สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
วันที่ 27 สิงหาคม 2564 ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วยนายธีระ อนันตเสรีวิทยา ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ร่วมเปิดกิจกรรม มังคุดวิจัย…ส่งความห่วงใยให้กับบุคลากรด่านหน้าเพื่อส่งต่อกำลังใจและความห่วงใย ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด 19 พร้อมชวนคนไทยอุดหนุนมังคุดชาวสวน ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด 19 ในประเทศไทยที่มีความรุนแรงในขณะนี้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงวางเป้าหมายการวิจัยและพัฒนา ให้ตอบโจทย์ตามแผนพัฒนาประเทศที่ตอบโจทย์ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และเพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจ วช. ใช้องค์ความรู้จากงานวิจัย เป็นเครื่องมือสนับสนุนเศรษฐกิจได้เดินหน้า ไปสู่ “นวัตกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” โดยมีหลักคิด คือ เปลี่ยนจากการผลิตสินค้า ไปสู่ “นวัตกรรม” เปลี่ยนจากภาคอุตสาหกรรม ไปสู่การ
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า ในปัจจุบันได้มีการศึกษาวิจัยต่อยอดสมุนไพรไทยจนเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวาง ยิ่งในช่วงสถานการณ์โควิด-19 สมุนไพรไทยนับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถใช้บรรเทาอาการเบื้องต้นของการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เล็งเห็นถึงความสำคัญจึงได้สนับสนุนทุนวิจัย ให้กับรองศาสตราจารย์ ดร.รภัสสา จันทาศรี แห่งคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม (มรม.) ดำเนินการโครงการนาดูนโมเดลต้นแบบสมุนไพร GAP สู่การขับเคลื่อนเมืองสมุนไพรจังหวัดมหาสารคาม เพื่อนำภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการใช้พืชสมุนไพรมาต่อยอดในการรักษาโรค รองศาสตราจารย์ ดร.รภัสสา จันทาศรี แห่งคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม เปิดเผยว่า สมุนไพรไทยนั้นเป็นจุดแข็งของประเทศไทย มีการใช้กันมาอย่างยาวนาน และเป็นภูมิปัญญาที่ส่งต่อรุ่นสู่รุ่น เมื่อปี 2560 จังหวัดมหาสารคามได้รับเลือกเป็นเมืองสมุนไพร มีเป้าหมายให้การพัฒนาคุณภาพวัตถุดิบสมุนไพรอย่างมีคุณภาพและมีมาตรฐาน รวมถึงสร้างเครือข่ายสมุนไพร
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ทำการตลาดผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ส่งเสริมชุมชนกาแฟโรบัสตาพรีเมียม จ.ชุมพร นำนวัตกรรมสร้างผลิตภัณฑ์กาแฟ ตอบโจทย์ผู้บริโภคในช่วงโควิด-19 โดยการสนับสนุนทุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อสอดรับกับนโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองของรัฐบาล ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก แต่วิสาหกิจชุมชนกาแฟ บ้านถ้ำสิงห์ จังหวัดชุมพร ยังสามารถแปรรูปและค้าขายกาแฟในรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายได้ ด้วยการทำการตลาดแบบออนไลน์ และการมองหาจุดขายที่ตรงกับความต้องการ สอดรับกับสถานการณ์โควิด19 ได้ดี โดยมองหากลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวที่เป็นผู้บริโภคที่มีความต้องการบริโภคกาแฟพรีเมียม ระหว่างการอยู่บ้านในช่วงโควิด-19 นางสาวชนิดา ป้อมเสน อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย เล่าว่า เดิมทีที่คณะผู้วิจัยได้รับโจทย์จากนายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ในขณะนั้น เกี
