ทุเรียน
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เยี่ยมชมสวนเกษตรผู้ร่วมในโครงการวิจัย เรื่อง “การพัฒนาเกษตรกรไทยสู่ smart farmer (กรณีศึกษาการพัฒนาเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนเพื่อการส่งออก)” โดย รศ.ดร. วรภัทร วชิรยากรณ์ สาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นผู้บริหารจัดการโครงการวิจัย และ นายวัชชิระ สิทธิสาร ตัวอย่าง เกษตรกร Young Smart Farmer ณ สวนพุทธรักษา จังหวัดจันทบุรี ทุเรียนเกรดพรีเมี่ยมตำนานแห่งลุ่มน้ำจันทบูร อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ดินแดนอันชุ่มฉ่ำไปด้วย พืชพรรณที่อุดมสมบูรณ์ นายวัชชิระ สิทธิสาร ตัวอย่างเกษตรกร Young Smart Farmer เจ้าของสวนพุทธรักษา เปิดเผยว่า จากการนำเทคโนโลยีในโครงการวิจัย เรื่อง “การพัฒนาเกษตรกรไทยสู่ smart farmer” ที่ วช.ให้การสนับสนุนได้นำหลักทางวิชาการจากทีมนักวิจัยจาก มธ.มาผสมผสานประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มคุณภาพของผลผลิตทุเรียนให้ทุเรียนมีคุณภาพสูง ด้วยระบบ GIS-smart farming-iOT นวัตกรรมการจัดการโรครากเน่าโคนเน่า ทดสอบโรคหลังการเก็บเกี่ยว ทำให้
อุทัยธานี นับเป็นอีกจังหวัดที่ปลูกทุเรียนได้มีคุณภาพ อันเป็นผลจากความอุดมสมบูรณ์ของสภาพอากาศตลอดถึงทรัพยากรทางธรรมชาติ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่อำเภอบ้านไร่ ซึ่งชาวบ้านหันมาปลูกทุเรียนและไม้ผลผสมผสานแทนการปลูกพืชไร่ที่สร้างปัญหากับราคาตกต่ำ คุณวิโรจน์ เผ่าพันธุ์โพธิ์ อยู่บ้านเลขที่ 20 หมู่ที่ 7 ตำบลคอกควาย อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี เคยยึดอาชีพปลูกพืชไร่หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น สับปะรด ข้าวโพด และมันสำปะหลัง แต่ประสบปัญหาราคาตกต่ำ จึงเปลี่ยนมาปลูกทุเรียนเป็นหลัก แล้วเสริมด้วยไม้ผลหลายชนิดแบบผสมผสาน พร้อมเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ดึงนักชิมผลไม้เข้ามาอุดหนุนสร้างรายได้อย่างงดงาม ภายหลังความสำเร็จจากการปลูกทุเรียนของชาวบ้านบางรายในเขตอำเภอบ้านไร่ ส่งผลต่อรายได้ที่ดีกว่าพืชไร่ ได้สร้างแรงจูงใจเป็นแบบอย่างให้คุณวิโรจน์ตัดสินใจปลูกทุเรียนเมื่อ 20 กว่าปีที่ผ่านมา ด้วยการไปหาซื้อกิ่งพันธุ์ทุเรียนมาจากจังหวัดจันทบุรี ได้แก่ หมอนทอง ก้านยาว และชะนี ปลูกรวมกันในพื้นที่ 25 ไร่ ลักษณะพื้นที่ปลูกทุเรียนในสวนคุณวิโรจน์รุ่นแรกจะปลูกไปตามสภาพทางธรรมชาติ ไม่ได้กำหนดเป็นแถว/แนว เพียงแต่มีระยะห่างต้น ปร
“ปัญหาทุเรียนอ่อน” ยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังทั้งมือตัด เจ้าของสวน โรงคัดบรรจุ (ล้ง) แต่ละปีไทยส่งทุเรียนไปขายตลาดจีน จำนวนมากถึง 80-90 เปอร์เซ็นต์ จากปริมาณผลผลผลิตภาคตะวันออกปี 2565 จำนวน 720,000 ตัน คาดว่าจะทำรายได้กว่า 100,000 ล้านบาท หากตรวจพบทุเรียนอ่อนนอกเหนือจากโรคพืชและแมลง และโควิด-19 จะส่งผลให้จีนระงับการนำเข้า ทำให้ราคาผลผลิตลดต่ำลงเป็นการทำลายตลาดทุเรียนไทย การสร้างนักตัดมืออาชีพจึงเป็นแนวทางหนึ่งที่สำคัญที่แก้ปัญหาทุเรียนอ่อน ทุเรียนตราดออกก่อน อ่อนไม่มี คุณชยุทกฤดิ นนทแก้ว เกษตรจังหวัดตราด กล่าวถึงที่มาการจัดฝึกอบรมมือตัดทุเรียน ที่จังหวัดตราด ว่าปี 2565 จังหวัดตราดมีผลผลิตประมาณ 86,765 ตัน พันธุ์ที่นิยมปลูกคือ หมอนทอง ชะนี กระดุม เริ่มมีผลผลิตออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนมีนาคม-มิถุนายน 2565 เดือนพฤษภาคมออกมากที่สุด จังหวัดตราดมี 2 ตำบลที่ทุเรียนออกก่อนที่อื่นๆ ทุกสายพันธุ์ประมาณ 20-30 วัน คือ ตำบลห้วงน้ำขาวและตำบลอ่าวใหญ่ ปีนี้มีผลผลิต 1,800 ตัน เพราะพื้นที่อยู่ริมทะเล อากาศโปร่ง ดินเป็นดินทราย ที่ผ่านมาจังหวัดตราดมักจะถูกประนามว่าตัดทุเรียนอ่อน ซึ่งเป็นเรื่องจริงเ
