สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
วช. หนุนการพัฒนานวัตกรรมหน้ากากผ้านาโนกันไรฝุ่น (WIN-Masks: Washable Innovative Nano-Masks)เพื่อป้องกัน COVID-19 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ให้การสนับสนุนการวิจัย และพัฒนานวัตกรรมหน้ากากผ้านาโนกันไรฝุ่น (WIN-Masks: Washable Innovative Nano-Masks)เพื่อป้องกัน COVID-19 แก่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ร่วมกับศูนย์ความเป็นเลิศชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) และหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์ โดยจัดการแถลงข่าว “ร่วมวิจัย และพัฒนานวัตกรรมหน้ากากผ้านาโนกันไรฝุ่น (WIN-Masks: Washable Innovative Nano-Masks) เพื่อป้องกัน COVID-19” เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563 ณ ห้อง C 203 อาคารศรีสวรินทิรา ชั้น 2 รพ.ศิริราช โดยมี ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล เป็นประธานแถลงข่าวร่วมด้วย ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ รศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการ รพ.ศิริราช ดร.นเรศ ดำรงชัย ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) ดร.ศิรศักดิ์ เทพาคำ รองผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้าน
มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์และ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)เริ่มเดินเครื่องบำบัดอากาศ PM2.5 และเครื่องวัดค่าฝุ่นละออง DustBoy (ต้นแบบ) ที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เกินค่ามาตรฐานโดยติดตั้งไว้ที่บริเวณลานประตูท่าแพ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีประชาชนนักท่องเที่ยวสัญจรจำนวนมากและมีการจราจรหนาแน่น เครื่องบำบัดอากาศนี้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ได้พัฒนาขึ้นใช้เองภายในประเทศ โดยเป็นการนำองค์ความรู้ของคนไทยมาต่อยอดในการสร้างสิ่งประดิษฐ์ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ น้อมนำพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการบรรเทาทุกข์ที่จะเกิดขึ้นแก่ราษฎร เพื่อช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนในระยะยาวซึ่งก่อนหน้านี้ได้ติดเครื่องบำบัดอากาศ PM2.5 ตั้งอยู่บริเวณรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กรุงเทพมหานคร โดยได้เริ่มเดินเครื่องพร้อมกันทั้ง 4 เครื่อง ตั้งแต่วัน ที่ 13 มีนาคม 2563 โดยในช่วงเวลา 05.00 – 21.00 น. ทุกวัน ตรวจเช็คค่าฝุ่น PM2.5 แบบ Real-time ได้ที่ https
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) มีคณะแพทยศาสตร์ และโรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์ในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ซึ่งมีความพร้อมทั้งด้านแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาล เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2563 ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ได้ประชุมร่วมกับคณบดีคณะแพทยศาสตร์ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์ทุกแห่งทั่วประเทศ ซักซ้อมและยืนยันความพร้อมของ อว. รองรับสถานการณ์การระบาด COVID-19 ในสถานการณ์ในแต่ละระดับ โดยมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อสนับสนุนการทำงานของ สธ. นอกจากนั้นยังได้มีการจัดทำแผนการเตรียมความพร้อมของเวชภัณฑ์ และมาตรการด้านกำลังคนทางการแพทย์ เช่น การเตรียมโรงพยาบาล หอผู้ป่วยหนัก จัดเตรียมประมาณการบริหารจัดการการเวชภัณฑ์ และการให้บุคลากรทางการแพทย์งดการเดินทางไปยังพื้นที่ระบาดทั้งในและต่างประเทศเพื่อป้องกันการถูกกักตัว 14 วัน เป็นต้น ด้านการประสานความร่วมมือระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงสาธารณสุข นั้น อว. ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเ
