ช่วงต้นฤดูกาล ทุเรียนมีปริมาณน้อย ราคาสูง ล้งมีจำนวนมาก มีการแข่งขันสูง บางคนตัดตามสั่งเพื่อส่งทุเรียนอ่อนไปทุบราคาตลาดปลายทาง ทำให้ได้กำไรมาก ส่วนคนตัดได้ค่าแรงเพิ่มขึ้น ปัญหาทุเรียนอ่อน
อำเภอบันนังสตา เป็นอำเภอหนึ่งที่เป็นเส้นทางเชื่อมต่อจากตัวอำเภอเมืองยะลาตามเส้นทางลงไปสู่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ใต้สุดแดนสยาม อันเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง แต่แม้อำเภอบันนังสตาจะไม่ได้ถูกจดจำว่ามีการเกษตรชนิดใดโดดเด่นเป็นหลัก แต่เมื่อถึงฤดูที่ทุเรียนให้ผลผลิต ก็มีทุเรียนหมอนทองจำนวนไม่น้อยที่ออกจากพื้นที่นี้ไป คุณอาลี บือแน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 2 ตำบลตาเนาะปูเต๊ะ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา พาเราเข้าพื้นที่ไปดูแปลงทุเรียนหมอนทอง ที่ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเองการันตีว่า หมู่ที่ 2 เป็นแปลงปลูกทุเรียนหมอนทองแปลงใหญ่ที่สุดของอำเภอบันนังสตา คุณอาลี บอกว่า เดิมชาวบ้านส่วนใหญ่ปลูกยางพารา มีอาชีพกรีดยางขาย เป็นหลัก แต่เมื่อราคายางตกต่ำ ชาวบ้านหลายรายคิดเปลี่ยนอาชีพ ที่มองเห็นช่องทางของรายได้ขณะนั้นคือ การปลูกทุเรียน เพราะไม่มีปีใดที่ทุเรียนราคาถูก ทำให้มีเกษตรกร จำนวน 114 ราย โค่นยางพาราและปลูกทุเรียนหมอนทอง เฉลี่ยมีพื้นที่ปลูกทุเรียนหมอนทอง ประมาณ 5 ไร่ ต่อราย รวมกลุ่มเป็นเกษตรแปลงใหญ่ โดยในจำนวนนี้ มีเกษตรกรคุณภาพ 13 ราย การรวมกลุ่มเป็นเกษตรแปลงใหญ่ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ระบุว่า เพราะช่วย
เจ้าภาพการปรับปรุงพันธุ์ทุเรียนของไทยอยู่ที่ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี สถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเริ่มปรับปรุงพันธุ์ทุเรียนอย่างจริงจังมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 มี ดร. ทรงพล สมศรี เป็นหัวหน้าโครงการ และผ่านการรับรองพันธุ์จากคณะกรรมการรับรองพันธุ์ กรมวิชาการเกษตร เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2549 จำนวน 3 พันธุ์ คือ พันธุ์จันทบุรี 1 จันทบุรี 2 และ จันทบุรี 3 พันธุ์จันทบุรี 1 เป็นลูกผสมระหว่างต้นพ่อหมอนทอง กับต้นแม่ชะนี ลักษณะประจำพันธุ์มีทรงพุ่ม รูปฉัตรโปร่ง กิ่งแขนงห่าง ต้นสูง 8.80 เมตร ผลมมีขนาดปานกลาง น้ำหนักอยู่ระหว่าง 2.65-3.61 กิโลกรัม ต่อผล ก้านของผลยาว 7.10-11.60 เซนติเมตร ทรงผลค่อนข้างกลม ฟู นูนขึ้นเล็กน้อย ร่องพูไม่ลึก หนามเล็ก ถี่ และสั้น เนื้อหนา 0.89 เซนติเมตร สีเหลือง รสชาติหวานมัน เนื้อค่อนข้างละเอียด กลิ่นหอมอ่อน หลังจากปลิงหลุดแล้วเนื้อไม่เละ พันธุ์จันทบุรี 2 เป็นพันธุ์ลูกผสมระหว่างต้นพ่อพวงมณี กับต้นแม่ชะนี ลักษณะประจำพันธุ์ ทรงต้นมีพุ่มเป็นรูปฉัตร โปร่ง กิ่งแขนงห่าง ต้นสูง 10.50 เมตร เมื่ออายุ 10 ปี ผลมีขนาดค่อนข้างเล็ก น้ำหนักอยู่ระหว่าง 1.50-2
