พืชสมุนไพร
ชื่ออื่น : ห้าขี้แพะ (เชียงราย) ไม้ห้า ชื่อสามัญ : Jambolan Plum, Java Plum ชื่อวิทยาศาสตร์ : Syzygium cumini (L.) Skeels ชื่อวงศ์ : MYRTACEAE ข้อมูลทั่วไป : หว้า ชาวฮินดูเรียกว่า จามาน หรือ จามูน ชื่อภาษาอังกฤษคือ จัมโบลาน (Jambolan) เป็นพันธุ์ไม้พวกต้นชมพู่ มีมากทั้งในอินเดีย พม่า ไทย มาเลเซีย ตลอดจนฟิลิปปินส์ โดยมากหว้ามีผลเล็กสีม่วงดำ แต่ในบางแห่ง เช่น ฟิลิปปินส์มีลูกเท่าไข่นกพิราบ ในพม่านั้น ต้นหว้าถือว่าเป็นไม้มงคลในเรื่องความสำเร็จและชัยชนะ ด้วยชื่อว่าชมพูทวีป หรือดินแดนแห่งไม้หว้านั้น เป็นแผ่นดินอันเป็นแดนกำเนิดของพระพุทธศาสนาและพระบรมศาสดานั่นเอง ปัจจุบัน ต้นหว้าเป็นพันธุ์ไม้พระราชทานเพื่อปลูกเป็นมงคลแก่จังหวัดเพชรบุรี ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ลำต้น ไม้ต้นสูง 10-25 เมตร เปลือกต้นค่อนข้างเรียบ สีน้ำตาล ใบ ใบเดี่ยว ออกตรงข้าม แผ่นใบรูปรีหรือรูปไข่กลับ กว้าง 5-9 เซนติเมตร ยาว 9-15 เซนติเมตร ปลายแหลม โคนมน มีจุดน้ำมันที่บริเวณขอบใบ ดอก สีขาว ออกเป็นช่อตามง่ามใบ ออกที่ซอกใบหรือปลายยอด ฐานรองดอกเป็นรูปกรวย กลีบดอก 4 กลีบ เกสรตัวผู้มีจำนวนมาก ออกดอกและติดผลราวเดือนธันวาคม-มิถุนายน ผลอ่อ
ในป่าไม้ที่เขียวชะอุ่ม ธรรมชาติที่คนไทยหวงแหน ป่าคือต้นกำเนิดของลำห้วยลำธารสายน้ำที่เป็นฐานรากของแม่น้ำสายหลักที่สำคัญ เส้นเลือดใหญ่ของประเทศ และที่สำคัญของป่าไม้อีกประการคือ เป็นแหล่งกำเนิด “อาหาร” หล่อเลี้ยงสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย ให้สามารถสืบแพร่ขยายพันธุ์ และดำรงชีวิตกันมานับแต่บรรพกาล จนกระทั่งวันนี้ “ป่าไม้จึงเป็นชีวิต” อาหารที่ได้จากป่า ทั้งสัตว์บก สัตวน้ำ นก หนู งู หนอน แมลง เห็ด และพืชผัก เรียกได้ว่าอาหารบ้านเราเกือบทุกชนิด ได้จากป่า หรือเป็นผลผลิตจากป่าทั้งสิ้น เช่นเดียวกับผักชนิดนี้ ที่เรียกกันว่า “มะเม่า” เป็นไม้ป่าที่พบขึ้นในป่าทุกภาคของไทย ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง พบมากที่เทือกเขาภูพาน จังหวัดสกลนคร พบเจอตามหัวไร่ปลายนา หรือบางพื้นที่ชาวบ้านนำมาปลูกในบ้าน ในสวน ซึ่ง “ต้นมะเม่า” ขยายพันธุ์ได้ง่าย โดยการตอนกิ่ง ปักชำ เสียบกิ่ง ทาบกิ่ง แท้ที่จริงมะเม่ามีการเจริญพันธุ์อยู่ทั่วไป ซึ่งมีมากกว่า 170 สายพันธุ์ พบในบ้านเรามี 5 สายพันธุ์ ได้แก่ มะเม่าหลวง มะเม่าสร้อย มะเม่าไข่ปลา มะเม่าควาย และมะเม่าดง แต่พอที่จะแยกตามลักษณะรูปทรงใบและต้นได้ 2 ชนิด เท่าที่รู้ ชนิดใบ และก้านมีขน ปลายใบจะแ
