สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 พลโท ธรรมนูญ วิถี แม่ทัพภาคที่ 1 นำคณะตรวจเยี่ยมสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) ร่วมด้วย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นางปัทมา วีระวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาและคณะผู้ทรงคุณวุฒิทางวิชาการ พร้อมด้วย นายนิวัฒน์ ภาตะนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมประสิทธิภาพการทำงานของ“เรือลอกตะกอนแบบตีกวนและดูดกลับ” และ “เรือเก็บผักตบชวาแบบอัดก้อน” ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือพระนครศรีอยุธยา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี นายสุบิน แพทย์รัตน์ ผู้อำนวยการวิทยาลัย ให้การต้อนรับ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า เรือลอกตะกอนแบบตีกวนและดูดกลับและเรือเก็บผักตบชวาแบบอัดก้อนใช้หน้าประตูระบายน้ำและคลองสาธารณะ เป็นนวัตกรรมที่สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ให้การสนับสนุนงบประมาณแก่ วิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือพระนครศรีอยุธยา ในการคิดค้นนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์สร้างต้นแบบ และออกแบบให้มีความกะทัดรัด สามารถใช้งานไ
ศาสตราจารย์นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่ ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ แถลงผลการดำเนินงานจากโครงการวิจัยท้าทายไทย ที่สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.)สนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรม เพื่อแก้ปัญหาสารเคมีทางการเกษตรที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และสิ่งแวดล้อม ณ จังหวัดหนองบัวลำภู ร่วมกับนายวรรณพล ต่อพงษ์ ปลัดจังหวัดหนองบัวลำภู และ ศ.ดร. พวงรัตน์ ขจิตวิชยานุกูล ผู้บริหารจัดการโครงการวิจัย (Director) พร้อมมอบเตาเผาถ่านไบโอชาร์สำหรับการขยายผลในพื้นที่ 6 อำเภอของจังหนองบัวลำภูเพื่อใช้ในการลดสารเคมีในน้ำอุปโภคบริโภค ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า การนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อร่วมการขับเคลื่อน “หนองบัวลำภู Model” เป็นการร่วมแก้ไขปัญหาความยากจนและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น โดยมีเป้าหมายหลักในการลดการใช้สารเคมีภาคการเกษตร และการลดผลกระทบของสารเคมีที่มีผลต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์จังหวัดหนองบัวลำภู ที่มุ่งเน้น “การลดการใช้ส
กระทรวงการอุดมฯ จับมือสภาอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยในพื้นที่ ลุยบัณฑิตอาสาอุดรธานี นำร่อง “บ้านห้วยสำราญ” แหล่งปลูกไม้ดอกใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน “ยกระดับเกษตรพื้นบ้าน สู่เกษตรปลอดสาร มาตรฐาน GAP” เมื่อวันที่ 17 ก.พ.2563 ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี เพื่อประชุม “บทบาทของมหาวิทยาลัยกับการพัฒนาเชิงพื้นที่ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม” ร่วมกับมหาวิทยาลัย ผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อชี้แจงนโยบายและความจำเป็นในการปลดล็อคมหาวิทยาลัย เพื่อปรับลดข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูปอุดมศึกษาและพัฒนามหาวิทยาลัยตามกลุ่มยุทธศาสตร์ คือ 1. มหาวิทยาลัยที่จะต้องไปแข่งขันระดับโลก 2. มหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม และ 3. มหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นการตอบโจทย์และพัฒนาพื้นที่ นอกจากนี้ิ มหาวิทยาลัยจะต้องเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อน BCG Economic Model โดยอาศัยความหลากหลายทางชีวภาพ และความหลากหลายทางวัฒนธรรมในพื้นที่ ซึ่งจะเชื
