สับปะรด
สับปะรดพันธุ์ทองระยอง เป็นผลไม้เศรษฐกิจพันธุ์ใหม่ของจังหวัดระยอง เกษตรกรชาวจังหวัดระยองได้นำสับปะรดตราดสีทองมาปลูกและพัฒนาจนได้สายพันธุ์ที่มีคุณภาพและรสชาติอร่อยเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค จึงตั้งชื่อตามถิ่นปลูกเป็นสับปะรดพันธุ์ทองระยอง ปัจจุบันมีการปลูกสับปะรดพันธุ์นี้อย่างกว้างขวางในพื้นที่อำเภอเขาชะเมา วังจันทร์ บ้านค่าย ปลวกแดง กว่า 6,000 ไร่ ลักษณะเด่นของสับปะรดสีทองระยองคือ ขอบใบที่ต้นและจุกหนามสั้นแหลมคม รูปผลเป็นทรงกระบอก เมื่อแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง เนื้อหวานฉ่ำ กรอบ แน่น ไม่เป็นโพรง รับประทานแล้วไม่กัดลิ้น เนื่องจากสับปะรดทองระยองเป็นสินค้าที่เป็นอัตลักษณ์ชุมชน จังหวัดระยองได้ยื่นขอจดทะเบียน “สับปะรดทองระยอง” เป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แหล่งที่มา : คุณศราวุธ เรืองเอี่ยม โทร.081-862-0073
สับปะรดศรีราชา เป็นสับปะรดที่มีลักษณะพิเศษคือ เนื้อสีเหลือง ฉ่ำ รสหวานจัด ลูกกลมแป้น ปลายจุกแหลม ให้ผลผลิต ตลอดทั้งปี มีสารอาหารที่มีประโยชน์จำนวนมากและมีคุณค่าทางยาสูง มีสรรพคุณช่วยย่อยอาหารจำพวกเนื้อ เสริมการดูดซึมอาหาร ดับร้อนแก้กระหาย นอกจากนี้ ยังมีสารจำพวก น้ำตาล กรด วิตามิน อยู่หลายชนิด การรับประทานสับปะรดเป็นประจำ จะช่วยป้องกันโรค ไตอักเสบ ความดันโลหิตสูง หลอดลมอักเสบแต่ในสับปะรดที่เริ่มมีสภาพนิ่ม มีน้ำเหนียวๆ ไหลออกมา แสดงว่าสุกมากเกินไปและเริ่มเน่าแล้วนั้น ไม่ควรนำมารับประทาน เพราะจะมีสารที่อาจเป็นภัยต่อร่างกายได้ สับปะรดศรีราชาพบ แหล่งปลูกมากที่ อำเภอศรีราชา อำเภอบางละมุง อำเภอสัตหีบ อำเภอหนองใหญ่ อำเภอบ้านบึง และอำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี แหล่งที่มา : คุณศราวุธ เรืองเอี่ยม โทรศัพท์ 081-862-0073
สับปะรดสวี ไม่ได้ปลูกกันเป็นไร่ๆ เหมือนสับปะรดทั่วไป แต่จะปลูกเป็นพืชแซมไว้ในสวนมะพร้าว สามารถแตกกอเป็นกอใหญ่ มีผลหลายๆ ผล ในหนึ่งกอ ปลูกครั้งเดียวเก็บผลได้ตลอดไป ถ้าต้องการเพิ่มพื้นที่ปลูกก็แยกหน่อหรือจุกที่ผลไปปลูก ปลูกแล้วไม่จำเป็นต้องรดน้ำใส่ปุ๋ย ปลูกและปล่อยไว้ให้เทวดาเลี้ยง เจ้าของเพียงแต่เดินไปเก็บผลเอามารับประทานหรือขาย ถ้าช่วยบำรุงสักหน่อย คือช่วยตัดเอาเถาวัลย์ออกให้บ้างเพื่อไม่ให้รกจนเกินไป สับปะรดสวี มีศัตรูที่สำคัญคือ หนู และกระแต จะมาเจาะกินก่อนเจ้าของเห็น