นายนิกร แสงเกตุ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 8 สุราษฎร์ธานี (สศท.8) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงการจัดทำข้อมูลปริมาณการผลิตไม้ผลภาคใต้ ปี 2565 ครั้งที่ 2 (ข้อมูล ณ 11 พฤษภาคม 2565) ซึ่ง สศก. โดย สศท.8 และ สศท.9 ร่วมกับคณะทำงานย่อยเพื่อพัฒนาระบบข้อมูลและโลจิสติกส์ภาคใต้ พิจารณาผลพยากรณ์ ของสินค้า 4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง ในพื้นที่ 14 จังหวัด คือ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ พังงา ระนอง ภูเก็ต ตรัง พัทลุง สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส เพื่อใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการวางแผนบริหารจัดการผลไม้ตั้งแต่ต้นฤดู เนื้อที่ยืนต้น ของไม้ผลทั้ง 4 ชนิด มีจำนวน 1,108,655 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ที่มีจำนวน 1,082,795 ไร่ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 2) โดยทุเรียน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 เนื่องจากราคาอยู่ในเกณฑ์ดีต่อเนื่อง ส่งผลให้เกษตรกรปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้น โดยมีการปลูกทุเรียนทดแทนกาแฟ ยางพารา และปลูกเพิ่มในพื้นที่ว่าง ขณะที่ลองกอง ลดลงร้อยละ 8 เงาะ ลดลงร้อยละ 4 และมังคุด ลดลงร้อยละ 1 เนื่องจากเกษตรกรโค่นต้นเงาะ มังคุด และลองกอง เพื่อปรับเปลี่ยนไปปลูกทุเรียนซึ่งให
ปัญหาทุเรียนอ่อน คือ มาตรฐานค่าเปอร์เซ็นต์น้ำหนักเนื้อแห้งของทุเรียน (หรือเรียกกันง่ายๆ เปอร์เซ็นต์แป้ง) ไม่เป็นไปตามกรมวิชาการเกษตรกำหนด คือ – กระดุม เปอร์เซ็นต์น้ำหนักเนื้อแห้งไม่น้อยกว่า 27 เปอร์เซ็นต์ – ชะนี พวงมณี 30 เปอร์เซ็นต์ – หมอนทอง ก้านยาว 32 เปอร์เซ็นต์ 3 จังหวัดภาคตะวันออก จันทบุรี ตราด ระยอง เป็นแหล่งผลิตทุเรียนอันดับ 1 ปี 2565 มีผลผลิตถึง 720,000 ตัน มีการประกาศกำหนดวันตัดทุเรียนแต่ละสายพันธุ์ ฤดูกาล 2565 กระดุมวันที่ 20 มีนาคม 2565 ชะนี พวงมณี 10 เมษายน และหมอนทอง ก้านยาว 25 เมษายน การตัดทุเรียนก่อนกำหนดเสี่ยงต่อ “ทุเรียนอ่อน” เปอร์เซ็นต์เนื้อแห้งไม่เป็นตามที่กำหนด การตัดทุเรียนอ่อนมักจะเกิดช่วงต้นฤดูที่ทุเรียนมีปริมาณน้อยและมีราคาสูงแถมได้น้ำหนักดีด้วย ต้นฤดูกาลปี 2565 พันธุ์กระดุมราคาสูงถึง 260-270 บาทต่อกิโลกรัมต่อหมอนทอง 250 บาท ปริมาณทุเรียนเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ ที่ได้ราคาสูงที่ขายได้ช่วงต้นฤดู แต่ถ้ามีทุเรียนอ่อนหลุดออกไปในตลาดทั้งในและต่างประเทศจะทำลายราคาและตลาดทุเรียนไทยที่เหลืออยู่ 70-80 เปอร์เซ็นต์ ที่จะออกช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน เพื่อความ
