ทุเรียน
“ททท.” ปลุกกระแสท่องเที่ยวเชิงเกษตร เปิดงานเทศกาลสวนผลไม้และของดีภาคตะวันออก มั่นใจเงินสะพัดกว่า 68 ล้านบาท นางสุจิตรา จงชาณสิทโธ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ร่วมกับ 4 จังหวัดภาคตะวันออก ประกอบด้วย ระยอง จันทบุรี ตราด ปราจีนบุรี จัด “งานเทศกาลสวนผลไม้ และของดีภาคตะวันออก” ประจำปี 2560 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร (Agro Tourism) สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตทางการเกษตรของไทย รวมทั้งยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายในการส่งเสริมการท่องเที่ยวสไตส์ลึกซึ้ง (Local Experience) สัมผัสอาหารถิ่น ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และสินค้าต่าง ๆ อีกมากมาย โดยตลอดโครงการวางเป้าหมายมีเงินหมุนเวียนกว่า 68.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 62.49 ล้านบาท โดยในปีนี้ ททท.ได้จัดทำโปรโมชั่นพิเศษ คูปองชิมผลไม้มูลค่า 100 บาท นำมาหักส่วนลดของราคาค่าเข้าสวนผลไม้ จำนวน 20 แห่ง จาก 4 จังหวัดภาคตะวันออก ประกอบด้วย ระยอง จันทบุรี ตราด ปราจีนบุรีที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งสวนดังกล่าวมีศักยภาพที่จะสามารถเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมสวน ตั้งแต่เดื
เนื่องจากทุเรียนในสมัยก่อน ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด จึงพบลักษณะแปลกใหม่อยู่เสมอ ผู้ที่ติดตามทุเรียนได้แบ่งทุเรียนออกเป็น 6 กลุ่ม หลักการแบ่งนั้น ส่วนหนึ่งยึดบรรพบุรุษ แต่บางพันธุ์ไม่ได้เป็นญาติกัน เพราะมีลักษณะใกล้กัน จึงจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกัน นามของทุเรียนต่อไปนี้ บางพันธุ์สาบสูญไปแล้ว แต่ส่วนใหญ่แล้วยังมีเก็บรักษาอยู่ เกษตรกรมีปลูกอยู่ที่สวนละอองฟ้า อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เขารวมไว้กว่า 40 พันธุ์ ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี เก็บไว้กว่า 200 พันธุ์ เกษตรกรรายอื่นก็มีบางสวน 20 พันธุ์ บางสวน 80 พันธุ์ ทุเรียน 6 กุ่ม มีดังนี้ หนึ่ง.กลุ่มกบ ได้แก่ จอมกบ กบแม่เฒ่า กบเล็บเหยี่ยว กบตาขำ กบพิกุล กบวัดกล้วย กบชายน้ำ กบสาวน้อย (กบก้านสั้น) กบสุวรรณ กบเจ้าคุณ กบตาท้วม (กบดำ) กบตาปุ่น กบหน้าศาล กบจำปา (กบแข้งสิงห์) กบเบา กบรัศมี กบตาโห้ กบตาแจ่ม กบทองคำ กบสีนาค กบทองก้อน กบไว กบงู กบตาเฒ่า กบชมพู กบพลเทพ กบพวง กบวัดเพลง กบก้านเหลือง กบตานวล กบตามาก กบทองเพ็ง กบราชเนตร กบแก้ว กบตานุช กบตามิตร กลีบสมุทร กบตาแม้น การะเกด กบซ่อนกลิ่น กบตาเป็น กบทองดี กบธีระ กบมังกร กบลำเจียก กบหลังวิหาร กบหัวล้าน สอง.
ช่วงระยะเวลาที่เหมาะสม เดือนกรกฎาคม -ช่วงระยะแตกใบอ่อนและเจริญเติบโต -ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 10-20 กิโลกรัม/ต้น ร่วมกับ 15-15-15 อัตรา 1-3 กิโลกรัม/ต้น ตามขนาดพุ่ม -นอกจากนี้หากต้นโทรม ควรใช้ปุ๋ยทางใบและอาหารทางด่วนโดยใช้อาหารสำเร็จรูปที่มีคาร์โบไฮเดรต 20 มิลลิลิตร กรดฮิวมิค 20 มิลลิลิตร ปุ๋ยเกร็ด 15-30-15 หรือ 20-20-20 อัตรา 60 กรัม ในน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นจำนวน 1-2 ครั้งเพื่อช่วยให้แตกใบอ่อนได้ดี -ควรตัดแต่งกิ่งที่เป็นโรคและแมลงทำลายทิ้ง -ควรมีการกำจัดวัชพืชบริเวณรอบลำต้นและทรงพุ่มเพื่อป้องกันการสะสมของโรคแมลง -การป้องกันกำจัดโรคที่เกิดจากเชื้อรา เช่น รากเน่า โคนเน่า ฉีดพ่น ด้วยสารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อรา ได้แก่ ฟอสอีทิล-อะลูมิเนียม บีโนมิล เคปแทน -การป้องกันกำจัดแมลงควรฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดแมลงชนิดดูดซึม ได้แก่ คาร์บาริล อะมิตาคลอพริต อะบาเม็กติน เป็นต้น โดยฉีดพ่นทุก 7-10 วัน เดือนพฤศจิกายน ช่วงนี้ควรบำรุงให้ต้นทุเรียนสมบูรณ์โดยใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 10-20 กิโลกรัม/ต้น หรือฉีดพ่นปุ๋ยทางใบ 12-24-12 หรือ 8-24-24 อัตรา 2 กิโลกรัม/ต้น (ขึ้นกับอายุและขนาดทรงพุ่ม) เพื่อกระตุ้นการออ
ช่วงระยะเวลาที่เหมาะสม เดือนกรกฎาคม -ช่วงระยะแตกใบอ่อนและเจริญเติบโต -ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 10-20 กิโลกรัม/ต้น ร่วมกับ 15-15-15 อัตรา 1-3 กิโลกรัม/ต้น ตามขนาดพุ่ม -นอกจากนี้หากต้นโทรม ควรใช้ปุ๋ยทางใบและอาหารทางด่วนโดยใช้อาหารสำเร็จรูปที่มีคาร์โบไฮเดรต 20 มิลลิลิตร กรดฮิวมิค 20 มิลลิลิตร ปุ๋ยเกร็ด 15-30-15 หรือ 20-20-20 อัตรา 60 กรัม ในน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นจำนวน 1-2 ครั้งเพื่อช่วยให้แตกใบอ่อนได้ดี -ควรตัดแต่งกิ่งที่เป็นโรคและแมลงทำลายทิ้ง -ควรมีการกำจัดวัชพืชบริเวณรอบลำต้นและทรงพุ่มเพื่อป้องกันการสะสมของโรคแมลง -การป้องกันกำจัดโรคที่เกิดจากเชื้อรา เช่น รากเน่า โคนเน่า ฉีดพ่น ด้วยสารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อรา ได้แก่ ฟอสอีทิล-อะลูมิเนียม บีโนมิล เคปแทน -การป้องกันกำจัดแมลงควรฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดแมลงชนิดดูดซึม ได้แก่ คาร์บาริล อะมิตาคลอพริต อะบาเม็กติน เป็นต้น โดยฉีดพ่นทุก 7-10 วัน เดือนพฤศจิกายน ช่วงนี้ควรบำรุงให้ต้นทุเรียนสมบูรณ์โดยใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 10-20 กิโลกรัม/ต้น หรือฉีดพ่นปุ๋ยทางใบ 12-24-12 หรือ 8-24-24 อัตรา 2 กิโลกรัม/ต้น (ขึ้นกับอายุและขนาดทรงพุ่ม) เพื่อกระตุ
