สับปะรด
กระทรวงเกษตรฯ พร้อมมาตรการแก้ปัญหาสับปะรด ร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สับปะรดปี 60 – 69 เดินหน้าแนวทางการขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์ ระยะที่ 1 เจาะ 2 กลุ่มเป้าหมาย คือ จังหวัดที่อยู่ในรัศมีรอบกลุ่มโรงงาน และห่างไกลโรงงาน ด้าน สศก. คาด การผลิตปี 61 เนื้อที่เก็บเกี่ยว และผลผลิตจะเพิ่มขึ้น เนื่องจาก ช่วงปี 58 – 59 ราคาอยู่ในเกณฑ์ดี เกษตรกรจึงขยายพื้นที่ปลูก นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การผลิตสับปะรดว่า ปัจจุบัน ไทยมีแหล่งปลูกสำคัญ ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ระยอง ราชบุรี ชลบุรี พิษณุโลก และเพชรบุรี โดยปี 2560 พบว่า เนื้อที่เก็บเกี่ยวรวมทั้งประเทศ 0.527 ล้านไร่ ผลผลิต 2.175 ล้านตัน ผลผลิตต่อไร่ 4,129 กิโลกรัม เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ร้อยละ 6.68 ร้อยละ 7.94 และ ร้อยละ 1.15 ตามลำดับ เนื่องจาก ช่วงปี 2558 – 2559 ราคาอยู่ในเกณฑ์ดี เกษตรกรขยายพื้นที่ปลูกในพื้นที่รกร้าง โดยผลผลิตจะออกมากในช่วงเดือน มีนาคม – พฤษภาคม และช่วงตุลาคม – ธันวาคม สำหรับช่วงตุลาคม – ธันวาคม 2560 มีผลผลิตประมาณ 0.655 ล้านตัน หรือร้อยละ 30.11 ของผลผลิตทั้งหมด เพ
วันที่ 13 ธันวาคม 2560 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายหมีด สมนึก อายุ73 ปี อยู่บ้านเลขที่106 ม.6 บ้านทอนลิบง ต.เกาะลันตาน้อย อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ ว่า มีฝูงลิงบุกมากินสับปะรดในสวนได้รับความเสียหายจำนวนมาก จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบนายหมีด ยืนเฝ้าสวน และจากการตรวจสอบสวนสับปะรดซึ่งปลูกในร่องสวนยางพาราอายุประมาณ 2 ปี ต้นสับปะรดเริ่มออกผลผลิตขนาดเท่ากำปั้น พบร่องรอยถูกลิงกัดกินไป แล้วจำนวนกว่า 10 ต้น ส่วนใหญ่จะมีรอยเขี้ยวลิงกัดจนเหลือไม่ถึงครึ่งลูก บางต้นถูกดึงขาดไปทั้งลูก นายหมีดกล่าวว่า ปลูกสัปปะรดไว้จำนวน 2,000 ต้น อายุประมาณ 3 เดือน อีกประมาณ 1 เดือนเศษจะสามารถตัดผลผลิตไปขายได้ ราคาลูกละ18-20บาท แต่ในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีฝูงลิงแสมบุกเข้ามากัดกินผลสับปะรดได้รับความเสียหายจำนวนมาก จึงต้องมาคอยเฝ้าตลอดเวลา โดยฝูงลิงจะมาจากป่าโกงจากริมทะเล บริเวณใกล้เคียง โดยในช่วงสายๆ ฝูงลิงจะแห่กันมานับร้อยตัว ไต่มาตามต้นไม้ริมเชิงเขา จากนั้นจะเข้าไปกัดกินผลสับปะรด โดยเฉพาะสวนที่ไม่มีคนเฝ้า แต่หากฝูงลิงเห็นเจ้าของสวนเฝ้าอยู่จะไม่ลงมา จึงต้องคอยเฝ้าตลอด นอกจากสวนสับปะรดแล้ว สวนปาล์มที่กำลังลังออกผลผลิตก็ถูกลิ
จากความพยายามร่วม 2 ปี ที่จังหวัดตราดขอขึ้นทะเบียน “สับปะรดตราดสีทอง” เป็นสินค้าเกษตรบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications : GI) กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ประกาศรับรองเมื่อเดือนกันยายน 2560 เป็นความภาคภูมิใจจังหวัดตราดและเกษตรกร ทันทีทันควัน ดร.