เสนียด ชื่อวิทยาศาสตร์ Justicia adhatoda L. ชื่ออังกฤษ Adhatoda, Malabar Nut Tree. ชื่อวงศ์ ACANTHACEAE ชื่ออื่นๆ ปัดเสนียด เสนียดโมรา (กลาง) บัวฮาขาว (เหนือ) เจริมเผือกขาว เจริมโหลง (ไทยใหญ่) กุลาขาว กระเหนียด (ใต้) หูรา (นครพนม) หูหา (เลย) เจี่ยกู่เฉ่า (จีนกลาง) ข้ารู้สึกสับสนกับตัวข้าเอง ที่ถูก ‘โลกลืม’ และโดนผลักไสให้ไปอยู่ฝ่าย ‘อธรรม’ เพราะเพียงชื่อถูกตัดตอนเรียกสั้นๆ ให้ความหมายในความรู้สึกเปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังเท้า ทำให้ใครๆ ก็รังเกียจแม้แต่จะเอ่ยชื่อข้า แต่ยิ่งเกลียดก็ยิ่งพูดถึง เพราะมักจะขึ้นต้นว่า… ‘ไม่อยากให้เป็นเสนียด…’ ต่อด้วยอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย เฮ้อ…! คิดแล้วอยากฟังเพลงของ กุ้ง ตวงสิทธิ์ เรียมจินดา ‘ทั้งรักทั้งเกลียด’ จังเลย แล้วจะรู้สึกว่าเกลียดอะไร แน่นอนว่าชื่อข้าเป็นสิ่งไม่น่าสัมผัสสำหรับคนรุ่นใหม่ แต่หารู้ไม่ว่าชื่อเดิมของข้านั้น มี ‘เสน่ห์’ มากกับความเป็นอยู่ของคนยุคข้าแต่ก่อนมา เพราะชื่อเต็มๆ ของข้าคือ “ปัดเสนียด” แม้แต่พ่อหมอยาไทยใหญ่ก็ยังเรียกข้าว่า ‘ดอกเมตตา’ เลย มายุคนี้แหละที่นำมาใช้อย่างไม่น่าฟัง แต่ลองคิดดูง่ายๆ นะ เรื่องจริงๆ ชื่อข้าไปอยู่บนหัวคนซะ
ปัจจัยที่ใช้กับพิธีกรรมต่างๆ แบบเมื่อก่อน หลายอย่างนับวันจะมีน้อยมาก และหายากเข้าทุกที อีกทั้งพิธีกรรมแบบเมื่อเก่าก่อน ก็ค่อยๆ จางหายไป มีหลงเหลืออยู่ไม่มากนัก ประเพณีรดน้ำดำหัวขอพร สรงน้ำพระ งานมงคล อวมงคลต่างๆ จะมีการตั้งขันน้ำมนต์ คนเป็นพ่อครูจะใช้ส้มป่อยแห้ง ปิ้งไฟให้หอม ใส่ลงขันน้ำ ทำน้ำมนต์ ใบหญ้าคา ผูกมัดพอกำเป็นอุปกรณ์ ชุบสะบัดโปรยปรายกระจายหยาดหยดเม็ดน้ำมนต์สู่ชาวชน และสถานที่ แล้ววันนี้ น้ำส้มป่อยเริ่มห่างหาย มีน้ำอบน้ำหอมวิทยาศาสตร์เข้ามาแทน และหลายคนคงใกล้จะลืมรสยอดส้มป่อยที่เคยเด็ดยอดใบก้านสีแดงเขียว ใส่เติมความเปรี้ยวให้กับต้มส้มปลากด ปลาแค้ ซดน้ำฮวบโฮก จี๊ดจ๊าด แซ่บซ่านตั้งแต่ปลายลิ้นยันปลายไส้สุด หลายคนไม่รู้จัก และอีกหลายๆ คนอยากรู้จัก “ส้มป่อย” นับเป็นพืชรุ่นเก่า มีเล่าขานในนิทาน นิยายปรำปรา คล้ายว่าในเรื่องผีผี ที่มีคนสรรค์แต่งขึ้นมาหลายเรื่อง หลายบทตอน ให้ชาวบ้านติดอกติดใจ เช่น หมอผีทำพิธีไล่ภูติผีปีศาจร้ายออกจากหมู่บ้าน ใช้น้ำมนต์อาบพร้อมเป่าคาถาช่วยคนถูกผีเข้าสิง ซึ่งในโลกความจริงชนบท หมอพื้นบ้านยังใช้ส้มป่อยทำน้ำมนต์สืบชะตา อาบสะเดาะเคราะห์ อาบพรมไล่พิษคนป่วยไข้