เม่ื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2564 ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ส่งมอบนวัตกรรมชุดหน้ากากป้องกันเชื้อโรคแบบคลุมศีรษะ พร้อมชุดกรองอากาศประสิทธิภาพสูง (PAPR) จำนวน 22 ชุด แก่ นายธานี สุโชดายน สมาชิกวุฒิสภา เพื่อนำไปใช้งานกับสถานพยาบาล และโรงพยาบาลสนามอื่น ๆ ใน 11 อำเภอ ของจังหวัดกำแพงเพชร ที่กำกับและดูแลรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 จำนวนอำเภอละ 2 ชุด ประกอบด้วยโรงพยาบาล 12 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลกำแพงเพชร โรงพยาบาลทุ่งโพธิ์ทะเล โรงพยาบาลไทรงาม โรงพยาบาลคลองลาน โรงพยาบาลขาณุวรลักษบุรี โรงพยาบาลคลองขลุง โรงพยาบาลพรานกระต่าย โรงพยาบาลลานกระบือ โรงพยาบาลทรายทองวัฒนา โรงพยาบาลปางศิลาทอง โรงพยาบาลบึงสามัคคี และโรงพยาบาลโกสัมพีนคร จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือโควิด-19 จังหวัดกำแพงเพชรได้ทำหน้าที่จัดตั้งโรงพยาบาลสนามทั้งในระดับจังหวัดและอำเภอ พร้อมสถานกักกันกระจายในทุกพื้นที่ ทั้งระดับจังหวัด อำเภอ และตำบล จำเป็นต้องใช้บุคลากรด้านแพทย์และบุคลากรด่านหน้าจำนวนมาก ดังนั้น จึงแจ้งความประสงค์ขอรับการสนับสนุนชุด PAPR มายัง วช. เพื่อให้บุคลากรดังกล่าวได้นำไปใช้ป้อง
สวพ.8 วิจัยและพัฒนาระบบการผลิตพืชในพื้นที่ชุ่มน้ำเพื่อใช้ประโยชน์ด้านเกษตรและอุตสาหกรรม ลุยแก้ปัญหาพื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง และน้ำท่วมซ้ำซากและใช้ประโยชน์จากความหลากหลายของพืชพรรณในพื้นที่ชุ่มน้ำ นายจิระ สุวรรณประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 สงขลา (สวพ.8) กรมวิชาการเกษตรกล่าวว่า จากปัญหาพื้นที่เกษตรกรรมได้รับความเสียหายจากสภาวะน้ำท่วมขัง น้ำท่วมซ้ำซากกระจายอยู่ในพื้นที่ 52 จังหวัดของประเทศไทย รวมเป็นพื้นที่ 10.6 ล้านไร่ ซึ่งในพื้นที่ภาคใต้มี 8 จังหวัด ที่ประสบปัญหาดังกล่าว ได้แก่ จังหวัดตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี พัทลุง ยะลา สุราษฎร์ธานี และ สงขลา มีเนื้อที่รวมประมาณ 294,484 ไร่ จึงเป็นปัญหาหนึ่งที่มีความจำเป็นที่ต้องมีการวิจัยและพัฒนาระบบการผลิตพืชในพื้นที่ชุ่มน้ำ เพื่อให้เกิดการจัดการที่เหมาะสม และลดผลกระทบจากปัญหาให้กับเกษตรกรในพื้นที่ โดยโครงการนี้ได้ดำเนินการในปี 2559-2564 ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) นางสาวมนต์สรวง เรืองขนาบ
17 สิงหาคม 2564 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วยประชาคมวิจัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการ “ขยะทะเล…สู่…การเพิ่มรายได้ชุมชนระยอง” ร่วมกับกลุ่มชุมชน จ.ระยอง ประกอบด้วย วิสาหกิจชุมชนส่งเสริมอาชีพชุมชนเกาะกก และ หมู่บ้านเอื้ออาทรจังหวัดระยอง (วังหว้า) เพื่อถ่ายทอดนวัตกรรมการผลิตวัสดุก่อสร้างจากพลาสติกใช้แล้วให้กับชุมชน หวังสร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิต และลดปัญหาขยะในทะเลไทยอย่างยั่งยืน ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า “วช. ในฐานะหน่วยบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรม ในประเด็นการจัดการกับปัญหาเร่งด่วนสำคัญของประเทศ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งความร่วมมือ โครงการ“ขยะทะเล…สู่…การเพิ่มรายได้ชุมชนระยอง” ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการนำผลงานการวิจัยและนวัตกรรมของ“แผนงานวิจัยท้าทายไทย : ทะเล
การวิจัยและพัฒนาวัคซีนโดยทีมแพทย์และนักวิจัยไทย ถือเป็นอีกความหวังของประเทศในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค เผยวัคซีนโควิด-19 4 ชนิด เริ่มนำมาทดสอบในคนระยะแรกแล้ว กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยว่า จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบทางสาธารณสุขและเศรษฐกิจของโลกและประเทศเป็นอย่างมาก วัคซีนที่ได้รับการอนุญาตและมีการฉีดให้แก่ประชาชน ต้องเป็นวัคซีนที่ผ่านการทดสอบในสัตว์ทดลองและมนุษย์ จนมีความปลอดภัยสูงที่สุด และส่งผลข้างเคียงน้อยที่สุด ซึ่งปัจจุบัน คนไทยให้ความสนใจและฝากความหวังไว้กับการพัฒนาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพของนักวิจัยไทยเป็นอย่างมาก วัคซีน ChulaCov19 ซึ่งเป็นการพัฒนาวัคซีน mRNA เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 SARS-Cov-2 โดยโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ผลิตโดยสร้างชิ้นส่วนขนาดจิ๋วจากสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสโคโรนา (โดยไม่มีการใช้ตัวเชื้อแต่อย่างใด) ซึ่งเมื่อร่างกายได้รับชิ้นส่วนของสารพันธุกรรมขนาดจิ๋วนี้เข้าไป จะทำการสร้างเป็นโปรตีน