ประธาน สุรกิจบวร รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ได้เปิดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ ประกอบด้วย สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสำนักงานเกษตรจังหวัด เกษตรและสหกรณ์จังหวัดตราด สภาเกษตรกรจังหวัด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด หอการค้าจังหวัด วิสาหกิจชุมชนสับปะรดตราดสีทอง บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด บริษัท เอกชัยดิสทริบิวชั่น ซิทเทม จำกัด และตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดตราดสีทอง ร่วมหารือแนวทางการบริหารจัดการผลผลิตสับปะรดตราดสีทองหลังที่ได้รับ GI เพื่อหาทางยกระดับราคาสินค้าเพิ่มมูลค่าทั้งขายผลสดและแปรรูป ขายตลาดพรีเมี่ยมเพิ่มทั้งภายในและต่างประเทศ สร้างแบรนด์ตราดสีทอง ติดสัญลักษณ์ GI ดร.ประธาน กล่าวว่า จังหวัดตราด ปี 2560 มีปริมาณสับปะรดออกสู่ตลาด เป็น 2 ส่วน คือ สับปะรดส่งโรงงานที่พันธุ์ปัตตาเวียปริมาณ 19,378 ตัน คิดเป็นอัตรา 30
กระแสการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ของโลกที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว ไม่เว้นแม้แต่วงการผลิตและการค้าสับปะรดของโลก ฉบับนี้จึงได้นำข้อมูลสถานการณ์ และความเคลื่อนไหวของสับปะรด พันธุ์ MD-2 ในตลาดต่างประเทศ ในช่วงเวลาสัก 4-5 ปีที่ผ่านมา เพื่อให้เห็นพัฒนาการด้านการผลิตและการตลาดของเขาว่าเป็นอย่างไร โดยเฉพาะประเทศในแถบละตินอเมริกา ที่ผงาดขึ้นมาเป็นเจ้าแห่งการผลิตและส่งออก สับปะรด MD-2 นี้ ซึ่งประเทศเล็กๆ อย่าง ประเทศคอสตาริกา (Costa Rica) ที่มีการผลิตและส่งออกสับปะรดผลสดขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลกได้ ภายในช่วงเวลาไม่กี่ปี กรณีตัวอย่างนี้น่าจะให้ข้อคิดอะไรกับวงการสับปะรดบ้านเราได้บ้าง สับปะรด MD-2 จัดว่าเป็นพันธุ์ที่ฮือฮาล่าสุดในวงการค้าและตลาดโลก ออกแนะนำเข้าสู่ตลาดโดย บริษัท Del Monte Foods บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกด้านอุตสาหกรรมแปรรูปสับปะรด ที่ได้พัฒนาสับปะรดผลสดพันธุ์นี้ขึ้นมา และเข้าครองตลาดหลักได้อย่างรวดเร็ว โดย สับปะรด MD-2 มีสัดส่วนการตลาดในสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปถึงร้อยละ 95 สามารถแย่งตลาดจากสับปะรดพันธุ์สมูทเคยีนและสับปะรดพันธุ์อื่นๆ ที่เคยครองความนิยมของผู้บริโภคลงได้อย่างสิ้นเชิง เป็นการพลิกประว
เฟสบุ๊ค Montri Klakhai ให้แง่คิดการผลิตสับปะรด โดยเฉพาะเรื่องปุ๋ย น่าสนใจมาก จึงขอนำมาถ่ายทอดต่อ “เกือบจะสองรอบปี ที่ราคาผลผลิตเกษตรราคารูดต่ำมักมาก สับปะรดก็ไม่พ้นสงครามราคาที่ว่าต่ำนี้ ทางหนึ่งที่ชาวไร่ต้องกลับมาทบทวนถึงการปฎิบัติในแปลง ให้อยู่ในจุดที่เหมาะสม ไม่ใช้ปัจจัยการผลิตมากเกินจำเป็น เอาแค่เรื่องปุ๋ยก็ช่วยได้มาก วิธีการฉีดปุ๋ยทางใบทำได้สะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลา/เงินค่าปุ๋ย แรงงาน ฯลฯ ได้ทั้งน้ำและธาตุอาหารที่นำไปใช้ได้เร็วกว่า ไม่ธรรมดา 4 ช่องทาง – ปากใบ เนื้อเยื่ออ่อนล่างสุดของใบ รากโคนต้น/กาบใบ และรากในดิน …”
