สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
การเผาอ้อยหรือใบไม้แห้ง เป็นส่วนหนึ่งซึ่งทำให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในระดับประเทศ โดยเฉพาะการเกิดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือ PM2.5 โดยปัญหานี้จะยิ่งรุนแรงขึ้นในช่วงที่อากาศแล้งและมีปริมาณฝนน้อย เนื่องจากการชะล้างฝุ่นละอองเป็นไปอย่างจำกัด ซึ่งเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสุขอนามัยของประชาชน รวมทั้งส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก จากปัญหาดังกล่าว ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ตระหนักถึงปัญหาของของจากการเผาอ้อย เพราะการเผาอ้อยในแต่ละครั้งสร้างมลพิษและปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือ PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน วช. ในฐานะหน่วยงานบริหารงานวิจัยของประเทศ จึงสนับสนุนทุนวิจัยโครงการท้าทายไทยเพื่อจัดการความรู้เพื่อใช้ประโยชน์เชิงชุมชน สังคม ประจำปี 2564 แก่เรื่อง “การพัฒนากระบวนการแปรสภาพเส้นใยจากใบอ้อย เพื่อการออกแบบผลิตภัณฑ์ สิ่งทอตามแนวคิดนิเวศเศรษฐกิจ” โดยมีดร.ศรัณย์ จันทร์แก้ว อาจารย์คณะอุตสาหกรรมสิ่งทอและออกแบบแฟชั่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เพื่อให้แก้ปัญหาการเผาอ้อยในพื้นที่ด้วยการถ่ายทอดเ
ศ.ดร.ศุภยางค์ วรวุฒิคุณชัย แห่งมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และคณะ เผยการศึกษาสารโรโดไมรโทนจากใบกระทุ (วงศ์ชมพู่) เป็นยาปฏิชีวนะกลุ่มใหม่เพื่อรองรับปัญหาเชื้อดื้อยา และการใช้เทคโนโลยีต่อยอดเป็นนวัตกรรมสารผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ สู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ พร้อมรับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ปี 2564 ระดับดีมาก สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ปัจจุบันปัญหาเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ จัดเป็นปัญหาวิกฤตระดับชาติและระดับโลกที่ควรตระหนัก เนื่องจากมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากในแต่ละปี และเชื้อแบคทีเรียยังคงพัฒนาความสามารถในการต่อสู้กับยาปฏิชีวนะได้รุนแรงมากขึ้น ยาที่เคยใช้อาจใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป อีกทั้งอุตสาหกรรมยาทั่วโลกยังขาดการวิจัยในการคิดค้นพัฒนายาชนิดใหม่ขึ้น เพื่อต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรียดื้อยาได้อย่างทันท่วงที ส่งผลกระทบต่อวงการแพทย์แผนปัจจุบัน และสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. มีบทบาทสำคัญในการให้ทุนวิจัยและนวัตกรรม การริเริ่มขับเคลื่อนและประสานการดำเนินงานโ
เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดพิธีมอบชุดตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับสำเร็จรูปชนิดเร็ว (OV-Rapid diagnostic test; OV-RDT) จำนวน 100,000 ชุด ให้กับ เขตสุขภาพที่ 7 กระทรวงสาธารณสุข ณ ห้องประชุมสารสิน ชั้น 2 อาคารสิริคุณากร มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดย ศ.ดร.มนต์ชัย ดวงจินดา รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบัณฑิตศึกษา และ ศ.นพ.ณรงค์ ขันตีแก้ว รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี พร้อมด้วย ศ.ดร.ไพบูลย์ สิทธิถาวร หัวหน้าคณะวิจัย เป็นผู้แทนส่งมอบฯ โดยมี นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 7 พร้อมด้วย นพ.สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 ขอนแก่น เป็นผู้รับมอบชุดตรวจฯ โดยการจัดพิธีเป็นการจัดกิจกรรมภายใต้มาตรการการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จังหวัดขอนแก่น อย่างเคร่งครัด ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. สนับสนุนการดำเนินงานวิจัยภายใต้โครงการวิจัยท้าทายไทย : ประเทศไทยไร้พยาธิใบไม้ตับ (Fluke Free Th