‘ทุเรียน’ จัดเป็นราชาแห่งผลไม้ แต่ผู้บริโภคจะต้องกินอย่างมีองค์ความรู้ เพื่อสุขภาพที่ดี นพ. กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ ให้ข้อมูลว่า แต่ละเมนูทุเรียนจะต้องกินอย่างเหมาะสม ดังนี้ 1. ข้าวเหนียวทุเรียน คุณค่าอยู่ที่สีเหลือง ซึ่งเป็นวิตามินเอ ชนิด “เบต้าแคโรทีน” ข้อดีของทุเรียนคือ ไขมันพืชที่สูงจะช่วยดูดซึมวิตามินอื่นๆ ที่ละลายในไขมันด้วย เช่น วิตามินอีจากนำกะทิ 2. ทุเรียนกวน ความร้อนจะทำลายวิตามินบีกับซีในทุเรียน ดังนั้น จึงควรจำกัดปริมาณบริโภค เพราะในทุเรียนกวนมีเพียงน้ำตาลและไขมันที่มีพลังงานสูง แนะนำว่าหากกินทุเรียนกวนแล้วควรกินผลไม้สด เช่น มังคุด ฯลฯ เสริมด้วย 3. ทุเรียนทอด สิ่งที่ต้องระวังคือ ปริมาณแป้ง, น้ำมัน และเกลือ ดังนั้น ควรกินทีละน้อยๆ แบ่งเป็นคราวไป ทุเรียนเชื่อม มีคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลสูง ควรเก็บไว้กินยามไม่มีผลไม้สด หรือถ้ามื้อนั้นตั้งใจจะกินทุเรียนเชื่อมแล้ว ก็ไม่ควรกินข้าวเพิ่มอีก ทุเรียนปิ้ง เมื่อความร้อนดึงน้ำออก จะทำให้รสชาติของเนื้อทุเรียนเข้มข้นขึ้น ไอศกรีมทุเรียน เพียงแช่ทุเรียนไว้ในช่องฟรีซของตู้เย็น ก็กลายเป็นไอศกรีมทุเรียนที่มีวิตา
“จิตร์นิยม” เป็นสวนออร์แกนิกที่ส่งต่อกันมาเป็นเวลายาวนานถึง 4 รุ่น และได้เป็นสวนออร์แกนิกดีเด่นระดับประเทศจากกรมวิชาการเกษตร ประจำปี 2556 มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยรุ่นอาเหล่ากงบุกเบิกทำเป็นสวนเกษตรอินทรีย์เป็นที่แรกของอำเภอศรีมหาโพธิ จนถึงปัจจุบันที่สวนก็ยังยืนหยัดที่จะทำเกษตรอินทรีย์ 100 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงมีการขยับขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมพื้นที่ 20 ไร่ จนถึงปัจจุบันขยายพื้นที่ไปถึง 500 ไร่ นับได้ว่าเป็นอีกสวนเกษตรผสมผสานแบบอินทรีย์ที่มากคุณค่า มากเรื่องราว และน่าค้นหาเป็นอย่างมาก คุณปิยะพัทธ์ อุดมสิน หรือ คุณซีวิล อยู่บ้านเลขที่ 29/1 หมู่ที่ 2 ตำบลหนองโพรง อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี เกษตรกรรุ่นใหม่ไฟแรง ในวัย 24 ปี กลับมาสืบทอดกิจการทำสวนของที่บ้าน ในรุ่นที่ 4 อาศัยความเป็นคนรุ่นใหม่มาพัฒนาสวนที่บ้านให้เจริญก้าวหน้าสืบต่อไป แต่ในขณะเดียวกันก็ยังไม่ทิ้งภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ ด้วยการประยุกต์เอาความคิดของคนรุ่นใหม่มาผสมกับประสบการณ์ที่มีมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ จะไม่ยึดฝั่งใดฝั่งหนึ่งเป็นที่ตั้ง แต่จะพยายามบาลานซ์ทั้งสองฝั่งให้เข้ากันระหว่างเทคโนโลยีของคนรุ่นใหม่กับปร
อากาศร้อนและมีฝนตกในบางพื้นที่ช่วงนี้ กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรชาวสวนทุเรียนเฝ้าระวังการระบาดของโรคผลเน่า สามารถพบได้ตั้งแต่ระยะผลอ่อน และมักพบโรคในช่วง 1 เดือนก่อนที่จะเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน หรือในระยะเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน และหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียนแล้วอาจพบโรคผลเน่าในระหว่างการบ่มผลทุเรียนให้สุก โดยอาการเริ่มแรกจะพบเปลือกผลทุเรียนเกิดจุดแผลขนาดเล็กสีน้ำตาลดำ ต่อมาจุดแผลจะลุกลามขยายใหญ่มากขึ้นตามการสุกของผลทุเรียน กรณีที่สภาพอากาศมีความชื้นสูง อาจพบเส้นใยสีขาวของเชื้อราสาเหตุโรคบริเวณแผล ซึ่งสามารถพบอาการของโรคได้ตั้งแต่ผลทุเรียนที่ยังอยู่บนต้น ถ้าอาการรุนแรงมาก ผลทุเรียนจะเน่าและร่วงหล่นก่อนกำหนด สำหรับแนวทางในการป้องกันโรคผลเน่า