ทุเรียน
คุณธัญญรัตน์ ชาญยงค์ อยู่บ้านเลขที่ 127 หมู่ที่ 2 ตำบลไม้เค็ด อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี ได้ทำสวนทุเรียนปลูกอยู่รอบบริเวณบ้านรวมกับพันธุ์ไม้อื่นๆ เมื่อถึงหน้าฤดูกาลทุเรียนออกผลก็จะดูแลอย่างดี ส่งผลให้ผลผลิตที่ได้มีรสชาติดี ผลผลิตได้คุณภาพ เป็นที่ต้องการของลูกค้า และเมื่อทุเรียนหมดฤดูกาลไปก็จะได้ผลผลิตจากไม้อื่นทำรายได้แทน เธอจึงมีรายได้จากพืชหลากหลายชนิดทำรายได้ตลอดทั้งปี คุณธัญญรัตน์ เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่เธอจำความได้ ตั้งแต่สมัยเด็กครอบครัวของเธอก็มีสวนไม้ผลอยู่รอบบริเวณบ้าน โดยเน้นเป็นทุเรียนพันธุ์โบราณเป็นหลัก แต่ด้วยสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้ทุเรียนเหล่านั้นตายไปจนหมดสวน ครอบครัวของเธอจึงได้หาต้นทุเรียนใหม่ๆ เข้ามาปลูกเพิ่มในพื้นที่บริเวณที่ตายไป พร้อมทั้งปลูกไม้ชนิดอื่นๆ เข้ามาแซมเป็นการเพิ่มผลผลิตให้มีหลากหลายมากขึ้น “พื้นที่รอบบ้านมีเนื้อที่อยู่ประมาณ 12 ไร่ จะปลูกทุเรียนอยู่ที่ 500 ต้น โดยทำเป็นสวนแบบผสมผสาน แต่ทุเรียนเป็นผลผลิตหลักของสวน ซึ่งผลผลิตทุเรียนทำเงินรายปี พืชผักพลูกินใบเป็นรายได้รายวันและรายเดือน จึงทำให้ในแต่ละปีถึงไม่มีผลผลิตจากทุเรียน เราก็ยังมีผลผลิตชนิด
นายอาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ในฐานะประธานศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยแล้งด้านการเกษตร ปี 2563 กรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นแหล่งปลูกทุเรียนที่มีคุณภาพดี เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ แหล่งปลูกทุเรียนที่สำคัญของไทยมีหลายภาคโดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคตะวันออก เช่น ระยอง จันทบุรี และตราด และภาคใต้ เช่น ชุมพร ระนอง นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ขณะนี้พบว่าอยู่ในระยะพัฒนาผล เริ่มแก่ใกล้เก็บเกี่ยว ประกอบกับในช่วงที่สภาพอากาศร้อนและแห้งแล้ง จึงขอให้เกษตรกรเฝ้าระวังการระบาดทำลายของเพลี้ยแป้งทุเรียน โดยรูปร่างของเพลี้ยแป้งทุเรียนเพศเมีย (Planococcus minor (Maskell) และ Planococcus lilacinus (Copckerell) มีขนาดลำตัวยาวประมาณ 3.0 มิลลิเมตร มีสีเหลืองอ่อนหรือชมพู ตัวอ้วนสั้น ผลสีขาวคล้ายผงแป้งปกคลุมลำตัว วางไข่เป็นกลุ่ม กลุ่มละ 100-200 ฟอง เพศเมียตัวหนึ่งสามารถวางไข่ได้ 600-800 ฟอง ภายในเวลา 14 วัน ไข่จะฟักอยู่ในถุงใต้ท้อง ระยะไข่ประมาณ 6-10 วัน เพศเมียเมื่อวางไข่หมดแล้วจะตายไป เพลี้ยแป้งเพศเมียลอกคราบ 3 ครั้ง และไม่มีปีก ส่วนเพศผ