เกษตรกรส่วนใหญ่ นิยมปลูกสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย เพื่อส่งขายโรงงานอุตสาหกรรม มีแหล่งปลูกสำคัญอยู่ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชลบุรี เพชรบุรี ลำปาง ฯลฯ นอกจากนี้ เกษตรกรบางส่วนยังนิยมปลูกสับปะรดพันธุ์นี้เพื่อขายผลสด เพราะมีรสหวานฉ่ำมีน้ำมาก ลักษณะทั่วไป คือมีใบสีเขียวเข้ม และเป็นร่องตรงกลางผิวใบด้านบนเป็นมันเงา ส่วนใต้ใบจะมีสีออกเทาเงิน ตรงบริเวณกลางใบมักมีสีแดงอมน้ำตาล ขอบใบเรียบมีหนามเล็กน้อยบริเวณปลายใบ กลีบดอกสีม่วงอมน้ำเงิน ผลมีขนาดและรูปทรงต่างกันไป มีน้ำหนักผลอยู่ระหว่าง 2-6 กิโลกรัม เปลือกผลเมื่อดิบสีเขียวคล้ำ เมื่อแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมส้มทางด้านล่างของผลประมาณครึ่งผล ก้านผลสั้นมีไส้ใหญ่เนื้อเหลืองอ่อนแต่จะเปลี่ยนเป็นสีเข้มในฤดูร้อน รสชาติดี ลักษณะด้อย ไม่พบตะเกียง ไม่ทนต่อโรคเหี่ยว และต้นเน่าไม่ทนต่อโรคผลแกน รูปทรงของผลขนาดใหญ่ไม่ดี พันธุ์ปัตตาเวีย เป็นสายพันธุ์สับปะรดที่นิยมปลูกในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ชาวปักษ์ใต้นิยมบริโภคผลสุกเพราะมีรสชาติอร่อย ผลอ่อนนิยมนำมาแกงส้มหรือแกงกะทิ ผลที่สุกเต็มที่ นิยมนำมาแปรรูปเป็นสับปะรดกวน แหล่งที่มา : คุณศราวุธ เรืองเอี่ยม โทรศัพท์ 081-862-00
สับปะรดพันธุ์นางแล นิยมปลูกกันมากในจังหวัดเชียงราย ลักษณะทั่วไปคล้ายคลึงกับพันธุ์ปัตตาเวีย แต่มีรูปร่างของผลทรงกลมกว่าพันธุ์ปัตตาเวีย ตานูน เปลือกบางกว่าและรสหวานจัดกว่าพันธุ์ปัตตาเวีย ผลแก่มีเนื้อในสีเหลืองเข้ม มีเยื่อใยน้อยเหมาะสำหรับบริโภคสด เป็นที่นิยมมากในภาคเหนือ ผลมีเปลือกบางมาก ขนส่งทางไกลไม่ดีนัก ลักษณะด้อย ผลมีขนาดเล็ก ทรงกลม ผลย่อยนูนพอง ขนส่งทางไกลไม่ค่อยดี
สับปะรดบ้านคา ได้ถูกขึ้นทะเบียนกับสำนักงานเกษตรอำเภอว่า เป็นสายพันธุ์ปัตตาเวีย ที่ปลูกในพื้นที่อำเภอบ้านคา ที่มีเนื้อที่ปลูกมากกว่า 100,000 ไร่ ผลผลิตส่วนใหญ่ ร้อยละ 80 ส่งขายโรงงาน ที่เหลืออีกร้อยละ 20 ผลผลิตสับปะรดบ้านคา มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในเรื่องรสชาติที่หวานฉ่ำ ไม่กัดลิ้น เนื่องจากสับปะรดบ้านคาปลูกในสภาพดินที่มีความสมบูรณ์มาก มีธาตุอาหารในดินมากถึงร้อยละ 90 ทำให้เกิดรสหวานอร่อยตามธรรมชาติ ปัจจุบัน “สับปะรดบ้านคา” ถูกยื่นขอจดทะเบียน สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) กับกรมทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว แหล่งที่มา : คุณศราวุธ เรืองเอี่ยม โทร.081-862-0073
เป็นพืชเศรษฐกิจอันดับต้นๆ ของเกษตรกรจังหวัดตราด มีการปลูกและเก็บเกี่ยวผลผลิตตลอดปี มีแหล่งปลูกที่สำคัญคือ เขตอำเภอเมือง เขาสมิง บ่อไร่ และแหลมงอบ ตามลำดับ จัดเป็นสับปะรดบริโภคผลสดพันธุ์เดียวของไทย ที่ผลผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด ด้วยลักษณะเด่นที่รูปทรงผล สีผิวเหลืองส้ม รสชาติหวานมาก เนื้อเหลืองทองสม่ำเสมอ เนื้อแห้งกรอบและมีกลิ่นหอมกว่าสับปะรดทุกสายพันธุ์ ลักษณะเด่นภายนอกคือ ขอบใบที่ต้นและขอบใบที่จุกผลมีหนามสั้นๆ แหลมคม ทรงโค้งสีน้ำตาลแดง ผลเป็นรูปทรงกระบอก ผิวเปลือกเมื่อแก่สุกเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเข้มหรือเหลืองส้ม ตาใหญ่ ร่องตาลึก เปลือกหนาตาลึก ทนทานต่อการขนย้าย ลักษณะภายใน มีความหวาน 16-20 บริกซ์ กลิ่นหอมมาก เนื้อสีเหลืองเข้ม เนื้อและไส้กรอบ เนื้อแห้งไม่ฉ่ำน้ำ เนื้อมีเส้นใยอ่อนนุ่ม เคี้ยวไม่ติดฟัน ช่วงแรกๆ นำเข้ามาจากทางภาคใต้เป็นพันธุ์ภูเก็ต ต่อมามีการยกระดับขึ้นมาเป็นพืชเศรษฐกิจโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดตราด ปัจจุบันจัดว่าเป็นสับปะรดบริโภคผลสดพันธุ์เดียวของไทย ที่โดดเด่นกว่าพันธุ์ปัตตาเวีย จึงสร้างชื่อเสียงให้จังหวัดตราดเป็นอย่างมาก คณะกรรมการจังหวัดตราดเห็นความสำคัญและคุณค่า จ
สับปะรดพันธุ์ MD2 เป็นสับปะรดที่พัฒนาขึ้นที่ฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา มีคุณสมบัติโดดเด่นทั้งภายในและภายนอก ภายใน รสชาติหวาน มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เนื้อมีสีเหลืองเข้ม เนื้อตัน แน่น และไม่เป็นโพรง น้ำหนักผลเฉลี่ย 1.7-1.8 กิโลกรัม จากข้อมูลพบว่า มีวิตามินซีสูงถึง 4 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับสับปะรดพันธุ์อื่นๆ เมื่อรับประทานแล้วไม่กัดลิ้น ทำให้คนรับประทานได้มากขึ้น ภายนอก เมื่อสับปะรดพันธุ์ MD2 ผลแก่จะเปลี่ยนจากผิวสีเขียวเป็นสีเหลืองทองทั้งผล ทำให้เป็นที่ดึงดูดลูกค้า สามารถบังคับให้ต้นสับปะรดออกดอกได้ง่าย และมีอายุการเก็บเกี่ยวที่เร็วกว่าพันธุ์ปัตตาเวีย ลักษณะของใบพันธุ์ MD2 จะมีสีเขียวตลอดทั้งใบ จุดเด่นอีกประการ คือ สับปะรดพันธุ์ MD2 ได้รับการพัฒนามาเพื่อให้เดินทางขนส่งทางเรือได้ โดยไม่เป็น “ไส้สีน้ำตาล” เมื่อต้องอยู่ในห้องเย็นที่อุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส นานเกิน 10 วัน แหล่งที่มา : คุณศราวุธ เรืองเอี่ยม โทรศัพท์ 081-862-0073
สับปะรดพันธุ์ภูเก็ต มีชื่ออื่นๆ อีก เช่น พันธุ์ชุมพร พันธุ์สวี เกษตรกรนิยมปลูกพันธุ์ภูเก็ตในสวนยางจังหวัดภูเก็ต ชุมพร นครศรีธรรมราช และตราด โดยปลูกระหว่างแถวต้นยางต้นเล็ก เพื่อเสริมรายได้ก่อนเปิดกรีด ลักษณะทั่วไปของพันธุ์นี้คือ ใบสีเขียวอ่อนและมีแถบสีแดงในตอนกลางและปลาย ในขอบใบมีหนามสีแดงแคบและยาวกว่าพันธุ์อินทรชิตและพันธุ์ขาวกลีบดอกสีม่วงอ่อน ผลมีขนาดเล็กกว่าทุกพันธุ์ที่กล่าวมาตาลึกเปลือกหนา เนื้อหวานกรอบสีเหลืองเข้ม เยื่อใยน้อย มีกลิ่นหอม เหมาะสำหรับบริโภคสด เป็นที่นิยมมากในภาคใต้ ลักษณะด้อย ผลดีขนาดเล็ก ตาลึก เนื้อมีช่องว่างเป็นโพรง มีหนามมาก หน่อมากเกินไปจนเป็นกอ