วช. ร่วมพิธีลงนามความร่วมมือ “โครงการศึกษาวิจัยเพื่อออกแบบและพัฒนาระบบโลจิสติกส์โครงสร้างพื้นฐานและระบบบูรณาการข้อมูลสารสนเทศ และ Big Data ด้านสาธารณสุข” ระหว่าง มหาวิทยาลัยมหิดล กระทรวงสาธารณสุข และ สมาคมการค้าเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเทคโนโลยีรายใหม่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดย ศูนย์การจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานสุขภาพ (ศูนย์ Loghealth) จัดพิธีลงนามความร่วมมือเดินหน้า เฟส 3 “โครงการศึกษาวิจัยเพื่อออกแบบและพัฒนาระบบโลจิสติกส์โครงสร้างพื้นฐานและระบบบูรณาการข้อมูลสารสนเทศและ Big Data ด้านสาธารณสุข” โดยมี ศาสตราจารย์ นายแพทย์บรรจง มไหสวริยะ รักษาการอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล นายแพทย์ณรงค์ สายวงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม นายกสมาคมการค้าเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเทคโนโลยีรายใหม่ ร่วมพิธีลงนามในครั้งนี้ โดยการลงนามความร่วมมือทางด้านวิชาการด้าน Digital Healthcare จัดขึ้นในระหว่างการประชุมสัมมนาวิชาการ เรื่อง “Thailand Healthcare & HealthTech Transformation 2020 : Healthcare Logistics & Big Data By Mahidol Engineering” ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563
วช. ร่วมกับเครือข่ายวิจัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นำงานวิจัยและนวัตกรรมยกระดับศักยภาพกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ต่อยอดเป็นศูนย์วิจัยชุมชนเมืองหัตถกรรมโลกแห่งผ้าไหมมัดหมี่ จ.ขอนแก่น และศูนย์วิจัยชุมชนเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์อีสาน จ.ร้อยเอ็ด วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ร่วมกับรศ.ดร.ไชยณรงค์ นาวานุเคราะห์ รองประธานเครือข่ายวิจัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มอบป้ายสัญลักษณ์ “ศูนย์วิจัยชุม” แก่กลุ่มวิสาหกิจและชุมชนที่นำงานวิจัยและนวัตกรรมที่ วช. ให้การสนับสนุน ยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและผลิตภัณฑ์ ซึ่งพร้อมเป็นศูนย์เรียนรู้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ โดยมอบให้แก่ “ศูนย์วิจัยชุมชนเมืองหัตถกรรมโลกแห่งผ้าไหมมัดหมี่ จ.ขอนแก่น” และ “ศูนย์วิจัยชุมชนเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์อีสาน จ.ร้อยเอ็ด” “ศูนย์วิจัยชุมชนเมืองหัตถกรรมโลกแห่งผ้าไหมมัดหมี่ บ้านหนองบัวน้อย อ.พล จ.ขอนแก่น” ได้นำองค์ความรู้จากงานวิจัยและนวัตกรรมยกระดับผ้าไหมมัดหมี่ ให้มีอัตลักษณ์ด้วยการผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เกิดลายผ้าไหมที่สื่อถึงวัฒนธรรมชาวอีสาน
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) อาศรมความคิดด้านระบบโลกศาสตร์และสิ่งแวดล้อม อาศรมความคิดด้านสุขภาพ สำนักวิทยาศาสตร์ ราชบัณฑิตยสภา และกลุ่มวิจัยโครงการและชะลอโรคไตเรื้อรังในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดการเสวนา เรื่อง “กู้วิกฤตชาติ PM 2.5 ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม” เพื่อหาข้อสรุปร่วมกันในการปฏิรูประบบการจัดการมลพิษทางอากาศของประเทศ โดยเสนอแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหา PM 2.5 ในอนาคต เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ห้องประชุม 801 อาคารจามจุรี 10 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายสมปรารถนา สุขทวี รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวในพิธีเปิดการเสวนา ว่า วช. ได้รับมอบหมายให้บริหารจัดการงานวิจัยและสร้างนวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคม ผ่านแผนงานเรื่อง PM 2.5 ที่ วช. ให้การสนับสนุนและขับเคลื่อนการวิจัยและนวัตกรรมภายใต้แผนงานวิจัยท้าทายไทย โดยเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย ซึ่งมีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นแกนหลัก ร่วมกับมหาวิทยาลัยต่างๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ดำเนินโ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) สุวรรณภูมิ และ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) นำนวัตกรรมงานวิจัยมาใช้พัฒนายกระดับการผลิตหน่อกะลา ซึ่งเป็นพืชพื้นบ้านของเกาะเกร็ด ตั้งแต่การแปรรูปผลิตภัณฑ์ การใช้เทคโนโลยียืดอายุวัตถุดิบ การใช้ประโยชน์จากของเหลือทิ้งทางการเกษตร และการจัดจำหน่าย เพื่อยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจชุมชน กลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกหน่อกะลาในชุมชนเกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี หน่อกะลา หน่อกะลา เป็นพืชท้องถิ่นของเกาะเกร็ด ซึ่งเป็นชุมชนชาวมอญ เดิมสันนิษฐานว่า คนมอญที่อพยพมาจากพม่า ได้นำต้นหน่อกะลาติดตัวมาด้วย คนไทยเชื้อสายมอญส่วนใหญ่นิยมนำหน่อกะลามารับประทานในรูปแบบผักสด ต้มกะทิจิ้มน้ำพริก เนื่องจากหน่อกะลาเป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณช่วยขับลม จากการสำรวจเชิงพื้นที่ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) สุวรรณภูมิ พบว่า หน่อกะลา เป็นพืชที่ขึ้นง่ายตามบริเวณริมน้ำ มีราคาต่อกิโลกรัมที่สูง ถือเป็นพืชอนุรักษ์ตามโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพร
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกัน สร้างแบบคัดกรองตนเองสำหรับผู้สงสัยโรคไวรัสโคโรนา 19 (COVID-19) แบบออนไลน์เพื่อเป็นเครื่องมือหนึ่งในการประเมินตนเองว่ามีโอกาสที่จะติดโรคไวรัสโคโรนา 19 หรือไม่ แบบคัดกรองนี้ใช้คำถามโดยอ้างอิงจาก แนวทางการเฝ้าระวังและสอบสวนโรคไวรัสโคโรนา 19 ของกระทรวงสาธารณสุข ในรูปแบบของแบบประเมินออนไลน์ที่เข้าใจง่าย ง่ายต่อการกรอกข้อมูล และมีการประเมินผลทันที เมื่อประเมินเรียบร้อยระบบจะแจ้งผลการประเมินใน 3 ระดับ คือ 1.ไม่เข้าเกณฑ์โรคไวรัสโคโรนา 19 (COVID-19) 2.แยกตัวเอง สังเกตอาการ หากไม่สบายหรืออาการไม่ดีขึ้นให้พบแพทย์ 3.รีบพบแพทย์ ณ โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดของท่าน นอกจากนี้ ภายในระบบคัดกรองออนไลน์ยังมีคำอธิบาย และข้อควรปฏิบัติตัวที่ถูกต้องในรูปแบบของ infographic ที่เข้าใจได้ง่าย และ ยังสามารถ link ไปที่เว็ปไซต์ของกรมควบคุมโรคเพื่อให้ติดตามข้อมูลต่าง ๆ ได้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และกรมควบคุมโรค เห็นว่าการเผยแพร่การใช้งาน
วช. สานพลังนักวิจัยไทยสู้ภัยแล้ง 2020 สนับสนุนงานวิจัยด้านการบริหารจัดการน้ำ เร่งแก้ไขปัญหาภัยแล้ง เพิ่มมาตรการบริหารจัดการน้ำระดับชาติอย่างยั่งยืน เมื่อวันทึ่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดสัมมนาวิชาการ “ภาวะแล้ง 2020 และ แนวทาง มาตรการ บริหารจัดการเพื่อป้องกันในอนาคต” ณ ห้องประชุมแมนดาริน ซี โรงแรมแมนดาริน สามย่าน กรุงเทพฯ การจัดงานครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นการรวมตัวของนักวิจัยด้านน้ำระดับประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำของประเทศ ไทยมากกว่า 200 คน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ มุ่งสร้างความร่วมมือกันบริหารจัดการน้ำ ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญ เนื่องจากประเทศไทยต้องเผชิญปัญหาอุทกภัย-ภัยแล้งซ้ำซากเป็นประจำอยู่ทุกปี พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นการดำเนินงานวิจัย ส่งต่อข้อมูลการวิจัยสู่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะภาครัฐบาลเพื่อผลักดันงานวิจัยสู่การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่ ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานเปิดงานสัมมนากล่าวว่า วช. ให้ควา
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีประทานรางวัล “สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” การประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ และการแข่งขันหุ่นยนต์อาชีวศึกษา ระดับชาติ ประจำปีการศึกษา 2562 จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ศูนย์การค้าเซียร์ รังสิต จ.ปทุมธานี ในโอกาสนี้ ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่ ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เข้าร่วมรับประทานโล่ในฐานะหน่วยงานที่ทำคุณประโยชน์ให้แก่ สอศ. ในครั้งนี้ด้วย ซึ่ง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ สอศ. มีความร่วมมือในการเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนาให้แก่บุคลากรอาชีวศึกษา การพัฒนาสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมที่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพ การขยายผลและพัฒนาต่อยอดไปสู่การใช้ประโยชน์ พร้อมทั้งการส่งเสริมผลงานประดิษฐ์คิดค้นและนวัตกรรมของ สอศ. สู่การนำเสนอเพื่อขอรับรางวัลในเวทีระดับชาติและระดับนานาชาติ รวมทั้งการสร้างเครือข่ายนวัตกรรมสายอาชีวศึกษา