พาณิชย์เร่งกระจายผลไม้ภาคตะวันออกถึงผู้บริโภค เผยปีนี้ออกมาจำนวนมากแต่ไม่หวั่นราคาตก เพราะยังไม่พอความต้องการรวมถึงการส่งออก โดยเฉพาะทุเรียนราคาพุ่งพรวด ด้าน ม.หอการค้า ระบุเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้น 5 เดือนติด นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่าติดตามสถานการณ์ราคาผลไม้ภาคตะวันออก ซึ่งขณะนี้ผลผลิตกำลังทยอยออกสู่ท้องตลาด เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด ดังนั้น พาณิชย์จึงหาแนวทางในการเร่งระบายผลผลิตเพื่อไปถึงผู้บริโภค ด้วยการเชื่อมโยงทั้งตลาดสดและห้างสรรพสินค้าในการกระจายผลผลิต ขณะเดียวกันเตรียมเปิดตลาด “แม็กเน็ต” ที่นำผลไม้คัดมาจำหน่ายให้ผู้บริโภค ซึ่งจะช่วยดึงดูดการท่องเที่ยวไปด้วย “ปีนี้ยังคงเชื่อมั่นว่าราคาผลไม้จะยังอยู่ในระดับที่สูงและเป็นปีทองของชาวสวนผลไม้ แม้ปริมาณที่ออกสู่ท้องตลาดจะมีมากกว่าปีที่ผ่านมา แต่โดยรวมแล้วผลผลิตยังไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภ ประกอบกับส่งออกไปต่างประเทศเป็นจำนวนมาก เช่น จีน ที่มีความต้องการซื้อทุเรียนเป็นจำนวนมาก และทำให้ราคาปรับขึ้นมาแพง ขณะนี้อยู่ที่กิโลกรัมละ 119 บาท” นางสาววิบูลย์ลักษณ์ กล่าว ปลัดกระทรวงพาณิชย์กล่าวอีกว่า
ครอบครัว “โกปิยนันท์” ทำสวนได้ผลผลิตดีมานาน คนละแวกนั้นรู้จักกันดี ถึงแม้ฐานะจะสามารถส่งลูกไปเรียนต่างประเทศได้ แต่หัวหน้าครอบครัวเลือกที่จะส่งลูกไปเรียนไม่ไกล คือมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจันทบุรี ตั้งอยู่ตำบลพลวง อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี คุณเกียรติยศ โกปิยนันท์ เป็นลูกคนเล็ก ครอบครัวนี้ อยู่บ้านเลขที่ 37/1 หมู่ที่ 3 ตำบลทุ่งเบญจา อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี “ผมมีพี่น้อง 2 คน ผมเป็นคนเล็ก” คุณเกียรติยศ บอก เรียนเกษตรสนุก ได้ฝึกปฏิบัติจริง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจันทบุรี ก่อตั้งมานานกว่า 50 ปีแล้ว เดิมมีฐานะเป็นโรงเรียนเกษตรกรรม จากนั้นขยับเป็นวิทยาลัยเกษตรกรรม จนปัจจุบันมีฐานะเป็นมหาวิทยาลัย เนื่องจากตั้งอยู่ในเขตเกษตรที่ก้าวหน้า จึงทำให้สถานศึกษาแห่งนี้ ต้องปรับตัวและมีหลักสูตรการเรียนการสอนที่ทันสมัย ตอบสนองความต้องการของผู้เรียนทั้งใกล้และไกลได้ ประกอบกับสถานที่ตั้งอยู่ติดกับเทือกเขาคิชฌกูฏ มีน้ำตกกระทิงเป็นฉากหลัง จึงมีผู้นิยมส่งบุตรหลานเข้าไปศึกษาหาความรู้ เมื่อ 30-40 ปีก่อน สถานศึกษายังมีไม่มากอย่างปัจจุบัน จึงมีผู้สนใจมาสอบเข้าสถาน