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เผยว่า ในช่วงเดือนมีนาคม – เดือนพฤษภาคมของทุกปีจะเป็นช่วงที่ทุเรียนเริ่มให้ผลผลิตออกสู่ตลาด โดยเฉพาะราคาขายทุเรียนในจังหวัดจันทบุรีขณะนี้ ตามที่ได้รับแจ้งจากสำนักงานเกษตรจังหวัดจันทบุรี ราคาเริ่มต้นอยู่ กิโลกรัมละ 120-150 บาท และยังมียอดสั่งซื้อล่วงหน้าผ่านพ่อค้าคนกลางจนถึงช่วงปลายเดือนเมษายนนี้ ถือเป็นโอกาสดีของเกษตรกรที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้น เพียงแต่จะต้องรักษาคุณภาพให้ได้ตามที่ตลาดต้องการ ด้วยแรงจูงใจจากราคาที่สูง ขายได้ราคาดี เพราะเป็นช่วงต้นฤดูกาล จึงทำให้ชาวสวนและพ่อค้าบางรายตัดทุเรียนอ่อนออกมาขาย กรมส่งเสริมการเกษตร จึงขอประกาศเตือนให้เจ้าของสวนและพ่อค้าทุเรียนอย่าขายทุเรียนอ่อน เพราะการตัดทุเรียนอ่อนออกมาขายถือว่าผิดกฎหมาย เข้าข่ายหลอกลวง มีโทษปรับและจำ และจะทำให้ราคาทุเรียนตกต่ำ สำหรับผลเสียหายที่เกิดจากการขายทุเรียนอ่อน นอกจากจะเป็นปัญหาของตลาดภายในประเทศแล้ว ยังจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อตลาดส่งออก โดยในอนาคตอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ตลาดส่งออกทุเรียนไทยจะลดลง เนื่องจากประเทศคู่แข่งของไทยไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม และกัมพูชา มีการผลิตทุเรียนค
คุณทวี มาสขาว รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ด้านส่งเสริมการผลิต เผยว่า ระยะนี้ผลไม้ภาคตะวันออกเริ่มทยอยให้ผลผลิตแล้ว โดยเฉพาะทุเรียน เป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรที่สร้างรายได้จากการส่งออกให้กับประเทศไทย มีตลาดส่งออกหลัก คือ ประเทศจีน ส่งออกมากถึง ร้อยละ 80 ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนดมาตรฐาน GAP พืชอาหาร (มกษ. 9001-2556 : การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชอาหาร) และมาตรฐานสินค้าเกษตร : ทุเรียน (มกษ. 3-2556) เพื่อให้เกษตรกรผู้ผลิตใช้เป็นแนวทางในการทำการเกษตรให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีตามมาตรฐานที่กำหนด ผลผลิตสูง คุ้มค่าต่อการลงทุน กระบวนการผลิตมีความปลอดภัยต่อเกษตรกรและผู้บริโภค ผลผลิตเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคทั้งภายในและต่างประเทศ ดังนั้น กรมส่งเสริมการเกษตร จึงได้ให้ข้อแนะนำแก่เกษตรกรในการปฏิบัติตามข้อกำหนดเพื่อให้ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP จากหน่วยงานรับรอง ดังนี้ มาตรฐานGAP พืชอาหาร (มกษ. 9001-2556)8 ข้อ คือ 1.1 ใช้น้ำจากแหล่งน้ำสะอาด 1.2 ปลูกในพื้นที่ดี ไม่มีเชื้อโรค ไม่มีสารพิษในดิน เลือกชนิดของไม้ผลให้เหมาะสมเพื่อป้องกันดินเสื่อมโทรม และพื้นที่ปลูกต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายที่เ
