สมุนไพร
“ขมิ้นชัน” เป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่คนไทยรู้จักและคุ้นเคยกันดีในทุกภาค มีการนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน โดยนิยมนำมาปรุงช่วยเพิ่มสีสันแต่งกลิ่นและรสชาติของอาหาร มีตำรับอาหารและตำรับยามากมายเป็นทั้งยาภายนอกและยาภายใน สำหรับยาภายในใช้เป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงร่างกาย บำรุงธาตุ แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ เป็นต้น ส่วนยาภายนอก เชื่อว่าขมิ้นชันช่วยรักษาและสมานแผล ทำให้แผลไม่เป็นหนอง และขมิ้นชันยังเป็นสมุนไพรเครื่องสำอางได้ดีอีกด้วย “ขมิ้นชัน” เป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่ใช้กันมายาวนานของคนไทย กล่าวได้ว่าคนในตระกูลไตที่กระจายกันอยู่แถบเอเซีย ทั้งในรัฐอัสสัม พม่า ไทย จีน ลาว ต่างรู้จักในชื่อเดียวกันทั้งสิ้น “ขมิ้นชัน” ไม่ใช่ยารักษาโรคแต่ขมิ้นชันเป็นสมุนไพรเครื่องเทศ ที่ใส่ในอาหารในชีวิตประจำวัน โดยนำมาปรุงแต่งและใช้ประกอบอาหารซึ่งพบมากทางภาคใต้ จะเห็นได้ว่าอาหารปักษ์ใต้มักมีสีออกเหลืองแทบทุกอย่าง สำหรับคนใต้ขมิ้นชันเป็นเครื่องเทศที่แทบจะขาดไม่ได้เลย เพราะนอกจากช่วยในการดับกลิ่นคาวได้ดีแล้ว ยังเป็นสมุนไพรปรุงรส และช่วยสมานแผลได้อีกด้วย คนใต้ส่วนใหญ่จะใช้เหง้าใต้ดินของขมิ้น (หัวขมิ้น) มาผสมในเครื่องแกงต่างๆ รวมทั้งใช้ปร
ป่าบ้านทุ่งตะเซะ ต.ทุ่งกระบือ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง มีเนื้อที่กว่า 2,000 ไร่ มีสภาพเป็นป่าชายเลน เชื่อมระหว่างทะเลอันดามัน กับป่าบกที่มีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต พันธุ์ป่าชายเลน ไม่ว่า จะเป็นโกงกางใบเล็ก แสมดำ ปรง ปอทะเล หยีทะเล แม้กระเช้าผีมด หรือ ต้นหัวร้อยรู เป็นต้น ล้วนแต่มีประโยชน์ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม หรือแม้แต่ในเรื่องการดูแลสุขภาพโดยอาศัยสมุนไพรในพื้นที่ในการรักษา และกว่าจะผ่านความเป็นป่าที่สมบูรณ์มาได้นั้น ได้ผ่านเรื่องราวการต่อสู้มาแสนสาหัส เนื่องจากป่าถูกทำลายจากสัมปทาน ระหว่างปี 2536-2538 ผู้ใหญ่น้อม ฮั้นเย็ก ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 9 ต.ทุ่งกระบือ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ริเริ่มระดมความคิด ปลุกจิตวิญญาณของคนในชุมชน ให้เห็นคุณค่าของป่าชายเลน เนื่องจากถูกทำลายไปมาก สร้างผลกระทบต่อชุมชน รณรงค์ทุกวิถีทางเพื่อที่จะชุมชนเกิดความรู้สึกห่วงแหน ป่าชายแห่งนี้ หลายต่อหลายครั้ง ที่ร่วมกับชุมชน ร่วมกันปลูกป่าชายเลนรอบๆหมู่บ้าน พร้อมเสนอความต้องการจัดการพื้นที่ป่าใช้สอยของชุมชน กระทั่งสามารถตั้งศูนย์แห่งการเรียนรู้ป่าชายเลนชุมชนทุ่งตะเซะ จนกลายเป็นห้องเรียน ขนาดใหญ่ ทุกวันนี้ผู้ใหญ่น้อม ได้ชื่อว่าเป็น