รู้หรือไม่? นอกจากใบเตยจะส่งกลิ่นหอมละมุน เสริมแต่งรสชาติขนมหวานให้หอมอร่อย กลมกล่อม ใครได้ลองต้องติดใจแล้ว ใบเตยยังมีประโยชน์ต่อร่างกายซ่อนเอาไว้อยู่ !!! ประโยชน์ของใบเตยจะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย! 1.ใบเตยช่วยแก้อาการอ่อนเพลียและดับกระหาย เพราะใบเตยมีกลิ่นหอมเย็นเมื่อดื่มแล้ว ร่างกายสดชื่นเกิดความรู้สึกผ่อนคลาย 2.ใบเตยช่วยปรับสมดุลในร่างกาย เมื่อดื่มน้ำใบเตยหรือกินขนมที่มีส่วนผสมจากใบเตยจะช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกสบายและสดชื่นได้ 3.ใบเตยช่วยบำรุงหัวใจ ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยบำรุงหัวใจและหลอดเลือด หากใครเป็นโรคความดันโลหิตสูง แนะนำให้ดื่มน้ำใบเตยในช่วงเช้าและเย็น สามารถลดระดับความดันให้กลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติได้ ( อย่าปรุงน้ำใบเตยให้มีรสหวานจนเกินไปนะคะเพราะไม่งั้นจะเป็นโรคเบาหวานเอาได้นะ) 4.ใบเตยช่วยบำบัดอาการโรคเบาหวาน ตำรับแพทย์แผนไทยแนะนำให้นำใบเตย 32 ใบ และใบต้นสัก 9 ใบ นำมาสับและนำไปตากแดดให้แห้งก่อนนำมาชงเป็นชาดื่มอย่างน้อย 1 เดือน หรือใช้ส่วนรากใบเตย ประมาณ 1 กำมือนำมาต้มดื่มเช้า-เย็นก็ได้ผลดีเช่นกัน 5.ใบเตยช่วยบำบัดโรคผิวหนังและโรคหัดได้ โดยนำใบเตยมาตำพอหยาบก่อนนำไปพอกบนผิว ทิ้งไว้สัก
ชื่อวิทยาศาสตร์ Pluchea indica ชื่อวงศ์ Asteraceae หรือ Compositae ชื่ออื่นๆ หนวดงิ้ว (อุดรธานี) หนาดวัว หนวดงั่ว ขลู คลู (ภาคใต้) ขี้ป้าน (แม่ฮ่องสอน) หลวนซี หล่วงไซ (จีน) ต้นขลู่ ชีวิตอยู่ตามชายป่าละเมาะ ข้างริมหนองน้ำ แม้เจอน้ำกร่อย น้ำเค็ม ก็ไม่กลัว จังหวัดที่มีชายทะเล มีหาดทราย ป่าชายเลน ต้นขลู่ก็อยู่ได้ ริมคันนา ผืนนา ก็ชอบ แต่พอมีคนนำไปขยายพันธุ์ปลูกในกระถาง ต้นขลู่ก็จะประท้วง ลำต้นแคระแกร็นไม่สมบูรณ์ เหมือนที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ คนส่วนใหญ่มองต้นขลู่ ว่าเป็นเพียงวัชพืช เป็นแค่เพื่อนของต้นกก ต้นหญ้า ตามชายนา ชายป่า เด็กๆ บ้านนอกเลิกเรียนแล้วชวนเด็กเลี้ยงควายมาเล่นซ่อนหาตาม “ป่าขลู่” เด็กๆ พวกนี้ บางกลุ่มหักกิ่งที่มีช่อดอกบานมาทำดาบต่อสู้กัน ฟาดกัน แล้วจะมีฝอยดอกสีขาวม่วงฟุ้งกระจายสวยมาก ต้นขลู่ มีคนเห็นคุณค่านำภูมิปัญญาถ่ายทอดพัฒนาให้เป็นผลิตภัณฑ์เด่นของชุมชน เมื่อชาวบ้านตำบลบางจะเกร็ง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม นำใบขลู่ไปทำแชมพูและครีมนวดเส้นผม รวมทั้งทำโลชั่นและผงขัดหน้าใบขลู่ โดยเขารวมตัวกันก่อตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน “เรือนไม้หอม” เขียนไว้ในนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ฉบับที
