ทุเรียน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สวนทุเรียนของ นายสมาน เจ๊ะโซ๊ะ อายุ 67 ปี หมู่ที่ 8 บ้านลือมุ ตำบลกรงปินัง อำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา เกษตรกรสมาชิกแปลงใหญ่ทุเรียน อำเภอกรงปินัง เจ้าของสวนทุเรียนพันธุ์หมอนทองพื้นที่ 8 ไร่ ซึ่งขณะนี้มีการตัดขายเป็นรอบที่ 5 ของปีนี้ อายุต้นทุเรียนล้วนมากกว่า 30 ปี แต่ยังคงให้ผลผลิตอย่างต่อเนื่อง นายสมาน เปิดเผยว่า ผลผลิตของปีนี้มีจำนวนลดลง จากที่เคยได้ผลผลิตต่อปีประมาณ 20 ตัน ปีนี้ลดเหลือเพียงกว่า 10 ตันเท่านั้น มาจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากปลายปีที่ผ่านมาเกิดสภาวะแห้งแล้งอย่างหนัก แต่เมื่อต้นปีกลับมีฝนตกชุก ซึ่งอยู่ในช่วงที่ต้นทุเรียนกำลังออกดอก ทำให้ดอกทุเรียนร่วง แต่อย่างไรก็ตาม ผลผลิตที่มีน้อยทำให้ราคาและความต้องการจากตลาดเพิ่มสูง โดยตนส่งขายให้กับพ่อค้าที่ จ.ยะลา ประมาณกิโลกรัมละ 55-60 บาท นับว่าเป็นที่น่าพอใจ “สวนทุเรียนของผมใช้วิธีธรรมชาติ ไม่มีสารเคมี การเอาใจใส่ดูแลทั้งเรื่องของระบบน้ำ และพื้นที่สวนที่ต้องไม่รก เพื่อป้องกันแมลง ทำให้ผลผลิตออกมาดีมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ และได้ตัดส่งขายไปแล้วถึง 4 ครั้ง ครั้งละกว่า 1 ตัน ตกราคา 5 หมื่นบาท ต่อเที่ยว
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม นางวงเดือน จุดจันทึก เจ้าของสวนทุเรียนป่าละอู บ้านคลองน้อย ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า การจัดงานบุฟเฟ่ต์ทุเรียนสวนบุญอินทร์ครั้งแรกประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก มีผู้สนใจเดินทางมาชมสวนทุเรียน พร้อมรับประทานทุเรียนหมอนทองป่าละอูจากสวนและอาหารประเภทอื่นๆ ที่จัดเตรียมไว้ให้จนกว่าจะพอใจ โดยมีค่าใช้จ่ายเพียงหัวละ 399 บาทเท่านั้น หลังจากมีการแจ้งข้อมูลและเปิดรับจองผ่านเฟซบุ๊ก “ทุเรียนป่าละอูสวนบุญอินทร์” ตั้งเป้าหมายลูกค้าไม่เกิน 40 คน เนื่องจากช่วงนี้ผลผลิตมีเหลือน้อย แต่ปรากฏว่ามีผู้สนใจกิจกรรมบุฟเฟต์เกินจำนวนที่กำหนดกว่า 70 คน และทยอยเดินทางมาที่สวนเพิ่มอย่างต่อเนื่องจากการแชร์ข้อมูลในสังคมโซเชียล นางวงเดือน กล่าวด้วยว่า สำหรับการจัดบุฟเฟ่ต์ครั้งต่อไปกำหนดช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายนนี้ เนื่องจากมีผลผลิตออกสู่ท้องตลาดจำนวนมาก แต่จะเน้นขายตรงโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง พร้อมกิจกรรมเสริมที่มีความหลากหลาย ขอบคุณข้อมูลจากมติชนรายวัน
เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ที่สวนทุเรียนนายปราโมทย์ พันจันทร์ (ลุงโส) ตั้งอยู่บนยอดเขาภูเขาห้วยยอดกกทอง ต.บุฮม อ.เชียงคาน จ.เลย พล.ต.ชาญชัย เอมอ่อน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบก(มทบ.) 28 พร้อมคณะ พ.อ.สมหมาย บุษบา เสนาธิการ มทบ. 28 พ.อ.อำนวย ยอดพันธ์ หัวหน้ากองกิจการพลเรือน และ นายบรรพต ยาฟอง นายอำเภอเชียงคาน ร่วมกันแถลงข่าวเปิดจองทุเรียนเมืองเชียงคาน “คักเลย” พร้อมลงพื้นที่เยี่ยมชมสวนทุเรียน ซึ่งกำลังให้ผลผลิตเต็มทุกต้น กว่า 1,000 ต้น คาดว่าทุเรียนพันธุ์”คักเลย” จะสุกและออกตลาดให้ประชาชนทั่วไปได้ลิ้มลองในเดือนสิงหาคมนี้ นายบรรพต ยาฟอง นายอำเภอเชียงคาน กล่าวว่า ทุเรียนของอำเภอเชียงคานจะแตกต่างจากจังหวัดอื่น โดยเริ่มสุกในเดือนสิงหาคม ขณะที่ทุเรียนพื้นที่อื่นหมดแล้ว สาเหตุหนึ่งที่ทุเรียนอาจสุกช้า อาจเป็นเพราะเกษตรกรปลูกทุเรียนบนภูเขาสูงชัน ต้องเดินทางโดยใช้รถโฟร์วีลจึงสามารถเดินทางเข้าถึงสวนได้ รวมทั้งสภาพอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี และ ดินภูเขามีสภาพอุดมสมบูรณ์ด้วยแร่ธาตุต่างๆ ทำให้ทุเรียนเชียงคานมีรสชาติอร่อย ไม่เหมือนจังหวัดอื่นๆ โดยมีสโลแกน “กลิ่นหอมหวน นวลหนาใหญ่ ในเมล็ดเล็ก” หมายถึง มีกลิ่นหอม ไม่ฉุ
สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม เผยส่งออกผลิตภัณฑ์ผลไม้ปี 2559 มูลค่าสูงถึง 119,630 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 19 ผลิตภัณฑ์ผลไม้สดมาแรง สัดส่วนส่งออกมากที่สุดร้อยละ 27 ที่มูลค่า 32,412 ล้านบาท ในจำนวนนี้ร้อยละ 52 มีทุเรียนเป็นพระเอก สร้างมูลค่าส่งออกราว 16,800 ล้านบาท รองลงมา ได้แก่ ลำไย มังคุด เงาะ และลองกอง คาดปี 2560 ผลไม้สดจะส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 40,000 ล้านบาท ส่วนผลิตภัณฑ์ผลไม้อบแห้งแนวโน้มส่งออกโตแบบก้าวกระโดด ปัจจุบันเพิ่มขึ้นมากที่สุดร้อยละ 53 ที่มูลค่าราว 10,910 ล้านบาท ชี้ผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้ ในอนาคตจะปรับเป็นแบบผง หรือพร้อมชงมากยิ่งขึ้น หนุนพื้นที่ชายฝั่งตะวันออก ระยอง จันทบุรี และตราด ใช้จุดแข็งเป็นพื้นที่ผลิตผลไม้ที่มีคุณภาพ พัฒนาคลัสเตอร์ผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรูปสู่ตลาดส่งออกควบคู่ไปด้วยเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปอย่างยั่งยืน นายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม เผยว่า ในปี 2559 ที่ผ่านมา ประเมินว่าไทยมีปริมาณการส่งออกผลิตภัณฑ์ผลไม้ทั้งหมด 2.8 ล้านตัน มูลค่า 119,630 ล้านบาท มีอัตราเติบโตร้อยละ 19 เมื่อเทียบกับปี 2558 คิดเป็นสัดส่
เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน นายพิสิษฐ์ รื่นเกษม อายุ 55 ปี เจ้าของสถานีวิทยุชุมชน เปิดเผยว่า หลังจากเดินทางไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เพื่อแจ้งลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน โดยนำหลักฐานทุเรียนหมอนทองป่าละอูน้ำหนัก 5 กิโลกรัม (กก.) ที่ซื้อจากการเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว จัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จ.