ปราจีนบุรี เป็นจังหวัดที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งปลูกพืชสมุนไพรสำคัญหลายชนิด เกิดการตื่นตัวนำสมุนไพรที่ได้รับการรับรองแล้วมาแปรรูปเป็นยาขายกันแพร่หลาย จนได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองสมุนไพร โดยมีบ้านดงบัง เป็นชุมชนหมู่บ้านที่เป็นศูนย์รวมแหล่งปลูกสมุนไพรและแปรรูปแห่งใหญ่เพื่อป้อนให้กับโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ขณะเดียวกัน พืชสมุนไพรเหล่านั้นยังเป็นอาหารชั้นเยี่ยมของเป็ด/ไก่ ที่ชาวบ้านเลี้ยง แล้วพบว่ามีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ไม่เจ็บป่วย จึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะชนิดใดเลย ด้วยเหตุนี้ชาวบ้านในพื้นที่จึงได้มีโอกาสบริโภคเป็ด/ไก่ และไข่ที่ปลอดภัย มีส่วนช่วยให้พวกเขามีสุขภาพแข็งแรง จึงทำให้ชาวบ้านกลุ่มนี้เกิดแนวคิดที่จะใช้สมุนไพรเป็นส่วนประกอบของอาหารไก่ เพราะตั้งข้อสังเกตว่าผลผลิตไข่น่าจะเป็นไข่สมุนไพรด้วย แล้วหากเป็นเช่นนั้นจริงจะช่วยเพิ่มมูลค่าพร้อมสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านในโอกาสต่อไป จนในที่สุดเกิดเป็นที่มาของงานวิจัย ภายใต้ “โครงการพัฒนาและสนับสนุนวัตถุดิบสมุนไพรและสิ่งอำนวยความสะดวก” โดยเป็นความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ อาทิ ทางจังหวัด ปศุสัตว์จังหวัด โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กลุ
บนโต๊ะอาหาร สำรับกับข้าววันนี้ ผักเคียงที่นิยมคู่อาหารประเภท ลาบ ยำ พร่า ก้อย น้ำพริก เพิ่มรสชาติกับข้าวเราขึ้นเยอะมาก หากจะสำรวจความนิยมและเรารู้จักกันมากคือ “สะระแหน่” เชื่อว่าหลายบ้านคงมีปลูกไว้ ใส่กระบะ กระถาง อ่าง ปี๊บ ลงแปลงดิน เป็นผักเครื่องเทศ และสมุนไพรชั้นยอด ที่ทุกบ้านไม่ควรละเลยที่จะมีปลูกไว้ ถึงแม้อาจจะดูแลยากไปนิด แต่ถ้ารู้วิธีดูแลรักษา วิธีปลูก ก็จะเป็นเรื่องง่ายๆ สำหรับทุกคน เคยมีหลายคนที่ได้สัมผัสรู้จักกับสรรพคุณของสะระแหน่กันมาแล้ว ช่วงเข้าสู่ฤดูกาล ปลายฝน ต้นหนาว มักจะเป็นหวัดคัดจมูก ได้เคี้ยวสะระแหน่สักยอดสองยอด เป็นหายใจโล่งสะดวกสบาย ไข้หวัดไม่ได้เกาะแกะแซะตามตัวเรา ไม่เคี้ยวกิน ก็เด็ดยอด ใบแช่น้ำร้อน ดื่มแทนน้ำชา เป็นน้ำยาที่ได้ผลดีเช่นกัน และบ้านเรามีคำพ้องเสียงอยู่คำหนึ่ง ไม่รู้ว่า มีความเกี่ยวพันกันอย่างไรบ้าง สมัยนี้มักจะเอามาใช้ปนกัน ว่ากันตรงๆ คือคำว่า “สาระแน” แปลว่า สู่รู้ไม่เข้าเรื่อง หรือเสือกนั่นกระมัง “สะระแหน่” เป็นพืชล้มลุก อายุหลายปี แตกต้นกิ่งก้านสาขา เลื้อยไปตามดิน มีขนสั้นๆ นิ่มๆ ปกคลุมทุกส่วนของลำต้น ใบกลมมนรูปไข่ ขอบใบจักแบบซี่ฟัน ออกใบสลับกัน
