ปลาหมอคางดำ
ในโลกแห่งเกษตรกรรมยุคใหม่ การรักษาสมดุลของระบบนิเวศในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำไม่ใช่เรื่องง่าย ที่ตำบลบางเค็ม อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี ความร่วมมือจากกรมประมง และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ นำโครงการ “กองทุนปลากะพง” ช่วยสนับสนุนเกษตรกรเพาะเลี้ยงปลานักล่าเพื่อควบคุมและลดจำนวนปลาหมอคางดำในบ่อเลี้ยงปู-กุ้ง ผลลัพธ์จากการปล่อยปลานักล่ารุ่นแรก เห็นผลจริงปลาหมอคางดำในบ่อเกิดน้อยลง กาญจนา โชติช่วง เกษตรกรผู้เลี้ยงปู ในพื้นที่ตำบลบางเค็ม กล่าวว่า ตนเป็นเกษตรกรที่เข้าร่วม “กองทุนปลากะพง” รุ่นแรกที่ประมงเพชรบุรีนำร่องสนับสนุนเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 24 ราย จากการปล่อยปลากะพงขาวลงในบ่อเลี้ยงคู่กับปูเห็นผลชัดสามารถควบคุมประชากรปลาหมอคางดำในบ่อได้ “ก่อนหน้านี้ เกษตรกรใช้กากชาสำหรับเบื่อปลาหมอคางดำ เมื่อได้รับสนับสนุนปลากะพงขาว ลูกปลาหมอคางดำเกิดขึ้นน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เป็นตัวบ่งชี้ถึงความสำเร็จของโครงการนี้ สร้างความมั่นใจให้เพื่อนเกษตรกรรายอื่น ๆ “ นายประจวบ เจี้ยงยี่ ประมงจังหวัดเพชรบุรี กล่าวเสริมว่า จากการดำเนินงาน “กองทุนปลากะพง
สมุทรสงครามชูผลสำเร็จปลาหมอคางดำในทุกลำคลองลดลงจริงอย่างเป็นรูปธรรม จากที่เคยสำรวจพบว่ามีความหนาแน่นถึง 100 ตัวต่อพื้นที่ 100 ตารางเมตร ล่าสุดจากการสำรวจของกรมประมงวันนี้เหลือเพียง 5–7 ตัวต่อ 100 ตารางเมตรเท่านั้น ความก้าวหน้าครั้งนี้เกิดจากพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน อย่าง ซีพีเอฟ องค์กรท้องถิ่น ชาวประมง เกษตรกร และคนในชุมชน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนแนวทางจัดการปลาหมอคางดำอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันฟื้นฟูระบบนิเวศ และสร้างความยั่งยืนให้แก่เศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของชุมชนในจังหวัดสมุทรสงคราม นายวิรัตน์ สนิทมัจโร ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม เปิดเผยว่า มาตรการการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำที่ดำเนินการอย่างจริงจังส่งผลให้ในรอบ 4 เดือนนี้ปลาหมอคางดำลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้ง “กิจกรรมลงแขกลงคลอง” ที่จัดขึ้นทุกเดือนครอบคลุมทุกพื้นที่ และการรวมพลังจากทุกภาคส่วนทั้งในพื้นที่ ชุมชน และภาคเอกชน อย่าง บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ โดยปริมาณปลาหมอคางดำที่เคยจับได้ลดลงจากกว่า 3,000 กิโลกรัมในแต่ละครั้งที่จัดกิจกรรม ปัจจุบัน จับได้ครั้งละเพียงหลักร้อยกิโลกรั
ปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในหลายจังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีนั้น ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว เกษตรกรชาวเพชรบุรีได้พลิกปัญหาให้เป็นโอกาส ทำให้ปลาหมอคางดำเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า และนำไปสู่ประโยชน์ในหลายมิติ นายอัมพร โชยา ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำกลุ่มเหมืองตาหลอ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า การมีส่วนร่วมของชุมชนคือหัวใจหลักในการกำจัดและลดประชากรปลาหมอคางดำได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเกษตรกรในพื้นที่ช่วยกันเฝ้าระวัง