พืชสมุนไพร
เรียกได้ร้อยชื่อจน งง-งง หรือเรียก… “หญ้าหมาหลง” เพราะเข้าในดงกลิ่นสาบเสือ ชื่อวิทยาศาสตร์ Chromolaena odorata Eupatorium odoratum ชื่อวงศ์ Compositae/Asteraceae ชื่อสามัญ Siam weed, Bitter buh, devil weed ชื่ออื่นๆ ผักคราด หมาหลง เสือหมอบ บ้านร้าง ดงรั้ง ฝรั่งรุกที่ มุ้งกระต่าย หญ้าลืมเมือง หญ้าเหม็น สะพัง หญ้าฝรั่งเศส นองสังเปรง บ่อโส่ เพาะจีแค ปวยกีเชา หญ้าเมืองวาย รำเคย ยี่สุ่นเถื่อน เซโพกวย หญ้าเลาฮ้าง ผมแปลกใจมากที่ชื่อผมเรียกกันเป็นร้อย จนตัวผมเอง “งง” หลงเหมือนหมาหลง เข้าดงสาบเสือ ยามดอกบานซึ่งมีเกสรดอกร่วงเข้าตาจนลืมตาไม่ขึ้น หาทางออกไม่เจอ จนคนทางภาคตะวันออกจึงเรียกผมว่า “หมาหลง” แต่/ทางภาคกลางกลับเรียกผมว่า “ฝรั่งรุกที่” และเรียก “เสือหมอบ” ผมไม่แปลกใจแต่งงที่เรียก “ผักคราด” ผมคิดว่าเป็นภาคใต้ ซึ่งทางใต้กลับเรียกผมว่า “หญ้าเมืองวาย” ผมก็ไม่เข้าใจ แต่ที่เรียก “รำเคย” ก็คิดว่ามันแปลกมาก เพราะ คำว่า “เคย” ทางภาคใต้ สงขลา มีความหมายอีกอย่างที่ไม่ได้หมายถึง “กะปิ” ผมจึงหลงคิดไปเองว่า ที่เรียก “รำเคย” เป็นเพราะเข้าดงผักคราดแล้ว “รำคลาญ” หรือเปล่า อย่าไปงงกับผมเรื่องชื่อที่เข
พืชกระท่อม (kratom) เป็นพืชวงศ์เดียวกับกาแฟ และเป็นพืชสมุนไพรที่มีคุณประโยชน์ที่มีตำรายาโบราณและตำราแพทย์แผนปัจจุบันรองรับมากมาย เช่น 1. ช่วยบำรุงกำลังเพิ่มพลังให้ทำงานได้นานขึ้น 2. รักษาอาการลำไส้ติดเชื้อ 3. ช่วยแก้อาการปวดฟัน 4. ช่วยลดความดันโลหิตสูง 5. ช่วยรักษาโรคเบาหวาน 6. ช่วยรักษาแผลในปาก แก้ไอ 7. ช่วยลดอาการปวดที่มีผลดีกว่ามอร์ฟีน 13 เท่า เพราะมีสารสำคัญคือ “ไมทราไจนีน” ซึ่งพบในกระท่อมสายพันธุ์ไทย สูงถึง 66% มีส่วนช่วยกดประสาทส่วนกลาง สามารถลดอาการปวดได้ดี 8. ลดอาการขาดยาจากสารเสพติดประเภทเฮโรอีน ฝิ่น มอร์ฟีน ปัจจุบัน รัฐบาลปลดล็อกให้ “กระท่อม” เป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจไทย ทำให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้ามาส่งเสริมให้ความรู้แก่เกษตรกร ทั้งด้านการปลูก การดูแลรักษา มาตรฐานพืชกระท่อม การใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ตลอดจนการแปรรูป สร้างมูลค่าเพิ่มพืชกระท่อมเพื่อสร้างอาชีพและรายได้แก่เกษตรกรกันอย่างต่อเนื่อง เจ้าของร้านอาหารไทยในอเมริกา ปลูกพืชกระท่อมเป็นอาชีพเสริม คุณชาลี หรือ คุณชัยวัฒน์ กลอยเทพ เจ้าของ ไร่ชาลี กระท่อมไทย Medical grade เนื้อที่ 30 ไร่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลโคกมน อำเภอน้ำหนาว