ศรีสะเกษ อำเภอขุนหาญเตรียมจัดงานเทศกาลทุเรียนและของดีศรีขุนหาญ ประจำปี 2560 ชิมทุเรียนภูเขาไฟอร่อยจากสวนและร่วมรำวงย้อนยุคกับนางรำแสนสวยขุนหาญคาลิปโซ เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมที่ว่าการ อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ นายสมเกียรติ ศรีขาว นายอำเภอขุนหาญ เปิดเผยว่า ด้วยสภาพพื้นที่ของอำเภอขุนหาญ บริเวณบ้านซำขี้เหล็ก ตำบลพรานและตำบลใกล้เคียงเป็นพื้นที่ดินภูเขาไฟที่เต็มไปด้วยแร่ธาตุสำคัญต่อการปลูกพืช ทำให้บริเวณนี้สามารถปลูกทุเรียนหมอนทอง เงาะโรงเรียนได้ผลผลิตดีมาก ฤดูที่ได้ผลผลิตมากคือ พฤษภาคม-มิถุนายน ซึ่งเอกลักษณ์ของทุเรียนหมอนทองขุนหาญ คือเปลือกจะมีหนามชิดและแหลมมาก เนื้อเหนียว แต่ก็เนียนและนุ่ม เมล็ดลีบบาง กินแล้วหวานชุ่มคอมาก โดย อ.ขุนหาญ ได้เป็นแหล่งผลิตผลไม้หลากชนิดจากทั่วทุกภูมิภาคของไทย เช่น เงาะ ทุเรียน มังคุดจากภาคตะวันออก สะตอ ลองกอง ยางพารา จากภาคใต้ ลำไย ลิ้นจี่ จากภาคเหนือ มะปรางหวาน กระท้อน ส้มโอ มะม่วงจากภาคกลาง และพืชผลชนิดอื่นๆ ที่ให้ผลผลิตตลอดทั้งปี และมีแหล่งท่องเที่ยวสวนเกษตร เป็นแหล่งผลิตเงาะ ทุเรียน แห่งแรกและแหล่งใหญ่สุดในภาคอีสาน นายอำเภอขุนหาญ ก
นายวุฒินันท์ ศักดิ์กระโทก เกษตรอำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า เกษตรกรอำเภอครบุรี เริ่มหันมาปลูกพืชทุเรียนทดแทนการปลูกพืชเชิงเดี่ยวอย่างมันสำปะหลังและอ้อย ทำให้มีความหลากหลายทางผลผลิตทางการเกษตรมากขึ้น โดยเริ่มปลูกกว่า 50 ราย พื้นที่ประมาณ 200 ไร่ และทยอยให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะใน 3 ตำบล คือ ตำบลสระว่านพระยา ตำบลลำเพียก และตำบลโคกกระชาย ทั้งนี้ เริ่มให้ผลผลิตออกจำหน่ายระหว่างเพือนพฤษภาคม-สิงหาคม คาดว่าปีนี้ให้ผลผลิตไม่ต่ำกว่า 6 ตัน “ที่ผ่านมามีนายหน้าเข้ามาเหมาซื้อแบบยกสวนไปจำหน่ายต่างพื้นที่ ทำให้คนนครราชสีมาแทบไม่ได้ลิ้มรสชาติ ล่าสุดมีคนโคราชจำนวนมากติดต่อให้ผมช่วยสั่งจองทุเรียนครบุรี จึงรณรงค์ให้ชาวสวนเปิดโอกาสนำผลผลิตออกวางจำหน่ายในตลาดจังหวัดนครราชสีมาบ้าง ประชาชนรับรู้ว่าครบุรีปลูกทุเรียนได้ผลดี มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ เชื่อว่าจะเป็นตลาดทางเลือกใหม่ ทำให้ทุเรียนครบุรีเป็นที่รู้จักแพร่หลาย และมีราคาสูงขึ้น” ขอบคุณข้อมูลจากมติชนรายวัน