ตอนนี้ยังอยู่กับเรื่องท่องเที่ยวแบบกินอาหารพื้นถิ่น กินอาหารตามฤดูกาลกันต่อนะคะ ว่าด้วยอาหารพื้นถิ่นเป็นอาหารมาจากบรรพบุรุษ เรียกว่าตกทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น อาจมีการดัดแปลงการพัฒนาสูตรและวิธีทำบ้างตามสภาพชีวิตที่เปลี่ยนไปแต่ยังคงเป็นอาหารพื้นถิ่น ที่นี่ชื่อบ้านปะตงล่าง เป็นชุมชนของผู้คนหลากหลายโดยเฉพาะจากเขมร ดังนั้น ของกินก็มีหลากหลายเช่นกัน เรียกเล่นๆ ว่านานาชาติ ชื่อหมู่บ้านก็เพี้ยนมาจากภาษาเขมร มีความหมายว่าเที่ยงตรง หรือตอนเที่ยงพอดี เล่าเป็นตำนานว่า มีพระภิกษุเดินทางมาที่นี่มาถึงตอนเที่ยงตรง (ออกเสียงเขมรและเขียนไม่ถูกค่ะ) บ้านปะตงล่างฉันเรียกเล่นๆ ว่า บ้านช้าง เพราะผู้คนที่นี่บอกว่า มีช้างลงมาจากป่ามาหากินในหมู่บ้านเสมอ เขาต้องมีวิธีการอยู่ร่วมกับช้าง มีเวรยามดูแล เมื่อช้างเข้ามาในหมู่บ้านก็ต้องผลักดันช้างออกไป แต่ไม่ได้ทำร้ายช้าง เราคุยกันว่าทำไมช้างถึงลงมาหากินในหมู่บ้าน น่าจะเป็นเพราะว่าไม่มีแหล่งอาหารในป่า หญิงสาวคนหนึ่งที่มาด้วย เธอเสนอโครงการ ปลูกอาหารบนภูเขาให้ช้างกินกันเถอะ ช้างจะได้ไม่ต้องลงมา เธออยากจะนัดแนะเพื่อนฝูงช่วยกันปลูกต้นไม้ที่เป็นอาหารช้าง นับว่าเป็นแนวคิดที่
ชื่อวิทยาศาสตร์ Pseuderanthemum palatiferum (Nees) Radlk. ชื่อวงศ์ Acanthaceae ชื่อสามัญ Hoan ngoc ชื่ออื่น พญาวานร ว่านหางลิง ว่านลิง หนูเป็นสาวญวน ถูกกลุ่มทหารผ่านศึกนำเข้ามาอยู่เมืองไทยตั้งแต่สมัยสงครามเวียดนาม แต่หนูก็เต็มใจ จริงๆ แล้วหนูก็ชอบทหารไทย เพราะดูแล้วเข้มแข็ง ทะมัดทะแมง และรูปหล่อ ตอนนั้นทหารไทยหน่วยแรกที่ปฏิบัติการรบในเวียดนาม ได้สมญานามว่า “หน่วยจงอางศึก” ตั้งแต่ พ.ศ. 2510-2511 หนูยังเคยได้ยินเพลงที่ พี่เพลิน พรหมแดน ขับร้อง “เสียงสั่งจากจงอางศึก” จำได้นิดนึงว่า…พี่จากน้องมารบยังแดนเวียดนาม หน่วยรบอันมีชื่อว่า จงอางศึกไทย…แล้วหนูยังเคยเห็นพี่ทหารรับแจกพระอู่ทองออกศึกปี 10 รุ่นแจกทหารจงอางศึก เห็นไหมละคะว่าหนูอยู่กับพี่ทหารไทยตลอดจริงๆ ชื่อหนูแปลกดีไหมคะ ตอนแรกๆ คนไทยเรียกหนูว่า ว่านฮ็อก ออกเสียงเป็นภาษาญวน ไม่ทราบว่าจะเกี่ยวข้องกับลิงอย่างไร แต่พอเป็นภาษาไทยกลายเป็นพญาลิง พญาวานร หนูก็รู้สึกเขินๆ เพราะรู้ว่าในวรรณกรรมเมืองไทย มีพญาลิงชื่อหนุมาน เป็นลิงตัวผู้ แต่ก็ดีแล้วเพราะทุกคนยอมรับว่าคุณสมบัติของหนูระดับนางพญา หนูมาอยู่เมืองไทยใครๆ ก็จ้องจะ “เคี้ยว” หนูสดๆ เพราะใบเ