กว่า 3 เดือนแล้ว ที่ทั่วโลกต้องเผชิญกับการระบาดของโรคโควิด-19 (COVID-19) ซึ่งนับว่าเป็นโรคอุบัติใหม่ ส่งผลกระทบในวงกว้างและมีแนวโน้มที่จะยังแพร่กระจายไปยังทั่วทุกมุมโลกอย่างต่อเนื่อง หลากหลายมุมมองหลากหลายปัญหาเกิดขึ้นตามๆ มาเป็นลูกโซ่ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่นักการแพทย์และสาธารณสุขผู้ซึ่งอยู่ด่านหน้าของสงครามเชื้อโรคนี้จะต้องหาวิธีการที่จะต่อสู้กับเชื้อโรคที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัยและนวัตกรรม ที่เร่งค้นหาความลับที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ เพื่อทำความเข้าใจและหาทางแก้ปัญหาอย่างรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ ภายใต้ภาวะความเครียดและข้อจำกัดของเวลา สิ่งสำคัญที่สังคมโลกไม่สามารถปฏิเสธได้เลยจากเหตุการณ์การระบาดครั้งนี้ คือ ผลกระทบต่อวิถีชีวิตและการดำเนินชีวิตของมวลมนุษยชาติ จะใช้ชีวิตอย่างไร ในโลกยุค COVID-19 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ ราชบัณฑิตยสภา รวบรวมกูรูด้านสังคมศาสตร์ร่วมถก “จะใช้ชีวิตอย่างไร ในโลกยุค COVID-19” โดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้กล่าวถึง
สืบเนื่องจาก ประเด็นปัญหาเรื่อง PM2.5 ปัจจุบัน ได้ยกระดับกลายเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ (Country Issue) ที่มีการดำเนินงานแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน เนื่องจากมีผลกระทบต่อประชาชนและประเทศในวงกว้างทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม การแก้ปัญหาต้องพิจารณาข้อมูลและหลักฐานที่เกี่ยวข้องในทุกมิติ และต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ดังนั้น องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ได้ร่วมกันจัดงานเสวนา เรื่อง “ภาคธุรกิจไทย (TBCSD) กับการเคลื่อนแก้ไขปัญหา PM2.5” ในวันอังคารที่ 10 มีนาคม 2563 ณ ห้องประชุมสวนสน บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) อาคาร ENCO B กรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้หน่วยงานและองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันและแก้ไขปัญหา PM2.5 และแนวทางการบริหารจัดการแบบบูรณาการให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ในการเสวนาครั้งนี้ คุณนพดล ปิ่นสุภา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) และกรรมการบริหารองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ได้ให้การกล่าวต้อนรับ และ คุณประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานองค์กรธุรกิ
ประเทศไทย มีการทอผ้าเป็นอาชีพจำนวนมากในพื้นที่ภาคอีสาน รองลงมาคือ ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ชาวบ้านนอกจากทอผ้าขายแล้ว ยังผลิตเครื่องทอผ้าพื้นเมืองจำหน่ายให้กับผู้ทอผ้าในท้องถิ่นอื่นๆ โดยเครื่องทอผ้าที่ผลิตขึ้นจะมีอยู่ 2 ลักษณะ คือ เครื่องทอผ้ากี่ธรรมดา กับเครื่องทอผ้ากี่กระตุก ในปัจจุบัน เครื่องทอผ้าสามารถพัฒนาได้มากสุด 30-80 ตะกอ เครื่องทอผ้าแต่ละแบบผู้ทอจะเลือกใช้ตามความถนัดของผู้ทอ ผ้าทอประเภทผ้าพื้นส่วนมากจะใช้วิธีการทอด้วยเครื่องทอกี่กระตุก ส่วนผ้าทอที่มีลักษณะของการสร้างลวดลายหรือถักลายบนพื้นผ้าจะใช้เครื่องทอผ้าแบบธรรมดา แต่ละครั้งสามารถทอได้ความยาวเพียง 3 เมตร ต่อวัน กับหน้าผ้ากว้างที่ 60 เซนติเมตร เมื่อนั่งทำงานไปนานๆ ผู้ทอจะเกิดความเมื่อยล้าของร่างกาย เนื่องจากจะต้องนั่งตัวตรง และเกร็งลำตัวเพื่อให้เกิดแรงส่งไปที่แขนและมือ รวมทั้งจะต้องออกแรงที่ขาและเท้าสำหรับเยียบตะกอ ทำให้เกิดความเมื่อยล้า หากทอผ้าที่มีลวดลายพิเศษจะต้องใช้สายตาในการทำงานอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดความเครียดได้ง่าย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มีเป้าหมายส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อชุมชนสังคม