เปิดฉากฤดูเที่ยวสวนผลไม้ตะวันออกสุดคึกคัก 46 สวนผลไม้ระยอง จันทบุรี ตราด ร่วมโครงการ นักท่องเที่ยวแห่จองคิวแน่นเดือนพฤษภาฯ ททท.แนะนักท่องเที่ยวจองล่วงหน้า งดวอล์กอิน สวนเล็กงดกินไม่อั้น หันปรับเงื่อนไขคิดเป็นอิ่มละ 150-350 บาท ขณะที่สวนใหญ่ขยับราคาหัวละ 450 บาท เปิด 46 สวนผลไม้รายได้พุ่ง 20% นางสาวกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานระยอง (ระยอง จันทบุรี) เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวจังหวัดระยอง-จันทบุรี ยังคงจัดงานเปิดสวนผลไม้ท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้มีสวนผลไม้ที่เข้าร่วม คือ จังหวัดระยอง 19 สวน จังหวัดจันทบุรี 16 สวน บางสวนเริ่มเปิดแล้ว แต่ส่วนมากจะเปิดให้เข้าในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งแต่ละสวนมีเงื่อนไขแตกต่างกัน บางสวนทำเป็นบุฟเฟต์ บางสวนให้เข้าชมปกติ แต่สามารถซื้อผลผลิตภายในสวนได้ ค่าใช้จ่ายมีตั้งแต่หัวละ 300-450 บาท อย่างไรก็ตามจากประสบการณ์ที่ผ่านมา มีปัญหาว่าบางสวนมีนักท่องเที่ยวทะลักถึงวันละ 3-4 พันคนดังนั้นนักท่องเที่ยวจะต้องเช็กข้อมูลจากสวน และจองล่วงหน้า เพื่อการเตรียมพร้อมในการรองรับ ข้อมูล ททท.ระยองระบุว่า โดยช่วงปี 2559 (เมษายน- กร
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 1 พฤษภาคม นางประนอม ไพรอนันต์ อายุ 68 ปี แม่ค้าขายทุเรียนบริเวณตรงข้ามศาลจังหวัดชลบุรี เทศบาลเมืองชลบุรี อ.เมือง จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาขณะที่นั่งขายทุเรียนเกิดปวดปัสสาวะจึงเดินไปเข้าห้องน้ำช่วงนั้นไม่มีใครเฝ้าหน้าร้านให้ หลังจากเข้าห้องน้ำแล้วกลับออกมาพบว่าทุเรียนที่แกะไว้ 3 แพคใหญ่ๆ ถูกมือดีลักขโมยไป ราคาประมาณ 1,000 บาท โดยไม่รู้ว่าคนร้ายใช้รถอะไรมาลักขโมยไป คาดว่าคงจะลงมาซื้อทุเรียนและไม่เห็นใครอยู่หน้าร้านจึงได้คว้าเอาไป “ความจริงอยากจะกินทุเรียนแต่ไม่มีเงินซื้อ มาขอกันดีๆ ก็ได้ พร้อมจะให้กินฟรี วันนี้สูญเงินร่วม 1 พันบาท เลยไม่มีค่าตัว” นางประนอมกล่าว และว่า ทุเรียนที่นำมาขายนั้นต้องกู้เงินนายทุนมาลงทุน และจะต้องใช้หนี้นายทุนทุกวัน ไม่น่าจะทำกันเลย ปีที่แล้วโดนลักเงิน ปีนี้ยังไม่ทันไรถูกลักทุเรียนไปซะแล้ว ขอเตือนเพื่อนๆ ที่ขายทุเรียนว่าช่วงนี้ได้มีโจรออกอาละวาดลักขโมยทุเรียนแล้วให้ระวังตัวกันด้วย