วันที่ 27 สิงหาคม 2564 ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วยนายธีระ อนันตเสรีวิทยา ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ร่วมเปิดกิจกรรม มังคุดวิจัย…ส่งความห่วงใยให้กับบุคลากรด่านหน้าเพื่อส่งต่อกำลังใจและความห่วงใย ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด 19 พร้อมชวนคนไทยอุดหนุนมังคุดชาวสวน ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด 19 ในประเทศไทยที่มีความรุนแรงในขณะนี้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงวางเป้าหมายการวิจัยและพัฒนา ให้ตอบโจทย์ตามแผนพัฒนาประเทศที่ตอบโจทย์ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และเพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจ วช. ใช้องค์ความรู้จากงานวิจัย เป็นเครื่องมือสนับสนุนเศรษฐกิจได้เดินหน้า ไปสู่ “นวัตกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” โดยมีหลักคิด คือ เปลี่ยนจากการผลิตสินค้า ไปสู่ “นวัตกรรม” เปลี่ยนจากภาคอุตสาหกรรม ไปสู่การ
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า ในปัจจุบันได้มีการศึกษาวิจัยต่อยอดสมุนไพรไทยจนเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวาง ยิ่งในช่วงสถานการณ์โควิด-19 สมุนไพรไทยนับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถใช้บรรเทาอาการเบื้องต้นของการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เล็งเห็นถึงความสำคัญจึงได้สนับสนุนทุนวิจัย ให้กับรองศาสตราจารย์ ดร.รภัสสา จันทาศรี แห่งคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม (มรม.) ดำเนินการโครงการนาดูนโมเดลต้นแบบสมุนไพร GAP สู่การขับเคลื่อนเมืองสมุนไพรจังหวัดมหาสารคาม เพื่อนำภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการใช้พืชสมุนไพรมาต่อยอดในการรักษาโรค รองศาสตราจารย์ ดร.รภัสสา จันทาศรี แห่งคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม เปิดเผยว่า สมุนไพรไทยนั้นเป็นจุดแข็งของประเทศไทย มีการใช้กันมาอย่างยาวนาน และเป็นภูมิปัญญาที่ส่งต่อรุ่นสู่รุ่น เมื่อปี 2560 จังหวัดมหาสารคามได้รับเลือกเป็นเมืองสมุนไพร มีเป้าหมายให้การพัฒนาคุณภาพวัตถุดิบสมุนไพรอย่างมีคุณภาพและมีมาตรฐาน รวมถึงสร้างเครือข่ายสมุนไพร
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ทำการตลาดผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ส่งเสริมชุมชนกาแฟโรบัสตาพรีเมียม จ.ชุมพร นำนวัตกรรมสร้างผลิตภัณฑ์กาแฟ ตอบโจทย์ผู้บริโภคในช่วงโควิด-19 โดยการสนับสนุนทุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อสอดรับกับนโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองของรัฐบาล ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก แต่วิสาหกิจชุมชนกาแฟ บ้านถ้ำสิงห์ จังหวัดชุมพร ยังสามารถแปรรูปและค้าขายกาแฟในรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายได้ ด้วยการทำการตลาดแบบออนไลน์ และการมองหาจุดขายที่ตรงกับความต้องการ สอดรับกับสถานการณ์โควิด19 ได้ดี โดยมองหากลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวที่เป็นผู้บริโภคที่มีความต้องการบริโภคกาแฟพรีเมียม ระหว่างการอยู่บ้านในช่วงโควิด-19 นางสาวชนิดา ป้อมเสน อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย เล่าว่า เดิมทีที่คณะผู้วิจัยได้รับโจทย์จากนายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ในขณะนั้น เกี
เม่ื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2564 ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ส่งมอบนวัตกรรมชุดหน้ากากป้องกันเชื้อโรคแบบคลุมศีรษะ พร้อมชุดกรองอากาศประสิทธิภาพสูง (PAPR) จำนวน 22 ชุด แก่ นายธานี สุโชดายน สมาชิกวุฒิสภา เพื่อนำไปใช้งานกับสถานพยาบาล และโรงพยาบาลสนามอื่น ๆ ใน 11 อำเภอ ของจังหวัดกำแพงเพชร ที่กำกับและดูแลรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 จำนวนอำเภอละ 2 ชุด ประกอบด้วยโรงพยาบาล 12 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลกำแพงเพชร โรงพยาบาลทุ่งโพธิ์ทะเล โรงพยาบาลไทรงาม