จังหวัดศรีสะเกษ มีพื้นที่ทำการเกษตรทั้งหมด 3,537,833 ไร่ เหมาะแก่การปลูกพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ พื้นที่ทำการเกษตรส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทำนา นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ยางพารา มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และอย่างที่ทุกคนทราบกันดีกว่าเป็นแหล่งที่ปลูกหอมแดงกับกระเทียมมากที่สุดในประเทศ ไม่เพียงแต่พืชไร่ จังหวัดศรีสะเกษยังมีแหล่งปลูกไม้ผล เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด และลองกอง ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นผลไม้ที่กำลังเป็นที่นิยมในภูมิภาคนี้ก็ว่าได้ จึงนับว่าเป็นอาชีพสร้างเงินให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี ลุงฟอง วรรณสิทธิ์ อยู่บ้านเลขที่ 173 หมู่ที่ 10 ตำบลพราน อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ได้ปลูกทุเรียนประสบผลสำเร็จ เรียกง่ายๆ ว่า ผลผลิตมีไม่พอจำหน่ายกันเลยทีเดียว จึงนับว่าเป็นงานสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้เป็นอย่างดี พลิกที่ดินจากพืชล้มลุก ทำสวนทุเรียนสร้างเงิน ลุงฟอง ชายวัยเกษียณผู้มีอัธยาศัยยิ้มน้อยแต่ใจดี เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะมาทำสวนทุเรียนอย่างเช่นทุกวันนี้ พื้นที่บริเวณได้ใช้ปลูกพืชล้มลุกหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นข้าวโพด และจำพวกพืชไร่อื่นๆ ต่อมาปร
ในช่วงเดือนพฤษภาคม ตรงกับเทศกาลทุเรียน เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของคนรักทุเรียน ยามนี้มองไปทางไหน ก็มีทุเรียนให้เลือกซื้อหากันอย่างจุใจ แต่หากใครต้องการรับประทานทุเรียนที่มีรสชาติอร่อยถูกปากถูกใจ ขอแนะนำให้เลือกซื้อ “ทุเรียนปราจีนบุรี” ที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องรสชาติความอร่อยสุดๆ โดย กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้ประกาศขึ้นทะเบียน “ทุเรียนปราจีน จังหวัดปราจีนบุรี” เป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication : GI) อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2559 จุดเด่นของ “ทุเรียนปราจีนบุรี” ทุเรียนปราจีนบุรี ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสินค้า GI มีจำนวน 7 สายพันธุ์ แบ่งเป็นทุเรียนพันธุ์การค้าคือ ทุเรียนพันธุ์ก้านยาว พันธุ์หมอนทอง พันธุ์ชะนี พันธุ์กระดุมทอง และทุเรียนสายพันธุ์พื้นเมือง ประกอบด้วย ทุเรียนพันธุ์กบชายน้ำ พันธุ์ชมพูศรี และพันธุ์กำปั่น ทุกวันนี้ แหล่งปลูกทุเรียนปราจีนบุรีกระจายอยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองปราจีนบุรี อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอประจันตคาม อำเภอศรีมหาโพธิ และอำเภอนาดี ที่มีสภาพดินเหมาะสมสำหรับเพาะปลูกทุเรียน เพราะสภาพดินชั้นบนเป็นดินร่วนปนทราย ดินชั้นล่างเป็นหิน
ตามที่ทาง สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง ได้เปิดเผยข้อมูลว่า พบของดีอำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี มีทุเรียนปลูกในพื้นที่น้ำกร่อย แม้ทุเรียนจะปลูกได้ทุกระดับความสูงจากน้ำทะเลได้ ระหว่าง 0-650 เมตร แต่ปกติทุเรียนไม่ชอบน้ำกร่อยและน้ำเค็ม เพราะจะทำให้ใบไหม้และยืนต้นตาย แต่ในที่สุดก็ได้ค้นพบเกษตรกรผู้ฉีกกฎธรรมชาติ สามารถปลูกทุเรียนในพื้นที่น้ำกร่อยได้อย่างมีคุณภาพ จนกลายเป็นจุดเด่นสร้างเอกลักษณ์ สร้างชื่อเสียงให้กับวงการทุเรียนเมืองจันท์ได้อย่างเต็มภาคภูมิ คุณบุษบา นาคพิพัฒน์ อยู่บ้านเลขที่ 65/2 หมู่ที่ 14 ตำบลนายายอาม อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี เจ้าของสวนทุเรียนน้ำกร่อย เล่าให้ฟังว่า พื้นที่สวนทุเรียนตรงนี้เป็นที่มรดกตกทอดตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ของสามี ซึ่งตนและสามีเข้ามาเริ่มทำสวนอย่างเต็มตัว เมื่อปี 2540 เริ่มต้นจากงานที่หิน เนื่องจากพื้นที่ตรงนี้เป็นน้ำกร่อยปลูกทุเรียนไม่ค่อยดี ประกอบกับการตลาดที่ยังไม่กว้างขวาง เพราะหากย้อนกลับไปเมื่อตอน 20 กว่าปีที่แล้ว ล้งรับซื้อทุเรียนที่จันทบุรียังมีไม่มาก ผลผลิตมีเยอะเกินความต้องการของตลาด จึงต้องดิ้นรนเอาผลผลิตมาขายไกลถึงตลาดสี่ม
นางศศิญา ปานตั้น ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 ชลบุรี (สศท.6) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงผลสรุปข้อมูลเอกภาพไม้ผลภาคตะวันออก ปี 2565 (ข้อมูล ณ 11 เมษายน 2565) โดย สศก. ร่วมกับคณะทำงานย่อยเพื่อพัฒนาระบบข้อมูลและโลจิสติกส์ ภาคตะวันออก สรุปตัวเลขเอกภาพปริมาณผลผลิตของไม้ผล 4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง ในพื้นที่ 3 จังหวัด (ระยอง จันทบุรี ตราด) พบว่า ผลผลิตรวมทั้ง 4 ชนิด มีจำนวน 1,189,522 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ที่มีจำนวน 903,865 ตัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 32) เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นและมีฝนตกต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2564 ส่งผลให้เอื้อต่อการออกดอกและติดผล แม้จะมีภัยธรรมชาติจากลมพายุช่วงปลายปี 2564 และเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม 2565 ที่ทำให้ดอกและลูกร่วงเสียหาย แต่ในภาพรวมปริมาณผลผลิตยังคงมากกว่าปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ผลผลิตได้ทยอยออกสู่ตลาดตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และจะออกต่อเนื่องจนถึงกลางเดือนกันยายน 2565 โดยผลผลิตจะออกมากที่สุดช่วงเดือนพฤษภาคม 2565 (คิดเป็นร้อยละ 51 ของผลผลิตทั้งหมด) เมื่อพิจารณาปริมาณผลผลิตรายชนิด พบว่า ทุเรียน มังคุด เงาะ ผลผล
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) นำโดย นางกุลประภา นาวานุเคราะห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ดร.ณัฐภพ สุวรรณเมฆ นักวิจัย ทีมวิจัยสิ่งทอ กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีโพลิเมอร์ขั้นสูง ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สวทช. ผศ.ดร. ลำแพน ขวัญพูล อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีการผลิตพืช คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) พร้อมด้วย นายพีรพันธ์ จิวะพรทิพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สาลี่ คัลเล่อร์ จำกัด (มหาชน) ผู้รับถ่ายทอดเทคโนโลยี Magik Growth และ คุณอรทัย เอื้อตระกูล อดีตผู้เชี่ยวชาญด้านระบบนำเข้าและส่งออกสินค้าพืชและปัจจัยการผลิต ร่วมลงพื้นที่มอบ “ถุงห่อทุเรียน Magik Growth สู่ต้นแบบสวนทุเรียนพรีเมี่ยมเพื่อการส่งออก” ณ สวนทุเรียนคุณนวลนภา ตำบลวังหว้า อำเภอแกลง ระยอง โดยมี นางสาวนวลนภา เจริญรวย เจ้าของสวนทุเรียนคุณนวลนภา “สวนสไตล์ช๊าลฮิ” อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ให้การต้อนรับ นางกุลประภา นาวา