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เดินหน้าสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มมวลชน ปราชญ์เพื่อความมั่นคงและภาคประชาชนทั่วประเทศ โดยมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต เสริมสร้างอาชีพและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ด้วยนวัตกรรมงานวิจัย เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2563 กอ.รมน.และ วช. ร่วมจัดกิจกรรม Kick-off เปิดตัว “โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งกลุ่มมวลชน โดยการยกระดับศักยภาพความเข้มแข็งของชุมชนด้วยวิจัยและนวัตกรรม” ครั้งที่ 3 ณ อาคารอเนกประสงค์ องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพราน อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง กิจกรรมครั้งนี้ดำเนินงานภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือการใช้ประโยชน์องค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ : ชุมชนเข้มแข็งด้วยวิจัยและนวัตกรรม ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและชุมชน พันเอก ณัฐพงศ์ วานิกร รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใต้จังหวัดอ่างทองให้เกียรติกล่าวต้อนรับ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ทั้งนี้ ศาสตราจารย์นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห
เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2563 หน่วยบริหารและจัดการทุน ซึ่งประกอบด้วย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร องค์การมหาชน (สวก.) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและสร้างนวัตกรรม (บพค.) และหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ร่วมแถลงความร่วมมือเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม พร้อมสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และสำนักงานสภาโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ณ เอสเอ็ม ทาวเวอร์ ชั้น 15 ศ.นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ในฐานะผู้แทนหน่วยบริหารและจัดการทุน แถลงเปิดตัว “ทปว.” ที่ประชุมผู้บริหารหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ เป็นกลไกบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ “สืบเนื่องจากสภานโยบายการอุด
วช. จับมือตำรวจไทย ชู 3 platform ท้าทายไทย เร่งแก้ปัญหากระบวนการยุติธรรม สำหรับเด็กและเยาวชน 4.0 ด้วยวิจัยและนวัตกรรม พบนวัตกรรมเด่น “Program Application พยากรณ์ พฤติกรรมเด็กทำผิดซ้ำ-การตรวจสารเสพติดจากเส้นผม-มาตรฐานห้องสอบสวนเด็กและเยาวชน” วันนี้ (6 มี.ค.) ที่โรงแรมมารวย การ์เด้น กรุงเทพมหานคร สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จัดเสวนา การนำผลสำเร็จของการดำเนินงานไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนากระบวนการยุติธรรมของประเทศ ภายใต้การขับเคลื่อน “โครงการวิจัยท้าทายไทย กลุ่มกระบวนการยุติธรรมรองรับ 4.0” โดยมี 6 เป้าหมาย ที่เป็นประเด็นท้าทาย ในกระบวนการยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชน ได้แก่ 1) สร้างความเชื่อมั่นของกระบวนการยุติธรรม ทั้งในแง่ของการป้องกัน การปราบปราม การแก้ไข ฟื้นฟู และการสอดส่อง ดูแลเมื่อได้รับการปล่อยตัวสู่สังคม 2) เพื่อให้เกิดมิติใหม่แห่งองค์ความรู้และข้อเสนอแนะที่จำเป็นเร่งด่วนต่อการพัฒนากฎหมาย ให้สอดคล้องกับการปฏิบัติงานจริง และลดข้อจำกัดจากเงื่อนไขทางกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ 3) เพื่อผลักดันให้มีการเพิ่มบทบาทของกระบวนการทางนิติวิทยาศา
ศ.นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า ผศ.ดร. อภิรดา ชิณประทีป สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) นักวิจัยที่ได้รับทุนวิจัยเร่งด่วน จาก วช. ให้ข้อมูลว่า ในระหว่างที่มีความกังวลเรื่องการระบาดของโรค โควิด-19 การซื้อสินค้าทางออนไลน์เพิ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม – มูลค่าการซื้อขายออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือ ประมาณการมูลค่าเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% (ปริมาณการใช้งาน เพิ่มขึ้น 88.19%) – ปริมาณการใช้งานผ่านแอปพลิเคชั่นลาซาด้า เพิ่มขึ้น 121.52%, แอปพลิเคชั่นช้อปปี้ เพิ่มขึ้น 478.59% และแอปพลิเคชั่นแกร็บ เพิ่มขึ้น 74.36 % โดยปี 2562 มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซไทยอยู่ที่ประมาณ 3.2 ล้านล้านบาท (ที่มา: ประมาณการจากข้อมูลเบื้องต้นโดย กสทช. และ ETDA) แหล่งข้อมูล. ศูนย์ปฏิบัติการสถานการณ์ฉุกเฉินด้านการวิจัยและวิชาการ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