นายสมจิตร งุ่ยไก่ แกนนำกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า หลังจากได้รับการสนับสนุนหน่อพันธุ์สับปะรดสายพันธุ์สยามโกลด์ สำหรับรับประทานผลสด จำนวน 2,000 หน่อ เพื่อปลูกทดแทนสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียสำหรับส่งโรงงานแปรรูป ล่าสุดจะสามารถเก็บผลผลิตได้ช่วงกลางเดือนตุลาคมนี้ แต่ประสบปัญหาทางราชการยังไม่มีตลาดรองรับ ขณะที่การจำหน่ายผ่านแผงสับปะรดราคากิโลกรัมละ 5-7 บาท เท่านั้น ซึ่งยอมรับว่าไม่คุ้มกับต้นทุนการผลิตทุกด้าน เนื่องจากทางราชการจัดซื้อหน่อพันธุ์จากเอกชนต้นละ 30 บาท “ขณะที่หน่อสับปะรดปัตตาเวียสายพันธุ์ดั้งเดิม ราคาต้นละ 70-80 สตางค์ แต่กำหนดราคาจำหน่ายให้โรงงานแปรรูปที่ กิโลกรัมละ 4-4.40 บาท ดังนั้นหากผลผลิตสับปะรดพันธุ์สยามโกลด์จำหน่ายไม่ได้ราคา ก็จะนำไปแจกให้ประชาชนกินฟรี ที่ริมถนนเพชรเกษมเส้นทางขึ้นล่อง 14 จังหวัดภาคใต้ เนื่องจากการนำไปแปรรูปเพื่อทำสับปะรดกวนก็ไม่คุ้มกับต้นทุนการผลิตเช่นกัน” นายสมจิตร กล่าว นายมงคล จอมพันธ์ หัวหน้าสำนักงานเกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า การปลูกสับปะรดพันธุ์สยามโกลด์จะต้องมีคุณภาพมาตรฐานตรงตามความต้อง
วันที่ 4 ตุลาคม นายสมจิตร งุ่ยไก่ แกนนำกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า หลังจากได้รับการสนับสนุนหน่อพันธุ์สับปะรด เอ็มดี 2 หรือสายพันธุ์สยามโกลด์ สำหรับรับประทานผลสดจากงบพัฒนาจังหวัดของหน่วยงานราชการจำนวน 2,000 หน่อ เพื่อปลูกทดแทนสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียสำหรับส่งโรงงานแปรรูป ล่าสุดจะทำการเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในช่วงกลางเดือนตุลาคมนี้ แต่ประสบปัญหาทางราชการยังไม่มีตลาดรองรับ ขณะที่การจำหน่ายผ่านแผงสับปะรดราคากิโลกรัมละ 5-7 บาทเท่านั้น ซึ่งยอมรับว่าไม่คุ้มกับต้นทุนการผลิตทุกด้าน เนื่องจากทางราชการจัดซื้อหน่อพันธุ์จากเอกชนต้นละ 30 บาท “ขณะที่หน่อสับปะรดปัตตาเวียสายพันธุ์ดั้งเดิม ราคาต้นละ 70-80 สตางค์ แต่กำหนดราคาจำหน่ายให้โรงงานแปรรูปที่ กก.ละ 4-4.40 บาท ดังนั้น หากผลผลิตสับปะรดพันธุ์สยามโกลด์จำหน่ายไม่ได้ราคา ประกอบกับมีผลผลิตจำนวนมาก ก็จะนำไปแจกให้ประชาชนกินฟรี ที่บริเวณริมถนนเพชรเกษมเส้นทางขึ้นล่อง 14 จังหวัดภาคใต้ เนื่องจากการนำไปแปรรูปเพื่อทำสับปะรดกวนก็ไม่คุ้มค่ากับต้นทุนการผลิตเช่นกัน และปัญหาจากการหาตลาดล่วงหน้าเพื่อจำหน่ายผลผลิตในราคา กก.ละ 1
ช่วงที่มีเมฆมากและมีฝนตกชุก กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรชาวไร่สับปะรดเฝ้าระวังโรคยอดเน่ารากเน่า ที่สามารถพบได้ในทุกระยะการเจริญเติบโตของสับปะรด อาการที่ต้น ใบยอดมีสีซีด โคนใบหรือฐานใบเน่าช้ำมีสีขาวอมเหลืองขอบสีน้ำตาล และส่งกลิ่นเหม็นเฉพาะตัว เมื่อดึงส่วนยอดจะหลุดได้โดยง่าย ถ้าอาการรุนแรงกลุ่มใบตรงกลางต้นจะหักล้มพับลงมา อาการที่ราก เริ่มแรกมีอาการใบสีซีดคล้ายอาการที่ต้น ใบด้านล่างจะนิ่มกว่าปกติ และแห้งตายลามเข้ามาจากปลายใบ ต้นชะงักการเจริญเติบโต รากมีแผลสีน้ำตาล เปื่อย และเน่า หากดึงจะหลุดออกมาจากดินได้โดยง่าย อาการที่ผล ผลมีขนาดเล็ก ผลจะเน่าเป็นจุดสีเขียวเข้ม เมื่อผ่าดูภายในเนื้อเยื่อจะเน่าเป็นสีน้ำตาล เกษตรกรควรหมั่นตรวจและกำจัดวัชพืชในแปลงและรอบแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบต้นที่เริ่มแสดงอาการของโรคยอดเน่ารากเน่า