หอมแดง เป็นทั้งพืชสมุนไพร ที่ให้ผลผลิตทั้งการใช้ดอกในลักษณะพืชผัก และใช้หัวสดสำหรับปรุงอาหาร หอมแดง มีสรรพคุณทางยาที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก เช่น ช่วยขับลม แก้อาการท้องอืด แน่นท้อง ปวดหลัง ปวดเอว ปวดประจำเดือน แก้หวัด คัดจมูก ขยายหลอดลม ช่วยให้ผู้ป่วยที่มีอาการหอบหืดสามารถหายใจได้สะดวกขึ้น ปัจจุบัน ได้มีการนำหอมแดงไปใช้ในวงการอุตสาหกรรมอาหารต่างๆ มากมาย ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกหอมแดงประมาณ 4 หมื่นไร่ สามารถปลูกหอมแดงได้ตลอดทั้งปี เนื่องจากหอมแดงเป็นพืชน้ำน้อย ระยะปลูกสั้นแค่ 75 วัน จึงเป็นพืชทางเลือกที่เกษตรกรนิยมปลูกกันมากในช่วงฤดูแล้ง ทดแทนการทำนาปรัง การเพาะปลูกหอมแดงในประเทศไทย ส่วนใหญ่นิยมเพาะปลูกในพื้นที่ภาคเหนือ ที่มีแหล่งน้ำเพียงพอ ซึ่งเกษตรกรสามารถเพาะปลูกหอมแดงได้มากถึง 3 ครั้ง ต่อปี ในช่วงฤดูหนาว ฤดูร้อน และฤดูฝน แต่จะมีเพียงช่วงฤดูหนาวเท่านั้น ที่เกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวดอกหอมแดงไปจำหน่ายเป็นรายได้เพิ่มจากการขายหัวหอมแดงปกติ เนื่องจากหอมแดงจำเป็นต้องได้รับความเย็นที่เพียงพอ จึงจะสามารถแทงช่อดอกได้ และสามารถออกดอกช่วงระยะแตกกอ หรือประมาณ 45 วัน หลังการปลูก นวัตกรรมการผลิ
ในแดนดินถิ่นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือเรียกกันอย่างตามยุคสมัยว่า อาเซียน ได้มีพรรณไม้ชนิดหนึ่ง พุ่มทรงต้นสวย โดยเฉพาะส่วนยอดใบมีไรขนคลุม และผลรูปทรงสวยงาม เหมือนไม้โบราณในนิยายปรัมปรา เขาเรียกกันว่า “ตะลิงปลิง” พุ่มต้นใบดูรวมๆ คล้ายต้นมะยม ลูกทรงผลกลมยาวรี รสชาติเปรี้ยวได้ใจ อาจจะดีต่อใจใครบางคนจริงๆ ตะลิงปลิง เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง สูงราวๆ 5-6 เมตร บางต้นที่เป็นต้นเก่าแก่จริงๆ เคยพบสูงกว่า 10 เมตร พบเห็นที่ต้นเล็กๆ มีลูกหลามต้น เจ้าของเขาเชิญชวนให้เด็ดชิม เคยลองอยู่เหมือนกัน ไม่อยากเล่าตอนนี้ ว่ารสชาติสะเด็ดสะเด่า น่าจะแนะนำให้ปลูกกันไว้แถวที่พักริมทาง คนขับรถง่วงแวะพักคลายเมื่อยล้า ง่วงเหงาหาวนอน เจอสักคำ ตาสว่าง ง่วงหายทันที กำลังบอกถึงประโยชน์ สำหรับผู้ที่จะขับรถระยะทางไกลๆ เก็บติดไว้ในรถสักลูกสองลูก เห็นคุณค่าแน่นอน ทางภาคใต้เรียกว่า “หลิงปลิง” ใต้สุดถึงมาเลเซียเรียก “พลีมิง” หลายที่เรียก “กะลิงปลิง” แต่โดยส่วนใหญ่เรียก “ตะลิงปลิง” มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Averrhoa bilimbi Linn. เป็นไม้ในวงศ์ AVERRHOACEAE ต้นเป็นไม้เนื้ออ่อน เปราะหักง่าย แตกกิ่งมาก มีขนอ่อนนุ่มปกคลุมทั่วตามกิ่ง เปลือกต้