โรงพยาบาลคลองลาน โรงพยาบาลขาณุวรลักษบุรี โรงพยาบาลคลองขลุง โรงพยาบาลพรานกระต่าย โรงพยาบาลลานกระบือ โรงพยาบาลทรายทองวัฒนา โรงพยาบาลปางศิลาทอง โรงพยาบาลบึงสามัคคี และโรงพยาบาลโกสัมพีนคร จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือโควิด-19 จังหวัดกำแพงเพชรได้ทำหน้าที่จัดตั้งโรงพยาบาลสนามทั้งในระดับจังหวัดและอำเภอ พร้อมสถานกักกันกระจายในทุกพื้นที่ ทั้งระดับจังหวัด อำเภอ และตำบล จำเป็นต้องใช้บุคลากรด้านแพทย์และบุคลากรด่านหน้าจำนวนมาก ดังนั้น จึงแจ้งความประสงค์ขอรับการสนับสนุนชุด PAPR มายัง วช. เพื่อให้บุคลากรดังกล่าวได้นำไปใช้ป้อง
สวพ.8 วิจัยและพัฒนาระบบการผลิตพืชในพื้นที่ชุ่มน้ำเพื่อใช้ประโยชน์ด้านเกษตรและอุตสาหกรรม ลุยแก้ปัญหาพื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง และน้ำท่วมซ้ำซากและใช้ประโยชน์จากความหลากหลายของพืชพรรณในพื้นที่ชุ่มน้ำ นายจิระ สุวรรณประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 สงขลา (สวพ.8) กรมวิชาการเกษตรกล่าวว่า จากปัญหาพื้นที่เกษตรกรรมได้รับความเสียหายจากสภาวะน้ำท่วมขัง น้ำท่วมซ้ำซากกระจายอยู่ในพื้นที่ 52 จังหวัดของประเทศไทย รวมเป็นพื้นที่ 10.6 ล้านไร่ ซึ่งในพื้นที่ภาคใต้มี 8 จังหวัด ที่ประสบปัญหาดังกล่าว ได้แก่ จังหวัดตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี พัทลุง ยะลา สุราษฎร์ธานี และ สงขลา มีเนื้อที่รวมประมาณ 294,484 ไร่ จึงเป็นปัญหาหนึ่งที่มีความจำเป็นที่ต้องมีการวิจัยและพัฒนาระบบการผลิตพืชในพื้นที่ชุ่มน้ำ เพื่อให้เกิดการจัดการที่เหมาะสม และลดผลกระทบจากปัญหาให้กับเกษตรกรในพื้นที่ โดยโครงการนี้ได้ดำเนินการในปี 2559-2564 ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) นางสาวมนต์สรวง เรืองขนาบ
17 สิงหาคม 2564 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วยประชาคมวิจัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการ “ขยะทะเล…สู่…การเพิ่มรายได้ชุมชนระยอง” ร่วมกับกลุ่มชุมชน จ.ระยอง ประกอบด้วย วิสาหกิจชุมชนส่งเสริมอาชีพชุมชนเกาะกก และ หมู่บ้านเอื้ออาทรจังหวัดระยอง (วังหว้า) เพื่อถ่ายทอดนวัตกรรมการผลิตวัสดุก่อสร้างจากพลาสติกใช้แล้วให้กับชุมชน หวังสร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิต และลดปัญหาขยะในทะเลไทยอย่างยั่งยืน ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า “วช. ในฐานะหน่วยบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรม ในประเด็นการจัดการกับปัญหาเร่งด่วนสำคัญของประเทศ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งความร่วมมือ โครงการ“ขยะทะเล…สู่…การเพิ่มรายได้ชุมชนระยอง” ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการนำผลงานการวิจัยและนวัตกรรมของ“แผนงานวิจัยท้าทายไทย : ทะเล
การวิจัยและพัฒนาวัคซีนโดยทีมแพทย์และนักวิจัยไทย ถือเป็นอีกความหวังของประเทศในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค เผยวัคซีนโควิด-19 4 ชนิด เริ่มนำมาทดสอบในคนระยะแรกแล้ว กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยว่า จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบทางสาธารณสุขและเศรษฐกิจของโลกและประเทศเป็นอย่างมาก วัคซีนที่ได้รับการอนุญาตและมีการฉีดให้แก่ประชาชน ต้องเป็นวัคซีนที่ผ่านการทดสอบในสัตว์ทดลองและมนุษย์ จนมีความปลอดภัยสูงที่สุด และส่งผลข้างเคียงน้อยที่สุด ซึ่งปัจจุบัน คนไทยให้ความสนใจและฝากความหวังไว้กับการพัฒนาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพของนักวิจัยไทยเป็นอย่างมาก วัคซีน ChulaCov19 ซึ่งเป็นการพัฒนาวัคซีน mRNA เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 SARS-Cov-2 โดยโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ผลิตโดยสร้างชิ้นส่วนขนาดจิ๋วจากสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสโคโรนา (โดยไม่มีการใช้ตัวเชื้อแต่อย่างใด) ซึ่งเมื่อร่างกายได้รับชิ้นส่วนของสารพันธุกรรมขนาดจิ๋วนี้เข้าไป จะทำการสร้างเป็นโปรตีน