ล้งทุเรียน ยอมรับ โควิด-19 ทำกำลังซื้อทุเรียนในจีนลดฮวบ จากปกติเคยขายส่งได้ 100-200 ตู้/วัน เหลือขายส่งเพียง 30-50 ตู้/วัน เผยรัฐบาลจีน ยังคุมเข้มคนออกจากบ้าน “เมืองหนานหนิง” ไม่ใช่พื้นที่เสี่ยงโควิด-19 แพร่ระบาดหนัก รัฐบาลจีนอนุญาตให้แต่ละครอบครัวส่งคนออกมาซื้ออาหารได้เพียง 1 คน และให้มาตลาดได้เพียง 2 วัน/สัปดาห์ คนจีนส่วนใหญ่เน้นซื้อของจำเป็น หวั่นช่วงพีกเดือนเมษายน ผลผลิตทุเรียนออกมากสุด ราคาตลาดดิ่งหนักเหลือ 60-80 บาท ต่อ กก. แถมเฝ้าระวังภัยแล้ง พายุโซนร้อน ทำปริมาณและคุณภาพลดลง นายภานุวัชน์ ไหมแก้ว นายกสมาคมผู้ประกอบการส่งออกทุเรียน มังคุด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ภายหลังการเปิดตลาดของจีนหลังวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 ตลาดทุเรียนใหญ่ๆ เช่น กว่างโจว กว่างสี เซี่ยงไฮ้ หนานหนิง เริ่มดีขึ้นเล็กน้อย ทุเรียนเริ่มทยอยขายได้ 2-3 วัน/ตู้ จากเดิมวันละ 1 ตู้ ส่วนใหญ่เป็นทุเรียนที่ส่งไปรออยู่ก่อนแล้ว ส่วนล็อตใหม่จะเริ่มส่งกลางเดือนกุมภาพันธ์ สถานการณ์น่าจะค่อย ๆ ดีขึ้น สำคัญที่สุด คือ การควบคุมสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ส่วนราคายังคาดการณ์ไม่ได้ เพราะบริษัทใหญ่ที่เคยซื้อต้องหยุดไปหลายราย ส่วนช่วง
ชาวสวนทุเรียนภาคตะวันออกกระอักเลือด ล้งส่งออกฉีกสัญญาเหมาสวนทุเรียนเพียบ หลังเชื้อไวรัสโคโรน่าระบาดหนักในจีน ผู้นำเข้าจีนหยุดรับซื้อ ปลายทางไม่มีคนซื้อ ด้านทูตเกษตรจีนเผยผลสำรวจผู้ประกอบการในปักกิ่ง-เซี่ยงไฮ้-กว่างโจว เปิดตลาดปกติ แต่นำเข้าผลไม้ไทยลดลง เหตุขายไม่ดี เน่าเสียหาย คนจีนซื้อสินค้าพื้นฐานมากกว่าผลไม้ นายธานัท ประสิ่งชอบ ประธานกลุ่มคุณภาพส่งออก 4.0 อ.สอยดาว จ.จันทบุรี กล่าวว่า ตั้งแต่เชื้อโรคไวรัสโคโรน่าระบาดในหลายเมืองของจีน ล้งหยุดซื้อลำไยส่งออกไปปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เพราะตลาดปลายทางไม่มีคนซื้อ ขายช้า ขายยาก และถูกกดราคา ถ้าภายใน 15 วัน ตลาดยังไม่คลี่คลาย ล้งยังไม่รับซื้อจะเกิดผลกระทบกับราคาลำไย จากปกติก่อนตรุษจีนราคา 30-35 บาท/กก. และคาดการณ์ว่าเมษายนช่วงเช็งเม้งราคาจะสูงถึง 40-50 บาท แต่ตอนนี้ ราคากลับรูดลงมา 16-20 บาท/กก. นายอเนก ธรรมสุทธิ์ ประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนสอยดาว จำกัด จ.จันทบุรี กล่าวว่า ชาวสวนต้องเผชิญกับราคาลำไยร่วงต่ำมากจากช่วงตรุษจีน 30-40 บาท/กก. ล้งบางรายทำสัญญาซื้อไว้ 32 บาท ขอลดราคาลงเหลือเพียง 18 บาท ทำให้เงินค่าเหมาลำไยหายไปถึง 300,000 บาท แม้มีการทำสัญ