ย่านาง หรือ Tiliacora triandra Diels อยู่ในวงศ์ Menispermaceae ย่านาง มีถิ่นกำเนิดในตอนกลางของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พืชวงศ์ย่านางนี้มีราว 70 ตระกูล ส่วนใหญ่เป็นไม้เลื้อยในป่าเขตร้อนและในป่าไม้ผลัดใบในทวีปเอเชียและอเมริกาเหนือ ย่านางพบขึ้นตามป่าผลัดใบ ป่าดงดิบ และป่าโปร่ง ในทุกภาคของประเทศไทย ภาคกลาง เรียก เถาย่านาง เถาหญ้านาง เถาวัลย์เขียว หญ้าภคินี เชียงใหม่ เรียก จ้อยนาง จอยนาง ผักจอยนาง ภาคใต้ เรียก ย่านนาง ยานนาง ขันยอ ยาดนาง วันยอ ภาคอีสาน เรียก ย่านาง ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ย่านาง เป็นไม้เลื้อย เป็นเถากลมขนาดเล็กเหนียวมีสีเขียว เถาอ่อนมีขนอ่อนปกคลุม เถาแก่ผิวเรียบมีสีเข้ม มีข้อห่างๆ รากมีขนาดใหญ่ มีหัวใต้ดิน ใบ เป็นใบเดี่ยวติดกับลำต้นแบบสลับ ใบคล้ายรูปไข่ หรือรูปไข่ขอบขนาน ปลายใบเรียว ฐานใบมน ขนาดใบยาว 5-10 เซนติเมตร กว้าง 2-4 เซนติเมตร ขอบใบเรียบ ผิวใบเป็นคลื่นเล็กน้อย ก้านใบยาว 1-1.5 เซนติเมตร ใบมีสีเขียวเข้ม หน้าและหลังใบเป็นมัน ดอก แยกเพศอยู่คนละต้น ไม่มีกลีบดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบและตามลำต้น ช่อหนึ่งมี 3-5 ดอก ยาว 2-5 เซนติเมตร ต้นเพศผู้ จะมีดอกสีน้ำตาล อับเรณูสีเหลืองอ่อน ดอกย
ศาสตราจารย์ ดร. เภสัชกรหญิงวราภรณ์ จรรยาประเสริฐ อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเคยได้รับทุนความตกลงเขตการค้าเสรี (Free Trade Area: FTA) กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ในประเทศไทยมีการใช้คำว่า “เวชสำอาง” เฉพาะในงานวิจัยเท่านั้น โดยตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง จะครอบคลุมเฉพาะชนิดที่ใช้ทาภายนอกเพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวเท่านั้น โดยปัจจุบัน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดตั้ง “กองผลิตภัณฑ์สมุนไพร” เพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพในแง่ต่างๆ เพื่อขอรับการขึ้นทะเบียนรับรอง ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้นักวิจัยไทยได้ค้นคว้าและวิจัยสมุนไพรไทยเพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสมุนไพรที่มีคุณภาพกันมากขึ้นอีกด้วย ศาสตราจารย์ ดร. เภสัชกรหญิงวราภรณ์ ได้กล่าวแนะนำการผลิตเครื่องสำอางสมุนไพรเพื่อความปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคว่า ผู้ผลิตจะต้องคัดเลือกสมุนไพรที่มีสารสำคัญที่ดี มีประโยชน์ และไม่เสี่ยงต่อการแพ้ ภายใต้กระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) และการทดสอบการระคายเคือง ซึ่งน