ให้พ่นด้วยสารเมทาแลกซิล 25% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 20-40 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารฟอสอีทิล-อะลูมิเนียม 80% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 50-100 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือให้ขุดต้นที่เป็นโรคไปเผาทำลายนอกแปลงปลูกทันที เพื่อลดแหล่งสะสมเชื้อสาเหตุโรค จากนั้นให้โรยปูนขาวบริเวณหลุมที่ขุด เพื่อป้องกั
โดยทั่วไป ไข่แมลงมักกำจัดได้ยาก เนื่องจากมีโครงสร้างผนังที่แข็งแรง เพราะผลิตจากโปรตีน และไคติน แมลงศัตรูพืชแค่หนึ่งตัววางไข่ได้มากมาย ยกตัวอย่างเช่น เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลตัวเมีย วางไข่ได้ 100 – 300 ฟอง ในระยะเวลา 2 สัปดาห์ แต่น้ำสับปะรด มีเอนไซม์ เรียกว่า “บรอมมิเลน” (bromelain) สำหรับใช้ย่อยโปรตีน และไคตินได้ จึงออกฤทธิ์ช่วยย่อยเปลือกไข่แมลงให้แตกสลายได้ง่าย ด้วยเหตุนี้ น้ำสับปะรด จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในการกำจัดไข่แมลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมปลอดภัยต่อตัวเกษตรกรและสิ่งแวดล้อม หากใครสนใจสูตร “ น้ำสับปะรด ทำลายไข่แมลงศัตรูพืช ” ขอให้ลองมือปฎิบัติตามคำแนะนำของคุณสุวัฒน์ ทรัพยะประภา นักวิชาการอิสระ และวิทยากรโรงเรียนชาวนา เริ่มจากนำผลสับปะรดสุก มาตัดจุกและก้านออกก่อนนำมาหั่นทั้งเปลือกเป็นชิ้นเล็ก ๆ พร้อมทั้งแกนสับปะรด แล้วนำมาปั่นในเครื่องปั่นน้ำผลไม้ ในกรณีที่ไม่มีเครื่องปั่นผลไม้สามารถ นำสับปะรดในใส่ครกตำให้แหลกและคั้นเอาแต่น้ำก่อน นำไปกรองด้วยผ้าขาวบางจนได้น้ำสับปะรดตามที่ต้องการ หลังจากนั้น นำน้ำสับปะรดไปผสมกับสมุนไพรที่มีฤทธิ์กำจัดแมลงเช่น สารสะเดา ยาสู
งาน “ เกษตรมหัศจรรย์ 2560 พืชกินได้ ไม้ขายดี 30 ปีเทคโนโลยีชาวบ้าน” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-10 ก.ย. 2560 ณ ชั้น 3 SKY HALL เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว นับเป็นเวทีการสื่อสารระหว่างคนทำหนังสือ เกษตรกร ผู้อ่านและผู้สนใจทั่วไปได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการทำเกษตรหลากหลายมิติ และเปิดโอกาสให้เกษตรกรหลายรายได้นำสินค้าเด่นออกมาโชว์และจำหน่ายให้กับผู้สนใจตลอด 4 วันของการจัดงาน ในงานเกษตรมหัศจรรย์ ปีนี้ คุณศราวุธ เรืองเอี่ยม เลขที่ 82 หมู่ 5 ต.แม่น้ำคู้ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง 21140 โทร. 08-1862-0073 เป็นเกษตรกรคนเก่งที่ทำงานด้านสับปะรดมากว่า 20 ปี ทั้งการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์สับปะรด ได้เปิดตัวพันธุ์พืชพิเศษ ชื่อว่า “ทับทิมสยาม” สับปะรดลูกผสมพันธุ์ใหม่ของเมืองไทย ที่ผ่านมา คุณศราวุธ นับเป็น “ เซียนสับปะรด ” ระดับแนวหน้าของเมืองไทย เพราะเก็บรวบรวมสายพันธุ์สับปะรดไว้เยอะมากและอยู่เบื้องหลังการพัฒนาสายพันธุ์สับปะรด MD2 ที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั่วโลก คุณศราวุธเล่าว่า “ ทับทิมสยาม ” เป็นสับปะรดลูกผสม เกิดจากการผสมพันธุ์ใหม่ระหว่างพันธุ์ควีนกับสับปะรดสายพันธุ์ป่า คัดเฉพาะตัวที่ไม่มีหนาม สีสวยสดและผลรับประ