ตรวจสอบแหล่งน้ำอย่างต่อเนื่อง เมื่อพบปลาหมอคางดำจะช่วยกันจับปลาขึ้นมาทันทีโดยไม่รอการดำเนินการจากหน่วยงานภาครัฐ การบูรณาการความร่วมมือกำจัดปลาหมอคางดำของชาวบ้าน นอกจากจะป้องกันการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำแล้ว ยังเป็นการแสดงถึงจิตสำนึกร่วมในชุมชนต่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ปัจจุบัน เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลากะพงในพื้นที่บางขุนไทรได้ปรับตัวโดยนำปลาหมอคางดำที่จับได้มาใช้เป็นปลาเหยื่อ เพื่อใช้เป็นอาหารเลี้ยงปลากะพง ช่วยลดต้นทุนการซื้ออาหารสำเร็จรูป ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงปลา สำหรับปลาหมอคางดำที่มีขนาดใหญ่หน่อย ก็จ
ในวันที่ปลากะพงขาวไม่ได้เป็นเพียงปลายอดนิยมในเมนูอาหารไทย แต่ยังเป็น “นักล่าผู้พิทักษ์” ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ปัญหาการรุกรานของ “ปลาหมอคางดำ” ในแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกร โดยเฉพาะระบบกึ่งธรรมชาติที่ปลาหมอคางดำหลุดรอดเข้าไปในบ่อแย่งกินลูกกุ้ง และแย่งอาหารจากปลาหรือกุ้งที่เลี้ยงทำให้เกษตรกรเดือดร้อน ยกระดับจากปลาเศรษฐกิจสู่ผู้พิทักษ์แหล่งน้ำ การฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพของแหล่งน้ำและการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำเป็น 1 ใน 5 แผนปฏิบัติงานหลักของกรมประมง โดยพุ่งเป้าการปล่อยสัตว์น้ำเป็นนักล่าตามความเหมาะสมของแหล่งน้ำ เพื่อให้ช่วยลงไปช่วยกำจัดปลาหมอคางดำให้เหลือน้อยที่สุดและควบคุมให้อยู่ในพื้นที่จำกัด ปลากะพงขาว เป็นปลากินเนื้อมีพฤติกรรมเป็นนักล่าตามธรรมชาติ กรมประมงจึงใช้ปลากะพงขาวเป็นตัวช่วยควบคุมปลาหมอคางดำ และเป็นกำแพงป้องกันไม่ให้ปลาหมอคางดำแพร่กระจายออกไปพื้นที่อื่น และจากการเก็บข้อมูลของฝ่ายวิชาการกรมประมงสมุทรปราการ สุ่มสำรวจในแหล่งน้ำที่มีการปล่อยปลากะพงขาว พบว่าปริมาณปลาหมอคางดำในพื้นที่มีความหนาแน่นลดลงอย่างมาก จึงเป
เมื่อพูดถึง “ปลาหมอคางดำ” หลายคนอาจนึกถึงผู้รุกราน ปลาต่างถิ่นที่แพร่ระบาดรวดเร็วและกระทบกับปลาพื้นถิ่น วิถีชีวิตของปลาพื้นถิ่น แต่วันนี้ ปลาหมอคางดำได้เปลี่ยนสถานะมาเป็น “ผู้สร้างโอกาส” ผ่านการแปรรูปเชิงสร้างสรรค์ในรูปแบบ น้ำปลาหมอคางดำ ที่ทั้งหอมเข้มข้นและกลมกล่อม ครบเครื่องเรื่องรสชาติและคุณค่า และยังเป็นโอกาสสร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนไทย โครงการนำร่องแปรรูป “น้ำปลา” เป็นความร่วมมือช่วยเหลือสังคมเพื่อนำปลาหมอคางดำมาใช้ประโยชน์เป็นของดี ระหว่างกรมประมง กรมราชทัณฑ์ และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ดำเนินการ “กำจัดพร้อมแปรรูป” หมักปลาหมอคางดำที่ถูกจับออกจากแหล่งน้ำ ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นหมักจนได้รสน้ำปลาที่กลมกล่อม สะอาด และปลอดภัย พร้อมกับจัดเป็นกิจกรรมฝึกวิชาชีพให้กับผู้ต้องขังนำไปใช้เป็นทางเลือกประกอบอาชีพในอนาคต เริ่มตั้งแต่ปี 2567 มี 4 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร เพชรบุรี และสมุทรปราการ ผนึกพลังช่วยกันจับปลาหมอคางดำจากแหล่งน้ำมาหมักเป็นน้ำปลา ภายใต้แบรนด์ “หับเผย” เป็นของดีประจำถิ่นและประจำครัว ทั้ง 4 จังหวัดตั้งเป้าแปรรูปปลาหมอคางดำกว่า 20,0
สถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสงครามจับมือ ประมงจังหวัด และซีพีเอฟ จัดคอร์สอบรมทำ “น้ำปลา” จากปลาหมอคางดำ ให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจและแม่บ้าน เพื่อนำมาใช้สำหรับใช้บริโภคในครัวเรือน และจำหน่ายเป็นรายได้เสริม เป็นอีกหนึ่งการพลิกปัญหาสู่โอกาสทางเศรษฐกิจขยายผลสอนให้กับชาวสมุทรสงครามที่สนใจ มาร่วมกันเปลี่ยนปัญหาให้เป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้ ร่วมจัดการการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำอย่างยั่งยืน พันตำรวจเอกสมชาย ขอค้า ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสงคราม กล่าวว่า สถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสงครามต้องการเปลี่ยนปัญหาเป็นโอกาส โดยร่วมมือกับ ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ คิกออฟฝึกอาชีพบูรณาการช่วยเหลือสังคมกำจัดปลาหมอคางดำ โดยร่วมมือกับประชาชนในพื้นที่จับปลาหมอคางดำขึ้นจากแหล่งน้ำ เพื่อนำปลาหมอคางดำมาประกอบอาหารบริโภคในครัวเรือนช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับครอบครัวของข้าราชการตำรวจ พร้อมทั้งฝึกให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจและกลุ่มแม่บ้านแปรรูปเป็นน้ำปลา ตั้งแต่การเตรียมปลาหมอคางดำ ใส่เกลือคลุกเคล้าให้เข้ากันก่อนปิดฝาและหมักไว้ประมาณ 12 เดือนจนได้เป็นน้ำปลา เป็นการส
ประมงจังหวัดเพชรบุรี เดินหน้าแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในพื้นที่ต่อเนื่อง พร้อมหนุนวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปสัตว์น้ำตำบลโพพระ แปรรูปผลิตภัณฑ์อาหาร “ตราใบโพธิ์” สร้างรายได้ให้ชุมชน ย้ำผู้บริโภคมั่นใจผลิตภัณฑ์ปลาหมอคางดำของวิรสชาติอร่อย คุณภาพได้มาตรฐาน กระบวนการผลิตสะอาดและปลอดภัย นายประจวบ เจี้ยงยี่ ประมงจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า ปีนี้ประมงเพชรบุรียังคงเฝ้าระวังและดำเนินมาตรการควบคุมปัญหาปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนทั้งเรื่องการเฝ้าระวังการระบาด และการใช้ประโยชน์ ผ่านการสนับสนุนให้วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปสัตว์น้ำตำบลโพพระ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี นำปลาหมอคางดำที่จับได้มาหมักเป็นปลาร้า และต่อยอดแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ เพื่อนำไปจำหน่ายในตลาดชุมชน “ปลาหมอคางดำมีคุณค่าสามารถแปรรูปเป็นอาหารได้หลายอย่าง การร่วมสนับสนุนและช่วยอุดหนุน ผลิตภัณฑ์ปลาหมอคางดำตรา “ตราใบโพธิ์” ไม่เพียงเสริมสร้างรายได้ให้คนในชุมชน แต่ยังช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศให้ยั่งยืนอีกด้วย” นายประจวบกล่าว นายอดิเรก แก้วเจริญ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปสัตว์น้ำตำบลโพพระ กล่
สมุทรสงครามยังคงเดินหน้าไม่หยุดในการกำจัดปลาหมอคางดำ จัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 6/2568 มีเป้าหมายลดจำนวนปลาขนาดใหญ่ ตัดวงจรการแพร่ระบาดในแหล่งน้ำให้มากที่สุด ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกรมประมง เพื่อบรรเทาปัญหาและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ นายวิรัตน สนิทมัจโร ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า การจัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการควบคุมและแก้ไขปัญหาการระบาดของปลาหมอคางดำ โดยสมุทรสงครามมีการดำเนินงานอย่างเป็นระบบและร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งการควบคุม การกำจัดปริมาณปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำที่พบการแพร่ระบาด และสนับสนุนนำปลาหมอคางดำมาใช้ประโยชน์ ล่าสุด ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมกับ หน่วยงานในพื้นที่ กอ.