เบื่ออาชีพมนุษย์เงินเดือน กลับบ้านเกิดทำสวนเกษตรผสมผสานก็รวยได้ เรื่องจริงจากประสบการณ์ตรงของ คุณ ชาตรี รักธรรม และคุณสุดาวรรณ สิรวณิชย์ สองสามีภรรยาอดีตมนุษย์เงินเดือน ฝ่ายชายเคยเป็นเจ้าหน้าที่เกษตร ฝ่ายหญิงเป็นพนักงานธนาคาร เมื่อ 6-7 ปีที่แล้วทั้งคู่ได้ลาออกจากงานประจำมา มาทำสวนเกษตรผสมผสานเพื่อเลี้ยงชีพบนที่ดินมรดกเนื้อที่ 30 ไร่ ก่อนหน้านี้ คุณสุดาวรรณ เคยให้ชาวบ้านเช่าพื้นที่ดังกล่าวทำปลูกพืชไร่ ทำให้ดินแห้งแล้งเสื่อมสภาพไม่สามารถปลูกต้นไม้ได้ ประกอบกับที่ดินผืนนี้ไม่มีแหล่งน้ำชลประทาน คุณชาตรีที่เรียนจบด้านเกษตรมาโดยตรง จึงตัดสินใจนำกล้วยน้ำว้ากาบขาวสุพรรณบุรีมาปลูกบนพื้นที่ 30 ไร่ เพื่อปรับปรุงดิน เพราะกล้วยปลูกง่าย และมีคุณสมบัติพิเศษคือสามารถเก็บน้ำไว้ได้ดี ภายในสวนแห่งนี้ คุณชาตรีจะไม่ตัดหญ้า จะปล่อยต้นหญ้าขึ้นปกคลุมดินเพื่อรักษาความชุ่มชื้นในดิน พอถึงช่วงฤดูแล้ง ต้นหญ้าตายก็กลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์ตามธรรมชาติ ปรากฎว่า การบริหารจัดการในพื้นที่อย่างเหมาะสม ได้ผลลัพท์ที่ดี สามารถฟื้นฟูสภาพดินให้ดีขึ้น คุณชาตรีได้แบ่งพื้นที่ปลูกต้นไม้เป็นส่วนๆ คือ ปลูกพืชรายวัน ปลูกพืชรายเดือ
“เหตุที่ได้ชื่อว่าชาดีหมี มิใช่มีหมีใหญ่ในไพรสัณฑ์ แต่เป็นไม้ใหญ่น้อยนับร้อยพัน เรียงรายกันที่ท่าน้ำแสนงามตา นำเปลือกใบมาต้มรสขมปี๋ รสชาติเหมือนดีหมีที่ในป่า โบราณกล่าวหวานเป็นลมขมเป็นยา จึงชื่อว่าชาดีหมีเช่นนี้เอย” ด.ต. บุญเรือง สีดาพิมพ์ หรือ ดาบบุญเรือง เกษตรกรผู้ปลูก “ต้นดีหมี” ในพื้นที่บ้านท่าดีหมี ตำบลปากตม อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ที่ทำการเพาะปลูก “ต้นดีหมี” ภายในชุมชน เพื่อสานต่อภูมิปัญญาชาวบ้านจากบรรพบุรุษ ด้วยการถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องสมุนไพรสู่ลูกหลาน เป็นรุ่นๆ และยังเป็นอัตลักษณ์ของบ้านท่าดีหมี ในอดีตมักจะนำราก ลำต้น เปลือก ใบ มาต้มดื่มเพื่อสุขภาพที่ดีภายในชุมชนนั่นเอง จุดเริ่มต้นของการปลูกนั้น เริ่มจากต้นดีหมีเกิดขึ้นจำนวนมากที่หมู่บ้าน จึงเป็นเหตุผลของความเป็นมาของชื่อของหมู่บ้านว่า “บ้านท่าดีหมี” หมายถึง หมู่บ้านที่มีต้นดีหมีอยู่ที่ท่าน้ำแม่น้ำโขงเชื่อมต่อแม่น้ำเหือง ติดกับแขวงไซยะบุรี สปป.ลาว จนกระทั่งในปี 2559 จึงทำให้มีการรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนชาใบต้นดีหมี ต่อมาในปี 2561 ได้พัฒนาการแปรรูปใบจากต้นดีหมีเป็นชาสมุนไพร ชงในน้ำร้อน โดยบรรจุในซองเยื่อไม้เพื่อสะดวกในการบร