เกษตรกรควรหมั่นตรวจผลทุเรียนในแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ ให้เกษตรกรตัดผลทุเรียนที่เป็นโรคและเก็บผลทุเรียนเน่าที่ร่วงหล่นใต้ต้นนำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูก เพื่อลดปริมาณเชื้อสะสมในแปลง หลีกเลี่ยงการนำเครื่องมือตัดแต่งที่ใช้กับต้นที่เป็นโรคไปใช้ต่อกับต้นปกติ และควรทำความสะอาดอุปกรณ์การเกษตรเมื่อใช้กับต้นที่เป็นโรคก่อนนำกลับมาใช้ใหม่ทุกครั้ง ส่วนแปลงปลูกที่มีค
คนไทยจำนวนมาก รักและหลงใหลการบริโภคทุเรียน เพราะติดใจในรสชาติความอร่อยของทุเรียน แต่หลายครั้งที่ต้องช้ำใจ เพราะถูกให้หลอกซื้อ “ทุเรียนอ่อน” เนื่องจากแยกทุเรียนอ่อนกับทุเรียนแก่ไม่เป็น หากใครไม่อยากถูกหลอกให้ช้ำใจเหมือนที่ผ่านมา ขอแนะนำเคล็ดลับการซื้อทุเรียนแก่ โดยใช้วิธีง่ายๆ คือ “ดู ดีด ดม ดูด” ดู…ขั้ว ก้านขั้วต้องแข็ง สากมือ (ถ้าเป็นทุเรียนอ่อน ก้านจะนิ่ม) ปลิงบวม พูใหญ่ เด่น เห็นเส้นกลางพูชัด หนามใหญ่ ปลายหนามแห้ง ฐานหนามกว้าง ทุเรียนแก่จัด สุกกำลังดี จะมีกลิ่นหอมคงที่ มองเห็นเส้นกลางพูชัดเจน ยกเว้นก้านยาว (หรือทุเรียนหนามถี่) สุกในปลิง หรือปลิงเพิ่งหลุด พูหลวม ดีด…ใช้นิ้วมือดีดที่โคนหนาม ฟังเสียงหลวมๆ ดังก๊อกๆ การดีดหนามที่พูจะช่วยตรวจสอบคุณภาพทุเรียนอ่อนหรือแก่ แล้วยังสามารถช่วยตรวจสอบทุเรียนทุกพูหลวมเท่ากันจะมีโอกาสเป็นทุเรียนที่สุกสม่ำเสมอ เวลาสุกจะมีเนื้อนิ่มสม่ำเสมอ เนื้อไม่แข็งกรุบ การดีด ช่วยให้ได้ทุเรียนที่มีความสุกแก่ในช่วงเวลาที่ต้องการรับประทาน หลวมมาก 1-2 วัน ถึงตึงมาก 3-4 วัน จะสุก ดม…ดมด้วยจมูก ทุเรียนแก่จัดใกล้สุกจะมีกลิ่นสาบอ่อนๆ ทุเรียนสุกแล้วจะมีกลิ่นหอม กลิ่นจะเร
เริ่มฤดูกาลทุเรียน…ราชาผลไม้ของไทย ในช่วงต้นฤดู ยังมีปริมาณน้อย ราคาแพง ผู้บริโภคนิยม จึงต้อง ระวัง พ่อค้านำทุเรียนอ่อนมาจำหน่าย กรมวิชาการเกษตร แนะนำวิธีการสังเกต ลักษณะภายนอก ของผลทุเรียนแก่พร้อมรับประทาน
กรมส่งเสริมการเกษตร เผยสถานการณ์ผลผลิตและการเก็บเกี่ยวผลไม้ภาคตะวันออก ปี 2564 ผลผลิตลดจากปีที่แล้ว ร้อยละ 10 เหตุเพราะสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย ประกอบกับได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน ส่งผลให้ราคาไม้ผลปีนี้ปรับตัวสูงขึ้น นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เผยว่า จากการสำรวจข้อมูลเอกภาพไม้ผลภาคตะวันออก (ระยอง จันทบุรี ตราด) ปี 2564 (ข้อมูล ณ 19 เมษายน 2564) โดยฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) กรมส่งเสริมการเกษตร พบว่า ไม้ผลทั้ง 4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง มีผลผลิตรวม 900,126 ตัน ลดลงจากปี 2563 ที่มีจำนวน 995,501 ตัน (ลดลง 95,375 ตัน หรือ ร้อยละ 10) เนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย หนาวเย็นนาน สลับกับมีฝนตกในช่วงปลายปี 2563 จนถึงต้นปี 2564 ทำให้ออกดอกได้น้อย ไม่เต็มต้น โดยทุเรียน ให้ผลผลิต 575,542 ตัน มังคุด 106,796 ตัน เงาะ 197,708 ตัน และลองกอง 20,080 ตัน ทั้งนี้ ผลผลิตทั้ง 4 ชนิด จะออกมากช่วงเดือนพฤษภาคม 2564 สำหรับประมาณการผลผลิตรายจังหวัดมีดังนี้ ทุเรียน ได้แก่ จังหวัดระยอง 120,080 ตัน เก็บเกี่ยวแล้ว 20,842 ตัน (ร้อยละ 17.36) จ