รมน. ศรชล. ตำรวจภูธร คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายของกรมประมง ลงพื้นที่จัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 6/2568 จับปลาออกจากคลองหมื่นหาญ ต.ลาดใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม โดยใช้อวนทับตลิ่ง ควบคู่ การโรยกากชา เพิ่มประสิทธิภาพในการจับปลามากขึ้น จากการจัดกิจกรรมในครั้งนี้สามารถจับปลาหมอคางดำได้ 545 กิโลกรัม และพบปลากระบอก
จังหวัดสมุทรสงครามมุ่งมั่นจัดการปลาหมอคางดำอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัจจุบัน สถานการณ์การแพร่ระบาดของปลาชนิดนี้ในแหล่งน้ำธรรมชาติลดความชุกชุมลงอย่างมีนัยสำคัญ จากการสำรวจของกรมประมงล่าสุด ระบุว่าพบปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติอยู่ในระดับความหนาแน่นต่ำ อย่างไรก็ตาม เกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์น้ำแบบกึ่งธรรมชาติยังคงประสบปัญหาผลผลิต ซึ่งสำนักงานประมงจังหวัดจึงมีแผนดำเนินการจัดการอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาผลผลิต และเสริมรายได้ให้กับเกษตรกร นายวิรัตน สนิทมัจโร ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า การจัดการปลาหมอคางดำในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามจะยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงชุมชนและชาวประมง มีเป้าหมายสามารถควบคุมปริมาณปลาหมอคางดำให้น้อยลง และช่วยเหลือเกษตรกรที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำประมาณ 800-900 ราย ซึ่งยังใช้ระบบการเลี้ยงแบบกึ่งธรรมชาติลดผลกระทบจากปลาหมอคางดำ และมีรายได้เสริมจากการเลี้ยงปลานักล่า ในปี 2568 จังหวัดสมุทรสงคราม ยังคงดำเนินการกำจัดและควบคุมการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำตามมาตรการของกรมประมง ประกอบด้วยการจัดกิจกรรมจับปลาหมอคางดำ
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2568 ณ วัดเทพมิตร อ.เขาสมิง จ.ตราด – การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “การส่งเสริมการใช้น้ำหมักชีวภาพปลาหมอคางดำ เพื่อฟื้นฟูสวนยางพาราที่เป็นโรคใบจุดกลมจากเชื้อ Colletotrichum Saimese (ใบร่วงชนิดใหม่) ประจำปี 2568” โดยได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบน้ำหมักปลาหมอคางดำ กว่า 500 ลิตร ถึงมือพี่น้องชาวสวนยาง จังหวัดตราด พร้อมมอบนโยบายการดำเนินงานของกระทรวง และรับฟังข้อคิดเห็นของเกษตรกรในพื้นที่ โดยมี คณะผู้บริหาร กยท. นำโดย ดร.เพิก เลิศวังพง ประธานกรรมการ กยท. และ นายโกศล บุญคง รองผู้ว่าการด้านบริหาร เข้าร่วมกิจกรรม นายโกศล กล่าวว่า กยท. ได้ให้ความสำคัญ และกำหนดแนวทางขับเคลื่อนการดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อป้องและช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกร ลดการแพร่ระบาดและลดความรุนแรงของโรคใบร่วง ให้เกษตรกรชาวสวนยางสามารถยืนอยู่ได้กับอาชีพการทำสวนยาง โดย กยท. ได้มุ่งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เกี่ยวกับโรคฯ แก่เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง การจัดหาสารเคมีที่ทดสอบแล้วมีประสิทธิภาพในการป้องกันกำจัดเชื้อ การบำรุงรักษ