มะกรูด เป็นพืชผักพื้นบ้านที่มากคุณค่า ทั้งใบและผลมะกรูดสามารถนำมาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากมาย หลายช่องทาง ทั้งในรูปอาหาร ยาสมุนไพร เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สปา ส่งขายทั้งในประเทศและส่งออก สร้างรายได้หมุนเวียนในแต่ละปีได้อย่างมหาศาลทีเดียว “มะกรูด” สรรพคุณยาไทย ผิวมะกรูด ผล ราก น้ำมะกรูด และใบ สามารถใช้เป็นส่วนประกอบทางยาสมุนไพรได้หลายชนิด รสชาติและสรรพคุณของมะกรูดในตำรายาไทย ผิวผลสดและผลแห้งมีรสปร่า หอมร้อน สรรพคุณแก้ลมหน้ามืด แก้ลมวิงเวียน บำรุงหัวใจ ขับลมในลำไส้ ขับระดู ขับผายลม ผลมีรสเปรี้ยว มีสรรพคุณขับเสมหะ แก้ไอ แก้น้ำลายเหนียว ฟอกโลหิต ใช้สระผม จะทำให้ผมดกดำเป็นเงางาม ไม่มีรังแคและไม่คันศีรษะ นอกจากนี้ ยังช่วยขับลม แก้ปวดท้องในเด็ก รากของมะกรูดจะมีรสเย็นจืด แก้พิษฝีภายใน แก้เสมหะเป็นโทษ ปรุงผสมกับพืชสมุนไพรอื่นๆ จะช่วยบรรเทาอาการแก้ลมจุกเสียด ถอนพิษผิดสำแดง การใช้ประโยชน์มะกรูดเป็นพืชสมุนไพร มีขนาดและวิธีใช้ที่แตกต่างกันไป เป็นลม หน้ามืด ใช้ผิวผลสดสูดดม ขณะเป็นลม ผิวผลแห้งใช้หั่นใส่ในน้ำหอมผสมกับของหอมอื่นๆ ดมแก้อาการเป็นลมหน้ามืด แก้ลมวิงเวียน บำรุงหัวใจ ใช้ผิวผลสดหั่นเป็น
ชื่อวิทยาศาสตร์ Baccaurea macrophylla Muell. Arg ชื่อวงศ์ EUPHORBIACEAE, PHYLLANTHACEAE ชื่อสามัญ Balacuya, Malayan Baccaurea ชื่ออื่นๆ ลูกปุย ลำแข รังแข มะไฟควาย มะแค้ (ปัตตานี) ตัมโปย (มลายู) ลารัก (ชาวเงาะป่าซาไก) ตัมปุยบูลัน (อินโดนีเซีย) หนูรู้สึกน้อยใจกับชีวิตเล็กน้อย ในฐานะสาวบ้านป่าชาวใต้ ที่ถูกจำกัดอยู่เฉพาะถิ่น เฉพาะจังหวัด จะหันไปพึ่งพาเจ้าหน้าที่ของรัฐก็ไม่ได้รับการส่งเสริม หรือจัดเป็นพืชพันธุ์เศรษฐกิจ ซ้ำยังถูกจัดเป็นผลไม้ป่า “หายาก เสี่ยงสูญพันธุ์” อีก ยิ่งกลุ้ม กว่าจะได้พบผู้คนก็ต่อเมื่อมีคนเข้าไปเก็บ ไปสอย ในชายป่าออกมาแขวนห้อย เป็นช่อเป็นพวงขายข้างทาง ให้ผู้คนที่ขับรถผ่านไปมาซื้อ ส่วนใหญ่ก็แขวนห้อยพวงคู่กับพวงมะไฟหรือละไม แต่พอใครเห็นพวงที่ห้อยหนูไว้กลับคิดผิด แล้วนินทาว่า ทำไมร้านนี้จึงเอากระท้อนมาห้อยขาย เห็นไหมเข้าใจผิดหนักไปอีก ทั้งๆ ที่หนูผลเล็กกว่ากระท้อน เพราะมองไกลๆ จะคล้ายๆ กัน ยิ่งช่วงปีนี้วิกฤตหนักไปอีก เมื่อมีประกาศของรัฐขอความร่วมมือลดการเดินทางและกิจการขนส่งคมนาคม ด้วยการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด-19 ยิ่งทำให้หนูไม่ได้เจอผู้คนซะเลย ชื่อของหนูนอกจ