ฉันคิดว่า พบช่องทางทำกิน ที่ซับตารี หมู่บ้านชายแดนไทย-กัมพูชา ในอำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี หมู่บ้านที่กำลังจะเป็นชุมชนท่องเที่ยวใหม่ นอกจากนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวแล้วยังนำเสนออาหารพื้นถิ่นควบคู่ไปด้วย อาหารพื้นถิ่นคืออาหารในหมู่บ้านที่ทำกินกันเอง แบบบ้านๆ ใช้ผักพื้นบ้านที่มีในท้องถิ่น และที่สำคัญสมุนไพรมากมายที่มีอยู่ในหมู่บ้าน ที่อำเภอสอยดาว มีสมุนไพรเหมือนที่อื่นๆ แต่ที่พิเศษที่นี่มีสมุนไพรชนิดหนึ่งที่ได้รับการเชิดชูนำมาปรุงอาหารได้สารพัดอีกทั้งมีสรรพคุณทางยาสูง ชื่อ กระวาน เป็นอาหารที่กินเป็นยาได้ เช่น ช่วยไล่หวัด แก้ท้องอืด และมีฤทธิ์ร้อนลดพุงได้ด้วย มีการเอามาทำเป็นชากระวาน หมู่บ้านที่เราเดินทางไปถึงห้าหมู่บ้าน กินกระวานทั้งห้าแห่ง เป็นสวนผสมทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน ต้นกระวานดูคล้ายๆ ต้นข่า เมื่อจะกินต้องลอกกาบออก จนเหลือแต่ไส้อ่อนสีขาว เอามาประกอบอาหาร ส่วนเมล็ดของกระวานเป็นเครื่องเทศชั้นดี ฉบับนี้นำเสนออาหารหมู่บ้านซับตารี เป็นหมู่บ้านที่อยู่ติดเขตแดนกัมพูชา มีตลาดชายแดนที่น่าสนใจมาก น่าสนใจตรงที่ตลาดไม่ใหญ่ มีชาวเขมรเอาสินค้ามาขาย พวกสินค้าเกษตรมาขาย เป็นของพื้นถิ่น และปลาแห้ง
พญายอ “นางพญา” ปราบพิษสัตว์-แมลงกัด ได้ยอดเยี่ยม ยังยืนยัน ยิ่งเยินยอ ชื่อวิทยาศาสตร์ Clinacanthus nutans (Burm.f) ชื่อวงศ์ Acanthaceae ชื่ออื่นๆ เสลดพังพอนตัวเมีย ผักมันไก่ ผักลิ้นเขียด พญาปล้องดำ (เชียงใหม่) พญาปล้องทอง (ลำปาง) ลิ้นมังกร (ภาคกลาง) โพะโซ่จาง หนูได้รับเกียรติอย่างยิ่ง ที่เขายกย่องให้เป็นถึง “พญา” หนูเลยถือโอกาสแต่งตั้งตัวเองเป็น “นางพญาปราบพิษสัตว์” ซะเลย อย่าหาว่าหนูหลงตัวเองนะคะ เพราะแม้แต่หนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับลงวันที่ 25 ตุลาคม 2559 ในคอลัมน์ “อาทิตย์ละต้น” ยังลงข่าว ยกยอหนูและโยงใยสรรพคุณที่นำไปใช้ได้อย่างไม่ยุ่งยากว่ารากของ “พญายอ” มีสารที่สกัดออกมาใช้ช่วยระงับอาการอักเสบได้ รวมทั้งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ก็ได้ผลิต “ครีมพญายอ” เพื่อนำไปใช้รักษาผู้ป่วยโรคงูสวัด ทำให้แผลตกสะเก็ดหายเร็ว ลดอาการปวดได้ดีไม่มีผลข้างเคียง จึงไม่ทำให้เกิดอาการแสบระคายเคือง และที่หนูภูมิใจมากคือ หนังสือพิมพ์ข่าวสดได้ลงภาพหนูช่วงปลายกิ่ง ที่มีดอกเป็นกระจุก กลีบสีแดงส้ม มีเกสรตัวผู้และตัวเมีย โผล่ออกมา หนูจึงนำภาพนี้มาอวดว่าดูแล้ว หนูสวยงามเหมือนนางพญาจริงๆ ชื่อของหนูฟังดูไม่ค่อยน่ารัก ถ้าเร
นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รทช. เกษตรฯ เปิดเผยภายหลังการแถลงข่าวการจัดงาน งานมหกรรมสมุนไพรและอาหาร ครั้งที่ 3 “กินเปลี่ยนวัย กินอย่างมั่นใจ ด้วยเกษตรกรรมยั่งยืน” ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวฯ มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช เตรียมจัดงานมหกรรมสมุนไพรและอาหาร ครั้งที่ 3 “กินเปลี่ยนวัย กินอย่างมั่นใจ ด้วยเกษตรกรรมยั่งยืน” ที่จะจัดขึ้น ระหว่าง วันที่ 29 สิงหาคม – 2 กันยายน 2561 ณ อิมแพค เมืองทองธานี ฮอลล์ 7-8 เพื่อสร้างการรับรู้ให้ประชาชนมีความเข้าใจเกี่ยวกับเกษตรกรรมยั่งยืน และแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำหรับกิจกรรมภายในงาน มีการจัดนิทรรศการพัฒนาการของเกษตรกรรมยั่งยืนของประเทศไทย การนำเสนอโครงการเกษตรกรรมยั่งยืน ในพื้นที่ 28 จังหวัดนำร่อง การนำเสนอสาระสำคัญของ พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืนเพื่อให้ประชาชนเกิดความเข้าใจในด้านกฎหมาย โดยมีมุมกิจกรรมร่วมลงชื่อสนับสนุน พ.ร.บ.ฯ และยังมีคลินิกการทำเกษตรกรรมยั่งยืน ให้ความรู้ด้านการรักษาสุขภาพด้วยพืชผัก ผ
ตามหลังผู้ใหญ่ หมาไม่กัด คำพังเพยที่โบราณว่าไว้นั้นใช้ได้ทีเดียว แถมยังได้ความรู้และประสบการณ์จากผู้ใหญ่หรือคนเฒ่าคนแก่อีกมากมาย โดยปกติแล้วคนเฒ่าคนแก่จะมีอาการปวดเมื่อย ปวดแข้ง ปวดขา หน้ามืดตามัว ก่อนอื่นจะนึกถึงยาหม่องทั่วไปตามท้องตลาด ไม่ว่ายี่ห้อไหนๆ ก็ตามก็จะเป็นยาหม่องชนิดเดียวกัน สรรพคุณเบื้องต้นเหมือนกันแทบทั้งสิ้น ด้วยอาการต่างๆ ที่กล่าวมา ส่วนมากจะเกิดกับคนสูงอายุ การสนิทกับคนเฒ่าคนแก่มันดีอย่างนี้นี่เอง อาการปวดล้าตามแขนขาก็เกิดกับวัยอย่างเราๆ ท่านๆ ได้เช่นกัน จึงมีโอกาสได้ใช้น้ำมันเอ็นยืด ซึ่งมีลักษณะเหมือนยาหม่องจากท่านผู้เฒ่าด้วย แต่ทำจากสมุนไพรหญ้าเอ็นยืด แรกๆ ก็ไม่เคยรู้จักสมุนไพรดังกล่าว มารู้ก็ต่อเมื่อเพื่อนเอามาฝาก จึงรู้ว่าสรรพคุณน้ำมันล้ำเลิศจริงๆ หากจะบอกว่ามันน่าอัศจรรย์ก็ดูจะเกินไป ก็ต่อเมื่อได้ใช้จริงๆ นั่นแหล่ะว่ามันใช่ ได้ศึกษาข้อมูลและการอ้างอิงที่ถูกต้องจึงรู้ที่มาที่ไปของหญ้าเอ็นยืดตามภาษาเรียกท้องถิ่น ส่วนกรุงเทพฯ เรียกว่า ผักกาดน้ำ หาได้ไม่ยากเลย จะพบเห็นได้ทั่วทุกภาค โดยจะขึ้นตามทุ่งหญ้า พื้นที่โล่งแจ้งที่มีความชุ่มชื้น ถ้าไม่อยากไปเสาะแสวงหาตามป่าตามทุ