ปัจจุบัน ความต้องการใช้สมุนไพรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากใช้ประโยชน์อย่างหลากหลายทั้งใช้ประกอบอาหาร ผลิตภัณฑ์เพื่อดูแลสุขภาพ และเป็นผลิตภัณฑ์เวชสำอาง พืชสมุนไพรจึงเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ให้เกษตรกรในชุมชน บ้านห้วยร่องคำ หมู่ที่ 10 ตำบลกุดปลาดุก อำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ เป็นกลุ่มวิสาหกิจ “ต้นแบบการผลิตสมุนไพร” ที่มีศักยภาพในพื้นที่ มีระบบบริหารจัดการแปลงที่ดี มีการวางแผนด้านการผลิตเพื่อเป็นไปตามความต้องการของตลาด รวมถึงการพัฒนาสินค้าและผลิตภัณฑ์จากวัสดุเหลือใช้จากสมุนไพร วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเศรษฐกิจชุมชนบ้านห้วยร่องคำ เริ่มดำเนินการเมื่อปี 2559 โดยมี นางละอองฉัตร คูตะพันธุ์ เป็นประธานกลุ่ม ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจเกิดจากการรวมตัวของเกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพรในพื้นที่มีสมาชิกเกษตรกรและเครือข่ายรวม 55 ราย พื้นที่ปลูกรวม 105 ไร่ เนื้อที่ปลูกเฉลี่ย 1.9 ไร่/ครัวเรือน ปัจจุบัน ทางกลุ่มมีการปลูกสมุนไพรทั้งสิ้น 5 ชนิด ได้แก่ ตะไคร้ ข่าตาแดง ขมิ้นชัน กระชายขาว และพริกดำมัน ผลผลิตส่วนใหญ่ผ่านการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรปลอดภัย (GAP) โดยทางกลุ่มวิสาหกิจมีรายได้เฉลี่ยจากการปลูกสมุนไพรหมุนเว
จากอภัยภูเบศรสาร ปีที่ 16 ฉบับเดือนกรกฎาคม 2562 คอลัมน์พืชใกล้ตัว โดย ภก.ณัฐดนัย มุสิกวงศ์ ให้ข้อมูลไว้ว่า มะเร็ง คือ ก้อนโตของเนื้อเยื่อที่เกิดจากการแบ่งตัวของเซลล์ที่ผิดปกติ โดยสามารถกระจายไปยังเนื้อเยื่อข้างเคียงหรืออวัยวะที่อยู่ไกลจากจุดกำเนิดได้ ส่งผลทำให้เกิดอันตรายต่ออวัยวะนั้น หรือเกิดอันตรายต่อทั้งระบบในร่างกาย สาเหตุการเกิดมะเร็ง เป็นแบบปัจจัยร่วมหลายสาเหตุและประกอบด้วยหลายกลไกหลายขั้นตอน ส่งผลให้เกิดการแบ่งตัวของเซลล์ที่ผิดปกติไป ทำให้การป้องกันและรักษามีได้หลากหลาย เช่น การเพิ่มการทำลายสารก่อมะเร็ง (carcinogens) การยับยั้ง oxidative stress ที่ทำให้เกิดการทำลายเซลล์ใน DNA การยับยั้งกระบวนการแบ่งตัวของเซลล์ในขั้นตอนต่างๆ ยาต้านมะเร็งแบบแผนปัจจุบันมีประสิทธิภาพดีในการรักษา แต่ยังมีข้อจำกัดเกี่ยวกับอาการข้างเคียงของยา รวมทั้งผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง จะมีการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งแล้ว การรักษาด้วยการผ่าตัดหรือการฉายรังสีจะไม่ค่อยได้ผล จึงต้องใช้ยาต้านมะเร็งที่มีฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็ง หรือยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งร่วม ทำให้มีผลต่อเซลล์ปกติที่กำลังแบ่งต