เดือนสิงหาคมเป็นช่วงเวลาสุดพิเศษของครอบครัวในการแสดงความรักความห่วงใยให้กับคุณแม่ ในรอบปีที่ผ่านมาหลายครอบครัวต้องใช้เวลาอยู่บ้านมากขึ้น ทำให้หลายๆ ครอบครัวหันกลับมาใส่ใจเรื่องสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีมากขึ้น สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ขอเป็นส่วนหนึ่งในทุกความห่วงใย ด้วยการแนะนำนวัตกรรมแผ่นพื้นรองเท้าอัจฉริยะ Surasole ที่สามารถดูแลสุขภาพและเพิ่มความสุขของคนที่คุณรักตลอดช่วงเวลาที่ต้องอยู่บ้าน รวมทั้งการมอบสุขภาพกายและใจที่แข็งแรงเป็นของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับวันแม่ในปีนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ได้สนับสนุนทุนวิจัยให้แก่นวัตกรรมแผ่นพื้นรองเท้าอัจฉริยะ Surasole เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้สูงอายุได้รับบริการด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย และเหมาะสมโดยนำองค์ความรู้จากงานวิจัยขับเคลื่อนนวัตกรรมและเทคโนโลยี ขยายผลไปยังกลุ่มเป้าหมายและผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม และในโอกาสวันแม่ที่มาถึง จึงขอเชิญชวนทุกท่านหันมาเลือกไลฟ์สไตล์ที่ดีต่อสุขภาพและความสุขใจให้คุณแม่ พร้อมเป็
เมื่อวันที่ 4 ส.ค. ผศ.ดร.ธวัชชัย อภิเดชกุล คณบดีสำนักวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ ศูนย์ความเป็นเลิศการวิจัยสุขภาพชนชาติพันธุ์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง หัวหน้าโครงการวิจัยเปิดเผยว่า ตนเองและทีมวิจัย ได้ร่วมมือกับสำนักงานสาธารณสุขอำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ดำเนินการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางด้านสาธารณสุขและประชาชนชาวเขาให้มีองค์ความรู้ ทักษะการปฏิบัติ และความพร้อมรับมือต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ทั้งจากภายในประเทศและบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-พม่า กลุ่มเป้าหมายสำคัญในการอบรมเชิงปฏิบัติการ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1. เจ้าหน้าที่สาธารณสุข 2. ผู้ช่วยเหลือคนไข้/พนักงานบริการคนไข้ และ 3. อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)/สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.)/ผู้นำชุมชน รวมกว่า 1,125 คน ทั่วทั้งอำเภอแม่ฟ้าหลวง เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ทางด้านวิชาการ โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ระดับประเทศ อาทิ นายแดเนียล เคอร์เทสซ์ ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ที่ปรึ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สนับสนุนโครงการพัฒนาจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรอง “สมุทรสงคราม” ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร พัฒนาแอปพลิเคชันและสื่อ อำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว ลดความแออัดในเมือง เจาะกลุ่มชุมชนขนาดเล็ก หวังช่วยยกระดับเศรษฐกิจชุมชนและจังหวัดสมุทรสงคราม ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ตอบโจทย์นโยบายประเทศด้านการท่องเที่ยวเมืองรองเชิงสร้างสรรค ดร. นิตินันท์ ศรีสุวรรณ แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เมืองรองจากชุมชนเล็กเชื่อมโยงสู่ชุมชนใหญ่ด้วยสื่อดิจิทัล จังหวัดสมุทรสงคราม เปิดเผยว่า การวิจัยในครั้งนี้ ได้มุ่งสร้างผลผลิตสื่อดิจิทัลที่จับต้องได้ ในรูปแบบสื่อ 3 ประเภท คือ แอปพลิเคชั่นบนมือถือ แผ่นพับแนะนำเส้นทางการท่องเที่ยวพร้อม QR Code และสื่อวีดิทัศน์แนะนำแหล่งท่องเที่ยวสำหรับชาวไทย เพื่อให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และกลุ่มชุมชนที่เกี่ยวข้อง ใช้เป็นเครื่องมือในการเข้าถึงนักท่องเที่ยวได้มากยิ่งขึ้น และเป็นตัวช่วยในการวางแผนการเดินทางในยุค New Normal ให้กับนักท่