ประจวบคีรีขันธ์ บริเวณหน้าสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่ผ่านมา มีการจำหน่ายทุเรียนป่าละอูของแท้ในราคาพิเศษ แต่พบเป็นทุเรียนอ่อนไม่มีคุณภาพ ไม่สามารถรับประทานได้นั้น ล่าสุด ได้นำสำเนาบันทึกประจำวันจาก สภ.บางพลี เดินทางไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บ้านหนองพลับ อ.หัวหิน ท้องที่เกิดเหตุแล้ว โดยพนักงานสอบสวนแจ้งว่าจะออกหมายเรียกเชิญผู้จำหน่ายมารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ “ได้แจ้งให้ญาติที่ จ.สมุทรปราการ นำทุเรียนอ่อนไปให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตร จ.สมุทรปราการ ตรวจสอบคุณภาพพร้อมทำบันทึกเป็นหลักฐานเพื่อนำมาประกอบสำนวนการสอบสวน เนื่องจากเจ้าของสวนปัดความรับผิดชอบ อ้างว่าในวันดังกล่าวมีผู
ภาพจากเฟซบุ๊ก Yongyut Chankol เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Yongyut Chankol” ได้โพสต์ภาพ เนื้อทุกเรียนในเเพ็ก จำนวน 6 แพ็ก ที่ระบุราคาที่ค่อนข้างเเพงกว่าท้องตลาดหลายเท่าตัว เฉลี่ย 420 – 500 บาท ต่อแพค พร้อมระบุข้อความว่า “กินมั้ย ทุเรียนเทพ ที่เกาะไข่ รับรองหากินที่ไหนไม่ได้แน่นอน 5555” จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าภาพดังกล่าวถ่ายไว้ที่เกาะไข่นอก เทศบาลตำบลพรุใน อ.เกาะยาว จ.พังงา และหลังโพสต์ ภาพได้มีผู้เข้ามาเเสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เเซวติดตลกว่าราคาของทุเรียนในเเพ็กดังกล่าวหากเปรียบเทียบเป็นปริมาณการกิน มีมูลค่าเฉลี่ยคำละ 100 บาทเลยทีเดียว ขณะที่บางรายได้อธิบายว่าทุเรียนดังกล่าวมีราคาเเพงกว่าปกติ 3 เท่าตัวเนื่องจากตัองนำลงเรือไปจากเกาะภูเก็ตเเละเป็นราคาที่จำหน่ายแก่นักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งให้ความนิยมทุเรียนเป็นอย่างมาก เเต่ก็มีไม่น้อยที่ระบุว่าราคาดังกล่าวอาจจะเเพง เเละเป็นการเอาเปรียบนักท่องเที่ยวเกินไป ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังผู้นิยมบริโภคทุเรียนหลายรายในภูเก็ตระบุว่าจากภาพดังกล่าวหากคิดราคาโดยคำนวนเนื้อทุเรียนเเกะเป็นเเพคบนเกาะภูเก็ตหากเ
‘ทุเรียน’ จัดเป็นราชาแห่งผลไม้ แต่ผู้บริโภคจะต้องกินอย่างมีองค์ความรู้ เพื่อสุขภาพที่ดี นพ. กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ ให้ข้อมูลว่า แต่ละเมนูทุเรียนจะต้องกินอย่างเหมาะสม ดังนี้ 1. ข้าวเหนียวทุเรียน คุณค่าอยู่ที่สีเหลือง ซึ่งเป็นวิตามินเอ ชนิด “เบต้าแคโรทีน” ข้อดีของทุเรียนคือ ไขมันพืชที่สูงจะช่วยดูดซึมวิตามินอื่นๆ ที่ละลายในไขมันด้วย เช่น วิตามินอีจากนำกะทิ 2. ทุเรียนกวน ความร้อนจะทำลายวิตามินบีกับซีในทุเรียน ดังนั้น จึงควรจำกัดปริมาณบริโภค เพราะในทุเรียนกวนมีเพียงน้ำตาลและไขมันที่มีพลังงานสูง แนะนำว่าหากกินทุเรียนกวนแล้วควรกินผลไม้สด เช่น มังคุด ฯลฯ เสริมด้วย 3. ทุเรียนทอด สิ่งที่ต้องระวังคือ ปริมาณแป้ง, น้ำมัน และเกลือ ดังนั้น ควรกินทีละน้อยๆ แบ่งเป็นคราวไป ทุเรียนเชื่อม มีคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลสูง ควรเก็บไว้กินยามไม่มีผลไม้สด หรือถ้ามื้อนั้นตั้งใจจะกินทุเรียนเชื่อมแล้ว ก็ไม่ควรกินข้าวเพิ่มอีก 5. ทุเรียนปิ้ง เมื่อความร้อนดึงน้ำออก จะทำให้รสชาติของเนื้อทุเรียนเข้มข้นขึ้น 6. ไอศกรีมทุเรียน เพียงแช่ทุเรียนไว้ในช่องฟรีซของตู้เย็น ก็กลายเป็นไอศกรีมทุเรียนที่