เรียกได้ร้อยชื่อจน งง-งง หรือเรียก… “หญ้าหมาหลง” เพราะเข้าในดงกลิ่นสาบเสือ ชื่อวิทยาศาสตร์ Chromolaena odorata Eupatorium odoratum ชื่อวงศ์ Compositae/Asteraceae ชื่อสามัญ Siam weed, Bitter buh, devil weed ชื่ออื่นๆ ผักคราด หมาหลง เสือหมอบ บ้านร้าง ดงรั้ง ฝรั่งรุกที่ มุ้งกระต่าย หญ้าลืมเมือง หญ้าเหม็น สะพัง หญ้าฝรั่งเศส นองสังเปรง บ่อโส่ เพาะจีแค ปวยกีเชา หญ้าเมืองวาย รำเคย ยี่สุ่นเถื่อน เซโพกวย หญ้าเลาฮ้าง ผมแปลกใจมากที่ชื่อผมเรียกกันเป็นร้อย จนตัวผมเอง “งง” หลงเหมือนหมาหลง เข้าดงสาบเสือ ยามดอกบานซึ่งมีเกสรดอกร่วงเข้าตาจนลืมตาไม่ขึ้น หาทางออกไม่เจอ จนคนทางภาคตะวันออกจึงเรียกผมว่า “หมาหลง” แต่/ทางภาคกลางกลับเรียกผมว่า “ฝรั่งรุกที่” และเรียก “เสือหมอบ” ผมไม่แปลกใจแต่งงที่เรียก “ผักคราด” ผมคิดว่าเป็นภาคใต้ ซึ่งทางใต้กลับเรียกผมว่า “หญ้าเมืองวาย” ผมก็ไม่เข้าใจ แต่ที่เรียก “รำเคย” ก็คิดว่ามันแปลกมาก เพราะ คำว่า “เคย” ทางภาคใต้ สงขลา มีความหมายอีกอย่างที่ไม่ได้หมายถึง “กะปิ” ผมจึงหลงคิดไปเองว่า ที่เรียก “รำเคย” เป็นเพราะเข้าดงผักคราดแล้ว “รำคลาญ” หรือเปล่า อย่าไปงงกับผมเรื่องชื่อที่เข
พืชกระท่อม (kratom) เป็นพืชวงศ์เดียวกับกาแฟ และเป็นพืชสมุนไพรที่มีคุณประโยชน์ที่มีตำรายาโบราณและตำราแพทย์แผนปัจจุบันรองรับมากมาย เช่น 1. ช่วยบำรุงกำลังเพิ่มพลังให้ทำงานได้นานขึ้น 2. รักษาอาการลำไส้ติดเชื้อ 3. ช่วยแก้อาการปวดฟัน 4. ช่วยลดความดันโลหิตสูง 5. ช่วยรักษาโรคเบาหวาน 6. ช่วยรักษาแผลในปาก แก้ไอ 7. ช่วยลดอาการปวดที่มีผลดีกว่ามอร์ฟีน 13 เท่า เพราะมีสารสำคัญคือ “ไมทราไจนีน” ซึ่งพบในกระท่อมสายพันธุ์ไทย สูงถึง 66% มีส่วนช่วยกดประสาทส่วนกลาง สามารถลดอาการปวดได้ดี 8. ลดอาการขาดยาจากสารเสพติดประเภทเฮโรอีน ฝิ่น มอร์ฟีน ปัจจุบัน รัฐบาลปลดล็อกให้ “กระท่อม” เป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจไทย ทำให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้ามาส่งเสริมให้ความรู้แก่เกษตรกร ทั้งด้านการปลูก การดูแลรักษา มาตรฐานพืชกระท่อม การใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ตลอดจนการแปรรูป สร้างมูลค่าเพิ่มพืชกระท่อมเพื่อสร้างอาชีพและรายได้แก่เกษตรกรกันอย่างต่อเนื่อง เจ้าของร้านอาหารไทยในอเมริกา ปลูกพืชกระท่อมเป็นอาชีพเสริม คุณชาลี หรือ คุณชัยวัฒน์ กลอยเทพ เจ้าของ ไร่ชาลี กระท่อมไทย Medical grade เนื้อที่ 30 ไร่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลโคกมน อำเภอน้ำหนาว