ทุเรียน นับเป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมบริโภคทั้งในไทยและต่างประเทศ ส่งผลให้ในปัจจุบันเกษตรกรหลายรายหันมาปลูกทุเรียนทดแทนพืชเศรษฐกิจชนิดอื่นมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชุมพร ซึ่งนับเป็นแหล่งผลิตทุเรียนคุณภาพแหล่งใหญ่ของประเทศ คุณพงษ์ศักดิ์ ผลมรุกต์ (คุณปาล์ม) เกษตรกรทำสวนทุเรียน นับเป็นอีกหนึ่งในคนรุ่นใหม่ที่กล้าหันหลังให้กับชีวิตอันศิวิไลซ์ในเมืองกรุง กลับมาสานต่อธุรกิจครอบครัวดูแลสวนทุเรียนหมอนทอง ภายใต้แนวคิด “ลดต้นทุนการผลิตทุเรียน” อาศัยการนำความรู้ในการทำเกษตรแบบเก่าเข้ามาผสมผสานกับองค์ความรู้สมัยใหม่ เพื่อเป้าหมายลดรายจ่ายทั้งในส่วนของปุ๋ยบำรุงต้น และยารักษาโรค ซึ่งนับเป็นรายจ่ายหลักที่ชาวสวนทุเรียนจะต้องพบเจอ คุณพงษ์ศักดิ์ บอกเล่าเรื่องราวของตนเองอย่างอารมณ์ดีว่า ก่อนที่จะมาประกอบอาชีพเกษตรกรรมทำสวนทุเรียนอย่างเต็มตัวนั้น เดิมทีได้ทำงานอยู่ในโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งที่กรุงเทพฯ ตำแหน่ง IT Support เนื่องจากจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ในสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ภายหลังจากทำงานมาได้ระยะหนึ่งจึงเกิดความเบื่อหน่าย หมดความท้าทายกับการใช้ชีวิตในเมืองกรุง จึงได้ตัดสินใจลาออกกลับมาทำสว
ทุเรียน ราชาแห่งผลไม้ มีถิ่นกำเนิดในสุมาตรา หรือบอร์เนียว มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า ดูริโอ ไซเบทินัส เมอร์ (Durio zibethinus Murr.) เชื่อว่ามีการปลูกในประเทศไทยตั้งแต่สมัยอยุธยา และหากจะนับกันจริงๆ แล้ว ทุเรียนมีมากกว่า 600 สายพันธุ์ แต่ในปัจจุบันสูญพันธุ์ไปแล้วเป็นจำนวนมาก ส่วนพันธุ์ที่เหลือก็หายากเต็มที คุณขจร พฤฒิสุขนิรันดร์ (เฮียย้ง) เจ้าของสวนทุเรียน สวนบ้านเรา อยู่บ้านเลขที่ 324 หมู่ที่ 8 ตำบลกระแสบน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ถือเป็นเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในเจเนอเรชั่นที่ 2 สืบทอดต่อจากรุ่นพ่อ ปลูกทั้งเพื่อการค้า และเพื่ออนุรักษ์พันธุ์ไว้ไม่ให้สูญหาย เฮียย้ง เล่าว่า สืบเนื่องมาจาก เมื่อ 18 ปีก่อน ทุเรียนถือว่าราคาตกมาก เหลือเพียงกิโลกรัมละไม่กี่บาท เกษตรกรจึงโค่นทุเรียนทิ้ง แล้วมาปลูกยางพารา เพราะตอนนั้นยางพาราคือพืชเศรษฐกิจที่กำลังมาแรง ส่งผลให้ทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองและพันธุ์หายากบางพันธุ์ถูกโค่นทิ้งมาตั้งแต่ตอนนั้น จึงมานั่งคิดว่า จะทำอย่างไร ที่จะอนุรักษ์สายพันธุ์ทุเรียนไว้ให้ลูกหลานต่อไป ปัจจุบัน เฮียย้ง ปลูกทุเรียนบนพื้นที่กว่า 100 ไร่ ใช้เวลากว่า 2 ปี เพื่อรวบรวมสายพันธุ์ทุเรียนมา
เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน นายจิตวัฒนา บุญเลิศ หัวหน้าแผนกวิชาช่างกลโรงงาน วิทยาลัยการอาชีพบางสะพาน อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า หลังจากร่วมกับนักศึกษาระดับ ปวส.ผลิตโครงงานนวัตกรรม ประสบความสำเร็จในการผลิตปากกาวัดความสุกของทุเรียนอย่างง่ายที่มีความถูกต้อง 100 เปอร์เซ็นต์ ที่ผ่านมางานดังกล่าวได้รับรางวัลชนะเลิศระดับด้านนวัตกรรมโดดเด่นระดับชาติ ในการประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ประเภทสิ่งประดิษฐ์ด้านการประกอบอาชีพ ตั้งแต่ปี 2561 จากนั้นได้นำไปจดสิทธิบัตรกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา ล่าสุด นักศึกษาได้ร่วมกันผลิตผลงานแฮนด์เมดเพื่อส่งมอบชิ้นงานให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ภายหลังแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการให้กับผู้สนใจทั่วประเทศล็อตแรกจำนวน 60 ชิ้น ตั้งราคาหน่ายชิ้นละ 3,900 บาท มูลค่ารวม 234,000 บาท นายจิตวัฒนากล่าวว่า ยืนยันว่าราคาชิ้นละ 3,900 บาทนั้นไม่สูง และอยู่ที่ความต้องการของผู้ใช้งาน ขณะนี้มีผู้สนใจผลิตภัณฑ์มากกว่า 2,000 ชิ้น แต่ไม่สามารถส่งมอบได้ทันตามที่กำหนด จากการนำไปสาธิตการใช้งานในงานเกษตร และการเผยแพร่วิธีการใช้งานผ่านโซเชียลมีเดีย พร้อมวิธีการบำร
นับตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม 2562 เป็นต้นมา ถือว่า นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน มีอายุก้าวสู่ปีที่ 32… กว่า 30 ปี นิตยสารได้ทำหน้าที่สื่อมวลชนทางด้านการเกษตรอย่างต่อเนื่อง หากท่านที่ติดตามการทำงานของพวกเรามาโดยตลอด จะทราบระบบการผลิตสินค้าการเกษตรของไทยเป็นอย่างดี เพราะมีการรวบรวม เรียบเรียง ผู้ประสบความสำเร็จมานำเสนอ ทุกสาขาอาชีพการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นทางด้านพืช ปศุสัตว์ ประมง การแปรรูปสินค้าเกษตร การตลาด การท่องเที่ยวเชิงเกษตร และอื่นๆ อาชีพเกษตรกรรมบางสาขา ได้แบ่งแยกย่อยออกไปอีก อย่างทางด้านพืช มีพืชไร่นา พืชสวน พืชสวนอุตสาหกรรม พืชสมุนไพร ทางด้านอื่น อย่างปศุสัตว์ ก็แบ่งเป็นสัตว์เล็ก สัตว์ใหญ่ สัตว์เลี้ยงสวยงาม แต่ทีมงานก็ตามเก็บข้อมูล เพื่อนำเสนอให้กับผู้สนใจ กิจกรรมเสริมที่มิตรรักนักอ่านเทคโนโลยีชาวบ้านทราบกันดี ถือว่าเป็นจุดเด่นคือ เสวนาเกษตรสัญจร งานสัมมนาวิชาการที่อยู่ในความสนใจ ในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีที่ 32 ทีมงานจึงได้จัดสัมมนา “ไม้ผลพารวย ยุค 5 G” ขึ้น ที่ห้องประชุมใหญ่ สำนักงานหนังสือพิมพ์ข่าวสด วันที่ 31 ตุลาคม 2562 เวลา 13.00-16.00 น. วิทยากรเริ่มจาก คุณชลธี นุ่มหนู ผู้อำนวยการ