เชื่อว่าถ้าพูดถึงราชาผลไม้อย่าง ทุเรียน หลายท่านคงนึกถึงแหล่งปลูกฝั่งภาคตะวันออก อย่าง จังหวัดจันทบุรี ระยอง ตราด หรือแหล่งใกล้กรุงเทพฯ ที่มีชื่อเสียงคือ จังหวัดนนทบุรี แต่ครั้งนี้ท่านผู้อ่านอาจต้องแปลกใจ เพราะคราวนี้เราจะพูดถึงแหล่งปลูกทุเรียนใกล้กรุงเทพฯ อีกแห่งคือ ที่จังหวัดปทุมธานี หรือจะเรียกได้ว่าสวนแห่งนี้เป็นสวนทุเรียนแห่งแรกในจังหวัดปทุมธานีก็ว่าได้ นับว่าเป็นข่าวดีไม่น้อยสำหรับท่านที่ชื่นชอบทุเรียนเป็นชีวิตจิตใจ ถึงหน้าทุเรียนอยากจะรับประทานทุเรียนรสชาติดีๆ สักทีก็ไม่ต้องไปไกลแล้ว แต่ขอกระซิบนิดหนึ่งว่า ด้วยความที่สวนแห่งนี้อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ไม่มาก จึงทำให้ผลผลิตหมดเร็ว ถ้าอยากรับประทานทุเรียนอร่อยๆ ต้องรีบจอง คุณสุพจน์ ตันพิชัย คือเจ้าของ “สวนทุเรียนหมอนทองพลัดถิ่น” คลองเก้า บ้านเลขที่ 9/8 หมู่ที่ 7 ตำบลบึงสามกา อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี คุณสุพจน์ มีอาชีพเป็นเกษตรกรอยู่แล้ว ทำสวนส้มเขียวหวานมาก่อน ปลูกส้มตั้งแต่ พ.ศ. 2531 แต่ต้องโค่นสวนส้มทิ้ง เหตุเพราะช่วงนั้นเกิดอาการโรคลูกร่วง โรคระบาด ส้มโตได้เท่าลูกมะนาวผลก็หลุด ไม่คุ้มทุน จึงเริ่มปลูกทุเรียนลงไป ในช่วงที่ปลูกส
ครอบครัวของ คุณมะโนทยาน พรมกอง อพยพจากอำเภอเดชอุดม มาตั้งหลักปักฐานอยู่บ้านเลขที่ 165 หมู่ที่ 7 บ้านเกษตรสมบูรณ์ ตำบลบุเปือย อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี สมัยก่อน ถึงแม้น้ำยืนจะเข้าออกลำบาก แต่ก็ดินดำน้ำดีกว่าที่เดชอุดม…ดีไม่ดีอย่างไรให้สังเกตดูที่ชื่อหมู่บ้านคือเกษตรสมบูรณ์ เมื่อเข้ามาอยู่ใหม่ๆ ครอบครัวของคุณมะโนทยานปลูกข้าวไว้กิน ขณะเดียวกัน ก็ปลูกพืชไร่ จำพวกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และมันสำปะหลัง มีอยู่ช่วงหนึ่ง มะเขือพวงมีราคา จึงปลูกกันพอสมควร ทำให้ผลผลิตมีมาก หากนำไปขายในตัวเมืองอุบลฯ หรือที่ตลาดอำเภอวารินชำราบ ขายได้ราคาไม่ดี จึงต้องนำไปขายไกลถึงจังหวัดจันทบุรี คุณมะโนทยาน นำมะเขือพวงบรรทุกรถไปขายถึงเมืองจันท์ ซึ่งอยู่ไกลพอสมควร เมืองจันท์ในช่วงที่คุณมะโนทยานไปเห็นนั้นเป็นหน้าผลไม้ ตามข้างทางมีสวนเงาะสุกแดง ข้างทางบางแห่งมีทุเรียนวางขายอยู่เต็มไปหมด คณะที่ไปได้ซื้อชิมแล้วอร่อย ขณะที่นั่งรถกลับบ้าน คุณมะโนทยานเริ่มคิดว่า น่าจะปลูกทุเรียน เพราะสภาพพื้นดินของอำเภอน้ำยืน สีเดียวกับเมืองจันท์ เพราะเป็นตะเข็บชายแดนติดต่อกับกัมพูชา ฝนฟ้าก็ตกดี แหล่งน้ำก็หาได้ ไปขายมะเขือพวงเที่ยวใหม่
